แชร์ประสบการณ์พบเจอวิญญาณ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาวพันทิปทุกคน

ก่อนหน้านี้เราเคยยืมไอดีเพื่อนมาแบ่งปันประสบการณ์ด้านความสวยความงามกันไปแล้ว

ในครั้งนี้เราเลยขอเปลี่ยนเรื่องมาเป็นเรื่องหลอน ๆ ขนหัวลุกกันบ้างนะคะ

เราเป็นคนที่เชื่อเรื่องวิญญาณแบบครึ่ง ๆ มาตลอดนะคะ
ว่าง่าย ๆ คือเราเจอเรื่องแปลก ๆ มาตั้งแต่เด็ก แต่มันก็พิสูจน์แบบจัง ๆ ไม่ได้สักที
จนกระทั่งมาถึงวันที่มีญาติเราเสีย เราเลยเชื่อเรื่องวิญญาณ 100 % เต็มแบบไร้ข้อกังขาเลยค่ะ

ส่วนเรื่องราวจะเป็นยังไง เราขอเล่าเรื่องที่เราเจอตั้งแต่เด็กที่เราจำได้มาจนถึงเรื่องปัจจุบันเลยนะคะ อาจจะยาวหน่อยนะคะ

เริ่มแรกเราเป็นเด็กที่ไม่ได้กลัวความมืดค่ะ เวลาจะหลับนี่ต้องปิดไฟนอนด้วยซ้ำถึงจะหลับได้
ครั้งแรกที่เราเริ่มเห็นเรื่องแปลก ๆ มันเกิดขึ้นตอนเราเรียนอนุบาลค่ะ
เราจำชั้นปีไม่ได้ว่าตอนนั้นอยู่อ. ไหน
แต่ที่จำได้คือวันนั้นเราเหนื่อยมาก ง่วงมาก เราเลยผลอยหลับไปตั้งแต่ตอนเย็นค่ะ น่าจะสักไม่เกินหกโมงเย็น
แล้วเราดันหลับในห้องนั่งเล่น
พ่อเราเค้าเห็นว่าเราหลับสนิท ก็เลยไม่ปลุกเราแล้วอุ้มเราเข้าไปนอนในห้องนอนค่ะ ตอนที่พ่ออุ้ม เรายังรู้สึกตัวนะคะว่าโดนอุ้ม
อารมณ์เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น ยังไม่หลับสนิทดี
พอพ่อวางเราลงที่เตียง เค้าก็เปิดแอร์ ห่มผ้าให้ลูกเรียบร้อยเลย กะว่าหลับไปเลยลูกยาวถึงเช้า แล้วพ่อเค้าก็ปิดไฟเดินออกจากห้องไปค่ะ

ช่วงนั้นเราก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเรายังไม่ได้หลับสนิท แต่รู้สึกว่าตัวมันเบา ๆ แปลก ๆ เราเลยลืมตาขึ้นมา
สิ่งที่เราเห็นคือ เราเห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียงค่ะ แล้วตัวเราลอยอยู่ในระดับเดียวกับแสงไฟจากแอร์
ในห้องมันมืดก็จริง แต่แสงไฟจากแอร์มันก็ทำให้เราเห็นว่าอะไรเป็นอะไรแบบสลัว ๆ
ตอนนั้นเราคิดแค่ อ่าว ทำไมตัวเราอยู่บนเตียงล่ะ? ไม่ได้กลัวหรือตกใจอะไรเลย รู้ตัวอีกทีคือเราสะดุ้งตื่นแบบเฮือกขึ้นมาบนเตียง
หลังจากนั้นเราก็เดินออกจากห้องนอนไปหาพ่อแม่ พ่อเราก็งงว่าทำไมลูกตื่นเร็ว เมื่อกี้เห็นหลับสนิทดี
แต่เราไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่ฟังนะคะ เพราะเวลาฝันร้ายพ่อกับแม่ก็ชอบบอกว่าไม่มีอะไร เราเลยเก็บเรื่องนี้เงียบ ๆ ไว้

หลังจากนั้นไม่นาน เราก็เจอเหตุการณ์แปลก ๆ อีก 
กลางดึกคืนหนึ่ง เราลืมตาตื่นขึ้นมาค่ะ เหมือนจู่ ๆ มันก็ตื่นเอง
ในห้องมันก็มืดนะคะ แต่มีแสงไฟจากแอร์เลยมองเห็นของรอบ ๆ ห้อง รวมถึงได้ยินเสียงกรนพ่อ กับรู้ว่าแม่นอนอยู่ข้าง ๆ
(ตอนเราเด็ก ๆ เรานอนกับพ่อแม่ค่ะ พ่อจะอยู่ซ้ายสุด แม่นอนกลาง เรานอนขวาสุดค่ะ)

แต่สิ่งที่แปลกคือ เราขยับตัวไม่ได้ค่ะ ขยับไม่ได้เลย ส่งเสียงก็ไม่ได้ ได้แต่กลอกลูกตาไปมา (เรามารู้ทีหลังว่าเค้าเรียกอาการนี้ว่าผีอำ)

แล้วสิ่งที่เราเห็นตรงหน้า คือเงาสีดำเป็นรูปร่างเหมือนคนเลยค่ะ
(ถ้าใครคิดไม่ออกให้นึกถึงคนร้ายในการ์ตูนเรื่องโคนันค่ะ เพียงแต่ขอบจะเบลอ ๆ ไม่ค่อยชัด และไม่เห็นหน้าตาคนด้วยค่ะ)
เค้าคร่อมเราอยู่ ในลักษณะนั่งทับ แล้วเอามือกดไหล่สองข้างของเราเอาไว้
ตอนนั้นเราตกใจมาก พยายามส่งเสียงเรียกพ่อแม่ให้ช่วย แต่เสียงมันไม่ออกจากปากเลย
เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เงาตรงหน้าก็ไม่ยอมขยับไปไหนเลย แล้วเราเริ่มรู้สึกหายใจลำบาก หัวใจก็เต้นถี่มาก
จู่ๆ ในหัวเราก็นึกถึงคาถาชินบัญชร (ตอนเราเด็ก ๆ อาเราเค้าชอบเข้าวัด บวชชีพราหมณ์ เค้าเลยสอนให้เราท่องคาถาชินบัญชรไว้ เราก็ตามประสาเด็ก เค้าให้ท่องเราก็ท่อง แต่ไม่เข้าในความหมายเลย ตอนนั้นเราท่องได้ถึงแค่บทที่ 8 นะคะ)
พอเรานึกได้ เราก็เริ่มสวดในใจ จากหัวใจที่มันเต้นถี่มาก ๆ มันก็ค่อย ๆ สงบลง แต่เงาตรงหน้าก็ไม่ยอมหายไปสักที
เราท่องมาเรื่อย ๆ จนมาถึงบทที่ 8 ได้แต่คิดว่า เอาไงดี เราท่องได้ถึงแค่นี้ ถ้าเค้าไม่หายไปเราจะทำยังไงดี
แต่กลายเป็นว่าพอจบบทที่ 8 ปุ๊บ เงาคนหายวับไปเลย แถมเราขยับตัวได้ทันทีเลยด้วย
เท่านั้นแหล่ะค่ะ แหกปากปลุกพ่อกับแม่รีบเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
พ่อกับแม่ก็บอกว่าฝันร้ายลูก ไม่มีอะไร บ้านเรามีพระภูมิเจ้าที่ ไม่มีใครเข้ามาได้ง่าย ๆ หรอก

เรื่องราวที่เราเจอตอนเด็กก็เลยถูกตัดจบแค่นั้น ช่วงประถม เราก็เหมือนจะเจอเงาอะไรแปลก  ๆ แวบ ๆ แต่ก็ไม่ได้เจอจัง ๆ สักที เลยทำให้เราคิดว่าสิ่งที่เราเจอตอนอนุบาลอาจจะเป็นฝันร้ายก็ได้ แต่เรารู้ตัวดีว่าตอนนั้นเราตื่นอยู่จริง ๆ สติสัมปะชัญญะครบถ้วน

พอขึ้นมัธยม ช่วงม.5 ที่โรงเรียนเราจะมีกีฬาสี แล้วเด็ก ม.5 จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำแสตนเชียร์ จัดงาน
เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เลยต้องมาทำงานค้างคืนที่โรงเรียน โรงเรียนเราจะเป็นตึกเดี่ยว ๆ ห้องน้ำจะอยู่สุดทางด้านขวาของตึกทุกชั้น
ส่วนห้องที่เราพักเป็นห้องแนะแนวซึ่งอยู่สุดทางด้านซ้ายของตึก
ตอนนั้นประมาณห้าทุ่ม พวกเพื่อนเราก็กำลังขมักเขม้นทำงาน เราเลยไม่อยากกวนเพื่อน แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียวที่ชั้น 2 
บรรยากาศในตอนนั้นคือตรงทางเดินไฟปิดหมด เพราะอ. อยากให้ช่วยกันประหยัดไฟ
แต่ตรงลานหน้าโรงเรียนเปิดไปทิ้งไว้ ทำให้เราพอมองเห็นทางเดิน เราเดินจากฝั่งซ้ายสุดไปเข้าห้องน้ำฝั่งขวาสุด ระยะทางก็สักประมาณ 60 เมตร  ระหว่างที่เราเดินอยู่ เราได้ยินเสียงเหมือนคนเดินตามหลังมาตลอด แต่เราคิดว่ามันน่าจะเป็นเสียงสะท้อนจากเท้าเรามากกว่า
เราก็เลยเดินต่อไป จนอีกประมาณ 10 เมตรจะถึงห้องน้ำ
เสียงเท้าที่เดินตามหลังเรากลายเป็นเสียงวิ่งนำหน้าเราไป เข้าไปในห้องน้ำ แล้วตามด้วยเสียงปิดประตูห้องน้ำดังปึ้ง!

เท่านั้นแหล่ะ เราตัวแข็ง ใจเต้นโครมคราม ขานี่ก้าวไม่ออกเลย เหมือนร่างกายมันประมวลผลเร็วกว่าสมองเรา
เพราะตอนนั้นในหัวคือตกใจแต่ไม่ได้คิดอะไรเลย
พอเราตั้งสติได้ เราวิ่งกลับทางเดิมไปหาเพื่อน เรียกให้นางไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อน
แต่เราก็ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง กลัวนางไม่ไปด้วย
ตอนนั้นนางก็ถามว่าทำไมไม่เข้าห้องน้ำชั้น 2 เราก็ได้เแค่บอกว่ามันไม่ค่อยสะอาด คนใช้เยอะ
แต่จริง ๆ แล้วเพราะเหตุการณ์นี้แหล่ะ ทำให้เราไม่กล้าใช้ห้องน้ำชั้น 2 ของโรงเรียนอีกเลย

แล้วเราเคยได้ยินมาว่าเด็ก ๆ ที่เจอวิญญาณ พอโตขึ้นมักจะไม่เจอ
แต่ของเราเหมือนจะเป็นตรงกันข้าม กลายเป็นว่าพอเราอายุเยอะขึ้นกลับเจอบ่อยขึ้น

ช่วงม.6 เราต้องเรียนพิเศษหนักมาเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เรากับเพื่อนเราก็เลยได้ไปเรียนฟิสิกส์ที่บ้านของอ. คนหนึ่ง
ระหว่างพักเบรก เพื่อนเราเค้ารู้ว่าอ. ที่สอนเราเค้าดูดวงลายมือเป็น
เพื่อนเราก็เลยรบเร้าอ. ให้อ. ดูลายมือให้
หลังจากที่อ. ดูลายมือให้เพื่อนเราเสร็จ เค้าก็ถามเราว่าไม่ดูลายมือบ้างหรอ
เราก็เลย เลยตามเลย ให้อ. ช่วยดูลายมือให้
คำแรกที่เค้าบอกเราคือ "หูยยยย...ย มีสัมผัสที่ 6 นะ เคยเห็นอะไรมั่งมั้ย" 
เพื่อนเราที่รู้ประวัติการเห็นของเราก็ตอบแทนเราเลยว่าเราเห็นบ่อย 
จากนั้นอ. เราก็บอกเราต่อว่า "ถ้าอยากเห็นมากกว่านี้ต้องไปฝึกจิตนะ จะเห็นชัดขึ้น"
เราก็เลยรีบบอกไปแบบติดตลกว่า งั้นหนูขอไม่ฝึกแล้วกันค่ะ จะได้ไม่เห็น
อ. เค้าก็ได้แค่บอกว่าน่าเสียดาย แต่เราไม่อยากเห็นจริง ๆ นะ ขออยู่แบบสงบ ๆ ดีกว่า

เดี๋ยวเราค่อยมาเล่าต่อนะคะ เรื่องที่เราพบเจอยังมีอีกยาว แถมน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ อาจจะมาพิมพ์ต่อให้ช่วงเย็น ๆ ค่ะ
หรือใครมีประสบการณ์หลอน ๆ ก็พิมพ์มาคุยกันได้นะคะ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่