เยอรมันนี ประเทศที่ไม่เคยไฝ่ฝันอยากจะไป เรื่องฟินๆจากคนไทยในเยอรมัน | ออแพร์เยอรมัน | ฉันเป็นอแพร์ยุคโควิด

เยอรมันนี ประเทศที่ไม่เคยไฝ่ฝันอยากจะไป เรื่องฟินๆจากคนไทยในเยอรมัน | ออแพร์เยอรมัน | ฉันเป็นอแพร์ยุคโควิด
สวัสดีค่ะ ตัวเราชื่อนินจา ปัจจุบันอายุ 23 ปี ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมันนี สิ่งที่เราจะเล่าต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เราได้รับจากการย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ ขออนุญาตอธิบายก่อนเลยนะคะ เนื้อหาต่อไปนี่ไม่มีเจตนาเปรียบเทียบให้เกิดความเสียหายหรือตั้งตัวเป็นผู้รู้แต่อย่างใดเป็นเพียงประสบการณ์และสิ่งที่ตัวเรารู้สึกได้เท่านั้น มันย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะมีความหลากหลายในสังคมซิ่งก็ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ ต้นเหตุของการย้ายมาเยอรมัน นิสัยผู้คนและหนุ่มๆเยอเป็นยังไง ฮ่าๆ เราว่าทุกคนน่าจะชอบอันสุดท้ายนี้นะคะ เพราะตัวเราก็ชอบเหมือนกัน 
เพี้ยนลาเวนเดอร์
ตั้งแต่เด็กเราโตมากับวัฒนธรรมอเมริกันที่แพร่หลายไปทุกที่ เราสังเกตได้จากหลายๆสิ่งที่เราเคยเห็นตอนเด็กๆตอนนี้มันเปลื่ยนไปแล้ว เช่น การกินอาหาร เบอร์เกอร์ จากที่ในละครไม่เคยมีจูบแบบดูดดื่ม ตอนนี้ก็มีเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หนัง เพลง วัฒนธรรม มันเข้ามาปลูกฝังทำให้เรามีความฝัน เราจะรู้สึกโอ้มันคูลจังเลยนะ ได้ไปอเมริกา อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ การที่คนมีนิสัยมั่นใจเหมือนฝรั่งเป็นอะไรที่เท่ไปเลย หรือในช่วงหลังๆนี้ที่วัฒนธรรมความเป็นบริดิช ความเป็นผู้ดีอังกฤษและสำเนียงที่มีเอกลักษณ์ ก็ทำให้เราอยากจะไปอังกฤษ อยากไปเดินสวยๆที่ลอนดอน เป็นไหมคะทุกท่าน เราก็เพิ่งผ่านวัยรุ่นมาไม่นานก็ยังเด็กอยู่อ่ะเนาะ จะเพ้อบ้างอะไรบ้างไม่ว่ากันนะคะ เราก็มีความคิดนั้นในใจมาเสมอจนวันที่เราได้มาอยู่ต่างประเทศจริงๆแต่ว่า .....เราอยู่เยอรมันนี

ประเทศเยอรมันนีไม่เคยอยู่ในความคิดในการมาอาศัยอยู่ที่นี่เลยค่ะ ไม่คิดจะเรียนภาษานี้ด้วยซ้ำ เพราะไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก และไม่รู้ว่าประเทศเนี้ยมันมีอะไรดี ถ้านึกถึงยุโรปก็ต้องฝรั่งเศสสิ ปารีส หอไอเฟล ใช่ไหมคะ ตัวเราเองตอนอยู่มัธยมก็เรียนภาษาฝรั่งเศสมาด้วยแอบอินเป็นพิเศษ เวลาบอกคนอื่นว่าเรียนฝรั่งเศสก็จะรู้สึกไปเองว่าคูล คนก็จะมีปฏิกิริยาที่ทึ่งกลับมา แบบว่า โหยยย ฝรั่งเศสหรออ เก่งจัง คลาสซี่มากๆ ฮ่าๆ แต่พอบอกเราเรียนเยอรมัน คนจะ อ๋อ...เห็นว่ายากนี่ แล้วก็เงียบเสียงไป ฮ่าๆๆๆ แล้วเราได้มาเรียนเยอรมันได้ยังไงนะ

ตอนเข้ามหาลัยก็ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนฝรั่งเศสต่อค่ะเพราะเราเคยเรียนมาแล้วมัธยมต้น กราบขออภัยคุณครูด้วยนะคะ เดี๋ยวได้เยอรมันคล่องๆจะกลับมาเรียนฝรั่งเศสค่ะ เพราะคณะสาขาที่เรียนต้องมีการเลือกวิชาโท ก็ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนวิชาโทฝรั่งเศสแต่ทว่าตอนถึงเวลาที่เราจะต้องเลือกวิชาโทเอาจริงๆ ตัววิชานี้ในมหาวิทยากลับไม่เปิดไปเฉยๆ ถึงกับมีเพื่อนบางคนร่วมตัวกันเพื่อให้เปิดวิชานี้แต่ก็ไม่สำเร็จ เอาหละสิ แผนล้มไปเฉยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนชอบภาษาก็ตั้งใจว่าจะเรียนโทภาษานี่แหละแต่เอาภาษาอื่นก็ได้ ในมหาลัยก็มีหลายภาษาให้เลือกนะคะแต่ตอนนั้นที่คิดไว้ก็ยังอยากเรียนภาษายุโรปแต่ก็จะลองลงเรียนวิชาอื่นไปด้วยเผื่อว่าไม่สามารถลงเรียนภาษายุโรปได้ ตอนนั้นก็มีแค่เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น ที่อยากจะลงค่ะ ถ้าใครอยู่ในวัยเรียนมหาลัยจะทราบว่าการลงเรียนวิชาเนี่ย มันเหมือนต้องเข้าสนามรบ แต่อาวุธที่ดีที่สุดก็คือสัญญาณเน็ตอันดีเลิศ ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นตัวเราอยู่ ตจว กับครอบครัวก็พอจะรู้ชะตากรรมตัวเองอยู่แหละค่ะว่าเราแพ้ชัวร์ๆ พอกลับมากรุงเทพก็พยายามไปขอเข้าเรียนเอกภาษาต่างๆ แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ จีนก็ต้องจ่ายเงินเรียนเพิ่ม เพราะเป็นสาขาที่ฮิตมากๆๆๆๆ บวกกับอยากเรียนภาษายุโรปมากกว่า และเยอรมันคนแข่งขันน้อยกว่า เลยตั้งเป้าไปที่เยอรมัน ระหว่างรออาจารย์มาสอนก็คอยลงทะเบียนเรียนในระบบไปเรื่อยๆเป็นระยะๆ เผื่อจะมีใครถอนเราจะได้เข้าเรียนได้ ดันฟลุ๊ค ลงทะเบียนได้สำเร็จกลายเป็นว่าคนที่เขามารอคอยเพื่อจะขอเรียนก่อนเราก็ไม่ได้เรียนเพราะเขาไม่ได้ลงทะเบียน เหมือนเป็นดวงจริงๆ พรมลิขิตบรรดาลชักพา ให้เราต้องมาตรากตรำกับ เพศสามเพศ Der Die Das 
ก่อนที่เราจะลงเรียนเยอรมันเราได้ทำการปรึกษาน้าสาวของเราว่าเราควรเลือกเรียนภาษาไหนดี น้าสนับสนุนให้เรียนเยอรมัน เพราะน้าบอกว่าเศรษฐกิจเค้าแข็งแรง แต่เราไม่เคยเข้าใจหรอกเพราะไม่ค่อยได้สนใจเศรษฐกิจตามประสาเด็ก การเรียนโทเยอรมันทำให้เรารู้จักประเทศเยอรมันมากขึ้น จนการย้ายมาอยู่ที่นี่ในยุคโควิดระบาด ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าชีวิตที่นี่มันดีขนาดไหน มาตรการการเยียวยาและดูแลประชาชนของเค้าดีมากจนเรารู้สึกว่า อยากฝากชีวิตไว้ที่นี่เลยทีเดียว ขนาดว่าสถาการณ์โลกมันแย่จนธุรกิจล้มระนาวทั่วโลก แต่เยอรมันนี ประคับประคองกันได้ดีมาก และผู้คนก็พร้อมใจร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้ผ่านช่วงเวลาอันสาหัสนี้ไป
เพี้ยนสะอื้น
ที่ตั้งของประเทศ 
เนื่องจากเยอรมันค่อนข้างจะอยู่ตรงกลาง เรียกได้ว่าทำเลดีในการท่องเที่ยวมากๆ แค่เที่ยวประเทศเพื่อนบ้านก็ฟินแล้วค่ะ เราก็ไปเที่ยวมาเยอะเช่นกัน รบกวนไปดูรูปอีกกระทู้นึงนะคะ ฉันเป็นออแพร์ยุคโควิด | ออแพร์เยอรมัน ยิ่งถ้าใครได้ภาษาเยอรมันนะ ไปเที่ยว สวิส ออสเตรีย หรือเบลเยี่ยมก็ยังได้ เพราะพูดเยอรมันเหมือนกันและเราก็ข้ามไปสวิสมาแล้ว แต่สำเนียงอาจจะไม่เหมือนกัน มันก็ทำนองบริดิช อเมริกัน ออสเตรเลียแหละเพื่อนๆ รู้เรื่องนะแต่อาจจะฟังยากนิดนึง ข้อเสียคือทางออกทะเลน้อยมีแค่ทางเหนือเท่านั้นใครชอบกินปลา ชอบเที่ยวทะเล ก็เสียใจด้วยนะคะ แพง เราเป็นต้น ร้องไห้คิดถึงปลาบ้านเราอยู่ร่ำไป กลับไปคิดว่าอ้วนแน่นอนค่ะ กินเรียบแน่ๆ และสิ่งแรกที่จะทำคือไปทะเล
การศึกษา

ฟรีค่ะ ย้ำฟรี ยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เริ่มเก็บบ้างแล้วในบางรัฐและโรงเรียนเอกชน นอกจากจะเรียนฟรี มีทุนเยอะแล้วนั้นก็ยังมอบโอกาสการศึกษา และโอกาสการทำงานให้แก่ทุกคนแม้ว่าจะเป็นพลเมืองหรือไม่ เพราะเค้ามีผู้อพยพและชาวต่างชาติเยอะ เค้ามีระบบศึกษาที่ประสิทธิภาพ แม้ว่ามันจะดูมึนงงมากๆ ใครจะเรียนต่อก็ต้องศึกษาดีๆนะคะ หลักสูตรภาษาอังกฤษก็มีนะคะ แต่ว่าถ้าใครจะวางแผนว่าทำงานที่นี่ต่อแนะนำให้ลงทุนเรียนภาษาให้แข็งๆแล้วเรียนภาคภาษาเยอรมันดีกว่านะคะ

เทคโนใลยีและสภาพแวดล้อม
เรารู้สึกว่าบ้านเมืองที่นี่ทันสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมสาธารณะ การดูแลบ้านเมืองไปจนถึงแปลนเมือง รถไฟในเมืองเล็กๆก็ให้ความรู้สึกเหมือนเรานั่งบีทีเอสและเรายังสามารถไปได้ทุกที่ แถมไม่ทำลายทัศนียภาพด้วยเพราะรถไฟที่นี่ไม่ได้เกะกะลอยฟ้าไปทั่ว แต่มันอยู่ระดับเดียวกับถนน อยู่ที่นี่แม้จะมีแค่จักรยานก็สามารถไปได้ทุกที่เพราะเลนจักรยานมีทุกที่ไม่ใช่แค่มีกะปริดกะปรอย แบบในกรุงเทพอีกอย่างให้ปั่นจักรยานในกรุงเทพ ไม่เอาอ่ะ รมควันจากบ้านถึงที่ทำงานก็สุกพอดีเลยค่ะ  ถ้าห่างไกลหน่อยก็จะมีรถบัส เราแค่ต้องจัดการบริหารเวลาให้ดีเพราะรถไฟตรงเวลามากๆและหมั่นเช็ครอบรถไฟจะได้ไม่เกล้อหรือสาย ไม่ต้องชะเง้อรอคอยท่ารถทุกวันเหมือนรถเมล์บ้านเรา ไม่เคยคาดเดาเวลาที่จะใช้ชีวิตได้เลย และที่สังเกตไม่ว่าจะไปเมืองไหน บ้านส่วนใหญ่จะมีแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเก็บพลังงานไว้ใช้ นี่ขนาดเค้าไม่ได้มีแดดเยอะเหมือนบ้านเรา ถึงกับรู้สึกเสียดายแดดเมืองไทยเลยนะคะ ถ้าทุกบ้านมีแผงพลังงานละก็ เราคงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าไฟอีกต่อไปเลย แต่คนไทยน่าจะกลัวกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคยแล้วก็จะบอกว่ามันแพง แต่เอาจริงๆนะ เราว่ามันคือการลงทุนระยะยาวแถมดีกับสภาพแวดล้อมด้วยนะคะ ความกลัวมันทำให้เราไม่ก้าวหน้า ที่นี่มีการแยกขยะที่ชัดเจนและมีตารางที่แน่นอนของการมาเก็บขยะในแต่ละประเภท แม้ว่าอาจจะทำได้ยากกว่าถ้าไม่ได้อาศัยในบ้านแต่ว่าอยู่ในที่ที่พื้นที่น้อย แต่ว่ามันช่วยโลกได้เยอะเลยนะคะ ถึงกับเป็นประเทศผู้นำในการรีไซเคิลเพราะขยะกว่าร้อยละ หกสิบเจ็ด ถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธีทำให้ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรณ์อย่างไม่จำเป็น แถมได้เงินคืนด้วยนะคะเวลาเอาขวดรีไซเคิลไปคืน แผนหลอกล่อประชาชนสำเร็จ ถ้าจะหลอกกันแบบนี้ดีกว่ากันเยอะเลย  
คุณภาพชีวิตแต่ละข้อที่กล่าวมานั้นที่เราได้รับทั้งหมดค่ะขนาดว่าเราไม่ใช่พลเมืองนะเนี่ย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่อยากไปไหนอีกเลยค่ะ ประเทศที่ไม่เคยอยากจะมาอยู่ไม่เคยสนใจ ไม่เคยไฝ่ฝันแต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าอยากจะใช้ชีวิตที่นี่จริงๆนะ 
มีต่อนิสัยคนเยอและหนุ่มเยอะด้านล่างนะคะ
เพี้ยนปักหมุด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่