ความรักทำร้ายเราแต่เราก็จะรัก
ผมเป็นคนนึงที่เคยโสดมา7-8ปี แล้วมามีแฟนและเป็นการมีแฟนที่เหมือนไปแย่งเขามาเพราะตัวแฟนเราเขาเลิกกับแฟนเก่าแล้วแต่แฟนเขาไม่ยอมเลิก แล้วเราที่เป็นสุภาพบุรุษ ในที่ทำงาน (ผมเป็นพนักงานfrontโรงแรมนึง)รู้จักน้องเขามา2ปี รู้ว่าเขามีแฟนเขาเปลี่ยนแฟน คือรู้แทบทุกเรื่องเพราะน้องเขาชอบมาปรึกษาเราที่โสดมาค่อนชีวิต ทำให้เรารู้สึกเป็นห่วงเลยช่วยน้องเขา น้องเขาจะโทรมาหาผมบ่อยๆ ไม่ช่วงเช้าก็ตอนทำงานเพราะผมทำงานกะดึก จนกระทั่งปีใหม่ น้องเขาขอผมคบเป็นแฟน (น้องเขาเมาพอประมาณ) ผมก็คิดว่าน้องเขาคงพูดเพราะเมา เลยตอบไปเล่นๆเพราะจริงๆผมก็ยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร แต่ก็เป็นไปตามนั้นจริงๆคือเราคบกันแต่ ระหว่างคบน้องเขาก็ยังกลับไปคุยกับแฟนเก่าเขาเสมอ โดยอ้างว่าทำไปเพราะไม่อยากให้แฟนเก่ามาหาเรื่องเรา จริงๆผมก็พร้อมปะทะเสมอก็บอกแฟนไปแบบนี้เสมอ แล้วก็ทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อย ผ่านไปอีก2เดือน แฟนก็เริ่มกลับไปคุยใหม่แต่คราวนี้ไปดูหนัง กินข้าวกับแฟนเก่าเลยผมก็โกรธ และผมก็ทำสิ่งที่ผมไม่เคยทำกับใครมาก่อน คือการตบเขา การตบครั้งนั้นทำให้ผม เริ่มการทำร้ายตัวเองทั้งต่อยทั้งตบตัวเอง แล้วแฟนผมเขาก็เลิกคุยไป จนกระทั่งเดือนที่4 แฟนเก่าเขาก็มาขอบัตรประชาชนใบขับขี่คืน ครั้งนั้นแฟนผมเขาบอกจะเอาบัตรไปให้แฟนเก่าโดยการจะไปเที่ยวด้วยกันผมเลยบอกเขาไปว่าถ้าไปก็เลิกกันไป แค่เอาบัตร วางๆไว้ให้เขามาหยิบไปก็ได้ทะเลาะกันจนเป็นเรื่องใหญ่แต่ จนแฟนผมเขาก็ทำตามที่ผมบอกเอาบัตรไปวางไว้ให้เขามาหยิบไปเอง เรื่องแฟนเก่าเขาก็จบไปตั้งแต่นั้น แต่..ก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ คือเขาคุยกับคนอื่น ที่ทำงานด้วยกัน คงเพราะเราอยู่คนละเวลา เจอกันแค่ตอนกะดึกชนเช้า1ชม. คือถ้าผมอยากเจอเขาผมต้องตื่นมาตอนเย็นเพื่อจะได้เจอ ยิ่งเราเจอกันน้อย พอเจอกันก็เห็นเขาคุยกับคนอื่นทุกครั้ง ผมทำอะไรไม่ได้พูดไปก็ยังคงคุย เลิกคุยกับคนนั้นไปคุยคนโน้น ผมทำได้แค่พูด และผมก็เริ่มเอาความรุนแรงที่ทำกับเขาไม่ได้มาลงที่ตัวผมเอง นานไป ผมก็เริ่มเสพติดการตบการต่อยหน้าตัวเองทุกครั้งที่มีปัญหากับเขา จากที่เขาไม่เคยเที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มเหล้าพอเขามีเพื่อนที่ทำงานรุ่นใกล้ๆกันชวนก็ไปเมาทั้งๆที่ตัวเขาดื่มแค่2แก้วก็เมาพับแล้ว แล้วก็เป็นผมที่ต้องไปรับ ผมขอให้เขาเลิกไปกินเหล้าโดยไม่มีผม เพราะเขาคออ่อนมาก และเวลาเขาหลับ ใครจะทำอะไรเขาเขายอมไปหมดเลย นั้นคือสิ่งที่ผมห่วง คิดมากเรื่องเขา บางวันนอนไม่ได้ จนวันเกิดเขา เขาไปกินเหล้ากับเพื่อนวันนั้นผมเข้างานบ่ายกว่าจะเลิกงานเที่ยงคืน แต่ลาออกมาตอน5ทุ่มพอไปเห็นสภาพเขา เมาหนักมาก และไปยืนให้ผุชายโอบอยู่เป็นภาพที่ผมเกือบฟิวขาดแต่ผมก็เดินไปจับเขามานั่งแล้วก็ยกเหล้าเพียวๆไปเต็มแก้ว และก็อยู่ในสภาพแบบนั้นจนผับปิดตี2พาเขากลับห้อง ตอนขับรถเขาหลับเป็นตาย ขับรถถึงห้องเขา พอลงรถเขาก็มาโวยวายใส่ผมบอกผมแย่ไม่สนใจเขาด่าผมยาวเลยจนผมทนไม่ไหวจากกำลังพยุงเขาผมผลักเขาออกไปด้วยความเมาเขาก็ล้มลง เขาลุกขึ้นแล้วก็พยายามถีบรถผมทั้งๆที่มันควรมาลงที่ผมไม่ใช่รถที่ผมหวงมากผมก็ได้ผลักเขาไปอีกรอบให้ห่างจากรถเขาล้มลงแรงมากตอนนั้นผมพยายามเขาไปพยุงเขา เขาร้องเหมือนกำลังจะขาดใจผมโคตรรู้สึกแย่เลยตอนนั้น เพื่อนเขาที่ตามมาก็พาเขาขึ้นห้องไป ผมพยายามทำใจเย็นๆอยู่ข้างล่างแล้วก็กลับไปขอโทษเขา หลังจากนั้นผมเลยขอลาออกว่าจะกลับมาอยู่กรุงเทพ เพราะยิ่งผมอยู่ผมยิ่งทำร้ายเขามากขึ้นมากขึ้น ทำแค่ตัวเองผมก็ยังโอเคแต่นี้ผมเริ่มลงมือกับเขามากขึ้นเรื่อยๆตัดปัญหา คือลาออก จากงานหนีไปกรุงเทพ แต่เจ้าของโรงแรมเขาไม่อยากให้เราออกเลยย้ายเราไปโรงแรมเปิดใหม่ของเขาที่ใหญ่กว่าที่นี้ เพื่อให้ตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือจะไป ภายใน3เดือนผมทนทำงานที่ทำงานใหม่3เดือนแล้วกลับกรุงเทพมาก่อนกลับมาอยู่กรุงเทพ ผมได้ขอเขาเลิกโดยให้เหตุผลว่า เราต้องห่างกันใจก็ไม่อยากเลิกแต่ถ้าอยู่แล้วเขาต้องโดนผมทำร้ายผมขอออกมาดีกว่า กลับมากรุงเทพ เขาที่ไม่ต้องการเลิกก็ มาหาผมแทบทุกอาทิต ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดถึงเขามาก เพราะเวลามาหาผม เขาจะเปิดโรงแรมอยู่ เลิกงานทุกครั้งผม ต้องไปนั่งกินเหล้าแต่วันที่เขามาผมเลิกงานแล้วตรงไปหาเขาเลย ถึงจะไม่ได้ไปไหนด้วยกันแต่ก็หาซื้ออะไรมากินด้วยกัน นอนกอดกันเหมือนปกติ
จนกระทั่งเขา ทะเลาะกับที่บ้านและย้ายมาอยู่กรุงเทพ สิ่งแรกที่ผมคิดคือ เพราะผมแน่ๆ ผมติดต่อเขาพยายามให้เขากลับไปเพราะ เจ้าของโรงแรมส่งเขาเรียนต่อมหาลัยแบบ ฟรีๆ มีงานดีๆทำ ผมได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้เขาเสียอนาคต ผมจึงได้ให้เขาเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้งแต่ไม่ได้คบกัน แค่ให้ไปอยู่คอนโดที่ผมซื้อไว้แต่ผมไปเช่าห้องยุกับเพื่อน พยายามไปหาเขาบ่อยๆ เพราะในคอนโดไม่มีอะไรเลยจริงๆไฟก็โดนตัด ต้องไปจ่ายค่าหม้อไฟใหม่ ปะปาก็ยังไม่ขอเปิด ต้องไปเดินเรื่องทุกอย่างใหม่ เตียงก็ไม่มีมีแต่พาปู ผมทำงานเดือนนึงก็หาซื้ออะไรเข้าคอนโด เพื่อให้เขาอยู่สบาย แต่มันก็ช้าเกินไป ผมจึงตัดสินใจเอารถมอไซค์ cb500 ไปรีไฟแนนส์ได้เงินมา7หมื่นเกือบ8หมื่น ซื้อเตียงซื้อตู้เย็น ซื้อของจำเป็นเข้าห้องเพื่อให้เขาอยู่ได้สบาย ส่วนตัวผมก็เช่าห้องอยู่กับเพื่อน นอนพื้นปกติ ไปหาเขาบ้างนานๆที แต่เวลาไปหากันทีก็จะมีปากเสียงกันตลอด เพราะตอนนั้นผมอารมณ์ เปลี่ยนบ่อยทั้งอารมณ์ดี แบบดีมากๆแต่ใครมาขัดใจนิดๆหน่อยคืออารมณ์เสียมาก จนได้มาอยู่กับเขาเพราะเพื่อนย้ายไปอยู่กับแฟนผมจึงต้องหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งตอนนั้นคอนโด ผมให้แฟนอยู่ ผมจึงขอเขาไปอยู่ด้วย แต่ผมจะพยายามไม่กลับห้องบ่อย เพราะผมกลัวตัวผมไปทำร้ายเขาและก็ จริงๆครับทุกครั้งที่กลับมาเราทะเลาะกัน แต่ผมไม่เคยไม่รักเขาเลย แต่สิ่งที่ผมพูดกับเขามันเหมือนกับมีใครมาสิงแล้วก็พูดแต่คำแย่ๆไปที่เขา เพราะเวลาเราคุยกันดีๆมันก็ดีมากๆ แต่พอเขาเริ่มมีปากเสียง สิ่งที่ออกจากปากผมคือสิ่งที่แย่มากๆ จนผมก็รับตัวเองไม่ได้ ทนอยู่กับสิ่งแย่ๆนั้นเกือบเดือนจน ผมรู้สึกหดหู่ คิดสั้นตลอดเวลา ทำร้ายตัวเอง ไม่บอกใครมาเกือบ2ปี จนกระทั่งกลางปีนี้ เพื่อนเก่าผมคนนึงที่เคยชอบกันแต่ก็ไปกันไม่ได้เขาได้ทักมาหา เพราะเขาอยากระบาย เรื่องที่เขาเป็นโรคซึมเศร้า เราก็พยายามให้กำลังใจเพราะเขาไม่กล้าบอกแฟนตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเราแย่กว่าเขามาก ซึ่งแฟนผมเขาก็มาเห็นผมคุยกันและก็ทะเลาะกันเรื่องที่ผมคุย ซึ่งตอนนั้นผมอารมณ์เสียสุดๆได้พูดไปว่าผมจริงจังกับคนนี้ จะแต่งงานกับเขา จะไม่กลับไปคบกับแฟนผมแล้ว
ทั้งๆที่ผม กำลังจะขอเขาหมั่น เพราะผมรู้สึกว่าเราแค่คบกันมันยังไม่ผูกมัดเขากับผมได้เลย ผมซื้อแหวนไว้และซ้อนมันไว้ใต้เตียงหวังว่าเวลาเขาปูเตียงแล้วจะเจอมัน ถ้าไม่เจอ ผมก็อยากรอให้ถึงวันเกิดเขาเพราะผมซื้อตุ๊กตาหมีให้เขาเพราะเขาชอบนอนกอด แต่ตัวที่เขามีมันเล็กผมเลยซื้อตัวใหญ่ให้ จะได้ให้วันเกิดเขาและขอเขาหมั่นกัน ผมคิดว่าถ้าผมหมั่นกับเขาผมอาจจะกล้าบอกเขาว่าผมเป็นโรคไบโพล่าก็ได้นั้นคือสิ่งที่ผมคิด (ตอนแรกผมว่าผมเป็นโรคซึมเศร้า แต่โรคซึมเศร้า ทำไมผมอารมณ์ดี ผมก็ลองหาอาการที่ผมเป็นในเน็ต ซึ่งผลที่ได้คือ โรคอารมณ์สองขั่ว หรือที่เขาเรียก ไบโพล่า แรกๆผมก็ไม่เชื่อหลอกว่ามันจะเป็นแบบนั้นแต่ตั้งแต่อยู่กรุงเทพ ถ้าไม่นับรวมที่เอารถเข้าไฟแนนส์ผมมีหนี้ที่ไม่มีที่มาที่ไป เกือบ5หมื่น อาการแมเนียเขาบอกจะใช่เงินฟุ่มเฟือย ซึ่งมันฟุ่มเฟือยมากทำงานได้แค่3เดือนหนี้5หมื่น ผมมานั่งคิดว่าตัวผมเป็นตั้งแต่ตอนไหนอาการซึมเศร้ามันเริ่มตั้งแต่เราคบกันได้3-4เดือนที่เริ่มทำร้ายตัวเอง อารมณ์ดี ปกติผมก็เป็นคนอารมณ์ดี เวอร์คิดบวกเสมออยู่แล้ว เลยไม่สังเกตุตัวเอง) แต่สิ่งที่ผมได้คือเขาไป คบกับคนอื่นแล้วก่อนวันเกิดเขาแค่6วัน เขาคุยกันมาแค่อาทิตเดียวไปอยู่ด้วยกันแล้ว ผมเข้าใจแหละเพราะผมทำสิ่งแย่ๆกีบเขามาตลอด แต่อารมณ์ผมมันรับไม่ได้ วันนั้นผมไล่เขาออกจากห้องไปเขาเก็บของพร้อมจะออกไปผมที่นอนร้องอยู่บนเตียง ทำร้ายตัวเองโดยการเอาคัตเตอร์กรีดไปทั่วทั้งตัว ขอร้องให้เขากลับมาขอร้องให้เขาให้โอกาส จนผมหลับไปเขาก็ไปแล้ว แต่เขายังไม่เอาของเขาไปหมด ผมที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาแก้ปวดหมดกระปุก แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ใจสั่น เลยเอาน้ำยาล้างห้องน้ำมากินแต่มันไม่เหมือนในหนังเลยครับ การกินน้ำยาล้างห้องน้ำไป แก้วนึงตอนนั้นผมรินใส่แก้วกินเหมือนวิสกี้เลยครับ มันทำได้แค่มากสุดปวดท้องและอ้วกออกมา ท้องเสียไปอาทิตนึง ผมไม่ตาย และมันทำให้ผมทำสิ่งที่แย่เอามากๆตอนเขากลับมาเอาของ ผมจับเขามัดไม่ให้เขาไปไหน ยึดของทุกอย่างของเขา มัดได้ไม่นานผมใจเย็นลงก็ปล่อยเขา เขาโกรธผมมากและกลัว เขาคิดจะกระโดดตึกหนีผม ผมเกลียดตัวผมที่เป็นแบบนี้มากๆพอถึงเช้าเขาแต่งตัวไปทำงานและผมก็ไปส่งแต่ผมไม่ให้เขาเอาอะไรไปจากห้องเลยสักอย่างแม้กระทั่งมือถือ ผมยึดไว้หมดกะว่าตอนเย็นเดียวผมก็จะต้องมารับเขากลับแต่เขาแอบหยิบโทรศัพท์สำรองของผมไปด้วย พอตกเย็นเขาหนีผมกลับบ้านกับแฟนใหม่เขาไป หายไป2-3วัน เขาไม่มีเสื้อผ้าและ เขาต้องใช้โทรศัพท์เครื่องนี้มาก ผมเลยทำสัญญากับเขาว่าให้เขากลับมาอยู่ที่นี้ 1 เดือนโดยไม่ติดต่อกับแฟนใหม่เลยครบ1เดือนผมจะปล่อยเขาไปถ้าเขาต้องการจะไป ผมพยายามอยู่กับเขาไปรับส่งเขาทุกวัน พยายามกอดเขาให้มากที่สุด แต่เขาบอกผมพยายามเกินไปไม่เหมือนตอนที่เขาอยู่ด้วยกันมา แต่ผมแค่ต้องการที่จะเก็บความสุขสุดท้ายกับเขาที่ผมรักมากกว่าชีวิตผม
เก็บไว้ในความทรงจำ พออยู่ได้4วันเราก็ทะเลาะกันเพราะเขาคุยกับแฟนใหม่ ให้ผมเห็นซึ่งผิดสัญญาที่ให้ แต่ผมก็ไม่ได้อะไรแต่เขาโมโหและโกรธผมมากที่ไปยุ่งทะเลาะกันจนเขาคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ความรักแค่อาทิตเดียว กลับยอมตายให้มัน ผมรักเขามาเกือบครึ่งชีวิต แค่ขอไม่ให้เขาไปยังไม่ได้เลย จนผมต้องยอมเขา วันนี้ก็เป็นวันที่6แล้วครับผมจะพยายาม และพยายามทำให้ดีที่สุด
ผมควรทำยังไงต่อไปหรือผมควรปล่อยเขาไปดี
สมองตันมองหาทางไปไม่ได้เลย
ความรักทำร้ายตัวเอง
ผมเป็นคนนึงที่เคยโสดมา7-8ปี แล้วมามีแฟนและเป็นการมีแฟนที่เหมือนไปแย่งเขามาเพราะตัวแฟนเราเขาเลิกกับแฟนเก่าแล้วแต่แฟนเขาไม่ยอมเลิก แล้วเราที่เป็นสุภาพบุรุษ ในที่ทำงาน (ผมเป็นพนักงานfrontโรงแรมนึง)รู้จักน้องเขามา2ปี รู้ว่าเขามีแฟนเขาเปลี่ยนแฟน คือรู้แทบทุกเรื่องเพราะน้องเขาชอบมาปรึกษาเราที่โสดมาค่อนชีวิต ทำให้เรารู้สึกเป็นห่วงเลยช่วยน้องเขา น้องเขาจะโทรมาหาผมบ่อยๆ ไม่ช่วงเช้าก็ตอนทำงานเพราะผมทำงานกะดึก จนกระทั่งปีใหม่ น้องเขาขอผมคบเป็นแฟน (น้องเขาเมาพอประมาณ) ผมก็คิดว่าน้องเขาคงพูดเพราะเมา เลยตอบไปเล่นๆเพราะจริงๆผมก็ยังไม่พร้อมที่จะดูแลใคร แต่ก็เป็นไปตามนั้นจริงๆคือเราคบกันแต่ ระหว่างคบน้องเขาก็ยังกลับไปคุยกับแฟนเก่าเขาเสมอ โดยอ้างว่าทำไปเพราะไม่อยากให้แฟนเก่ามาหาเรื่องเรา จริงๆผมก็พร้อมปะทะเสมอก็บอกแฟนไปแบบนี้เสมอ แล้วก็ทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อย ผ่านไปอีก2เดือน แฟนก็เริ่มกลับไปคุยใหม่แต่คราวนี้ไปดูหนัง กินข้าวกับแฟนเก่าเลยผมก็โกรธ และผมก็ทำสิ่งที่ผมไม่เคยทำกับใครมาก่อน คือการตบเขา การตบครั้งนั้นทำให้ผม เริ่มการทำร้ายตัวเองทั้งต่อยทั้งตบตัวเอง แล้วแฟนผมเขาก็เลิกคุยไป จนกระทั่งเดือนที่4 แฟนเก่าเขาก็มาขอบัตรประชาชนใบขับขี่คืน ครั้งนั้นแฟนผมเขาบอกจะเอาบัตรไปให้แฟนเก่าโดยการจะไปเที่ยวด้วยกันผมเลยบอกเขาไปว่าถ้าไปก็เลิกกันไป แค่เอาบัตร วางๆไว้ให้เขามาหยิบไปก็ได้ทะเลาะกันจนเป็นเรื่องใหญ่แต่ จนแฟนผมเขาก็ทำตามที่ผมบอกเอาบัตรไปวางไว้ให้เขามาหยิบไปเอง เรื่องแฟนเก่าเขาก็จบไปตั้งแต่นั้น แต่..ก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ คือเขาคุยกับคนอื่น ที่ทำงานด้วยกัน คงเพราะเราอยู่คนละเวลา เจอกันแค่ตอนกะดึกชนเช้า1ชม. คือถ้าผมอยากเจอเขาผมต้องตื่นมาตอนเย็นเพื่อจะได้เจอ ยิ่งเราเจอกันน้อย พอเจอกันก็เห็นเขาคุยกับคนอื่นทุกครั้ง ผมทำอะไรไม่ได้พูดไปก็ยังคงคุย เลิกคุยกับคนนั้นไปคุยคนโน้น ผมทำได้แค่พูด และผมก็เริ่มเอาความรุนแรงที่ทำกับเขาไม่ได้มาลงที่ตัวผมเอง นานไป ผมก็เริ่มเสพติดการตบการต่อยหน้าตัวเองทุกครั้งที่มีปัญหากับเขา จากที่เขาไม่เคยเที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มเหล้าพอเขามีเพื่อนที่ทำงานรุ่นใกล้ๆกันชวนก็ไปเมาทั้งๆที่ตัวเขาดื่มแค่2แก้วก็เมาพับแล้ว แล้วก็เป็นผมที่ต้องไปรับ ผมขอให้เขาเลิกไปกินเหล้าโดยไม่มีผม เพราะเขาคออ่อนมาก และเวลาเขาหลับ ใครจะทำอะไรเขาเขายอมไปหมดเลย นั้นคือสิ่งที่ผมห่วง คิดมากเรื่องเขา บางวันนอนไม่ได้ จนวันเกิดเขา เขาไปกินเหล้ากับเพื่อนวันนั้นผมเข้างานบ่ายกว่าจะเลิกงานเที่ยงคืน แต่ลาออกมาตอน5ทุ่มพอไปเห็นสภาพเขา เมาหนักมาก และไปยืนให้ผุชายโอบอยู่เป็นภาพที่ผมเกือบฟิวขาดแต่ผมก็เดินไปจับเขามานั่งแล้วก็ยกเหล้าเพียวๆไปเต็มแก้ว และก็อยู่ในสภาพแบบนั้นจนผับปิดตี2พาเขากลับห้อง ตอนขับรถเขาหลับเป็นตาย ขับรถถึงห้องเขา พอลงรถเขาก็มาโวยวายใส่ผมบอกผมแย่ไม่สนใจเขาด่าผมยาวเลยจนผมทนไม่ไหวจากกำลังพยุงเขาผมผลักเขาออกไปด้วยความเมาเขาก็ล้มลง เขาลุกขึ้นแล้วก็พยายามถีบรถผมทั้งๆที่มันควรมาลงที่ผมไม่ใช่รถที่ผมหวงมากผมก็ได้ผลักเขาไปอีกรอบให้ห่างจากรถเขาล้มลงแรงมากตอนนั้นผมพยายามเขาไปพยุงเขา เขาร้องเหมือนกำลังจะขาดใจผมโคตรรู้สึกแย่เลยตอนนั้น เพื่อนเขาที่ตามมาก็พาเขาขึ้นห้องไป ผมพยายามทำใจเย็นๆอยู่ข้างล่างแล้วก็กลับไปขอโทษเขา หลังจากนั้นผมเลยขอลาออกว่าจะกลับมาอยู่กรุงเทพ เพราะยิ่งผมอยู่ผมยิ่งทำร้ายเขามากขึ้นมากขึ้น ทำแค่ตัวเองผมก็ยังโอเคแต่นี้ผมเริ่มลงมือกับเขามากขึ้นเรื่อยๆตัดปัญหา คือลาออก จากงานหนีไปกรุงเทพ แต่เจ้าของโรงแรมเขาไม่อยากให้เราออกเลยย้ายเราไปโรงแรมเปิดใหม่ของเขาที่ใหญ่กว่าที่นี้ เพื่อให้ตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือจะไป ภายใน3เดือนผมทนทำงานที่ทำงานใหม่3เดือนแล้วกลับกรุงเทพมาก่อนกลับมาอยู่กรุงเทพ ผมได้ขอเขาเลิกโดยให้เหตุผลว่า เราต้องห่างกันใจก็ไม่อยากเลิกแต่ถ้าอยู่แล้วเขาต้องโดนผมทำร้ายผมขอออกมาดีกว่า กลับมากรุงเทพ เขาที่ไม่ต้องการเลิกก็ มาหาผมแทบทุกอาทิต ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดถึงเขามาก เพราะเวลามาหาผม เขาจะเปิดโรงแรมอยู่ เลิกงานทุกครั้งผม ต้องไปนั่งกินเหล้าแต่วันที่เขามาผมเลิกงานแล้วตรงไปหาเขาเลย ถึงจะไม่ได้ไปไหนด้วยกันแต่ก็หาซื้ออะไรมากินด้วยกัน นอนกอดกันเหมือนปกติ
จนกระทั่งเขา ทะเลาะกับที่บ้านและย้ายมาอยู่กรุงเทพ สิ่งแรกที่ผมคิดคือ เพราะผมแน่ๆ ผมติดต่อเขาพยายามให้เขากลับไปเพราะ เจ้าของโรงแรมส่งเขาเรียนต่อมหาลัยแบบ ฟรีๆ มีงานดีๆทำ ผมได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้เขาเสียอนาคต ผมจึงได้ให้เขาเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้งแต่ไม่ได้คบกัน แค่ให้ไปอยู่คอนโดที่ผมซื้อไว้แต่ผมไปเช่าห้องยุกับเพื่อน พยายามไปหาเขาบ่อยๆ เพราะในคอนโดไม่มีอะไรเลยจริงๆไฟก็โดนตัด ต้องไปจ่ายค่าหม้อไฟใหม่ ปะปาก็ยังไม่ขอเปิด ต้องไปเดินเรื่องทุกอย่างใหม่ เตียงก็ไม่มีมีแต่พาปู ผมทำงานเดือนนึงก็หาซื้ออะไรเข้าคอนโด เพื่อให้เขาอยู่สบาย แต่มันก็ช้าเกินไป ผมจึงตัดสินใจเอารถมอไซค์ cb500 ไปรีไฟแนนส์ได้เงินมา7หมื่นเกือบ8หมื่น ซื้อเตียงซื้อตู้เย็น ซื้อของจำเป็นเข้าห้องเพื่อให้เขาอยู่ได้สบาย ส่วนตัวผมก็เช่าห้องอยู่กับเพื่อน นอนพื้นปกติ ไปหาเขาบ้างนานๆที แต่เวลาไปหากันทีก็จะมีปากเสียงกันตลอด เพราะตอนนั้นผมอารมณ์ เปลี่ยนบ่อยทั้งอารมณ์ดี แบบดีมากๆแต่ใครมาขัดใจนิดๆหน่อยคืออารมณ์เสียมาก จนได้มาอยู่กับเขาเพราะเพื่อนย้ายไปอยู่กับแฟนผมจึงต้องหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งตอนนั้นคอนโด ผมให้แฟนอยู่ ผมจึงขอเขาไปอยู่ด้วย แต่ผมจะพยายามไม่กลับห้องบ่อย เพราะผมกลัวตัวผมไปทำร้ายเขาและก็ จริงๆครับทุกครั้งที่กลับมาเราทะเลาะกัน แต่ผมไม่เคยไม่รักเขาเลย แต่สิ่งที่ผมพูดกับเขามันเหมือนกับมีใครมาสิงแล้วก็พูดแต่คำแย่ๆไปที่เขา เพราะเวลาเราคุยกันดีๆมันก็ดีมากๆ แต่พอเขาเริ่มมีปากเสียง สิ่งที่ออกจากปากผมคือสิ่งที่แย่มากๆ จนผมก็รับตัวเองไม่ได้ ทนอยู่กับสิ่งแย่ๆนั้นเกือบเดือนจน ผมรู้สึกหดหู่ คิดสั้นตลอดเวลา ทำร้ายตัวเอง ไม่บอกใครมาเกือบ2ปี จนกระทั่งกลางปีนี้ เพื่อนเก่าผมคนนึงที่เคยชอบกันแต่ก็ไปกันไม่ได้เขาได้ทักมาหา เพราะเขาอยากระบาย เรื่องที่เขาเป็นโรคซึมเศร้า เราก็พยายามให้กำลังใจเพราะเขาไม่กล้าบอกแฟนตัวเอง ทั้งๆที่ตัวเราแย่กว่าเขามาก ซึ่งแฟนผมเขาก็มาเห็นผมคุยกันและก็ทะเลาะกันเรื่องที่ผมคุย ซึ่งตอนนั้นผมอารมณ์เสียสุดๆได้พูดไปว่าผมจริงจังกับคนนี้ จะแต่งงานกับเขา จะไม่กลับไปคบกับแฟนผมแล้ว
ทั้งๆที่ผม กำลังจะขอเขาหมั่น เพราะผมรู้สึกว่าเราแค่คบกันมันยังไม่ผูกมัดเขากับผมได้เลย ผมซื้อแหวนไว้และซ้อนมันไว้ใต้เตียงหวังว่าเวลาเขาปูเตียงแล้วจะเจอมัน ถ้าไม่เจอ ผมก็อยากรอให้ถึงวันเกิดเขาเพราะผมซื้อตุ๊กตาหมีให้เขาเพราะเขาชอบนอนกอด แต่ตัวที่เขามีมันเล็กผมเลยซื้อตัวใหญ่ให้ จะได้ให้วันเกิดเขาและขอเขาหมั่นกัน ผมคิดว่าถ้าผมหมั่นกับเขาผมอาจจะกล้าบอกเขาว่าผมเป็นโรคไบโพล่าก็ได้นั้นคือสิ่งที่ผมคิด (ตอนแรกผมว่าผมเป็นโรคซึมเศร้า แต่โรคซึมเศร้า ทำไมผมอารมณ์ดี ผมก็ลองหาอาการที่ผมเป็นในเน็ต ซึ่งผลที่ได้คือ โรคอารมณ์สองขั่ว หรือที่เขาเรียก ไบโพล่า แรกๆผมก็ไม่เชื่อหลอกว่ามันจะเป็นแบบนั้นแต่ตั้งแต่อยู่กรุงเทพ ถ้าไม่นับรวมที่เอารถเข้าไฟแนนส์ผมมีหนี้ที่ไม่มีที่มาที่ไป เกือบ5หมื่น อาการแมเนียเขาบอกจะใช่เงินฟุ่มเฟือย ซึ่งมันฟุ่มเฟือยมากทำงานได้แค่3เดือนหนี้5หมื่น ผมมานั่งคิดว่าตัวผมเป็นตั้งแต่ตอนไหนอาการซึมเศร้ามันเริ่มตั้งแต่เราคบกันได้3-4เดือนที่เริ่มทำร้ายตัวเอง อารมณ์ดี ปกติผมก็เป็นคนอารมณ์ดี เวอร์คิดบวกเสมออยู่แล้ว เลยไม่สังเกตุตัวเอง) แต่สิ่งที่ผมได้คือเขาไป คบกับคนอื่นแล้วก่อนวันเกิดเขาแค่6วัน เขาคุยกันมาแค่อาทิตเดียวไปอยู่ด้วยกันแล้ว ผมเข้าใจแหละเพราะผมทำสิ่งแย่ๆกีบเขามาตลอด แต่อารมณ์ผมมันรับไม่ได้ วันนั้นผมไล่เขาออกจากห้องไปเขาเก็บของพร้อมจะออกไปผมที่นอนร้องอยู่บนเตียง ทำร้ายตัวเองโดยการเอาคัตเตอร์กรีดไปทั่วทั้งตัว ขอร้องให้เขากลับมาขอร้องให้เขาให้โอกาส จนผมหลับไปเขาก็ไปแล้ว แต่เขายังไม่เอาของเขาไปหมด ผมที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาแก้ปวดหมดกระปุก แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ใจสั่น เลยเอาน้ำยาล้างห้องน้ำมากินแต่มันไม่เหมือนในหนังเลยครับ การกินน้ำยาล้างห้องน้ำไป แก้วนึงตอนนั้นผมรินใส่แก้วกินเหมือนวิสกี้เลยครับ มันทำได้แค่มากสุดปวดท้องและอ้วกออกมา ท้องเสียไปอาทิตนึง ผมไม่ตาย และมันทำให้ผมทำสิ่งที่แย่เอามากๆตอนเขากลับมาเอาของ ผมจับเขามัดไม่ให้เขาไปไหน ยึดของทุกอย่างของเขา มัดได้ไม่นานผมใจเย็นลงก็ปล่อยเขา เขาโกรธผมมากและกลัว เขาคิดจะกระโดดตึกหนีผม ผมเกลียดตัวผมที่เป็นแบบนี้มากๆพอถึงเช้าเขาแต่งตัวไปทำงานและผมก็ไปส่งแต่ผมไม่ให้เขาเอาอะไรไปจากห้องเลยสักอย่างแม้กระทั่งมือถือ ผมยึดไว้หมดกะว่าตอนเย็นเดียวผมก็จะต้องมารับเขากลับแต่เขาแอบหยิบโทรศัพท์สำรองของผมไปด้วย พอตกเย็นเขาหนีผมกลับบ้านกับแฟนใหม่เขาไป หายไป2-3วัน เขาไม่มีเสื้อผ้าและ เขาต้องใช้โทรศัพท์เครื่องนี้มาก ผมเลยทำสัญญากับเขาว่าให้เขากลับมาอยู่ที่นี้ 1 เดือนโดยไม่ติดต่อกับแฟนใหม่เลยครบ1เดือนผมจะปล่อยเขาไปถ้าเขาต้องการจะไป ผมพยายามอยู่กับเขาไปรับส่งเขาทุกวัน พยายามกอดเขาให้มากที่สุด แต่เขาบอกผมพยายามเกินไปไม่เหมือนตอนที่เขาอยู่ด้วยกันมา แต่ผมแค่ต้องการที่จะเก็บความสุขสุดท้ายกับเขาที่ผมรักมากกว่าชีวิตผม
เก็บไว้ในความทรงจำ พออยู่ได้4วันเราก็ทะเลาะกันเพราะเขาคุยกับแฟนใหม่ ให้ผมเห็นซึ่งผิดสัญญาที่ให้ แต่ผมก็ไม่ได้อะไรแต่เขาโมโหและโกรธผมมากที่ไปยุ่งทะเลาะกันจนเขาคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ความรักแค่อาทิตเดียว กลับยอมตายให้มัน ผมรักเขามาเกือบครึ่งชีวิต แค่ขอไม่ให้เขาไปยังไม่ได้เลย จนผมต้องยอมเขา วันนี้ก็เป็นวันที่6แล้วครับผมจะพยายาม และพยายามทำให้ดีที่สุด
ผมควรทำยังไงต่อไปหรือผมควรปล่อยเขาไปดี
สมองตันมองหาทางไปไม่ได้เลย