ฉันเป็นคนที่เปิดเผยและบอกเรื่องราว กับแม่ ทำให้ครอบครัวต้องหย่าร้างตอนฉัน17 และคุณภาพชีวิตเลยไม่ดี ผิดไหม

ปกติ ตั้งแต่เด็กจนโต โต สกับพ่อแม่ มีบางช่วง ไปอยู่กับตายาย บ้าง แต่สั้นๆ
เรื่องราวในครอบครัว ตอนเด็กๆ ฉันก็ไม่ค่อยรู้อะไร รู้แต่เรื่องไปเรียน ทำการบ้าน  
ฉันไม่ค่อยสนิทกับพ่อ  พ่อทำงาน แต่แม่ก็ทำงานนะ
ที่รู้สึกคุ้นเคยกับพ่อมากสุด ก็คือ พ่อจะเป็นคนขี่มอไซค์ไปส่งโรงเรียน ช่วงป.3 ป.4  
พ่อชอบให้ฉันเหยียบให้ เสมอๆ ตั้งแต่เด็กจนโต  (ตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน บ้านเดียวกัน) และก็พ่อชอบแกล้งฟัด ล็อกตัว จี้ฉัน เล่นแบบเจ็บๆ จริงๆฉันไม่ชอบ มันเจ็บตัว แต่ตอนเด็กๆ  แนวจับล็อก แล้วแกล้งจี้ ให้น้องมาจี้งี้ เจ็บตัวตลอด ไม่ชอบ

ชอบบังคับให้ฉันกินผัก ทั้งๆที่ฉันก้กินอยู่ กินบางอัน
ชอบตะคอก ชอบสั่งลูก เป็นคนอารมร์รุนแรง เล่นรุนแรง ฉันเลยไม่ค่อยอินกับพ่อ 
แล้ว มีช่วงนึง ตั้งแต่ย้ายมาจังหวัดนึง วัยสัก  มัธยมปลาย พ่อจะไม่ค่อยได้อยู่บ้าน กลับมาบ้านตอนดึกๆมั้ง เพราะฉันนอนแล้ว ไม่ค่อยได้เจอ
ตอนเช้าเราก็ต้องตื่นไปรร.  
เราก็คิดว่าแค่พ่อทำงานกลับดึกแค่นั้น ไม่ได้สนใจ

แล้ววันนึงเราแอบดูโทรศัพท์พ่อ เห็นsmsคุยกับคนแปลกหน้า ปกติเราชอบหยิบโทรศัพท์พ่อ แม่มาเล่น  ตอนนั้นยังเป็นมือถือกดปุ่มธรรมดาอยู่
มากสุดแค่ฟังเพลงmp3ได้
พ่อคุยsmsกับผู้หญิง แต่ไม่ได้เมมเบอร์  จริงๆเราก็รู้มาสักพักนึงแล้ว แต่ก็แอบดูก่อน
เราไม่ได้บอกน้อง บอกใครเลย ไม่ได้ถามใครเลย

เราเป็นคนเอาโทรศัพท์พ่อไปบอกแม่ ให้แม่ดู แล้วก็จบไป
ผ่านไปไม่กี่วัน  แม่ก็ไม่ให้พ่อเข้าบ้าน ตอนกลางคืน บ้าง บางวัน
แต่เขาไม่เคยทะเลาะรุนแรงต่อหน้าเรานะ ก้มีเถียงๆกันบ้าง

วันนึงแม่เขียนจดหมายถึงพ่อ ทิ้งไว้ ตอนกลางวัน คงวางไว้หน้าบ้านตอนพ่อกลับให้พ่อมาอ่าน จดหมายนั้นแอบเปียก น่าจะน้ำตา นะ
เขียน ประมาณว่า

พี่มีเรื่องแบบนี้หลายรอบแล้วนะ ตั้งแต่ลูกเด็กๆ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะพี่ก้เลี้ยงลูกได้ แต่คราวนี้ พี่ไปอยู่กับเขา ไปนอนค้าง ไม่กลับบ้าน กลับบ้านดึกดื่น มันหลายครั้งแล้วตั้งแต่ลูกเด็กๆ ฉันทนไม่ไหวแล้ว พี่ไม่ต้องกลับมานอนบ้าน จะไปนอนที่ไหนก็ไป 
แต่พี่ต้องส่งเงินให้ลูกเดือนละ10,000-15000 ( ลูก3คน วัยเรียนไล่เลี่ยกัน) มาที่บ้านได้  มาหาลูก แต่ห้ามมานอนค้าง ตอนที่ฉันอยู่

น้องเราตอนนั้นยังเด็กสักประถมปลาย มาอ่านจดหมายนี้ นางร้องไห้ จะเป็นจะตาย   นางไปถามแม่ แม่ก็บอกตามนั้น
แต่เราเฉยๆมาก เพราะเราไม่ชอบพ่ออยู่แล้ว   ไม่อยู่บ้านนี้ก็ดี  เราหงุดหงิด รำคาญ กลัว ไม่เป็นตัวเองตอนอยู่กับพ่อ
เราเป็นคน เอา smsนี้ไปบอกแม่เอง เราเลยเฉยๆ  มีหลายครั้งแล้ว แต่เหมือนพ่อก็ลบsmsไป  แต่ครั้งนี้ เราเห็นแล้วรีบไปบอกแม่
เราไม่รุ้หรอกว่าจะถึงขั้นเลิกกัน หย่าร้าง    แต่แค่เราอยากบอกแม่เฉยๆ

การที่พ่อไม่อยู่บ้านนี้  ทำให้เรารู้สึกที่บ้าน ดีขึ้น เราสบายใจขึ้น   แรกๆพ่อคงส่งเงินให้แม่ ได้ มั้ง
ชีวิตก็ไม่ได้ต่างอะไร มาก  กินเท่าเดิม ใช้เหมือนเดิม     เพราะเหมือนชีวิตที่โตมาแม่ก็เป็นคนเลี้ยงอยู่แล้ว
แต่หลังๆ สักปี พ่อคงไม่ได้ให้เงินแม่มั้ง    

จริงๆก็จนอยู่แล้ว ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ มีแต่พ่อคนเดียวที่มีรถ  ก็จะลำบากขึ้นตรงนี้ และก็การเงิน

ทำให้การเข้าเรียนมหาลัย ของเราและน้อง2คน ไม่มีคนซัพพอร์ท แม่ก็ไม่สามารถซัพพอร์ทได้
แต่ละคน ลูกแต่ละคน ไม่มีเป้าหมาย ในการเรียน การเข้ามหาลัย เพราะไม่มีใครคอยแนะนำ หรือสนับสนุน  
คือเรียนมัะยมไปวันๆ  แต่บ้านเราคือเรียนค่อนข้างดีทั้งบ้าน
ยกเว้นพ่อกับแม่ที่จบ_ม่สูง และเรียน_ม่ค่อยเก่ง

เราเป็นคนโต  ตอนช่วงม.6 ที่เขาไปสอบรับตรง โควต้า นู่นนี่กันน  เราไม่ได้สนใจสอบเลยสักอย่าง
เราบอกเพื่อนว่าเรารอแอดมิชชั่น อย่างเดียว   เพราะตอนนั้นดุท่าทีแล้ว ไม่มีอนาคตเลย พ่อแม่ไม่ได้สนใจการส่งเรียนใดๆ
แอดมิชชั่น เราได้ คณะสาขาที่เราโอเค มหาลัยภูมิภาค  จริงๆควรเลือกมหาลัยใกล้บ้าน ในเมือง ที่เราสามารไปเรียนจากที่บ้านได้ ไม่ไกล
แต่เราดันไปเลือกที่ชลบุรี 

สุดท้าย ไม่ได้ไปรายงานตัว เพราะแม่บอกไม่มีคนส่งเรียน แม่บอกให้เรียนที่แถวบ้านนี่ ม.เอกชน ที่เขามีทุนให้ ค่าเทอมถูกๆ
เราก็ตามแม่  สุดท้ายก็ไม่จบ ออกมาก่อน  ไม่ใช่เรื่องเรียนยากนะ  เป็นปัญหาของเราเอง

น้องคนที่2 ดีหน่อย นางเป้นคนมีเพื่อน นางใฝ่ขยัน ถึงจะไม่มีคนจะส่ง นางก็สอบติดวิศวะ ม.จอมเกล้า ชั้นนำ
ตอนไปเรียน ค่าเทอมเกือบ3หมื่น เทอมแรก ก่อนกู้กยศ. นางก็ไม่มี  ไปยืมญาติ มาจ่ายก่อน  
ระหว่างเรียนก็เหมือนส่งตัวเองเรียน ทำงานช่วยม.บ้าง เล้ก/น้อย  หาทุนในม. ทุนเรียนดี ต่างๆ  ทุนอบต.
มีหาสอนพิเศษเด็ก/บ้าง  นางเก่ง และกล้าเข้าสังคม แสดงออก มีเพื่อนฝูง ค่อยช่วยเหลือ
นางเลยจบ าได้ เกียรตินิยมอันดับ1    แม่กับพ่อก้คือแทบ_ม่ได้ส่ง ส่งก็ส่งน้อยมาก ตามที่ขอ ตามที่เขามีน้อยๆ

จริงๆเราเสียใจ ที่เราไปบอกแม่  ไม่รํ้ถูกหรือผิด ที่ทำไปในวันนั้น ทำให้คุณภาพชีวิตเราไม่ค่อยดี
ทุกวันนี้ เราเสียใจ ที่เราไม่ได้ตั้งใจให้ดี ตอนช่วงเข้ามหาลัยตอนนั้น ถ้าเราใส่ใจ อีกสักนิด พยายามเราคงติดมหาลัยดีๆ คณะดีๆ เพื่อนดีๆ คุยกันรู้เรื่องไปแล้ว เพราะเราก็ไม่ได้เรียนแย่ขนาดนั้น ตอนนั้น ม.ธรรมศาสตร์ ยังติดได้เลย สาขาทั่วไป หรือที่คนไม่ได้แข่งกันมาก  ด้วยการประเมินสภาพเราตอนนั้น
ด้วยอาการเป็นซึมเศร้า ปลีกตัว ตอนนั้น ไม่เอ็นจอยกับเพื่อน
ทั้ง/ที่เพื่อนในไ้องคิงคือดีมาก ดีทุกคน

ผิดที่เรา/ม่กล้าเลือกเรียน กลัวไปหมด กลัวสังคม กลัวความฐานะ การเข้าสังคม   ไม่มีคนคอยแนะนำด้วย  เพื่อนเราก็ไม่ถาม  เพื่อนก็ไม่ได้มาแนะนำเรามาก เพราะทุกคนในห้องก้คือตั้งใจๆ กันหมด ในแนวทางของเขา

เสียใจที่พ่อแม่ ไม่ได้ส่งฉันเรียนดีๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ถ้าเราเรียนจบมาตามกำหนด  คือ5 ปีที่แล้ว จบมาดีๆ  คงอนาคต สังคม ดีกว่านี้เยอะ
เสียใจที่ตัวเองไม่ได้แสดงศักยภาพ  ที่มีออกมา  อยู่ไม่ถูกจุด  
เราอยากแสดงศักยภาพของเราออกมา ว่าเราทำได้ดีกว่านี้ ควรอยู่ในจุดที่ดีกว่านี้ได้   เพราะตอนนั้นด้วยฐานะ ด้วยความเป็นซึมเศร้าของเราด้วย
พ่อแม่ก้ไม่ได้สนใจ สังเกต อะไร ก็ปล่อยมาให้มันเป็นไปปกติ

ปจบ. เรากำลังเรียนอยุ่ ราชภัฏ  ภาคเสารือาทิตย์  ปี3 แล้ว  ในวัย27    แต่ไม่ได้รู้สึกสนุก ได้พัมนาศักยภาพ  หรือได้เป็นแรงขับ ชีวิต อะไรเลย เรียนพอจบๆ 

เคยทำงานมา2ที่  แต่มีช่วงนึงเราไม่ได้ทำอะไรเลย นอนอยู่บ้าน ประมาณ3-4ปีได้เลย
พึ่งกลับมาทำงาน ปี2017  ได้สักพัก  แล้วก็ลาออกมาเรียนต่อ จนปัจจุบัน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่