ดินแดนแห่งความสุดขั้ว (The Land of Extremities)


Peary Land จุดเหนือสุดของโลก


(ภาพดาวเทียมทางภาคเหนือของ Peary Land รวมทั้ง Cape Morris Jesup ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปราศจากน้ำแข็งทางเหนือสุดของโลก) 


ปลายสุดทางตอนเหนือของ Greenland แม้จะอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือเพียง 700 กม. แต่ก็ปราศจากน้ำแข็งโดยสิ้นเชิงมาเป็นเวลา 8,000 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ธารน้ำแข็งถอยกลับ เป็นภูมิภาคที่ปลอดน้ำแข็งที่สุดทางเหนือสุดในโลก สภาพภูมิอากาศเป็นแบบหนาวจัด (high arctic)โดยมีฤดูร้อนที่ค่อนข้างอบอุ่นน้อยกว่าสองเดือนและมีฤดูหนาวที่ยาวนาน ระดับหยาดน้ำฟ้าต่ำมากจนภูมิภาคนี้ถูกขนานนามว่าเป็น 'ทะเลทรายขั้วโลก' (polar desert)
คาบสมุทรในภูมิภาคนี้ถูกเรียกว่า Peary Land  ชื่อนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ Robert Peary ซึ่งเป็นผู้สำรวจครั้งแรกระหว่างการเดินทางในปี 1891-1892

Peary Land มีสถานที่สำคัญทางภูมิศาสตร์, วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากมาย เป็นที่ตั้งของแหลม Cape Morris Jesup  แผ่นดินใหญ่ของ Greenland ซึ่ง Robert Peary ไปถึงในปี 1900  ในเวลานั้นเชื่อกันว่าเป็นจุดที่อยู่เหนือสุดของแผ่นดินในโลก แต่ในปี1969 กลับพบเกาะ Kaffeklubben ตั้งอยู่ไปทางทิศเหนือเล็กน้อย และมีการอ้างว่าเกาะนี้ถูกบันทึกให้เป็นจุดเหนือสุดของดินแดน
 
เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ ที่แม้แต่บนเกาะหินที่ห่างไกลซึ่งมีอุณหภูมิเยือกแข็งแห่งนี้ จะมีต้นไม้ดอกเล็ก ๆ สองต้นที่ยังคงดำรงอยู่คือต้น  Saxifraga oppositifolia (purple saxifrage) และ Papaver radicatum เป็นดอกไม้ที่อยู่เหนือสุดในโลกสองชนิด  ซึ่งต้น purple saxifrage ยังได้รับการยกย่อง
ให้เป็นพืชที่อยู่ในระดับความสูงที่สุดอีกด้วย  โดยมันถูกค้นพบในเทือกเขา Swiss alps ที่ความสูง 14,780 ฟุต

ในอดีต Peary Land เป็นหนึ่งในนิคมของมนุษย์ที่อยู่เหนือสุดในโลก จากการสำรวจทางโบราณคดีที่ดำเนินการในทศวรรษ 1950 ได้พบร่องรอยของการตั้งถิ่นฐานถาวรหลายแห่งในพื้นที่ที่เป็นของชนเผ่าก่อนชาวเอสกิโม ซึ่งเก่าแก่ที่สุดที่มีอายุถึง 2400 ปีก่อนคริสตกาล

(Purple saxifrage Cr.ภาพ euphro/Flickr)
(Arctic poppy, Papaver radicatum)
ในระหว่างการสำรวจ  มีครั้งหนึ่งสถานีวิจัยชื่อ Brønlundhus ถูกสร้างขึ้นบนชายฝั่งตะวันตกของ JørgenBrønlund Fjord ทางตอนใต้ของ Peary Land สถานี Brønlundhus ถูกสร้างขึ้นในปี 1947–48 โดย Danish Peary Land Expeditions ถือเป็นสถานีวิจัยที่อยู่เหนือสุดของโลก จนกระทั่งในปี 1950
มีการจัดตั้งชุมชน Alert ในแคนาดา  แม้สถานี Brønlundhusไม่สามารถจะใช้งานได้อีกต่อไป แต่ก็ยังมีสิ่งประดิษฐ์มากมายจากการสำรวจขั้วโลกในอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่   ต่อมามีการเสนอให้เปลี่ยนสถานี Brønlundhus เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งจะทำให้ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่เหนือสุดในโลก


(Brønlundhus ในปี 1966 Cr.ภาพ Mapio.net)




เครื่องวัดการแผ่รังสีความร้อนและการแผ่รังสีของอวกาศขั้นสูง(ASTER) บนดาวเทียม Terra ของ NASA ได้ถ่ายภาพ Peary Land นี้เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2003  ภาพนี้ถ่ายในฤดูใบไม้ผลิ แสงแดดทำให้ด้านหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของภูมิประเทศที่ขรุขระสว่างขึ้น ทำให้เกิดเงาดำในหุบเขา ในภาพท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง มีดินสีน้ำตาลโผล่พ้นหิมะที่ปกคลุมอยู่ด้วย ซึ่งตั้งอยู่บนฟยอร์ดที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งซึ่งน่าจะพัดมาจากยอดเขาในบริเวณใกล้เคียง
ปลายสุดของ Peary Land ถือเป็นปลายสุดของแผ่นดินโลกคือ Kap Morris Jesup (หรือที่เรียกว่า Cape Morris Jesup) โผล่ขึ้นไปทางเหนือจากแนวชายฝั่งสู่มหาสมุทรอาร์คติก 




Cape Morris Jesup  ในกรีนแลนด์เป็นดินแดนที่อยู่เหนือสุดของโลก ตั้งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือไปทางใต้เพียง 400 ไมล์บนชายฝั่งทางเหนือที่ขรุขระและรกร้างของกรีนแลนด์ ที่นี่เป็นสถานที่ทางเหนือที่ดวงอาทิตย์ไม่ขึ้นเกือบตลอดฤดูหนาว
ในเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงมืดของฤดูหนาว  สถานีตรวจอากาศของ Cape Morris Jesup บันทึกอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็งเกือบ 60 ชั่วโมงซึ่งเป็นสถิติใหม่ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2018 อุณหภูมิสูงถึง 43 องศาฟาเรนไฮต์







 Ushuaia เมืองใต้สุดของโลก


(เมืองที่ได้ชื่อว่าอยู่ใต้สุดของโลก รายล้อมไปด้วยธรรมชาติสวยสะกดใจ มีอาคารบ้านเรือน และสถาปัตยกรรมงดงาม 
พร้อมกับมีแหล่งท่องเที่ยวสวยอัศจรรย์มากมาย)


ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้แตกออกเป็นเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากซึ่งเรียกรวมกันว่า Tierra del Fuego เกาะเหล่านี้ตั้งอยู่ประมาณระหว่างละติจูดที่
52 °ถึง 55 ° หมู่เกาะเหล่านี้เป็นมวลพื้นดินที่อยู่ห่างไกลที่สุดในโลกโดยวัดจากเส้นศูนย์สูตร

ภูมิภาคนี้มีประชากรเบาบาง แต่มีศูนย์กลางประชากรที่สำคัญสองแห่งที่นี่คือ Ushuaia และ Río Grande ซึ่งทั้งสองตั้งอยู่บนเกาะ Isla Grande de Tierra del Fuego ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ  เกาะนี้อยู่ร่วมกันโดยอาร์เจนตินาและชิลี และแม้ว่าส่วนของชิลีจะมีขนาดใหญ่กว่าทางภูมิศาสตร์ แต่ฝั่งอาร์เจนตินาก็มีประชากรมากกว่า  ทั้ง Ushuaia และ Río Grande มีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ Ushuaia ตั้งอยู่ไกลออกไปทางใต้ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถูกอ้างสิทธิ์ในชื่อ "เมืองที่อยู่ใต้สุดของโลก" แม้ว่าจะไม่ใช่เมืองเดียวที่อ้างสิทธิ์เช่นนั้นก็ตาม

Ushuaia (อูซัวยา ) เป็นศูนย์กลางการบริหารงานของ Tierra del Fuego ซึ่งเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมและศูนย์กลางการท่องเที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวไปยังแอนตาร์กติกาเกือบทั้งหมดเริ่มต้นจากที่นี่ ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกบินมาขึ้นฝั่งที่ Ushuaia และไปขึ้นเรือสำราญลำหนึ่งที่จอดเทียบท่าทันทีเพื่อเดินทางไปทางใต้ แวะเที่ยวชมเมืองที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง

ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอันไกลโพ้นทางใต้สุดของเกาะ Tierra del Fuego ใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ทำให้ Ushuaia ได้รับสมญานามว่า Fin del Mundo
(End of the World) ซึ่งถ้าลงใต้ไปอีกราว 1,000 กิโลเมตรก็จะถึงทวีป Antarctica  เมืองนี้จึงเป็นเหมือนประตูสู่ขั้วโลกใต้
ความเป็นที่สุดในโลกนี้เองเป็นสิ่งดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว โดยหน้าร้อนอากาศยังเย็นสบาย ส่วนหน้าหนาวก็หนาวเหน็บเข้ากระดูก

Ushuaia มีประชากรจำนวนมากถึง 71,000 คนและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกตัวเองว่า city   มีการตั้งถิ่นฐานที่เรียกว่า Puerto Williams ไกลออกไปทางใต้ แต่มีประชากรเพียง 2,800 คน  โดยมี Puerto Williams เป็นเมืองหลวงของจังหวัดแอนตาร์กติกของชิลี  และยังอ้างว่าเป็นชื่อของเมืองทางใต้สุดของโลกด้วย แต่เนื่องจากเมืองมีขนาดเล็กและจำนวนประชากรไม่มาก การเรียกร้องดังกล่าวจึงไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง

ข้อเรียกร้องของ Ushuaia ถูกท้าทายโดย Punta Arenas (ปุนตาอาเรนาส) เมืองหลวงของ Magallanes และ Antartica Chilena (แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา) ภูมิภาคทางใต้สุดของชิลี  Punta Arenas เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตปาตาโกเนียทั้งหมดโดยมีประชากร 127,000 คน

เมื่อปี 2012 เมืองนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของ Ushuaia แต่ทางการชิลีอ้างว่า Punta Arenas เป็นเมืองที่อยู่ทางใต้ที่แท้จริงกว่า Ushuaia เพราะมีขนาดใหญ่กว่าทั้งประชากรและพื้นที่  ในขณะที่ Ushuaia มีเพียง 23 ตารางกิโลเมตร แต่ Punta Arenas มีพื้นที่มากกว่าถึง 70,000 ตารางกิโลเมตร สิ่งนี้ทำให้  Punta Arenas เป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตำแหน่ง“ เมืองทางใต้สุดของโลก”





(Isla Grande de Tierra del Fuego Cr.ภาพ Indrik myneur)
Tierra del Fuego มีภูมิอากาศแบบมหาสมุทรกึ่งโพลาร์โดยมีฤดูร้อนที่สั้นอากาศเย็นและฤดูหนาวที่ยาวนานและเปียกชื้น 
ในในฤดูร้อน Ushuaia มีอุณหภูมิสูงไม่ถึง 9 ° Cและอาจมีหิมะตกด้วย อากาศที่เย็นช่วยรักษาธารน้ำแข็งโบราณที่มีอยู่ทั่วภูมิภาค


(Tierra del Fuego ภาพโดย Tobias Lange)


หากขนาดไม่ใช่เกณฑ์ Puerto Toro จะเป็นนิคมทางใต้สุดของโลกที่มีประชากรถาวร 36 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวประมงและครอบครัวของพวกเขา เป็นชุมชนเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าเส้นขนานที่ 55 ทางทิศใต้ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองท่าและท่าเรือชิลีแห่งเดียวที่มีชายฝั่งและน่านน้ำของมหาสมุทรแอตแลนติก
Puerto Toro ก่อตั้งขึ้นในปี 1892 ในช่วงยุคตื่นทอง Tierra del Fuego Gold Rush และครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เมื่อทองลดน้อยลงผู้คนก็ย้ายออกและ Puerto Toro ก็กลายเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ

Cr.ภาพ Ulrich Peters / Flickr / Mauro Cacciola / Flickr

(ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลทั้งหมดและขออนุญาตนำมา)


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่