คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
สมัยน้องสาวผมยังเรียนไม่จบผมก็ประมาณคุณอ่ะครับ แต่ยังดีที่ผมทำงานเอกชนเงินเดือน 30,000++(โอทีนี่ผมทำแบบเอาเป็นเอาตายจนเพื่อนที่ทำงานมีแต่แซวว่าทำงานแบบนี้จะเก็บเงินไว้ฝั้งดินเหรอไม่ใช้ไม่เที่ยวเลย) หารู้ไม่ว่าเรามีภาระรับผิดชอบเยอะมาก เพราะต้องส่งเงินให้พ่อ+แม่ ที่ต่างจังหวัด+หนี้ กยศ. ตัวเอง+ส่งให้น้องสาวเรียนอีกขนาดเรียนจบแล้วช่วงปีแรกผมยังต้องคอยจ่ายค่าติวสอบราชการให้น้องสาว ตอนนั้นผมไม่มีเงินเก็บเลยนะนอกจากเงินสะสม pvd ที่บริษัท ส่วนเรื่องการไปเที่ยวแค่เที่ยวต่างจังหวัดนี่ผมยังไม่มีเงินเที่ยวเลย จนผมทำงานครบ 9ปี อายุ 32 น้องสาวเรียนจบและสอบได้งานลูกจ้างประจำของราชการผมถึงค่อยกล้าออกจากงานที่เก่าไปหาความท้าทาย+ได้เงินเดือนเพิ่มจนเริ่มมีเงินเก็บเริ่มได้ซื้อเสื้อผ้า+รองเท้าแพงๆ ได้กินอาหารแพงๆ ได้ซื้อโทรศัพท์แพงๆใช้กับเค้าบ้าง ได้ออกเที่ยวทั้งในประเทศและไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ล่าสุดปีที่แล้วน้องสาวสอบราชการสังกัด กทม. ติดผมก็โล่งใจเรื่องที่ไม่ต้องเก็บเงินสำรองเผื่อสำหรับค่ารักษาพยาบาลให้แม่+พ่อแล้ว ทำให้มีเงินเก็บมากขึ้น
ดอกไม้ที่ปราสาทวัดพู หลงรัก, ลูกไหม ถูกใจ, always in my dream ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5826754 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3657919 ซึ้ง, สมาชิกหมายเลข 2199438 ถูกใจ, นับล้าน ถูกใจ, tor09 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 747303 ถูกใจ, แสนดี มีที่ยกเว้น ถูกใจรวมถึงอีก 19 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
วางแผนชีวิตหลังเกษียณ(ลำบากตัวเองไปไหมครับ)
มีเงินเก็บ 2 แสนบาท มีรถจักรยานยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว 1 คัน ยังมีพ่อแม่และน้องสาวต้องดูแล
ผมวางแผนชีวิตตัวเอง คือ การซื้อบ้านที่ภาคเหนือ ราคา 2 ล้านบาท (แต่ตัวอยู่กรุงเทพ) ซึ่งบ้านหลังนี้คิดว่าจะให้พ่อแม่อยู่ช่วงบั้นปลาย
โดยที่ตัวเองยังทำงานอยู่กรุงเทพ และหาทางย้ายในโอกาสต่อไป
ทุกวันนี้ผมค่อนข้างกระบิดกระเสียน ผมต้องส่งให้ที่บ้านเดือนละ 6000-8000 (ทุกเดือน) ให้ค่าขนมน้องสาว เดือนละ 1000-2000
บางครั้งมีค่าทำรายงาน ไปเที่ยวกับเพื่อน ฯลฯ
ตอนนี้น้องสาวผมอยู่ ม.6 เข้ามหาลัยคงต้องมีภาระเพิ่มขึ้น และย้ายออกจากบ้านเช่ามาอยู่หอพักเดือนละ 2000
สรุปแล้วเดือนๆหนึ่ง ผมเหลือใช้สำหรับตัวเองจริงๆแค่ 8000 มันอาจจะดูน้อยแต่ผมพอใช้นะครับ ผมฝากเดือนละ 4000-5000 มาตลอด
ตอนนี้ผมวางชีวิตตัวเองช่วงบั้นปลายไว้แล้ว อีก 28 ปีเกษียณ
เรื่อง อนาคตวางแผนครอบครัว อีกหน่อยก็คงต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก
ผมใช้ของธรรมดามาก ไม่เที่ยวกลางคืน สังสรรค์เฮฮาเหมือนคนหนุ่มในวัยเดียวกัน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช่เพราะอะไร
เพราะผมกลัวเงินไม่พอใช้ ข้าวมื้อเย็นผมชอบสั่งพิเศษเพื่อแบ่งกินสองครั้ง เย็น/เช้า(วันถัดไป)
มีเดินทางท่องเที่ยวก็จะเป็นแบบ Backpacker และใช้รถไฟเป็นปกติ
มีเพื่อนผมเคยบอกว่าผมกระเบียดกระเสียนตัวเองมากไป แบบนี้จะอึดอัดไม่มีความสุข
พี่ๆหรือคุณน้าท่านใดผ่านไปมาแล้ว มีแนวคิดคำแนะนำ ทางลัด เป็นวิทยาทานก็ขอบคุณมากครับ