
ทัศนคติเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต ซึ่งวันนี้ JobThai Tips จะพาไปดูว่าทัศนคติแบบไหนบ้างที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ฉุดรั้งไม่ให้คนทำงานประสบความสำเร็จได้
1. ขาดความขยันหมั่นเพียร
ไม่มีคนทำงานที่ประสบความสำเร็จคนไหนเอาแต่ฝันแล้วประสบความสำเร็จได้เลย พวกเขาต้องลงมือทำด้วย เพราะในการทำงานโดยทั่วไปหรือการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามสายอาชีพ เราต้องใช้ทั้งทักษะความสามารถ ความรู้จากการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง คอยแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาตัวเอง และถ้าเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เราก็ต้องวิ่งเข้าหาโอกาสไม่ใช่รอให้โอกาสเข้ามาหาเอง
2. ถอดใจง่าย ๆ
คนทำงานทุกคนก็จะเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นปกติ ซึ่งปัญหาเป็นอีกปัจจัยที่จะวัดความความสำเร็จของเรา บางคนเมื่อเจอปัญหาก็เลือกที่จะล้มเลิก ถอดใจ เพราะประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป และคิดว่าไม่มีวันที่จะทำในสิ่งที่ยากหรือท้าทายได้ แต่เราต้องจำไว้ว่าไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเมื่อไร อย่างไร แม้แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็ต้องผ่านอุปสรรค ผ่านช่วงที่ท้อแท้ในการเผชิญกับปัญหามาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นและก้าวต่อจนประสบความสำเร็จ
3. ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ
การทำงานรูปแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การทำเรื่องเดิม ๆ โดยไม่สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ หรือพัฒนาทักษะให้ชำนาญขึ้น ในเรื่องงานและเรื่องราวรอบตัว จะทำให้เราเสียเปรียบคนอื่น เพราะในขณะที่คนอื่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรากลับไม่เกิดการพัฒนาเลย ซึ่งถ้าเราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ก็เท่ากับว่าเรากำลังย่ำอยู่กับที่และไม่ก้าวหน้าไปไหน เมื่อชำนาญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ที่ต้องทำต่อไปคือแสวงหาทักษะในการทำงานหรือความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์และช่วยพัฒนาการทำงานของเรา
4. จำกัดศักยภาพของตัวเอง (โดยไม่รู้ตัว)
คงไม่มีใครรู้จักเราได้เท่าตัวเราเอง ซึ่งถ้าเราไม่เชื่อในศักยภาพตัวเอง เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรคก็จะทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ จนบางครั้งเราอาจตีกรอบความสามารถของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ เช่นการคิดว่า “เราทำสิ่งนี้ไม่ได้” หรือ “สิ่งนั้นยากเกินไป” ถ้าเป็นแบบนี้นาน ๆ เข้า เราก็จะไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราอาจมีศักยภาพเพียงพอสำหรับสิ่งนั้น แต่กลายเป็นคนปิดประตูสู่โอกาสในการก้าวหน้าด้วยตัวเอง
5. มัวแต่คิดในแง่ลบ
การที่เรามองทุกอย่างในแง่ลบ นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกังวลไปกับทุกเรื่องรอบตัว หรือมองว่าทุกอย่างเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิม บางครั้งการคิดในแง่ลบยังอาจส่งผลให้เราเป็นคนคิดมาก และคิดล่วงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำว่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายอาจเกิดขึ้นได้ หากปัญหาเกิดขึ้น ให้เราลองตั้งสติแล้วค่อย ๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ทิ้งเรื่องไม่ดีที่เป็นแง่ลบหรือเลือกจำเป็นบทเรียนดีกว่า
6. ให้ความสำคัญผิดประเด็น
การเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญต่อเป้าหมายในระยะยาว อาจทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จของเราต้องหยุดชะงักหรืออาจจะช้าลง ซึ่งการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่จะทำให้เราไม่หลงทางขณะก้าวไปสู่เป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ในขณะเดียวกันเราก็ต้องรู้ว่าจะต้องตั้งเป้าหมายอย่างไร และให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก่อน-หลัง
ลองให้เวลากับตัวเองทบทวนดูว่าเป้าหมายในชีวิตที่สำคัญกับเราจริง ๆ คืออะไร กำลังมีความสุขกับงานที่ทำ หรือสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ตอบโจทย์เป้าหมายในอนาคตของเราหรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือไม่ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แสวงหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง เพื่อให้ยังสามารถเดินหน้าเข้าหาเป้าหมายได้ในทุก ๆ วัน
6 ทัศนคติที่ต้องรีบตัดทิ้งถ้าอยากประสบความสำเร็จ
1. ขาดความขยันหมั่นเพียร
ไม่มีคนทำงานที่ประสบความสำเร็จคนไหนเอาแต่ฝันแล้วประสบความสำเร็จได้เลย พวกเขาต้องลงมือทำด้วย เพราะในการทำงานโดยทั่วไปหรือการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามสายอาชีพ เราต้องใช้ทั้งทักษะความสามารถ ความรู้จากการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง คอยแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาตัวเอง และถ้าเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เราก็ต้องวิ่งเข้าหาโอกาสไม่ใช่รอให้โอกาสเข้ามาหาเอง
2. ถอดใจง่าย ๆ
คนทำงานทุกคนก็จะเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นปกติ ซึ่งปัญหาเป็นอีกปัจจัยที่จะวัดความความสำเร็จของเรา บางคนเมื่อเจอปัญหาก็เลือกที่จะล้มเลิก ถอดใจ เพราะประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป และคิดว่าไม่มีวันที่จะทำในสิ่งที่ยากหรือท้าทายได้ แต่เราต้องจำไว้ว่าไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเมื่อไร อย่างไร แม้แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็ต้องผ่านอุปสรรค ผ่านช่วงที่ท้อแท้ในการเผชิญกับปัญหามาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นและก้าวต่อจนประสบความสำเร็จ
3. ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ
การทำงานรูปแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การทำเรื่องเดิม ๆ โดยไม่สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ หรือพัฒนาทักษะให้ชำนาญขึ้น ในเรื่องงานและเรื่องราวรอบตัว จะทำให้เราเสียเปรียบคนอื่น เพราะในขณะที่คนอื่นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรากลับไม่เกิดการพัฒนาเลย ซึ่งถ้าเราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ก็เท่ากับว่าเรากำลังย่ำอยู่กับที่และไม่ก้าวหน้าไปไหน เมื่อชำนาญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ที่ต้องทำต่อไปคือแสวงหาทักษะในการทำงานหรือความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์และช่วยพัฒนาการทำงานของเรา
4. จำกัดศักยภาพของตัวเอง (โดยไม่รู้ตัว)
คงไม่มีใครรู้จักเราได้เท่าตัวเราเอง ซึ่งถ้าเราไม่เชื่อในศักยภาพตัวเอง เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรคก็จะทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ จนบางครั้งเราอาจตีกรอบความสามารถของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ เช่นการคิดว่า “เราทำสิ่งนี้ไม่ได้” หรือ “สิ่งนั้นยากเกินไป” ถ้าเป็นแบบนี้นาน ๆ เข้า เราก็จะไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราอาจมีศักยภาพเพียงพอสำหรับสิ่งนั้น แต่กลายเป็นคนปิดประตูสู่โอกาสในการก้าวหน้าด้วยตัวเอง
5. มัวแต่คิดในแง่ลบ
การที่เรามองทุกอย่างในแง่ลบ นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกังวลไปกับทุกเรื่องรอบตัว หรือมองว่าทุกอย่างเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิม บางครั้งการคิดในแง่ลบยังอาจส่งผลให้เราเป็นคนคิดมาก และคิดล่วงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำว่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายอาจเกิดขึ้นได้ หากปัญหาเกิดขึ้น ให้เราลองตั้งสติแล้วค่อย ๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ทิ้งเรื่องไม่ดีที่เป็นแง่ลบหรือเลือกจำเป็นบทเรียนดีกว่า
6. ให้ความสำคัญผิดประเด็น
การเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญต่อเป้าหมายในระยะยาว อาจทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จของเราต้องหยุดชะงักหรืออาจจะช้าลง ซึ่งการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่จะทำให้เราไม่หลงทางขณะก้าวไปสู่เป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ในขณะเดียวกันเราก็ต้องรู้ว่าจะต้องตั้งเป้าหมายอย่างไร และให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก่อน-หลัง
ลองให้เวลากับตัวเองทบทวนดูว่าเป้าหมายในชีวิตที่สำคัญกับเราจริง ๆ คืออะไร กำลังมีความสุขกับงานที่ทำ หรือสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ตอบโจทย์เป้าหมายในอนาคตของเราหรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือไม่ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แสวงหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง เพื่อให้ยังสามารถเดินหน้าเข้าหาเป้าหมายได้ในทุก ๆ วัน