ไทยรวมกำลังตั้งมั่น จะสามารถป้องกันขันแข็ง
ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธแย้งก็จะปลาศไป
ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ ร่วมชาติร่วมจิตเป็นข้อใหญ่
ไทยอย่ามุ่งร้ายทำลายไทย จงพร้อมใจพร้อมกำลังระวังเมือง
ให้นานาภาษาเขานิยม ชมเกียรติยศฟูเฟื่อง
ช่วยกันบำรุงความรุ่งเรือง ให้ชื่อไทยกระเดื่องทั่วโลกา
ช่วยกันเต็มใจใฝ่ผดุง บำรุงทั้งชาติศาสนา
ให้อยู่จนสิ้นดินฟ้า วัฒนาเถิดไทยไชโย
เพลง “ไทยรวมกำลัง” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ
เนื้อหาของเพลงบอกให้คนไทยมีความสามัคคี ไม่ทำร้ายทำลายชาติ แต่จงร่วมกันสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรือง ให้ทั่วโลกชื่นชม
ในอดีต ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องเผชิญกับสงครามการรุกรานจากเพื่อนบ้านและชาติตะวันตกอยู่บ่อยครั้ง เราต้องต่อสู้รบรากับข้าศึกศัตรูภายนอก กว่าจะเป็นปึกแผ่นมั่นคง ให้รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเราได้อยู่อย่างร่มเย็นจนถึงปัจจุบัน
วันนี้ แม้เราไม่มีศึกสงครามจากภายนอก แต่ไทยเราก็รวมกำลังกัน ที่ไม่ใช่การรวมกำลังเพื่อสร้างชาติให้รุ่งเรือง ให้ทั่วโลกชื่นชม เหมือนเนื้อเพลง
แต่เราเลือกที่จะรวมกำลังกันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วหันมารบรากันเอง ด้วยการหลงเชื่อคำยุยงของคนภายนอก
ในอดีต คนภายนอก คือข้าศึกศัตรูต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์ที่เข้ามารุกราน แต่ “คนภายนอกในปัจจุบัน” กลับผสมปนเจือ ด้วยคนชาติพันธุ์เดียวกันกับเรา ทั้งที่อยู่ในและนอกอาณาเขตประเทศไทย ที่ไปชื่นชมและรับนโยบายชาติอื่น มายุยงปลุกปั่น สร้างกระแสบิดเบือนความจริง ให้คนไทยในประเทศเกลียดชังและหันมาราวีกันเอง
ประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่เราคนไทยเคยเขียนขึ้นมาเอง สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไท(ย) ให้กับเราตลอดมา แต่วันนี้กลับกลายเป็นพฤติกรรม “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” ใครบางคนกำลังเปิดประตูให้คนภายนอก เข้ามาเขียนประวัติศาสตร์ให้ชาติเราใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าต่อไป จะเป็นประวัติศาสตร์ประชาราษฎร์ฝรั่งเศส อเมริกา ชาติอื่นใด หรือ ประชาชาติไทยกันแน่?
อย่าให้สิ่งที่เรากำลังเรียกร้องหรือทำกันอยู่นี้ สร้างทางเดินให้ใคร “ชักศึกเข้าบ้าน” หยุดสักนิด หันไปคิดให้ดี สิ่งที่ทำอยู่นี้ เกิดประโยชน์ เกิดคุณค่าใดต่อใคร ต่อประเทศใดบ้าง? คิดให้รอบ เรากำลังถูกหลอกใช้อยู่หรือไม่?
ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะเปลี่ยนหน้าใหม่อีกสักกี่ครั้ง แต่คนไทยก็ต้องเขียนขึ้นมาเอง ไม่ใช่ให้ใครชาติไหนมาจับมือเราเขียน
---------------------
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ฝากไว้ให้คิด: ภายใต้หลักการ “ประชาธิปไตย” แน่นอนว่า การประท้วง ทำได้ การเเสดงออก ทำได้ เเต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ความสงบ การเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ความปรารถนาดีต่อกัน มิใช่ การสร้างความเกลียดชัง การโค่นล้ม การทำลายคนที่คิดไม่เหมือนเรา
ประชาธิปไตยไม่ได้จบที่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือการเลือกตั้งใหม่ เเต่เริ่มจากการสร้างเเละใช้กฏหมายที่มีความเท่าเทียมกัน ที่สามารถเข้าถึงคุณค่า องค์ความรู้ โอกาส และความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกผู้นำที่ดี มีความสามารถ และที่สำคัญ มีคุณธรรม
คุณธรรมของคนดูได้จากการกระทำ หันไปมองคนที่คุณอยากได้เขามาเป็นผู้นำ เขามีคุณธรรมอะไรบ้าง เขาได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติ ให้กับประชาชนแล้วหรือยัง หรือเขากำลังสร้างแต่ความเกลียดชังและความแตกแยก อย่าบอกว่า “กำลังจะสร้าง” เพราะผู้นำต้องสร้างแล้ว ภาวะผู้นำต้องเกิดแล้ว ไม่ใช่ “กำลังจะ”
ไม่ว่ายุคสมัยหรืออะไรเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนคือ การยกย่องผู้ที่ทำคุณประโยชน์ สร้างคุณความดีให้แผ่นดิน เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่กำลังสร้างแตกแยก ความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่คณะใดก็ตาม ย่อมไม่ใช่คุณสมบัติของผู้มีคุณธรรม
ประวัติศาสตร์ที่คนไทยต้องเขียนเอง ไม่ใช่ถูกชาติไหนจูงจมูกให้เขียน
ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธแย้งก็จะปลาศไป
ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ ร่วมชาติร่วมจิตเป็นข้อใหญ่
ไทยอย่ามุ่งร้ายทำลายไทย จงพร้อมใจพร้อมกำลังระวังเมือง
ให้นานาภาษาเขานิยม ชมเกียรติยศฟูเฟื่อง
ช่วยกันบำรุงความรุ่งเรือง ให้ชื่อไทยกระเดื่องทั่วโลกา
ช่วยกันเต็มใจใฝ่ผดุง บำรุงทั้งชาติศาสนา
ให้อยู่จนสิ้นดินฟ้า วัฒนาเถิดไทยไชโย
ในอดีต ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องเผชิญกับสงครามการรุกรานจากเพื่อนบ้านและชาติตะวันตกอยู่บ่อยครั้ง เราต้องต่อสู้รบรากับข้าศึกศัตรูภายนอก กว่าจะเป็นปึกแผ่นมั่นคง ให้รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างเราได้อยู่อย่างร่มเย็นจนถึงปัจจุบัน
วันนี้ แม้เราไม่มีศึกสงครามจากภายนอก แต่ไทยเราก็รวมกำลังกัน ที่ไม่ใช่การรวมกำลังเพื่อสร้างชาติให้รุ่งเรือง ให้ทั่วโลกชื่นชม เหมือนเนื้อเพลง แต่เราเลือกที่จะรวมกำลังกันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แล้วหันมารบรากันเอง ด้วยการหลงเชื่อคำยุยงของคนภายนอก
ในอดีต คนภายนอก คือข้าศึกศัตรูต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์ที่เข้ามารุกราน แต่ “คนภายนอกในปัจจุบัน” กลับผสมปนเจือ ด้วยคนชาติพันธุ์เดียวกันกับเรา ทั้งที่อยู่ในและนอกอาณาเขตประเทศไทย ที่ไปชื่นชมและรับนโยบายชาติอื่น มายุยงปลุกปั่น สร้างกระแสบิดเบือนความจริง ให้คนไทยในประเทศเกลียดชังและหันมาราวีกันเอง
ประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่เราคนไทยเคยเขียนขึ้นมาเอง สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไท(ย) ให้กับเราตลอดมา แต่วันนี้กลับกลายเป็นพฤติกรรม “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” ใครบางคนกำลังเปิดประตูให้คนภายนอก เข้ามาเขียนประวัติศาสตร์ให้ชาติเราใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าต่อไป จะเป็นประวัติศาสตร์ประชาราษฎร์ฝรั่งเศส อเมริกา ชาติอื่นใด หรือ ประชาชาติไทยกันแน่?
อย่าให้สิ่งที่เรากำลังเรียกร้องหรือทำกันอยู่นี้ สร้างทางเดินให้ใคร “ชักศึกเข้าบ้าน” หยุดสักนิด หันไปคิดให้ดี สิ่งที่ทำอยู่นี้ เกิดประโยชน์ เกิดคุณค่าใดต่อใคร ต่อประเทศใดบ้าง? คิดให้รอบ เรากำลังถูกหลอกใช้อยู่หรือไม่?