เรารู้สึกเหนื่อยและท้อกับชีวิตเพราะปัญหาการเงินทางครอบครัว

ตอนนี้เราเครียดมากที่เราอายุแค่ 18 แล้วต้องมาเจอปัญหาขนาดนี้ 
ตอนนี้พ่อเราอายุจะ 50 แล้วไม่มีงานประจำทำ ใครจะใช้ไปรับจ้างทำอะไรก็ไป
เมื่อก่อนแม่รับจ้างเป็นแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ที่วัดใกล้บ้าน
เราพึ่งมารู้ปัญหาหนี้สินที่บ้านตอนแม่เราหนีออกจากบ้าน โดยอ้างว่าจะไปดูหลานที่เกิดใหม่ที่ศรีสะเกษแล้วเดี๋ยวจะกลับมา
แต่แม่ก็ไม่กลับมาเลย ติดต่อลำบากโทรไปไม่ค่อยรับ หลังจากนั้นเราจับต้นชนปลายได้ว่า
แม่แอบไปกู้หนี้ยืมสินเยอะมาก ค้างค่าแชร์ ไฟแนนซ์รถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน เป็นรถเวฟกับรถดรีม แล้วมาหนี้นอกระบบที่แม่เองเป็นคนยืมเองอีก
ภาระที่เราต้องรับคือจ่ายค่างวดรถไฟแนนซ์ตรงนี้ทุกๆเดือน
พ่อเราก็ดูเหมือนจะพึ่งไม่ได้ เพราะงานไม่ค่อยมีให้ทำพอมีงานก็ได้เงินน้อย 
ย่าเราก็ได้ค่าเบี้ยคนชรา
เราตอนนี้เป็นนักศึกษาเรียนรามภูมิภาค คือ อ่านหนังสือแล้วไปสอบ ตอนนี้เราอยู่ปี 1 วางแผนไว้ว่าปีนี้จะสอบใหม่อีกรอบ และเราไม่ได้อยู่ที่บ้านเพราะเราทนรับกับสภาพแวดล้อมที่บ้านไม่ได้ (เราเป็นซึมเศร้าที่แรงพอสมควรจากตามที่หมอบอก depressive episode)
หลับดึกอ่านหนังสือบ้างเล่นเกมบ้าง เช้ามาย่าก็จะบ่นเรื่องแม่ที่แม่หนี บ่นเรื่องพ่อที่ทำบ้านรก ไม่หาการหางาน แล้วจะชอบเล่าว่าแม่แย่อย่างงั้นอย่างงี้ พ่อก็แย่งั้นงี้ แล้วจะเอาเราไปเทียบกับคนอื่น แต่เราได้รับอะไรแบบนี้บ่อยๆเราไม่ไหว
พอเราเรียนจบ ม.6 แล้วเราสอบไม่ติดมหาลัยที่เราหวังเราติดอีกที่นึง เราเลยสละสิทธิ์แล้วจะรอซิ่ว เราเลยย้ายไปอยู่เชียงใหม่
ช่วงก่อนเราทำงานพาสไทม์ได้ 3เดือน(ทำนานไม่ได้เพราะเป็นสัญญา)
เราก็ไปทำงานอีกที่นึงแต่นี่ใหม่ เงินน้อยมากเป็นร้านขายแว่นตาแบบเปิดร้านเอง เดือนละ 8,000 ไม่มีค่าอะไรเพิ่มเติม
มีแค่บางวันในตอนเช้าต้องมาเช้ากว่าเวลาร้านก็ได้ค่าพิเศษไปนิดหน่อยมากสุดไม่เกิน 100 ทำงาน 8โมงถึง 5โมง ถึงเลิกงานกลับเลยยังไม่ได้ต้องรอเจ้าของร้านบอกว่ากลับถึงจะกลับได้ ไม่มีพักเที่ยงหาเวลาทานอาหารเอง กินเสร็จก็ทำงานต่อ  เรารู้สึกเหนื่อยมากๆ เราเลยตัดสินใจลาออก 
เพราะ เราเรียน นิติ แล้วเราเป็นคนที่อ่านหนังสือตอนกลางคืนจะเข้าหัวดีที่สุด อ่านแล้วจะเพลินไปย้นประมาณตี 3 แต่งานที่ใหม่มักจะทำเช้ามาก บางวัน ตี4 ต้องไปถึงร้าน บางวันตี 5 
ช่วงที่เราทำงานนี้เราจะไม่รับรู้ปัญหาที่ไฟแนนซ์ที่บ้าน เรามารู้เพราะไฟแนนซ์ทั้งสองที่โทรมาหาเราว่าติดต่อ แม่เราไม่ได้ แม่ขาดส่งค่างวดมา3เดือน เราเลยติดต่อที่บ้าน ก็เป็นเรื่องราวใหญ่โตไปซักพัก 
ตอนนี้พอลงตัวบ้าง พ่อกับย่า ต้องแบกรับภาระการจ่ายตรงนี้โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินที่แม่ยืมมา เรื่องไฟแนนซ์รถเอาเงินไปใช้ตรงไหนอะไรยังไงบ้าง 
แม่เรามีโทรศัพท์หลายเครื่องมาก ชอบซื้อของจุกจิกมาแอบๆซ่อนๆไว้ ซื้อรองเท้าที่เกินความจำเป็นมาเยอะมาก แม่คลั่งหวยมากซื้อหัวสลากที10+ เป็นชุดบ้างใบบ้าง
ยังไม่รวมที่พ่อกับแม่ตอนจะไม่หย่าได้ไปยืม กองทุนหมูบ้านที่โครงการรัฐต่างๆ
และตอนนี้เราก็ว่างงานและอยู่ในช่วงใกล้สอบของมหาลัย และที่บ้านพ่อกับย่าให้เราหาเงินให้กับที่บ้านเดือนละ 2,000
ค่าเทอมตั้งแต่อนุบาลมีคนส่งเสียเราคือญาติฝั่งทางพ่อ พ่อแม่ไม่เคยต้องได้ส่งเสียเราเลย เขาให้ค่าขนมเรากับพ่อแม่อีกเดือนละ3,000 ตั้งแต่เด็กๆเลย ที่เรารู้เพราะตั้งแต่เด็ก เราไปรับเงินจำนวนนั้นมาใฟ้ที่บ้านทุกเดือน
ค่าอยู่ค่ากินที่เชียงใหม่ เขาก็ให้เราเดือนละ 3,000 เหมือนที่ผ่านมา
เราไม่รู้ว่าตอนนี้เราจะรับมือกับปัญหานี้ยังไงดี ตอนนี้เราว่างงานกำลังหางานใหม่ 
ในตอนนี้เราแค่เหนื่อยและเครียด อาจเพราะช่วงใกล้สอบด้วย 
เราไม่รู้ปต่จะมาตั้งกระทู้นี้ทำไมด้วยซ้ำแต่ตอนนี้เรารับรู้ความรู้สึกตัวเองว่ามันทรมานและมันแย่มากขนาดไหน 
เราอยากได้กำลังใจ และแนวทางในการวางแผนใช้ชีวิตของเรา เราต้องการทางออกที่นอกจากการตายที่ผุดขึ้นมาแบบนี้ในหัวเรา
เราพยายามที่จำตายจนเราท้อ เราห่างหมอมาซักพักแล้ว เรากินยาแค่ช่วงไหนที่รู้สึกแย่หน่อยก็กิน เราท้อเราอยากได้ทางออก เพราะเงินพาสไทม์มันก็ไม่ได้มากเลย จะหาวัน 300 ยังยาก เป็นชั่วโมงก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่บ้าน เราอยากมีเวลาอ่านหนังสือ และเราก็อยากทำงานด้วย เพื่องานจ่ายค่ารถที่บ้าน
จนถึงตอนนี้เราขอบคุณที่มีครอ่านถึง คุณอาจจะสมเพช หรือเห็นใจอยากช่วยเรา เราขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ เราอยากได้ทางออกมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่