
ไทยติดโควิดอีก7คนมาจากตปท.สะสม3,804
🔴ศบค. เผย ไทยติดโควิด-19 อีก 7 คน ยอดสะสม 3,804 หายแล้ว 3,612 รักษาอยู่ 133
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยตัวเลขประจำวันที่ 4 พ.ย. 63 ว่า สถานการณ์ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่อันดับที่ 147 ของโลก พบผู้ป่วยใหม่ 7 ราย ยืนยันผู้ป่วยสะสม 3,804 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 3,612 คน รักษาอยู่ 133 คน และเสียชีวิตรวม 59 คน
✔โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากประเทศรัสเซีย 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติรัสเซีย อายุ 48 ปี อาชีพนายหน้าซื้อขายบริษัท เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศคูเวต 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติคูเวต อายุ 44 ปี เข้าพัก Alternative Hospital Quarantineที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศจอร์แดน 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 21 ปี อาชีพนักศึกษา เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศอิตาลี 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติอิตาเลียน อายุ 56 ปี อาชีพนักธุรกิจ เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศมัลดีฟส์ 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิง สัญชาติมัลดีฟส์ อายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 27 ปี อาชีพรับจ้าง เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี
✔และเดินทางมาจากประเทศสวีเดน 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 39 ปี อาชีพแม่บ้าน เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
🔴ด้านสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ป่วยติดเชื้อรวม 47,844,811 คน อาการรุนแรง 88,126 คน รักษาหายแล้ว 34,352,711 คน และเสียชีวิตรวม 1,220,224 คน
https://www.innnews.co.th/social/news_812117/
🔴รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี ติดโควิด ขณะเยือนไทย
4 พ.ย.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาธารณสุข แถลงว่า รัฐมนตรีจากประเทศโซนยุโรป ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ขณะเดินทางเข้ามาเข้ามาประเทศไทย โดยเป็นแขกรัฐบาล ขณะนี้ รับยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว เตรียมบินกลับประเทศบ่ายนี้ด้วยเครื่องบินส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า รัฐมนตรีดังกล่าว คือ นายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี พบว่า มีอาการไข้ จึงถูกนำตัวส่งร.พ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และผลตรวจครั้งแรกพบติดเชื้อโควิด-19
ทั้งนี้นายเปเตอร์ เดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่3-4พฤศจิกายน ในฐานะ “แขกรัฐบาล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับฮังการี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี มีกำหนดการการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ แต่หลังจากพบว่าติดเชื้อ จึงได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมด และเตรียมบินกลับประเทศบ่ายนี้ด้วยเครื่องบินส่วนตัว
https://www.komchadluek.net/news/regional/448009
🔴“รมต.ฮังการี” แขกวีไอพีรัฐบาลติดโควิด-19 ส่งกลับทันที
🔴“อนุทิน” เผย “รมต.ฮังการี” แขกวีไอพีรัฐบาล ติดโควิด-19 สั่งยกเลิกทุกหมายงาน พร้อมส่งตัวกลับประเทศทันที
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำคณะผู้บริหาร สธ. ประกอบด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงที่สถาบันบำราศนราดูร ภายหลังเข้าเยี่ยมแขกของรัฐบาลที่เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน และตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตนมาเยี่ยมในวันนี้เป็นคณะรัฐมนตรีจากประเทศแถบยุโรป โดยการเดินทางมาครั้งนี้ ท่านได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาลไทยทุกอย่าง โดยท่านเดินทางมาพร้อมคณะ รวม 13 ราย ผ่านการคัดกรองและช่วงเวลา 21.00 น. ทีมแพทย์ทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR พบว่า รัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าคณะ ให้ผลเป็นบวก ส่วนคณะที่เหลือให้ผลเป็นลบ
“ผมมาเยี่ยมท่านในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย ซึ่งเราตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ผลตรวจบวกตรงกัน จึงได้เชิญท่านมาเข้ารักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) ในห้องแยกโรคความดันลบของสถาบันบำราศนราดูร แต่ท่านไม่มีอาการอะไร ร่างกายแข็งแรงมาก โดยเมื่อเป็นเช่นนี้กำหนดการต่างๆในไทย ก็ต้องถูกยกเลิกไป และท่านร้องขอว่าขอให้เครื่องบินพิเศษจากรัฐบาลของประเทศต้นทางมารับท่านและคณะกลับในวันนี้”
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในการเดินทางกลับนั้น ทางแพทย์ของประเทศ ไทยจะมีระบบการป้องกันอย่างรัดกุม เพื่อส่งผู้ป่วยอย่างปลอดภัย โดยจะแบ่งเป็นเครื่องบินพิเศษ 2 ลำ ลำแรกจะขนส่งเฉพาะผู้ติดเชื้อที่เป็นรัฐมนตรีและอีกลำจะขนส่งคณะติดตามอีก 12 ราย และทางสถาบันบำราศฯ ได้จัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ 1 โดส สำหรับนำกลับไปรักษาที่ประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่าระบบสาธารณสุขของไทย มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจคัดกรอง เพื่อยืนยันกับคนไทยให้ประเทศได้ว่า เราไม่มีวันปล่อยให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ออกไปนอกการควบคุมของเรา
ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นรัฐมนตรีระดับสูง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 18.30 น. เดินทางถึงประเทศไทย ต่อมาในเวลา 21.00 น. ทีมแพทย์ทำการตรวจหาเชื้อผู้เดินทางทั้งคณะ และ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังจากเวลา 00.00 น. ผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ให้ผลออกมาว่า พบ 1 ราย มีผลบวก อีก 12 รายให้ผลลบ ต่อมาเวลา 05.00 น. ทีมแพทย์ได้นำตัวผู้ติดเชื้อมายังสถาบันบำราศฯ
“ในผู้ติดเชื้อรายนี้ทางทีมแพทย์ได้ตรวจหาเชื้อซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เกิดพบเชื้อในรัฐมนตรีระดับสูง และตามกำหนดคือ ก็จะต้องอยู่รักษาในประเทศไทย แต่เมื่อมีการร้องขอในการบินกลับประเทศ ทีมแพทย์พิจารณาแล้วว่าร่างกายแข็งแรงดีมาก จึงอนุญาตให้เดินทางได้ แต่จะต้องมีระบบป้องกันอย่างเข้มงวด และเคสนี้นับเป็น 1 ในผู้เดินทางเข้าประเทศไทยและตรวจพบเชื้อจากระบบคัดกรองโรคของไทย” นพ.โอภาสกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทำเนียบรัฐบาลได้เผยแพร่กำหนดการประจำวันที่ 4 พ.ย. 2563 ว่า ในเวลา 11.30 น. นายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีการยกเลิกในเวลาต่อมา
https://www.banmuang.co.th/news/politic/211506
🔴'บิ๊กตู่'ขออย่าตื่นตระหนก หลังรมต.ฮังการี ติดโควิด พร้อมดูแลอย่างดีก่อนส่งกลับประเทศ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้างแห่งชาติ (นบข.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการค้าฮังการี ที่มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศระหว่างวันที่ 3-4 พ.ย. ซึ่งได้มีการยกเลิกกำหนดการทั้งหมดแล้ว
โดยมีรายงานข่าวว่า นายเปเตอร์ ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ระหว่างอยู่ในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนด (ASQ) โดยมีผลออกมาเป็นบวก ว่า เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้เขาดูแลรักษาจนปลอดภัย แล้วเดินทางกลับประเทศ ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก
https://www.naewna.com/politic/529636
🔴กรมอนามัย ย้ำ 10 แหล่งเสี่ยงโควิด การ์ดอย่าตก
กรมอนามัย ย้ำ 10 แหล่งเสี่ยงโควิด การ์ดอย่าตก รวมทั้งประชาชนที่เข้าไปใช้บริการต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่กระจายโรคโควิด 19 ป้องกันการระบาดระลอก 2
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาส่งผลให้สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ประชาชนยังคงต้องป้องกันตนเองและสร้างสุขอนามัยที่ดีอยู่เสมอ รวมถึง 10 ประเภทสถานประกอบกิจการ ได้แก่....✔
1) ภัตตาคาร ร้านอาหาร
2) โรงแรมและที่พัก
3) สถานที่จัดประชุมนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว
4) ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า
5) กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว
6) ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ
7) ยานพาหนะ
8) สุขภาพและความงาม
9) การจัดกิจกรรม จัดประชุม โรงละคร โรงมหรสพ และ
10) บริษัท นำเที่ยว ที่ยังคงต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ระลอก 2 อย่างเคร่งครัด ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ
ตั้งแต่ให้มีระบบการคัดกรองก่อนเข้ามาใช้บริการ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นสำหรับพนักงาน รวมทั้งจัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือไว้บริการบริเวณต่าง ๆ อย่างเพียงพอ เช่น บริเวณทางเข้าออก หน้าลิฟต์ จุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงิน และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร บริเวณทางเข้าออก บันไดเลื่อน ภายในลิฟต์ เพื่อลดความแออัด
ทั้งนี้ จากการสำรวจอนามัยโพลออนไลน์ระหว่างวันที่ 23 – 27 ตุลาคม 2563 เรื่องการสวมหน้ากากพบว่า สถานที่ที่ประชาชนสวมหน้ากากมากที่สุดคือ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้อยละ 92 รองลงมาคือ สถานที่แออัด เช่น การจัดประชุม อบรม สัมมนา ตลาดนัด หรือการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ร้อยละ 90โรงพยาบาล ฟิตเนส ร้อยละ 83 สถานที่ทำงาน ร้อยละ 78 สถานศึกษาร้อยละ 62.44 โรงแรม รีสอร์ท ร้อยละ 60 และที่น่ากังวลคือ สถานบันเทิงและยานพาหนะ มีการสวมเพียงร้อยละ 49
ดังนั้น ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการเองต้องป้องกัน การแพร่กระจายโรคโควิด 19 โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” (www.ไทยชนะ.com) ก่อนเข้ารับบริการในสถานที่ต่างๆ เพื่อบันทึกข้อมูลการเข้า - ออกในการช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด 19 ที่สำคัญทุกครั้งที่ออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และหมั่น ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำของโรคขึ้นได้
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/906050
ไทยยังปลอดภัยจากโควิดอยู่ค่ะ
ต้องปรบมือให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจคัดกรองโควิด ที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนและทั่วโลกที่ได้รับทราบข่าว
ทุกคนอย่าการ์ดตกนะคะ....
🔴มาลาริน/4พ.ย.ไทยพบโควิด7ราย จากตปท./รมต.ฮังการี ติดโควิดขณะเยือนไทย ยกเลิกภารกิจบินกลับประเทศ/กรมอนามัยย้ำแหล่งโควิด
🔴ศบค. เผย ไทยติดโควิด-19 อีก 7 คน ยอดสะสม 3,804 หายแล้ว 3,612 รักษาอยู่ 133
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยตัวเลขประจำวันที่ 4 พ.ย. 63 ว่า สถานการณ์ ปัจจุบันประเทศไทยอยู่อันดับที่ 147 ของโลก พบผู้ป่วยใหม่ 7 ราย ยืนยันผู้ป่วยสะสม 3,804 คน รักษาหายกลับบ้านแล้ว 3,612 คน รักษาอยู่ 133 คน และเสียชีวิตรวม 59 คน
✔โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากประเทศรัสเซีย 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติรัสเซีย อายุ 48 ปี อาชีพนายหน้าซื้อขายบริษัท เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศคูเวต 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติคูเวต อายุ 44 ปี เข้าพัก Alternative Hospital Quarantineที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศจอร์แดน 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 21 ปี อาชีพนักศึกษา เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศอิตาลี 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายสัญชาติอิตาเลียน อายุ 56 ปี อาชีพนักธุรกิจ เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศมัลดีฟส์ 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิง สัญชาติมัลดีฟส์ อายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
✔เดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส 1 ราย เป็นผู้ป่วยชายไทย อายุ 27 ปี อาชีพรับจ้าง เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี
✔และเดินทางมาจากประเทศสวีเดน 1 ราย เป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 39 ปี อาชีพแม่บ้าน เข้าพัก Alternative State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร
🔴ด้านสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ป่วยติดเชื้อรวม 47,844,811 คน อาการรุนแรง 88,126 คน รักษาหายแล้ว 34,352,711 คน และเสียชีวิตรวม 1,220,224 คน
https://www.innnews.co.th/social/news_812117/
🔴รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี ติดโควิด ขณะเยือนไทย
4 พ.ย.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาธารณสุข แถลงว่า รัฐมนตรีจากประเทศโซนยุโรป ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด ขณะเดินทางเข้ามาเข้ามาประเทศไทย โดยเป็นแขกรัฐบาล ขณะนี้ รับยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว เตรียมบินกลับประเทศบ่ายนี้ด้วยเครื่องบินส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า รัฐมนตรีดังกล่าว คือ นายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี พบว่า มีอาการไข้ จึงถูกนำตัวส่งร.พ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และผลตรวจครั้งแรกพบติดเชื้อโควิด-19
ทั้งนี้นายเปเตอร์ เดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่3-4พฤศจิกายน ในฐานะ “แขกรัฐบาล” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับฮังการี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน
โดยรัฐมนตรีต่างประเทศฮังการี มีกำหนดการการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล และหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศ ในวันนี้ แต่หลังจากพบว่าติดเชื้อ จึงได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมด และเตรียมบินกลับประเทศบ่ายนี้ด้วยเครื่องบินส่วนตัว
https://www.komchadluek.net/news/regional/448009
🔴“รมต.ฮังการี” แขกวีไอพีรัฐบาลติดโควิด-19 ส่งกลับทันที
🔴“อนุทิน” เผย “รมต.ฮังการี” แขกวีไอพีรัฐบาล ติดโควิด-19 สั่งยกเลิกทุกหมายงาน พร้อมส่งตัวกลับประเทศทันที
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.63 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำคณะผู้บริหาร สธ. ประกอบด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงที่สถาบันบำราศนราดูร ภายหลังเข้าเยี่ยมแขกของรัฐบาลที่เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน และตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ตนมาเยี่ยมในวันนี้เป็นคณะรัฐมนตรีจากประเทศแถบยุโรป โดยการเดินทางมาครั้งนี้ ท่านได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาลไทยทุกอย่าง โดยท่านเดินทางมาพร้อมคณะ รวม 13 ราย ผ่านการคัดกรองและช่วงเวลา 21.00 น. ทีมแพทย์ทำการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR พบว่า รัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าคณะ ให้ผลเป็นบวก ส่วนคณะที่เหลือให้ผลเป็นลบ
“ผมมาเยี่ยมท่านในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทย ซึ่งเราตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ผลตรวจบวกตรงกัน จึงได้เชิญท่านมาเข้ารักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) ในห้องแยกโรคความดันลบของสถาบันบำราศนราดูร แต่ท่านไม่มีอาการอะไร ร่างกายแข็งแรงมาก โดยเมื่อเป็นเช่นนี้กำหนดการต่างๆในไทย ก็ต้องถูกยกเลิกไป และท่านร้องขอว่าขอให้เครื่องบินพิเศษจากรัฐบาลของประเทศต้นทางมารับท่านและคณะกลับในวันนี้”
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในการเดินทางกลับนั้น ทางแพทย์ของประเทศ ไทยจะมีระบบการป้องกันอย่างรัดกุม เพื่อส่งผู้ป่วยอย่างปลอดภัย โดยจะแบ่งเป็นเครื่องบินพิเศษ 2 ลำ ลำแรกจะขนส่งเฉพาะผู้ติดเชื้อที่เป็นรัฐมนตรีและอีกลำจะขนส่งคณะติดตามอีก 12 ราย และทางสถาบันบำราศฯ ได้จัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ 1 โดส สำหรับนำกลับไปรักษาที่ประเทศต้นทาง ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่าระบบสาธารณสุขของไทย มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจคัดกรอง เพื่อยืนยันกับคนไทยให้ประเทศได้ว่า เราไม่มีวันปล่อยให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ออกไปนอกการควบคุมของเรา
ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นรัฐมนตรีระดับสูง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 18.30 น. เดินทางถึงประเทศไทย ต่อมาในเวลา 21.00 น. ทีมแพทย์ทำการตรวจหาเชื้อผู้เดินทางทั้งคณะ และ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังจากเวลา 00.00 น. ผลการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ให้ผลออกมาว่า พบ 1 ราย มีผลบวก อีก 12 รายให้ผลลบ ต่อมาเวลา 05.00 น. ทีมแพทย์ได้นำตัวผู้ติดเชื้อมายังสถาบันบำราศฯ
“ในผู้ติดเชื้อรายนี้ทางทีมแพทย์ได้ตรวจหาเชื้อซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เกิดพบเชื้อในรัฐมนตรีระดับสูง และตามกำหนดคือ ก็จะต้องอยู่รักษาในประเทศไทย แต่เมื่อมีการร้องขอในการบินกลับประเทศ ทีมแพทย์พิจารณาแล้วว่าร่างกายแข็งแรงดีมาก จึงอนุญาตให้เดินทางได้ แต่จะต้องมีระบบป้องกันอย่างเข้มงวด และเคสนี้นับเป็น 1 ในผู้เดินทางเข้าประเทศไทยและตรวจพบเชื้อจากระบบคัดกรองโรคของไทย” นพ.โอภาสกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทำเนียบรัฐบาลได้เผยแพร่กำหนดการประจำวันที่ 4 พ.ย. 2563 ว่า ในเวลา 11.30 น. นายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าฮังการี เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่จะมีการยกเลิกในเวลาต่อมา
https://www.banmuang.co.th/news/politic/211506
🔴'บิ๊กตู่'ขออย่าตื่นตระหนก หลังรมต.ฮังการี ติดโควิด พร้อมดูแลอย่างดีก่อนส่งกลับประเทศ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 เวลา เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้างแห่งชาติ (นบข.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายเปเตอร์ ซิยาร์โท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการค้าฮังการี ที่มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศระหว่างวันที่ 3-4 พ.ย. ซึ่งได้มีการยกเลิกกำหนดการทั้งหมดแล้ว
โดยมีรายงานข่าวว่า นายเปเตอร์ ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ระหว่างอยู่ในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนด (ASQ) โดยมีผลออกมาเป็นบวก ว่า เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้เขาดูแลรักษาจนปลอดภัย แล้วเดินทางกลับประเทศ ขอทุกคนอย่าตื่นตระหนก
https://www.naewna.com/politic/529636
🔴กรมอนามัย ย้ำ 10 แหล่งเสี่ยงโควิด การ์ดอย่าตก
กรมอนามัย ย้ำ 10 แหล่งเสี่ยงโควิด การ์ดอย่าตก รวมทั้งประชาชนที่เข้าไปใช้บริการต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่กระจายโรคโควิด 19 ป้องกันการระบาดระลอก 2
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาส่งผลให้สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ประชาชนยังคงต้องป้องกันตนเองและสร้างสุขอนามัยที่ดีอยู่เสมอ รวมถึง 10 ประเภทสถานประกอบกิจการ ได้แก่....✔
1) ภัตตาคาร ร้านอาหาร
2) โรงแรมและที่พัก
3) สถานที่จัดประชุมนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว
4) ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า
5) กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว
6) ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ
7) ยานพาหนะ
8) สุขภาพและความงาม
9) การจัดกิจกรรม จัดประชุม โรงละคร โรงมหรสพ และ
10) บริษัท นำเที่ยว ที่ยังคงต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ระลอก 2 อย่างเคร่งครัด ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ
ตั้งแต่ให้มีระบบการคัดกรองก่อนเข้ามาใช้บริการ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นสำหรับพนักงาน รวมทั้งจัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาดมือไว้บริการบริเวณต่าง ๆ อย่างเพียงพอ เช่น บริเวณทางเข้าออก หน้าลิฟต์ จุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงิน และเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1-2 เมตร บริเวณทางเข้าออก บันไดเลื่อน ภายในลิฟต์ เพื่อลดความแออัด
ทั้งนี้ จากการสำรวจอนามัยโพลออนไลน์ระหว่างวันที่ 23 – 27 ตุลาคม 2563 เรื่องการสวมหน้ากากพบว่า สถานที่ที่ประชาชนสวมหน้ากากมากที่สุดคือ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้อยละ 92 รองลงมาคือ สถานที่แออัด เช่น การจัดประชุม อบรม สัมมนา ตลาดนัด หรือการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ร้อยละ 90โรงพยาบาล ฟิตเนส ร้อยละ 83 สถานที่ทำงาน ร้อยละ 78 สถานศึกษาร้อยละ 62.44 โรงแรม รีสอร์ท ร้อยละ 60 และที่น่ากังวลคือ สถานบันเทิงและยานพาหนะ มีการสวมเพียงร้อยละ 49
ดังนั้น ไม่เพียงแต่ผู้ประกอบการที่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการเองต้องป้องกัน การแพร่กระจายโรคโควิด 19 โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” (www.ไทยชนะ.com) ก่อนเข้ารับบริการในสถานที่ต่างๆ เพื่อบันทึกข้อมูลการเข้า - ออกในการช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด 19 ที่สำคัญทุกครั้งที่ออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และหมั่น ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำของโรคขึ้นได้
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/906050
ไทยยังปลอดภัยจากโควิดอยู่ค่ะ
ต้องปรบมือให้เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจคัดกรองโควิด ที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ให้ความเชื่อมั่นต่อประชาชนและทั่วโลกที่ได้รับทราบข่าว
ทุกคนอย่าการ์ดตกนะคะ....