คุณมีคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้ามั้ยคะ? เรารวม FAQs ให้ค่ะ

สวัสดีค่ะ Moon is made of green cheese เจ้าของกระทู้เดิมกระทู้นี้เองค่ะ 

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้ที่แล้วและพยายามทำความเข้าใจกับโรคนี้ และขออภัยที่ไม่สามารถตอบคำถามทุกท่านทั้งทางหน้าไมค์และหลังไมค์ได้นะคะ เห็นเพื่อน ๆ เข้ามาช่วยกันตอบแล้วรู้สึกขอบคุณและซึ้งใจมาก ๆ ค่ะ ตอนนี้จขกท. อาการดีขึ้นบ้างและทานยาอย่างต่อเนื่องอยู่ค่ะ

เลยขออนุญาตรวบรวมคำถามที่ถูกถามเข้ามาไว้ที่นี่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านนะคะ แต่ขอออกตัวก่อนว่า คำตอบในนี้เราอาศัยจากประสบการณ์ของตัวเองและคนใกล้ตัวเท่านั้นค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ท่านอื่นอยากเสริมหรืออยากแชร์ประสบการณ์ อยากให้มาช่วยเขียนเพิ่มนะคะ เพื่อคนอื่น ๆ ที่กำลังทุกข์ทรมานกับโรคนี้ทั้งทางตรงและทางอ้อมจะได้มีแนวทางในการป้องกันและรับมือค่ะ

=========================================
1) คนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้า เราควรวางตัวอย่างไร
เป็นคำถามที่มีเพื่อน ๆ ถามเข้ามาเยอะมากเลยค่ะ ทั้งมีคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนเป็น

ข้อแรกที่สำคัญมากและสำคัญที่สุดคือ "พาไปหาหมอ" เราไม่สามารถคาดได้เองเลยค่ะว่าอาการของคนนั้นหนักมากหรือน้อยแค่ไหน คนที่จะสามารถวินิจฉัยได้คือแพทย์ค่ะ ตอนของเจ้าของกระทู้คือ เพื่อนสนิทลากไปแล้วก็นั่งเฝ้าเราไว้เลยจนกว่าจะได้เจอหมอ ตอนนั้นรอด้วยกันประมาณ 4 ชั่วโมงได้มั้งคะ รู้สึกขอบคุณถึงทุกวันนี้เลยค่ะ

ต่อไประหว่างที่ยังไม่ได้พบแพทย์ หรือระหว่างการรักษา สิ่งที่คนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวทำได้คือ พยายามอย่าปล่อยให้เค้าอยู่คนเดียวค่ะ ไม่ต้องถึงขนาดจับตาดูตลอด แต่พยายามทำให้เค้ารู้ว่าเค้าไม่ไอยู่ตามลำพัง เพราะการไม่แยแสจะทำให้คนป่วยคิดว่าเค้าไม่มีค่าอะไรกับคุณ จะอยู่หรือไปก็ไม่ต่างอะไรทำนองนี้ค่ะ อาจจะเริ่มจากพูดคุยสอบถามเรื่องทั่ว ๆ ไป หรือไปไหนมาไหนก็โทรถามหน่อยว่ากินอะไรมั้ย ทานข้าวรึยัง ซื้อขนมมาฝากบ้าง แทคเฟสบุคหาบ้างหรือในวันพิเศษเช่นวันเกิด ส่งคำอวยพรให้เป็นต้นค่ะ

บางทีเรื่องเล็ก ๆ เช่นถามว่ากินข้าวรึยัง ทำให้คนเรารอดจากการฆ่าตัวตายได้เลยนะคะ 

เรื่องการวางตัวคุณไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองอะไรค่ะ ยกเว้นถ้าจะบ่นหรือพูดซ้ำเรื่องเดิมวนไปมา อันนี้อาจจะต้องเพลา ๆ ลง เราเข้าใจว่าบางทีเราไม่ได้ตั้งใจ แต่คนฟังคิดมากค่ะ 

การที่เราจะช่วยใครได้ เราต้องรู้จักตัวเองก่อน ถ้าเรารับไม่ไหว ไม่รู้จะทำยังไงหรือเริ่มเครียดตามก็ออกห่างไปก่อน พักใจตัวเองก่อน คนป่วยเหมือนคนจมน้ำนะคะ ถ้าใจคุณแข็งแรงไม่พอ จะลากกันลงก้นทะเลไปด้วยกันเอา

เตือนตัวเองเสมอว่าระบบความคิดของคนเป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีแนวโน้มไปทางแง่ลบมากกว่าปกติ คุณต้องระวังตัวเองไม่ให้ถูกความคิดแง่ลบเข้าครอบงำนะคะ คุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไรกับอาการป่วยของเขา ทุกคนต้องสู้ด้วยตัวเอง แต่แค่อย่าทิ้งเค้าไว้ค่ะ คอยถามไถ่ แสดงความห่วงใยตามปกติ หรือมากกว่าปกตินิดเดียวก็พอค่ะ บางทีถ้ามากเกินไปบางคนก็ไม่สบายใจได้ เช่น จากเดิมไม่เคยถามเลย ก็อาจจะถามซักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ว่าเป็นไงบ้าง หรือนาน ๆ จะคุยกันที ก็ลองทักทายเวลาเจอหน้ากันในบ้าน เช่น จะไปทำงานเหรอ กลับมาแล้วเหรอ แทคนู่นนี่นั่นหาในเฟสบ้าง

ส่วนอีกกลุ่มที่เคยติดหนึบ ตัวติดกันเกินไป ถามความเคลื่อนไหวทุกเช้าเย็น ก็อยากให้ลองเว้นระยะนิดนึง ให้เค้ามีเวลาเป็นส่วนตัวได้คิดบ้างนี้ดนึงก็อาจจะช่วยค่ะ

นอกนั้นก็ลองสังเกตดูว่าเค้าทำอะไรแล้วมีความสุข หรือชอบทำอะไร ให้เค้าทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งในช่วงอาการหนัก ๆ อาจจะไม่มีเลยก็ได้ค่ะ

2) สงสัยว่าคนใกล้ตัวเป็นโรคซึมเศร้า ดูยังไง
บางคนอาจจะแสดงออก บางคนอาจจะแค่เงียบ ๆ ไป จนถึงแทบไม่แสดงอาการเลย ต้องอาศัยการสังเกตค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะหยุดกิจกรรมที่เคยชอบทำ ไม่ออกไปไหน เก็บตัว ของเราตอนป่วยเราก็ไม่บอกคนในครอบครัวนะคะ แทบไม่แสดงออกเลย นอกจากเก็บตัวมาก ๆ แต่คนในบ้านเราก็ไม่ได้ผิดสังเกตเพราะเป็นนางห้องมาแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ
 
ถ้าให้แนะนำจากพฤติกรรมตัวเอง ในเคสที่ดูยาก ลองสังเกตเค้าตอนฟังข่าวคนฆ่าตัวตาย ถ้าตอบสนองกับข่าวแบบนี้ผิดปกติ อาจจะเป็นไปได้ค่ะ

อีกอย่างลองดูประวัติการเสิร์ชดูก็ได้ค่ะ ถ้ามีคีย์เวิร์ดประเภท ฆ่าตัวตาย ฆ่าตัวตายยังไงให้ไม่เจ็บ หรือมีการเสิร์ชหาพวกอุปกรณ์ฆ่าตัวตายต่าง ๆ นา ๆ อันนี้คืออาการหนักแล้วค่ะ (วิธีนี้ต้องระวังในการใช้งานนะคะ)

3) ควรพูดหรือไม่ควรพูดอะไรกับคนป่วย 
จริง ๆ อันนี้ยาก เพราะว่าแล้วแต่คนเลยค่ะว่าฟังอะไรแล้วจะตีความไปทางไหน ส่วนตัวสัมผัสได้ว่าถ้าคนพูดมีความห่วงใยและหวังดีเรารู้สึกได้ค่ะ

สำหรับเรา เราจะเครียดและดาวน์มากเวลาถูกพูดหรือบ่นเรื่องเดิมซ้ำ ๆๆ หรือเวลาที่อยู่กับคนที่พูดไม่หยุด คอยบงการสั่งให้ทำนั่นสิทำนี่สิ หรือถูกย้ำว่าไม่ได้ป่วยหรอก คิดไปเอง เดี๋ยวก็หาย อะไรทำน้องนี้ ถ้าคนพูดรู้สึกว่ารำคาญคนป่วย อยากบ่น อยากสอน เราขอเสนอว่าอย่าเพิ่งเลยค่ะ เดินออกห่างไปเลยดีกว่านะคะ อะไรที่ผิดเวลามันทำให้ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายรู้สึกแย่ลง พอใจโล่ง ๆ ว่าง ๆ แล้วมานั่งคุยกัน คุยได้ก็ดี คุยไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ต้องฝืน

และโดยทั่ว ๆ ไป คำพูดประเภทนี้ควรเลี่ยงค่ะ 

SAMPLE 
- ป่วยเหรอ ชั้นเครียดกว่าแกชั้นยังไม่ป่วยเลย
>> คำนี้ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองห่วยแตก ไม่เอาไหน ไม่อดทน ไม่เหมือนคนอื่น บางทีคนฟังแล้วไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับคนป่วยนี่บาดเจ็บสาหัสเป็น 2 เท่าเลยค่ะ

ข้อเท็จจริงคือ ไม่ใช่แค่คนป่วยนะคะ ไม่ควรเอาใครไปเทียบกับใครทั้งนั้น เพราะแต่ละคนมีปัญหา มีพื้นฐาน มีสภาพแวดล้อม และความเข้มแข็งทางกายและใจไม่เหมือนกันค่ะ

- เข้าวัด นั่งสมาธิช่วยได้
>> ถ้าอาการไม่หนักมาก ช่วยได้จริงค่ะ ตอนเรามีอาการเราเข้าวัดเงียบ ๆ ทำให้ใจสงบลงจริง ๆ แต่ถ้าตอนอาการหนักนี่บอกเลยว่าไม่ช่วยอะไรเลย เรารวมสมาธิไม่ได้ อะไรก็ไม่เข้าหัว ยิ่งอยู่ในวัดเงียบ ๆ เหมือนยิ่งโดนลงโทษ เรื่องอ่านพระธรรมคำสอน สวดมนต์ ลืมได้เลยค่ะ อ่านกอสซิปดารา ดูละครใจยังไม่เอาเลย

- ฆ่าตัวตายมันบาป ต้องตกนรกร้อยชาติพันชาติ
>> การป้องกันคนฆ่าตัวตายไม่ควรเป็นการขู่ หรือทำให้กลัวบาป บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่แคร์เลยค่ะ จะร้อยชาติพันชาติก็ไม่สนแล้ว ไม่กล้ว ไม่รู้สึกอะไรจนอยากตายให้พ้น ๆ เผลอ ๆ นรกมีจริงมั้ยก็ไม่รู้ ตายแล้วก็อาจดับสูญ ไม่ทุกข์ไม่ทรมานก็ได้ ใครจะรู้ เหมือนปิดคอม ชัทดาวน์แล้วก็จบสิ้นกันไป
บางทีคิดด้วยว่า แล้วคนที่กระตุ้นให้เราป่วยนี่ไม่ต้องตกนรกเหรอ ทุกวันนี้ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว

- พ่อแม่เสียใจ
>> อันนี้เราก็รู้ เราก็เสียใจ  รู้ัสึกผิดที่คิดแบบนี้ แต่ตอนนี้เรายังดูแลตัวเองไม่ไหวเลย ถ้าตายไปก็ไม่ต้องรับรู้แล้ว เผลอ ๆ พ่อแม่จะสบายขึ้นด้วย หรือบางคนมีพ่อแม่เป็นต้นเหตุ ก็อยากตายเพื่อให้พ่อแม่รู้สึกผิดต่อการตายของตัวเองด้วยซ้ำไปค่ะ การพูดแบบนี้มีแต่จะทำให้คนที่มีความคิดฆ่าตัวตายรู้สึกโกรธ หรือรู้สึกผิดมากขึ้น สิ้นหวัง ไม่มีทางออก ตัวเองยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ยังต้องแบกความรู้สึกผิดบาปต่อพ่อแม่ กังวล เหมือนติดกับหาทางออกไม่ได้ อยู่ก็ทรมาน อยากตายก็ยิ่งทรมาน

- คิดไปเอง เดี๋ยวก็หาย
>> สำหรับบางคนที่อยู่ใน 'ภาวะซึมเศร้า' ซักพักอาจจะหายได้เองค่ะ แต่ถ้าเป็น 'โรคซึมเศร้า' ไม่หายนะคะ เราไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นแบบไหน ถ้าหลาย ๆ วันแล้วไม่ดีขึ้นเอง พาเค้าไปหาหมอเถอะน้า 

- อยากตายเหรอ คิดได้แค่นี้รีบไปตายเลย
>> อันนี้ห้ามมมมมมนะคะ ถ้าเค้าไปจริง คุณอาจจะเสียใจมากก็ได้ที่นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่คุณบอกเค้า ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่ เมตตาเค้าด้วยการไม่ไล่เค้าไปตายนะคะ

4) คนป่วยซึมเศร้าแตะไม่ได้เลยเหรอ ทำผิดก็ห้ามด่าเหรอ ไม่รับผิดชอบงานแล้วคนอื่นต้องมาเดือดร้อนแทนอีก

อันนี้จขกทเจอเองเลยค่ะ แต่เป็นคนทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ
ตอนสร้างปัญหาทุกอย่างบอกตรง ๆ ว่าเรารู้สึกผิดและไม่อยากเป็นแบบนั้นเลยค่ะ  ตอนเราทำงานเสียหายเรารู้ตัวนะ โทษตัวเองทุกอย่าง รู้สึกผิด แบกปัญหาไว้คนเดียว ปิดบัง โกหก ทำหมดเลยแต่ไม่ได้รู้สึกดีเลยค่ะ ยิ่งกระตุ้นให้อยากตายไปอีก

ถ้าเค้าทำให้คุณเดือดร้อนเสียหาย คุณว่าและสอนเค้าได้ตามปกติ แต่ถ้าจะพูดอะไรรุนแรง ขอให้คิดไว้ว่าคนฟังที่กำลังป่วยจะแปลความหมายคำพูดคุณไปในแง่ลบ 2-3 เท่าค่ะ เพราะงั้นถ้าซอฟท์ลงได้ซักหน่อย รับฟังปัญหาและช่วยเหลือเค้าทางใจได้ก็จะดีค่ะ

ขออนุญาตยกตัวอย่างของเคสเรา ตอนนั้นทำงานในบริษัทของครอบครัวที่มีพี่ชายเป็นเจ้าของ ตอนนั้นเค้ารู้แล้วว่าเราป่วยและสิ่งที่เค้าทำคือช่วยเราได้มากจริง ๆ ทำแบบที่ไม่มีใครสอนเค้า แต่เค้าใช้ความเข้าใจค่ะ

- ตอนเราทำผิดเค้าก็ดุนะ แต่เค้าไม่ปล่อยให้เราเจอปัญหาคนเดียว เช่น ถ้าเค้ารู้ว่าเราไม่สามารถตามงานลูกค้าได้ เค้าจะแบ่งเวลามาช่วยเราตามบ้างนิดหน่อย โดยเฉพาะเคสที่ลูกค้าโหด ๆ 

- หรือแทนที่จะปล่อยให้เรารับผิดชอบงานคนเดียว เค้าจะสั่งงานแล้วกำหนดเดดไลน์ที่ชัดเจน แล้วคอยตามคอยถามเป็นระยะ ๆ แบบนาน ๆ ทีมาถามว่า ทำนี่ยัง ทำนั่นยัง แต่ไม่ได้จิกแบบเช้า กลางวัน เย็น 

- ถ้าเราสร้างความเสียหาย เค้าจะว่าเลย และจะอธิบายให้เราฟังว่า การที่เราทำความเสียหายแบบนี้ ทำให้เค้าเดือดร้อนยังไงแบบไม่ได้ใช้อารมณ์ พูด Fact และพูดครั้งเดียว ไม่บ่นเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และจะตามงานเราในจุดที่เคยทำเสียหายถี่ขึ้น และจะไม่เตะเราไปโดนด่าคนเดียว บางครั้งยอมออกไปโดนด่าแทนเราด้วยค่ะ

- ตอนด่าคือด่า ด่าจบแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิม ถ้าด่าในเวลางาน ตอนเย็นกินข้าวก็จะไม่ยกเรื่องเดิมมาพูดอีก แต่พูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป เช่นด่าบ่ายสอง ด่าจบปล่อยไปคิด สี่โมงเย็นก็จะเดินมาถามแล้วว่าจะกินอะไร ต่อให้ตอนด่าโมโหแค่ไหน พอด่าจบก็จะไม่ฟึดฟัด ไม่ปั้นปึ่งใส่อีกค่ะ 

5) เค้าพูดว่าอยากตาย ไม่มีค่าตลอดเวลา ถึงขั้นทำร้ายร่างกายตัวเองเราควรทำยังไง
- หาหมอก่อนค่ะ ถ้าอาการหนักคุณหมอจะแอดมิท
- ถ้าฟังไหวก็ฟัง ลองค่อย ๆ ถาม หรือชวนคุยดูว่า ทำไมถึงคิดแบบนั้น สาวกลับไปต้นตอของปัญหาดูค่ะ ไม่ต้องให้คำแนะนำอะไร ลองยกตัวอย่างแบบนี้นะคะ อันนี้เพื่อนเราทำกับเราตอนที่เรารู้สึกดาวน์

เรา: เครียด ไม่อยากอยู่แล้วทุกอย่างแย่มากเลย
เพื่อน: เจอเรื่องอะไรมา เครียดอะไร
เรา: ทำงานไม่ได้ โดนด่า
เพื่อน: โดนด่าว่ายังไง โดนแล้วรู้สึกยังไง
เรา: (เล่าสถานการณ์ เล่าความรู้สึก)
เพื่อน: แล้วทำอะไรที่ป้องกันสถานการณ์แบบนั้นได้มั้ย 
เรา: (ใช้ความคิด หาทางแก้ปัญหา ป้องกันสถานการณ์นั้นต่อไป)
เพื่อน: (ถามไปเรื่อย ๆ จนเราเลิกคุยเองเลยค่ะ 55)

เหตุการณ์สมมุตินะคะ แค่ยกตัวอย่างคำถามมาให้ ลองสังเกตว่าเพื่อนเราถามแบบไม่ใส่ความคิดเห็นตัวเองลงไปเลย แต่ให้เราคิดทบทวนตัวเองดู ระหว่างนั้นก็จะค่อย ๆ สงบสติ ลงด้วยค่ะ ลองปรับใช้ดูนะคะ

6) ค่ารักษาแพงมั้ย
ขออนุญาตแจ้งว่า ใช้สิทธิ์บัตรทองได้นะคะ ถ้าโรงพยาบาลไหนไม่มีจิตแพทย์ เค้าจะส่งต่อให้โรงพยาบาลที่มีค่ะ

เพิ่มเติมนิดนึง อย่าปล่อยคนป่วยให้ดูข่าว ดูทวิต คนเดียวนาน ๆ โดยเฉพาะข่าวการเมือง ข่าวอาชญากรรม มันทำให้รู้ัสึกสิ้นหวังค่ะ เค้าจะคิดว่ามันไม่น่าอยู่ มันไม่มีอนาคต แต่ถ้ายังมีวันพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่ามันจะแย่ลงนะคะ ให้ดูรายการอื่นแทนดีกว่า หรือถ้าแยกจากข่าวไมไ่ด้ ก็นั่งคุยกับเค้าไปเลย แต่อย่าไปเถียงกันนะคะ ถ้าเห็นไม่ตรงกัน เดินหนีไปเลยจ้า

จะคอยมาเพิ่มเรื่อย ๆ นะคะ ถ้ามีคำถามอะไรอีก ทิ้งไว้ได้นะคะ ถ้าเราตอบไมได้ เราเชื่อว่าจะมีเพื่อน ๆ มาช่วยตอบค่ะ

ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  สุขภาพจิต โรคซึมเศร้า ปัญหาชีวิต ปัญหาวัยรุ่น จิตแพทย์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่