โครงการ" Star Wars " ระบบป้องกันขีปนาวุธในปี 1983



แนวคิด SDI ในปี1984 เกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในอวกาศหรือดาวเทียม hydrogen fluoride laser
โดยดาวเทียมที่ติดตั้งเลเซอร์ยิงไปยังดาวเทียมอีกดวงหนึ่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมในวัตถุเป้าหมาย
โดยการระเหยด้วยเลเซอร์ ก่อนที่จะถูกทำให้เย็นลงและเล็งไปที่เป้าหมายที่เป็นไปได้ต่อไป



เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1983 ประธานาธิบดี  Ronald Reagan ของสหรัฐฯ (1911-2004) ได้เปิดตัว Star Wars-programma  โครงการนี้เรียกอย่างเป็นทางการว่า Strategic Defense Initiative (SDI) เกี่ยวข้องกับแผนการสร้างเกราะป้องกันขีปนาวุธในอวกาศ โดยใช้เลเซอร์หยุดยั้งขีปนาวุธของรัสเซียซึ่งเป็นขีปนาวุธที่มีเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยใช้เลเซอร์ (ได้รับฉายาว่า“ Star Wars” ตามภาพยนตร์ฮอลลีวูดแห่งอนาคตโดย George Lucasในชื่อเดียวกัน)

กลยุทธ์นิวเคลียร์ในสงครามเย็นถูกกำหนดโดยทฤษฎี Mutally Assured Destruction (MAD / วาระแรก - สหรัฐอเมริกาและอดีตสหภาพโซเวียตจะรักษาสันติภาพเป็นหลักโดยรับประกันว่าจะกวาดล้างกันและกันออกจากโลกหากทั้งสองประเทศเริ่มการโจมตีด้วยนิวเคลียร์) จนถึงปี 1983 นั่นคือ หากสหรัฐอเมริกาหรือสหภาพโซเวียตจะโจมตีมหาอำนาจอื่นจะส่งผลให้ทั้งสองประเทศถูกทำลายโดยสิ้นเชิง  เป็นทฤษฎีการยับยั้งซึ่งถือได้ว่าการคุกคามของการใช้อาวุธที่แข็งแกร่งต่อศัตรูจะป้องกันไม่ให้ศัตรูใช้อาวุธชนิดเดียวกันเหล่านั้นกลับไป 

จึงเชื่อกันว่า ทั้งสหรัฐฯและ SU จะหยุดโจมตีซึ่งกันและกันตราบใดที่พวกเขาสร้างสมดุลแห่งความหวาดกลัว (สถานการณ์ที่กลุ่มอำนาจทั้งสองมีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนเท่ากัน โดยอาวุธนิวเคลียร์ที่รู้จักกันดี เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) วัตถุสงครามที่จะเป็นสมดุลของความหวาดกลัว และยังเป็นอันตรายต่อสันติภาพของโลก)
เมื่อ Ronald Reagan กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ Star Wars และเปิดตัวโครงการ Strategic Defensive Initiative ในวันที่ 23 มีนาคม 1983 ทุกคนก็ต้องประหลาดใจ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรัฐและกลาโหมของเขาเองเท่านั้นที่รับรู้แผนการใหม่นี้ล่วงหน้าหนึ่งวัน ในการที่จะนำระบบป้องกันขีปนาวุธมาใช้
โดยในสัญญา SALT-akkoorden ของปี 1970 ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตตัดสินใจที่จะลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ลง  แต่โครงการ Star Wars ของ Reagan นี้จะขัดขวางข้อตกลงนี้



กราฟิกการทำงานของ SDI 


Star Wars ได้รับการวางแผนโดย  Robert McFarlane ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยของ Reagan ซึ่งใช้เป็นเกราะป้องกันในการเจรจาต่อรองรัสเซียเพื่อกดดันพวกเขา อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Star Wars คือระบบป้องกันนิวเคลียร์นี้ไม่สามารถป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากเรือดำน้ำได้ และแผนนี้อาจนำไปสู่การแข่งขันอาวุธใหม่ๆ

ในช่วงปี 1983-1999 สหรัฐอเมริกาใช้เวลากว่า $ 60 พันล้านในการวิจัยเทคโนโลยีภายใต้ยุทธศาสตร์ป้องกัน การทดลองและการพัฒนาขีปนาวุธควบคุมด้วยมอเตอร์แทบทั้งหมดนั้นล้มเหลว  อุปกรณ์ในเวลานั้นล้มเหลวในการแยกแยะหัวรบจริงจากเป้าหลอกที่เรียกว่า decoy (ขีปนาวุธเบี่ยงเบนความสนใจ: ขีปนาวุธที่ถูกยิงพร้อมกับขีปนาวุธจริงเพื่อหลอกปืนต่อต้านอากาศยาน)

โครงการนี้ จริงๆแล้วอาจยากที่จะต่อสู้กับอาวุธของสหภาพโซเวียตได้มากนัก โดยในปี 1986 โซเวียตมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 40,000 หัวในสต็อกรวมถึง ICBM เกือบ 1000 ชิ้นที่มีหัวรบมากถึง 10 หัว ซึ่งสามารถครอบงำทุกเป้าหมายใด ๆภายใน 30 นาทีหลังการยิง เรือดำน้ำติดอาวุธขีปนาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียตสามารถเข้าใกล้ชายฝั่งของสหรัฐฯได้มากพอ ที่จะสามารถโจมตีเป้าหมายหลายๆที่ได้เร็วกว่าที่ระบบใด ๆ จะสามารถตรวจจับและสกัดกั้นได้ แม้ว่า SDI จะสามารถหยุดหัวรบของโซเวียตได้ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ 10 เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านเข้ามาจะทำให้สหรัฐฯจมอยู่ในความพินาศของกัมมันตภาพรังสี

โครงการ SDI ยังคงมีอยู่อย่างไม่เป็นทางการจนถึงปี 1993 เมื่อประธานาธิบดีบิล Bill Clinton ของพรรคเดโมแครตขึ้นสู่อำนาจต่อจาก George H.W. Bush (1924) ภายใต้รัฐบาลClinton  โครงการของ Reagan ที่มีการดัดแปลงยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ชื่อ BMDO และจากปี 2002 ภายใต้ George W.Bush (1946) ในฐานะ MDA-programma 

โครงการ Star Wars หรือ Space Defense Initiative เป็นโครงการแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์กับองค์การนาซ่าในช่วงสงครามเย็น เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากสหภาพโซเวียต ด้วยการส่งดาวเทียมเพื่อตรวจจับขีปนาวุธขึ้นสู่อวกาศ แต่โครงการนี้ต้องล้มเลิกไปเพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก รวมทั้งจากการที่มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับประสิทธิผลของโครงการนี้ และเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายลง ความจำเป็นของโครงการดังกล่าวเพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยจรวดขีปนาวุธจากสหภาพโซเวียตก็ลดน้อยลงไป

ภาพวงโคจรของอาวุธอวกาศ ซึ่งเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธอวกาศระดับกลางภาคพื้นดินจากโครงการ Strategic Defense Initiative
ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องสหรัฐอเมริกาจากการยิงขีปนาวุธจากประเทศศัตรู
มีการยิงหัวรบหลายหัวรวมถึงหัวรบปลอมเพื่อสร้างความสับสนในการป้องกันของระบบดาวเทียม (ด้านขวาบน)
และเรดาร์ป้องกันในยุโรปตะวันตก ที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งในสหรัฐอเมริกาซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทั้งสองฝั่ง
รวมถึงแนวทางในการป้องกันจากดาวเทียม ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์จรวดนำทางที่ทำลายหัวรบติดอาวุธโดยการชนกับพวกมัน
Cr.ภาพ sciencephoto.com/
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2018 จากภัยคุกคามครั้งใหม่เรื่องการโจมตีด้วยจรวดขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ ทำให้มีการยกแนวคิดดังกล่าวขึ้นมาพูดกันอีกครั้ง  โดยนาย Robert Scheder นักวิเคราะห์ระบบของ RAND Corporation ซึ่งเป็นองค์กรที่ออกแบบยกร่างแผนการ Star Wars นี้ตั้งแต่แรก บอกว่าโครงการนี้สามารถนำมาใช้ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
และให้คำอธิบายเกี่ยวกับองค์ประกอบของแนวคิดการป้องกันตนเองในอวกาศหรือที่เรียกกันว่าโครงการ Star Wars นี้ว่า จะต้องมีการส่งระบบดาวเทียมเพื่อตรวจจับการยิงโจมตีด้วยขีปนาวุธขึ้นไปโคจรอยู่ในอวกาศให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกอย่างน้อย 1,600 ดวง

ซึ่งดาวเทียมเหล่านี้จะทำหน้าที่สอดส่องตรวจจับและทำลายขีปนาวุธที่มีทิศทางมุ่งเข้ามาโจมตีสหรัฐฯ แต่เงินลงทุนเพื่อส่งเครือข่ายดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศทั่วโลกนี้สูงถึงหนึ่งแสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเกินกว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ในขณะนั้น และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้ไม่ได้ผ่านการยกร่างไปถึงขั้นทำการทดลอง


ในปี1999 มีการทดสอบระบบป้องกันขีปนาวุธ Minuteman missile เป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดี Ronald Reagan จินตนาการไว้
ทำให้เกิดการแสดงยามเย็นที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่ผู้คนนับล้านในแคลิฟอร์เนีย (รูปภาพ Paul Harris / Getty)



Star Wars ในปี 1977
“สตาร์วอรส์” หนังไซไฟผลงานขึ้นหิ้งระดับตำนาน จากการสร้างสรรค์ของ “จอร์จ ลูคัส” พ่อมดวิช่วลเอฟเฟ็คต์จากยุค70 ที่ใช้เทคนิคถ่ายทำที่ตื่นตะลึงคนยุคนั้นอย่างมาก โดยภาคแรกออกฉายเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 1977 ในชื่อ “สตาร์ วอร์ส” โดย 20th Century Fox จนมีการสร้างภาคต่ออีก 2 ภาค โดยเว้นระยะห่างแต่ละภาคเป็นเวลา 3 ปี และเรียกรวมว่า ไตรภาค Original  ได้แก่ สตาร์ วอร์ส 2 (1980) และ สตาร์ วอร์ส 3: ชัยชนะของเจได (1983) 
 



ที่มา
- Star Wars-speech – Ronald Reagan (1983)
- Overzicht en samenvatting Koude Oorlog


(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่