อยากจะขอคำแนะนำ ชี้แนะ แนวทาง ทางออก ในการแก้ปัญหาของชีวิตค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าถึงเวลาตัดสินใจสักทีแล้วหลังจากที่ยืดเยื้อมานาน อึดอัดใจ เหนื่อยใจ อยากจะให้ปัญหามันจบซะทีค่ะ แต่ตัวเองเหมือนหาทางออกไม่เจอค่ะ
ปัจจุบันคือแยกกันอยู่กับพ่อของลูกมา 11 เดือนแล้ว เหตุผลที่แยกคือวันนั้นทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรง ในคืนนั้นเลยตัดสินใจว่าพอแล้วกับ 10 ปีที่ไม่มีอะไรดีขึ้น กินเหล้าทุกวัน ให้ความสำคัญกับเพื่อน อยากปรึกษาอะไรก็ใช้แต่อารมณ์ เงินทองเราก็ออกเยอะกว่า แทนที่จะทำให้สบายใจบ้าง แล้วก่อนออกมาเขาก็บอกว่าถ้าจะไปก็ไปให้รอด คำนี้มันฝังใจจนถึงตอนนี้
ย้อนไปปลายปี 61 ค่ะ เพราะเราก็มีส่วนเลวเหมือนกัน เราแอบคุยกับผู้ชายคนนึงอยู่หลายเดือน คุยโทรศัพท์อย่างเดียวไม่ได้เจอกัน ตอนแรกกะแค่ว่าคุยเฉยๆไม่ล้ำเส้นเพราะเขาก็มีครอบครัวแล้วเหมือนกัน แต่พอคุยไปนานเข้าก็รู้สึกรัก แล้วก็มีความสัมพันธ์กัน แต่สุดท้ายก็เลิกรากันไป ต่างคนก็ใช้ชีวิตกับครอบครัวของตัวเอง แฟนก็ดีขึ้นบ้างค่ะ แต่ก็กินเหล้าทุกวันเหมือนเดิม จะมีดีก็ตรงมีความซื่อสัตย์นี่แหละค่ะ
มาตอนปีใหม่ 63 กลับบ้านหาลูกด้วยกัน ก็กินเหล้าเหมือนเดิม ไปกินบ้านเพื่อนเช้ายันเที่ยงคืน ไปตามก็แล้ว เราก็กลับมานอนกอดลูกร้องไห้ แล้วถามตัวเองว่าควรพอไหม มีเขาก็เหมือนไม่มี ทำไมถึงให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าลูกเมีย ก็เลยตัดสินใจคุยกับเขาว่าเลิกกันดีไหม เขาบอกอยากเลิกเหมือนกัน เราชอบบังคับไม่ให้อิสระกับเขา พอเช้ามาเขากับครอบครัวเขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็กลับมากรุงเทพได้ 1 อาทิตย์ก็มาทะเลาะกันอีก ก็เป็นวันที่ได้แยกกันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ
ในตอนที่แยกกัน เราก็ยังช่วยเขาเรื่องเงิน กลับไปทำความสะอาดห้องให้บ้าง แต่เขาก็พยายามมาง้อ มาหาหลังเลิกงานพยายามปรับตัว แล้วมีช่วงนึงที่ผู้ชายคนที่เราเคยแอบคบ กลับเข้ามาทำให้หวั่นไหวอีกครั้ง เพราะเขาได้แยกกันอยู่กับภรรยาเขาเหมือนกัน เราก็เหมือนคบทั้งสอง จนมันอึดอัดรู้สึกต้องเลือกทางใดทางนึงแล้ว เลยตัดสินใจเลือกคนใหม่ เพราะตอนถามลูกว่าพ่อกับแม่แยกกันแล้ว หนูโอเคไหม ลูกบอกพ่อกินแต่เหล้า กวนแม่ แม่ไม่ได้นอนเลย ไม่ต้องกลับไปแล้ว เราก็เลยคิดว่าลูกคงไม่มีปัญหา เล่าย้อนไปหลังจากที่แยกกันอยู่เหตุการณ์นี้เกิดจากที่กลับบ้านไปหาลูกด้วยกันอีกช่วงเดือนพ.ค. 63 ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านเขาขับรถเข้าป่าเพื่อจะไปมีอะไรกับเราในรถ เราบอกว่าเรายังไม่พร้อมยังไม่อยากมีอะไรด้วยเขาก็ใช้กำลังในรถ แต่เราดิ้นหลุดออกมาได้ และมาตอนกลางคืนเขาก็พยายามจะขืนใจเราอีกทั้งที่นอนในมุ้งเดียวกันกับลูกและแม่ของเขา เราก็ขัดขืนให้แม่เขารู้ แต่แม่เขาเดินหนีไปนอนบนบ้าน คืนนั้นเราสู้กับเขาจนเช้าเราเขาและลูกไม่ได้นอนเลยค่ะ ลูกยืนมองแม่กับพ่อขัดขืนกัน เป็นอะไรที่บัดซบมาก เขาบอกให้เรายอมมีอะไรกับเขาเขาถึงจะยอมหยุด เราบอกไม่สงสารลูกหรอที่มาเห็นอะไรแบบนี้ เขาบอกเราเห็นแก่ตัวยอมเขาทุกอย่างก็จบ คืนนั้นไม่มีใครช่วยเราเลย นึกทีไรก็เสียใจค่ะ อันนี้คือที่มาของคำพูดลูกค่ะว่าพ่อกวนแต่แม่ แม่ไม่ได้นอน
ส่วนเรื่องของเรากับคนใหม่ก็เจอกันมากขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนะคะ เขาก็ได้จดทะเบียนหย่าไปตอนก.ค.
แต่พ่อของลูกก็ยังตามง้ออยู่นะคะ ถึงเราจะบอกไปแล้วว่าไม่ได้รักแล้ว ให้ทำแค่หน้าที่พ่อแม่ให้ลูก เขาบอกเขาอยากขอโอกาสปรับปรุงตัว เขาจะขอรอเรา จนกว่าจะกลับไป
เมื่อเดือนที่แล้วก็กลับบ้านไปหาลูก ได้ถามลูกอีกครั้งเรื่องที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลูกบอกว่าครูถามเรื่องนี้แล้วลูกไม่รู้จะตอบยังไง เลยบอกไปว่าไม่รู้ หนูไม่อยากให้พ่อแม่เลิกกัน หนูอาย อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่อยากให้พ่อเมากวนแม่อีก คำพูดของลูกทำให้เราลังเลกับการไปต่อกับคนใหม่ เราเลยถามตัวเองว่าเราจะยอมกลับไปแก้ไขมันอีกครั้งเพื่อลูกดีไหม เราควรลดความรู้สึกตัวเองลง วางมันลงเพื่อลูก แล้วคนใหม่ที่เขาวาดหวังอนาคตไว้กับเรา เราจะทำยังไงต่อไป ความคิดมันวนอยู่แบบนี้ มันแย่ค่ะ คิดว่ามันควรจบทางไหนสักทาง และควรจะตัดสินใจได้หรือยัง เรื่องคนใหม่มีแค่ฝั่งบ้านเราที่รู้นะคะ ซึ่งทุกคนแอนตี้หมด เพราะเขาคิดว่าเราแยกกับแฟนเพราะคนนี้ ส่วนแฟนก็ขู่หลายครั้งค่ะว่าถ้ามีคนใหม่จะเอาถึงตาย และแม่แฟนก็บอกถ้าเรามีใหม่เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกๆกับเรา จะทำยังไงดี ตันมากค่ะ
ช่วยพาเราออกจากทางตันนี้ทีค่ะ
ปัจจุบันคือแยกกันอยู่กับพ่อของลูกมา 11 เดือนแล้ว เหตุผลที่แยกคือวันนั้นทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรง ในคืนนั้นเลยตัดสินใจว่าพอแล้วกับ 10 ปีที่ไม่มีอะไรดีขึ้น กินเหล้าทุกวัน ให้ความสำคัญกับเพื่อน อยากปรึกษาอะไรก็ใช้แต่อารมณ์ เงินทองเราก็ออกเยอะกว่า แทนที่จะทำให้สบายใจบ้าง แล้วก่อนออกมาเขาก็บอกว่าถ้าจะไปก็ไปให้รอด คำนี้มันฝังใจจนถึงตอนนี้
ย้อนไปปลายปี 61 ค่ะ เพราะเราก็มีส่วนเลวเหมือนกัน เราแอบคุยกับผู้ชายคนนึงอยู่หลายเดือน คุยโทรศัพท์อย่างเดียวไม่ได้เจอกัน ตอนแรกกะแค่ว่าคุยเฉยๆไม่ล้ำเส้นเพราะเขาก็มีครอบครัวแล้วเหมือนกัน แต่พอคุยไปนานเข้าก็รู้สึกรัก แล้วก็มีความสัมพันธ์กัน แต่สุดท้ายก็เลิกรากันไป ต่างคนก็ใช้ชีวิตกับครอบครัวของตัวเอง แฟนก็ดีขึ้นบ้างค่ะ แต่ก็กินเหล้าทุกวันเหมือนเดิม จะมีดีก็ตรงมีความซื่อสัตย์นี่แหละค่ะ
มาตอนปีใหม่ 63 กลับบ้านหาลูกด้วยกัน ก็กินเหล้าเหมือนเดิม ไปกินบ้านเพื่อนเช้ายันเที่ยงคืน ไปตามก็แล้ว เราก็กลับมานอนกอดลูกร้องไห้ แล้วถามตัวเองว่าควรพอไหม มีเขาก็เหมือนไม่มี ทำไมถึงให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าลูกเมีย ก็เลยตัดสินใจคุยกับเขาว่าเลิกกันดีไหม เขาบอกอยากเลิกเหมือนกัน เราชอบบังคับไม่ให้อิสระกับเขา พอเช้ามาเขากับครอบครัวเขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็กลับมากรุงเทพได้ 1 อาทิตย์ก็มาทะเลาะกันอีก ก็เป็นวันที่ได้แยกกันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ
ในตอนที่แยกกัน เราก็ยังช่วยเขาเรื่องเงิน กลับไปทำความสะอาดห้องให้บ้าง แต่เขาก็พยายามมาง้อ มาหาหลังเลิกงานพยายามปรับตัว แล้วมีช่วงนึงที่ผู้ชายคนที่เราเคยแอบคบ กลับเข้ามาทำให้หวั่นไหวอีกครั้ง เพราะเขาได้แยกกันอยู่กับภรรยาเขาเหมือนกัน เราก็เหมือนคบทั้งสอง จนมันอึดอัดรู้สึกต้องเลือกทางใดทางนึงแล้ว เลยตัดสินใจเลือกคนใหม่ เพราะตอนถามลูกว่าพ่อกับแม่แยกกันแล้ว หนูโอเคไหม ลูกบอกพ่อกินแต่เหล้า กวนแม่ แม่ไม่ได้นอนเลย ไม่ต้องกลับไปแล้ว เราก็เลยคิดว่าลูกคงไม่มีปัญหา เล่าย้อนไปหลังจากที่แยกกันอยู่เหตุการณ์นี้เกิดจากที่กลับบ้านไปหาลูกด้วยกันอีกช่วงเดือนพ.ค. 63 ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านเขาขับรถเข้าป่าเพื่อจะไปมีอะไรกับเราในรถ เราบอกว่าเรายังไม่พร้อมยังไม่อยากมีอะไรด้วยเขาก็ใช้กำลังในรถ แต่เราดิ้นหลุดออกมาได้ และมาตอนกลางคืนเขาก็พยายามจะขืนใจเราอีกทั้งที่นอนในมุ้งเดียวกันกับลูกและแม่ของเขา เราก็ขัดขืนให้แม่เขารู้ แต่แม่เขาเดินหนีไปนอนบนบ้าน คืนนั้นเราสู้กับเขาจนเช้าเราเขาและลูกไม่ได้นอนเลยค่ะ ลูกยืนมองแม่กับพ่อขัดขืนกัน เป็นอะไรที่บัดซบมาก เขาบอกให้เรายอมมีอะไรกับเขาเขาถึงจะยอมหยุด เราบอกไม่สงสารลูกหรอที่มาเห็นอะไรแบบนี้ เขาบอกเราเห็นแก่ตัวยอมเขาทุกอย่างก็จบ คืนนั้นไม่มีใครช่วยเราเลย นึกทีไรก็เสียใจค่ะ อันนี้คือที่มาของคำพูดลูกค่ะว่าพ่อกวนแต่แม่ แม่ไม่ได้นอน
ส่วนเรื่องของเรากับคนใหม่ก็เจอกันมากขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนะคะ เขาก็ได้จดทะเบียนหย่าไปตอนก.ค.
แต่พ่อของลูกก็ยังตามง้ออยู่นะคะ ถึงเราจะบอกไปแล้วว่าไม่ได้รักแล้ว ให้ทำแค่หน้าที่พ่อแม่ให้ลูก เขาบอกเขาอยากขอโอกาสปรับปรุงตัว เขาจะขอรอเรา จนกว่าจะกลับไป
เมื่อเดือนที่แล้วก็กลับบ้านไปหาลูก ได้ถามลูกอีกครั้งเรื่องที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลูกบอกว่าครูถามเรื่องนี้แล้วลูกไม่รู้จะตอบยังไง เลยบอกไปว่าไม่รู้ หนูไม่อยากให้พ่อแม่เลิกกัน หนูอาย อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ไม่อยากให้พ่อเมากวนแม่อีก คำพูดของลูกทำให้เราลังเลกับการไปต่อกับคนใหม่ เราเลยถามตัวเองว่าเราจะยอมกลับไปแก้ไขมันอีกครั้งเพื่อลูกดีไหม เราควรลดความรู้สึกตัวเองลง วางมันลงเพื่อลูก แล้วคนใหม่ที่เขาวาดหวังอนาคตไว้กับเรา เราจะทำยังไงต่อไป ความคิดมันวนอยู่แบบนี้ มันแย่ค่ะ คิดว่ามันควรจบทางไหนสักทาง และควรจะตัดสินใจได้หรือยัง เรื่องคนใหม่มีแค่ฝั่งบ้านเราที่รู้นะคะ ซึ่งทุกคนแอนตี้หมด เพราะเขาคิดว่าเราแยกกับแฟนเพราะคนนี้ ส่วนแฟนก็ขู่หลายครั้งค่ะว่าถ้ามีคนใหม่จะเอาถึงตาย และแม่แฟนก็บอกถ้าเรามีใหม่เขาจะไม่ให้สิทธิ์ลูกๆกับเรา จะทำยังไงดี ตันมากค่ะ