เรากับสามีคบและแต่งงานกันมา 5 ปี ทุกอย่างเป็นไปตามคู่รักทั่วไป มีทะเลาะกันบ้างสุขบ้าง ช่วงเวลาแรกที่คบกันก่อนแต่งงาน 2 ปี เราเป็นฝ่ายที่จะยอมซะมากกว่า เราเป็นคนเงียบ โกรธเงียบ ไม่พอใจเงียบ ไม่พูดหยาบ แต่อาการจะออกทางสีหน้า ส่วนเขาเป็นคนที่ไม่ได้ดั่งใจจะแสดงอาการออกมากกว่า เราสองคนเหมือนขั้ว+ ขั้ว- หลังจากแต่งงานทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เราคนที่ไม่พูดไม่โวยวาย กลับกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ปากร้ายเหมือนมันเก็บกดมานานแล้วมันระเบิด ทะเลาะทุกอย่างเราพร้อมด่าโวยวาย บางทีเราก็ไม่ได้ชอบนิสัยนี้แต่เหมือนนิสัยเขาสะท้อนมาให้เราต้องแสดง มาปีที่5ปีนี้ที่ทุกอย่างมันเลวร้ายไปหมด เรามีเพื่อนสนิทที่บางคนออกแนวเจ้าชู้ คุยเยอะ เที่ยวเก่ง แล้วแฟนก็ไม่ชอบที่เราต้องอยู่ในเรื่องแบบนี แต่เราเคยบอกหลายครั้งแล้วว่ามันคนละคนกัน เราไม่ทำและไม่คิดจะทำ ตลอดเวลา5 ปีเราไม่เคยนอกใจ นอกกาย หรือ คุยกับผู้ชายคนไหนเลย แต่เขาก็ไม่เชื่อใจ ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นก่อนโควิท เขาต้องไปทำงานต่างประเทศเราคุยกันทุกวัน ทุกอย่างยังเป็นไปด้วยดีถามนู้นนี้นั้นทุกวัน หลังกลับจากต่างประเทศเขาต้องไปทำงานต่อต่างจังหวัดเพราะโควิท เราห่างกันเดือนกว่าเขาโทรทุกวัน เช็คทุกวันด้วยความที่เราไม่ชอบคุยโทรศัพท์นานๆ ไม่ชอบให้จิกให้ตามเขาต้องการแบบโทรปุ๊ปต้องรับ ถ่ายรูปส่ง วิดีโอคอลดู ว่าสิ่งที่ทำจริงไหม เราไม่ชอบอะไรแบบนี้มันเหมือนไม่เชื่อใจกัน ทำให้เราโวยวาย หงุดหงิด ทุกครั้งที่เราต้องวิดีโอคอล หรือถ่ายรูปส่งทุกอย่างเริ่มสะสมๆ จนเราเกิดความรำคาญ อึดอัด ทุกครั้งที่โดนระแวง อาการเราก็จะออกยิ่งทำให้เขาคิดว่าเรามีคนอื่น คุยกับคนอื่น ไปกับคนอื่น หลังจากที่ประเทศเปิดให้เดินทางข้ามจังหวัดได้ เขากลับมาอยู่กับเราเริ่มทำงานใหม่ เวลาพักเที่ยงเขาจะกลับมาทานข้าวที่บ้านอาการระแวงเขายิ่งหนักไปใหญ่ เวลามีงานนอกเขาจะแอบมาดูที่บ้าน ว่าเราทำอะไร อยู่กับใคร จอดรถไกลๆ เพื่อไม่ให้เรารู้แต่เราไม่มีอะไรและไม่ได้ทำอะไร ทุกๆเย็นเลิกงงานกับมาเขาจะเช็คที่นอน มีคราบไหม เช็ตชุดนอนที่ใส่ เช็คยันเสื้อผ้ากางเกงชันใน ทำไมเที่ยงชุดนี้เย็นเปลี่ยนทำไม มันจะมีคำถามทุกวันทุกๆคืนเราจะต้องทะเลาะกัน ด้วยเรื่องความระแวง จนเราเครียดจนจะบ้าเพราะโวยวาย ด่าทอ หรือพูดดีๆเขาก็ไม่เชื่อ วันไหนที่คุยดีๆเหมือนจะเข้าใจอีกวันก็จะรุนแรง ถึงขั้นให้ไปสาบานจุดธูปเราก็ไป เพราะเราไม่ทำเราไม่กลัวพาไปหาร่างทรงที่เคราพ ท่านก็พูดเหมือนทุกคนว่าคิดไปเองเราไม่มีอะไร เหมือนเขาจะเชื่อปรับความเข้าใจคุยกันใหม่ สุดท้ายก็เหมือนเดิมวันที่ทุกอย่างมันพังและจบ เขากลับมาและเช็คที่นอน ใต้ที่นอนมันมีคราบสีขาวซึ่งเราไม่รู้ว่าคราบอะไร เขาพูดกับเราว่า "ทำไมไม่หยุด" เมื่อไรจะหยุดทำ เราไม่รู้มันคืออะไร เราก็โวยวายและบอกให้เขาไปซะเพราะต่อให้ใครหน้าไหนมาพูดก็ไม่มีวันเชื่อใจกัน เขาทนไม่ไหวแล้วลุกขึ้นมาตบหน้าเรา นาทีนั้นเราสติหลุดฃ็อคมากเพราะในชีวิตเราไม่เคยโดนผู้ฃายทำร้าย แค่ทำร้ายจิตใจเราก็ว่าแย่มากแล้วเราไม่ชอบเรื่องแบบนี้ เขาตบเราซ้ำอีก2-3ครั้งและถามว่าเราทำๆไม เรามีสติก็ลุกขึ้นสู้ และไล่เขาออกไปจากบ้าน ตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้เดือนกว่าๆ เราเลิกกันด้วยเรื่อง การยัดเหยียด กล่าวหา ใส่ร้ายว่าเรามีชู้ และเขาไปป่าวประกาศบอกทุกคน ว่าเรามีชู้มันแย่เราทำผิดอะไรคำถามในหัวมันมีมากมาย ว่าชีวิตคู่เราต้องจบแบบนี้ใช่ไหม? ไม่มีการอ้อนวอนใดๆ เขาแค่ขอโทษที่ตบเราแต่ใจเขาเชื่อสนิทใจว่าเรานอกกาย วันนี้เรายังคงมีความคิดถึงจางๆ เขาเป็นผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่ ขี้อ้อน มุมแย่ๆเราขอเก็บไว้ในใจ เราไม่อธิบายอะไรทั้งนั้นเวลาจะพิสูจน์เองว่าเราไม่เคยทำอะไรแบบนั้น แต่หากวันนั้นเธอคิดได้หรือมีสติ มันอาจจะสายไปแล้วเพราะโอกาสเราให้เธอมามากพอ การทำร้ายร่างกายเราไม่สามารถรับมันได้
ขอบคุณเวลา5ปี ที่ทำให้เรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ วันนี้เราเข้มแข็งและอยู่ได้แล้ว ปล่อยให้เธอเชื่อในสิ่งที่ใจต้องการ โชคดีความรัก
เมื่อฉันถูกทำร้าย จากคนที่บอกว่ารักฉัน