JJNY : ส่งออกเซ็งข้าวไทยจ่อแพ้พม่า-จีน/พท.เสนอแผน4ขั้นสู้ศก./ธนาธรเปิดตัว'ภรมน'ศึกอบจ.ราชบุรี/นักเรียนเลวยกระดับไล่ตู่

กระทู้ข่าว
ส่งออกเซ็ง ข้าวไทย จ่อแพ้พม่า-จีน ชี้รัฐเมินพัฒนาสายพันธุ์ ทำร่วง! 
https://www.khaosod.co.th/economics/news_5264767
 

 
ผู้ส่งออก เซ็งอนาคตข้าวไทยหลุดท็อปทรีใน 5 ปี แพ้เมียนมา-จีน เหตุมีพันธุ์ข้าวแข่งน้อย รัฐเมินลงทุนวิจัยพัฒนา
 
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าว กล่าวระหว่างโครงการลงพื้นที่สำรวจภาวะการผลิต การตลาดข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีเพาะปลูก 2563/64 ในวันที่ 5-7 พ.ย. 2563 ว่า สมาคมคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2564 มีแนวโน้มส่งออกข้าวสูงกว่าปี 2563 ซึ่งประเมินว่าการส่งออกจะอยู่ที่ 6 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายการส่งออกทั้งปี 6.5 ล้านตันซึ่งได้ปรับเป้าหมายทั้งปีจากเดิม 7 ล้านตัน โดยมีปัจจัยที่จะสนับสนุนให้การส่งออกปี 2564 ขยายตัวมาจากแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียวลดลงจากคู่แข่ง ซึ่งคาดว่าผู้นำเข้าข้าวจะหันมาซื้อข้าวไทยมากขึ้น
 
“แนวโน้มข้าวหอมมะลิไทยจะลดลงมาอยู่ที่กว่า 800 เหรียญสหรัฐจากเดิมกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาวจากกว่า 500 เหรียญสหรัฐ ลงมาอยู่ 495 เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนามราคาห่างอยู่ที่ 10 เหรียญสหรัฐนั้นเชื่อว่าโอกาสในการส่งออกข้าวน่าจะมีสูง พร้อมกับประเมินว่าผลผลิตข้าว 2563/64 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น 10% เทียบจากปีที่ผ่านมา โดยจะอยู่ที่เท่าไรยังประเมินไม่ได้ พร้อมกันนี้ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสต็อกข้าวที่อยู่ในมือผู้ประกอบการค้าข้าวเพื่อจะได้ประเมินทิศทางการส่งออกข้าว เนื่องจากพบว่ามีการสต็อกข้าวเพื่อทำตลาดในช่วงโควิด-19 แต่พบว่าตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วทำให้ระบายข้าวออกมาทำให้กระทบต่อราคาข้าวในตลาด”
 
แต่อย่างไรก็ดี ทางผู้ส่งออกยังคงกังวลอุตสาหกรรมข้าวไทยในอนาคตจะแข่งขันในตลาดข้าวลำบากมากขึ้น หากยังประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อใช้ในการแข่งขันตลาดข้าวในตลาด ซึ่งมีเพียง 3 ชนิดข้าวที่ทำตลาดเท่านั้น คือ ข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว
 
ขณะที่เวียดนามมีพันธุ์ข้าวออกมามากขึ้นโดยภาครัฐจัดสรรงบประมาณกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3,000 ล้านบาท เพื่อการวิจัยและพัฒนาโดยนำพันธุ์ข้าวที่ดีในตลาดมาพัฒนาเป็นพันธุ์ข้าวใหม่เพื่อทำตลาด เช่น ข้าวพันธุ์ ST24 ของเวียดนามที่ คว้ารางวัล World's Best Rice เป็นต้น ขณะที่ประเทศไทยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้กับการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเพียง 100 ล้านบาท/ปี และหากประเทศไทยยังทำตลาดแบบนี้ไม่มีการพัฒนาเชื่อว่าเชื่อว่าประเทศไทยจะกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับที่ 5 ของโลกภายใน 5 ปี
 
ทั้งนี้ สำหรับลำดับการส่งออกข้าวปัจจุบันอันดับ 1.คือ อินเดีย อันดับ2.เวียดนาม และอันดับ3. ไทย แต่ใน อนาคตไทยอาจตกเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 5 ของโลกโดยแพ้ให้กับเมียนมาและจีน ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้มากจากพันธุ์ของไทยที่แข่งขันในตลาดมีน้อย คุณภาพลดลงขณะที่คุณภาพของข้าวคู่แข่งดีขึ้น ปริมาณผลผลิตต่อไร่ยังน้อยต้นทุนการเพาะปลูกยังสูง และสิ่งที่ต้องการให้ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวไทยให้มีหลากหลายมากขึ้น เพื่อเข้ามาแข่งขันในตลาด
 

 
'เพื่อไทย' เสนอแผนบันได 4 ขั้นสู้ ศก. หาก 'ไบเดน' ชนะเลือกตั้งสหรัฐ ย้ำยุคนั้นจะโดน ปชต.-เสรีภาพบีบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2429459
 
‘เพื่อไทย’ เสนอแผนบันได 4 ขั้น หาก ‘ไบเดน’ ชนะเลือกตั้งสหรัฐ ย้ำ ยุคไบเดนจะใช้ ปชต.-สิทธิมนุษยชน-เสรีภาพ บีบ ซึ่งนี่คือจุดอ่อนของไทย
  
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค พท. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย และทีมเศรษฐกิจพรรค พท. แถลงถึงแนวทางด้านเศรษฐกิจไทย หากผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคือ โจ ไบเดน ว่า หากผู้ชนะคือไบเดน รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ มีทั้งโอกาส ทั้งอันตราย ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสนอแผนบันได 4 ขั้น เพื่อรับมือ ดังนี้ 
  
1. ต้องต่อสู้กับบาทแข็งขึ้น แม้ไบเดนจะใช้นโยบายภาษีที่ดุดัน แต่จะเพิ่มการลงทุนภาครัฐที่ดุดันกว่า ทำให้จะขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนตัว นั่นหมายถึงบาทแข็งขึ้น และมาตรการเงินที่ผ่อนคลายมาก ทั้งสองปัจจัยส่งผลทำให้บาทแข็งขึ้น ส่งผลเสียต่อส่งออกไทยอย่างหนัก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรขยับบทบาทเชิงรุกเรื่องนโยบายการเงิน ที่ผ่านมาไทยใช้มาตรการเงินแบบปกติ สู้กับแบบแหกคอกของมหาอำนาจ ผลคือบาทแข็งตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงโควิด ธปท.ต้องพิจารณาทำนโยบายการเงินที่ไม่ใช่แค่ด้านดอกเบี้ยอีกต่อไป เพราะขีดความสามารถทางนโยบายทางการเงินของเราแทบไม่เหลือ
  
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า 2. ต้องรีบชิงห่วงโซ่การผลิต โควิดทำให้ห่วงโซ่การผลิตโลกถูกจัดระเบียบใหม่ มีผู้แพ้ต้องหลุดไป และมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา การมาของไบเดนทำให้สงครามการค้าเปลี่ยนรูปแบบไป และผ่อนคลายลง ส่งออกพุ่งขึ้น โอกาสทองจะเป็นของอุตสาหกรรมไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมต่อสินค้าจีนไปยังสหรัฐ และที่ส่งไปสหรัฐโดยตรง รัฐบาลต้องชิงช่องว่างตรงนี้ เพราะผู้เล่นในตลาดนี้ล้มตายไปมากจากโควิด และจะฟื้นเร็วจากการมาของไบเดน นี่คือโอกาสที่รัฐบาลต้องไขว่คว้า แต่ถ้าไม่ทำก็ตกขบวน
 
นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า 3. ต้องรีบแย่งดึงฐานการผลิต นโยบายไบเดนเรื่องขึ้นภาษีนิติบุคคล และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ผลคือทุนและฐานการผลิตจะไหลจากสหรัฐสู่ประเทศเกิดใหม่ สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำคือเร่งเจาะเป้าหมาย เร่งดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ ได้รับผลกระทบด้านภาษีสูง ที่มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิต พึงระลึกว่าการดึงฐานการผลิตไม่สามารถรอให้เขามาหา หรือแม้แต่การใช้สิทธิพิเศษล่อใจก็ไม่พอ แต่ต้องทำงานเชิงรุกวิ่งเข้าหา เจาะเป้าหมาย และเร่งเจรจา 
  
และ 4. นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ การเอาชนะทางการค้าของสหรัฐจะเปลี่ยนรูปแบบไป จากการใช้ภาษีใช้สิทธิประโยชน์ บีบในยุคทรัมป์ จะเปลี่ยนเป็นการใช้เรื่อง ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ บีบในยุคไบเดน ซึ่งนี่คือจุดอ่อนที่สำคัญของไทย และจะกลายเป็นข้ออ้างใหญ่ที่ทำเศรษฐกิจไทยมีปัญหาในยุคไบเดน การแก้คือ เมื่อมีจุดอ่อน ก็ต้องลบจุดอ่อน นายกฯต้องลาออก ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่