โซ่รัก บทที่ 19

กระทู้สนทนา


.


              1 ปีผ่านไป

              “ชมพูนอนได้แล้วลูก ดึกแล้วนา” อรรถพลออกคำสั่งให้ลูกสาวนอน มีสายตาอรพินมองค้อนแบบหมั่นไส้ ไม่กี่ทุ่มเองจะไล่ลูกไปนอนซะแล้ว

               “ไม่นอน! ป่ะป๊าแหละนอน” เด็กหญิงหันมาคุยกับพ่อ ไม่พูดเฉยกระโดดขึ้นหลัง หยอกล้อเล่นกันบนเตียงกับพ่ออย่างสนุก

               “โอ้ย! อย่าดึงผมป๊าดิ” สองคนพ่อลูกเล่นกันบนที่นอน เสียงหัวเราะของลูกสาวดังไปทั่วทั้งห้องพัก คืนนี้เป็นคืนที่สองที่พวกเธอสามคนพ่อแม่ลูกมาเที่ยวต่างจังหวัดกัน ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอและลูก ชวนพ่อแม่มาด้วยก็ไม่มีใครมาสักคน

               “เสียงดังไปมั้ยสองคนพ่อลูก ดึกแล้วนะ” เธอต้องเป็นคนห้ามปรามไว้ ทว่าลูกสาวไม่ยอมฟังเธอเลย แม้กระทั่งคนเป็นพ่อที่ยังเล่นตามลูกไม่เลิก

               “ชมพูแม่ดุป่ะป๊าอีกแล้วอ่ะ ทำไง” พูดจบยิ้มเยาะเย้ยทำหน้ากวน ๆ ให้เธอ อรพินอมยิ้ม มองด้วยหางตาเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ ไปได้

               “คุณแม่ดุป่ะป๊าทำไม คุณแม่ชอบดุป่ะป๊าเดี๋ยวเถอะพี่อรรถ เดี๋ยวเถอะ ...” พร้อมยกมือขึ้นชี้หน้า ทำหน้าบึ้งท่าทางตลกเลียนแบบคนเป็นแม่

               “เฮ้ย! “ ทั้งเขาและเธออุทานพร้อมกัน ทั้งหัวเราะกับคำพูดของลูกสาวก็มิปาน โดยเฉพาะเธอที่รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ถูกล้อเลียน กำลังจะดุทว่าเด็กหญิงหัวเราะและรู้ว่ากำลังจะโดนดุด้วยสัญชาตญาณ จึงรีบแกล้งกระโดนขึ้นขี่หลังคนเป็นพ่อต่อ หยอกเล่นสนุกอีกครั้ง ไม่สนใจคนเป็นแม่

               “ระวังนา! จะส่งพลังไปแล้วนา ยัง ๆ ยังไม่ส่งไปเลย รอก่อนอย่าพึ่งล้ม” สองพ่อลูกเล่นดวลกำลังภายในเหมือนหนังจีนกัน เมื่อพ่อทำท่าจะส่งพลังไป เด็กหญิงก็กระโดดหงายหลังก่อนแล้ว หัวเราะอย่างสนุกสนาน ถึงจะเสียงดังไปหน่อย เห็นลูกมีความสุขเธอก็ยิ้มตาม นั่งมองพ่อลูกเล่นกัน ถึงจะเล่นเหมือนคิดว่ามีลูกชายไปหน่อยก็ไม่เป็นไร

               ในที่สุดเด็กหญิงก็หมดฤทธิ์ หลับไปโดยปริยาย อรรถพลมองลูกสาวหลับสนิทถอนหายใจออกมาเบา ๆ ส่ายหัวให้ลูกนิดหน่อยก่อนจะก้มไปหอมหน้าผาก สีหน้าบอกท่าทางคนดีใจ

                “เฮ้อ! หลับไปได้สักที” ปรายตามองคนที่นั่งอยู่เก้าอี้พร้อมส่งยิ้มอย่างมีเลศนัย กว่าลูกสาวจะหลับไปได้เกือบสี่ทุ่ม

                “อ่อที่เล่นต่อสู้นี่แกล้งให้ลูกเหนื่อยแล้วหลับเหรอ”

              “เปล่า!” แล้วเขาก็นอนหงายลงข้าง ๆ ลูกสาว ยกมือสองข้างขึ้นมาหนุนแทนหมอน นอนจ้องเธอ อรพินช่างน่ารักเสมอต้นเสมอปลายที่สุดในใจเขา ตั้งแต่แรกเจอจนวันนี้ “พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกนะ”

              “พร้อมอะไรพี่อรรถ”

              “ถามเฉย ๆ ทำไมต้องหน้าแดง” เป็นช่วงที่เขาสองคนได้ใช้เวลาด้วยกันเต็มที่ ในช่วงจังหวะที่ลูกหลับสนิท

              ค่ำคืนที่สองของการมาที่นี่ อากาศภายในบ้านพักถึงจะอุ่นกว่าข้างนอกก็ยังต้องสวมเสื้อคลุมไว้ให้ลูกสาว เพราะตกดึกมาอากาศค่อนข้างเย็น เขาจัดระเบียบท่านอนให้ลูกสาวใหม่ ให้เหลือพื้นที่นอนกอดเธอไว้ทั้งคืน กลับบ้านไปจะต้องมีสมาชิกเพิ่มก่อนวันแต่งงานให้ได้

               จะว่าไปยังไม่ได้ขอเธอแต่งงานเลย เขามาที่นี่เพื่อจะขอเธอแต่งงานต่างหาก นึกถึงเรื่องราวที่จะทำพรุ่งนี้แล้วก็ยิ้มอย่างคนมีความสุข เพราะเชื่อว่าอรพินจะไม่ปฏิเสธตนแน่นอน

              “เย้ย! ชมพู! “ เขาอุทานออกมาด้วยความตกใจช่วงกลางดึก ทันทีที่เห็นลูกนอนลืมตาแป๋วข้าง ๆ ภรรยา เขาเองรีบสไลด์ตัวลงข้างเตียง ส่วนอรพินดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มหันหน้ามากอดลูกสาวกล่อมให้หลับ เกรงว่าจะร้องไห้กลางดึกรบกวนคนอื่น
              
              ที่ภาคเหนือของประเทศไทย บนยอดภูอรพินยืนสูดดมเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ทอดสายตามองไปไกล ๆ ข้างหน้าดูทิวทัศน์ธรรมชาติอันกว้างไกล เธอใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้าและหมวกไหมผม อากาศบนยอดเขาค่อนข้างหนาวเย็น

              มีมืออุ่น ๆ สวมกอดเธอทางด้านหลัง “อากาศดีมั้ยรพิน พี่บอกแล้วรพินต้องชอบ” เป็นอรรถพลเองที่เดินมาสวมกอดเธอทางด้านหลัง เธอหันหน้ามามองพร้อมยิ้มให้

               “อยากมาตั้งนานแล้วค่ะ แต่ไม่มีคนพามา”

                “รพินชอบพี่พามาทุกปีเลยกับลูก แต่จะไม่ใช่ลูกคนเดียวแล้วนะ ลูกหลาย ๆ คน” อรรถพลทำหน้าตาทะเล้นให้กับเธอ ทำให้โดนตีแขนไปหนึ่งที เขายังสวมกอดเธออยู่อย่างนั้น เมื่อคืนความสุขสะดุดขาดช่วงไปนิดหน่อย

                 “แค่ชมพูคนเดียวรพินก็จะเส้นเลือดในสมองแตกตายอยู่แล้ว ยังจะมีเพิ่ม แล้วนี่หนีลูกออกมาทำไมพี่อรรถ”

              “ก็ออกมาหารพินไง ลูกยังไม่ตื่นหรอกเช้าตรู่ขนาดนี้” หกโมงเช้าที่พวกเธอยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าบ้านพัก เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ กะทัดรัด มีนักท่องเที่ยวมากมายที่มาที่นี่เช่นกัน ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ

              “ปล่อยรพิน รพินจะเข้าไปหาลูก” ไม่พูดเฉย ๆ พร้อมแกะมือเขาออก แต่ยิ่งเธอแกะอรรถพลยิ่งกอดลัดไว้แน่น

              “เดี๋ยวสิรพิน ลูกยังไม่ตื่นหรอกอากาศหนาวขนาดนี้ พี่ขอกอดรพินไว้นาน ๆ แบบนี้ก่อนได้มั้ย”

               ในที่สุดอรพินก็เลิกที่จะพยายามแกะมือเขาออก ยอมให้กอดได้ตามใจ เมื่อรู้สึกว่ากอดจนพอใจแล้วก็จับตัวเธอให้หันมามองหน้าตน สายตาจ้องประสานกัน “รพินแต่งงานกับพี่นะครับ”

               “พี่อรรถ” อรพินพูดอะไรไม่ออก เธอไม่คิดจะปฏิเสธ ดีใจจนพูดอะไรไม่ออกต่างหาก ให้น้ำตาบอกความรู้สึกทุกอย่างแทน

               อรรถพลดึงตัวเธอเข้ามาสวมกอดอีกครั้ง “พี่ขอโทษรพินนะ ขอโทษทุกอย่างที่ทำให้รพินเสียใจต่อไปนี้พี่จะดูแลรพินกับลูกแทนคุณพ่อเอง พี่รักรพินกับลูกมากนะครับ” พูดจบก็ปล่อยตัวเธอออกจากอ้อมกอด มองคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม “แต่งงานกับพี่นะครับ “

               อรพินพยักหน้าเป็นคำตอบ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองนิดหน่อย อรรถพลจับมือข้างซ้ายของเธอยกขึ้นมา สวมแหวนที่นิ้วนางให้กับเธอ “หัวใจของพี่”

               “พี่อรรถเลิกขอโทษรพินได้แล้ว รพินหายโกรธพี่อรรถไปตั้งนานแล้ว และ... รพินก็รักพี่อรรถค่ะ “ อรรถพลหอมศีรษะของเธอเบา ๆ ด้วยความรัก “เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวชมพูตื่นขึ้นมาไม่เจอใครร้องไห้อีก “

               “ครับ”

               ทั้งสองกลับเข้ามาภายในบ้านพัก ลูกสาวยังนอนหลับสนิทภายใต้ผ้าห่มผืนหนา มองแล้วน่าเอ็นดูที่สุด อรรถพลขึ้นไปนอนบนเตียงข้าง ๆ ลูก ยกศีรษะลูกหนุนแขนตัวเองแทนหมอน เช้า ๆ แบบนี้ขออยู่แบบนี้ไปก่อน ยังไม่คิดหาสถานที่เที่ยวในช่วงกลางวัน

               “พี่อรรถกาแฟมั้ยคะ” อรพินกำลังกุลีกุจอชงกาแฟให้ตัวเอง และทำเผื่ออรรถพลด้วย ส่วนของลูกสาวเป็นโจ๊กไปก่อน

               “ครับ วันนี้เราจะไปไหนกันดี” เที่ยวรอบนี้เขาลาพักร้อนเต็มที่ เพื่อใช้เวลากับอรพินและลูก ที่ตกลงกันไว้ตอนนั้นไม่ได้ทำตามสัญญา เพราะเกิดเรื่องขึ้นกับเขาเสียก่อน ตอนนี้เขาจึงอยากชดเชยให้มากที่สุด

               “รพินว่าไปหาคุณย่าพี่อรรถดีกว่าค่ะ ป่านนี้ท่านรอแย่แล้ว ไม่เห็นหลานชายโผล่หัวมาสักที” อรพินพูดแหย่พร้อมหัวเราะให้กับเขา ก่อนจะนำกาแฟมาเสิร์ฟให้ ที่จริงเธอชวนไปบ้านย่าก่อนจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ ทว่าอรรถพลอยากมาที่นี่ก่อน ขากลับค่อยแวะหาก็ได้

               “ได้ครับ “ เขาจิบกาแฟร้อน ๆ เข้ากับอากาศหนาว ๆ ยามเช้ามาก “ชมพู ตื่นได้แล้วค่ะ วันนี้เราจะไปไหว้คุณทวดกัน” อรรถพลปลุกลูกสาวให้ตื่น เด็กหญิงงัวเงียตื่นขึ้นมา ทว่ายังไม่ยอมออกจากผ้าห่ม

               “หนาวเหรอลูก มาอีกมั้ยหนาว ๆ แบบนี้” อรพินมองลูกสาวมุดตัวอยู่ในผ้าห่ม ที่เปลี่ยนจากหนุนแขน เหวี่ยงตัวมานอนหนุนต้นขาของพ่อแทน

               “มา “ เด็กหญิงตอบเสียงแหบเพราะพึ่งตื่นนอน เส้นผมเกะกะปิดหน้าปิดตาไปหมด “แม่ตาบูลอยู่ไหน”

              อรพินหัวเราะกับคำถามของลูกสาว ทั้งอรรถพลเองก็ยิ้มให้กับความหลงลืมของลูก คงจะคิดถึงคุณตามาก มาเที่ยวหลายวัน ก่อนมาเที่ยวที่นี่เธอแวะรับลูกที่บ้านสวน  “ตาอยู่บ้านค่ะ เราไม่ได้อยู่บ้านสวนนะเนี่ยชมพู เรามาเที่ยวลูก เที่ยวภาคเหนือ”

               “เหรอ”

              “ค่ะ ป่ะแม่ล้างหน้าแปรงฟันให้ ไปบ้านคุณทวดกับป่ะป๊ากัน”

              “บ้านคุณทวดอยู่ไหน แล้วคุณทวดเป็นใคร”

               “คุณทวดเป็นแม่ของคุณย่าค่ะ” อรพินสนทนากับลูกสาวในห้องน้ำ ซึ่งอยู่ในตัวบ้านพัก รวมกันกับห้องนอน อรรถพลนั่งมองและฟังสองแม่ลูกคุยกัน เขาสัญญาจะดูแลเธอและลูกให้ดีที่สุด ลมหายใจของเขาทั้งสองคน

                    

จบบริบูรณ์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งนิยาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่