🌞👧🏻THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#67 Week#18, 26-31 ตุลาคม/ สาวนักศึกษากับหนุ่มนาเกลือ-ถุงมือแดดหน้าหนาว👦🏻🌞

กระทู้คำถาม
อมยิ้ม49
เริ่ม ถุงมือเรื่องสั้น รอบใหม่ สมัยที่ 5 ยกที่ 1 สัปดาห์ที่ 18 ครับ ^^

สืบเนื่องจาก วีคที่ผ่านมา เราได้แชมป์เรียบร้อยแล้ว ดังที่ปรากฏท้ายกระทู้เรื่องสั้นเรื่องสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม อาจมีบางคนไม่ได้กลับเข้าไปดู ดังนั้นกรรมการจึงขอยกมาแสดง ณ ที่นี้ อีกครั้งครับ...


สรุปคะแนนการตอบถุงมือเรื่องสั้นเรื่องที่ 5 สุดท้าย  และ สรุปอันดับคะแนนรวม ตัดสินแชมป์

สรุปการแข่งขันตอบถุงมือเรื่องสั้น สมัยที่ 4

แชมป์ = 1216 คะแนน = Psycho G


รองแชมป์ = 1178 คะแนน = นลินมณี

ที่ 3 = 1143 คะแนน = KTHc

รอบนี้ สมัยที่ 5 เริ่มใหม่ เคลียร์กระดานเก่า RESET = 0 คะแนน ออกสตาร์ทพร้อมกันทุกคน อีกครั้งครับ

=============================================================================

เรื่องสั้น เรื่องแรก ประเดิมเกมถุงมือเรื่องสั้นสมัยที่ 5

เป็นเรื่องที่มีลักษณะเหมือนมี "สารคดี" สอดแทรกหรือสอดไส้ เกี่ยวกับ "นาเกลือ"

ผู้อ่านจะได้เห็นคำศัพท์แปลกๆ ที่ไม่คุ้นเคย อย่างเช่นคำว่า "ดอกเกลือ" หรือ "ขี้แดดนาเกลือ" เป็นต้น ซึ่งจะมีตัวละครกล่าวอธิบาย

เห็นชื่อเรื่องทีแรก กรรมการเข้าใจผิดครับ นึกว่าจะเป็นแนว "หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ" อย่างที่มีในเพลงลูกทุ่งดังสมัยก่อนเสียอีก พออ่านไปๆ ไม่ใช่แฮะ ไม่มีหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือแบบในเพลงนั้น ( แต่ก็มีหนุ่มสาวเหมือนกันละน่าาา) ^^

เป็นวิถีชาวบ้านเฉพาะถิ่น ที่จะได้สัมผัสกันครับ ^^ อมยิ้ม36หัวใจ

อมยิ้ม50
......เปลวแดดเต้นระยิบจนตาพร่า  ตอนนี้อารมณ์ของมีนาขึ้นปรี๊ดมาถึงขีดสุด  เธอคิดว่าเธอมีความอดทนพอสมควร  แต่นี่มันเกินไป  เธอรอมาสามชั่วโมงแล้วนะ  มันเรื่องบ้าอะไร  เบอร์ที่ให้มาเธอกดจนมือจะหงิกแล้วแต่ไม่มีคนรับสาย  จนในที่สุดหญิงสาวก็เห็นรถกระบะบุโรบุทั่งวิ่งห้อมาแต่ไกล  ก่อนจะชะลอความเร็วลงแล้วหยุดพร้อมกลุ่มฝุ่นฟุ้งดำขโมง สักพักภายใต้ไอหมอกฝุ่นกรุ่นเริ่มโรยตัวลงพื้นจนเห็นเค้าร่างคนเลือนลาง ชายร่างใหญ่สวมหมวกสานใบเก่า  เงาหมวกบังซีกหน้าด้านหนึ่งเห็นไม่ถนัดนัก  ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อต กางเกงยีนส์สีซีดมีรอยขาดหลายแห่งค่อย ๆ เปิดประตูรถเดินตรงมาที่เธอ

     “ คุณมีนาใช่ไหมครับ ”  เสียงห้าวทุ้มถามอย่างมีมารยาทอย่างไม่น่าเชื่อ

      มีนากอดอกตาขวาง  ถอนหายใจพรืดก่อนจะยกข้อมือชูนาฬิกาให้เขาดู

      “ รู้ไหม  ฉันยืนรอคุณมาสามชั่วโมง โทรไปก็ไม่รับ  จนฉันกำลังจะตัดสินใจกลับอยู่แล้ว  หากคุณไม่มาภายในครึ่งชม.นี้ ”  เธอระบายความในใจให้ชายหนุ่มฟังอย่างไม่ปิดบังด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มอารมณ์ขุ่นมัวอย่างเต็มที่

      ถ้าตาไม่ฝาด เธอเห็นแววตาสลดวูบหนึ่งปรากฏขึ้น  ก่อนชายหนุ่มจะค่อย ๆ ถอดหมวกออก ค้อมหัวลงนิดนึง เอ่ยคำที่ทำให้เธอใจอ่อนยวบ
  
      “ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะครับ  พอดีเกิดเหตุฉุกเฉิน  คนงานถูกงูกัด  รถคันอื่นออกไปส่งของหมด  เหลือรถผมคันเดียว  ตอนนั้นมันฉุกละหุกมาก ผมลืมมือถือไว้ที่บ้าน  กว่าจะเสร็จเรื่องมารับคุณได้  เลย...ช้าไปหน่อย ”  ปลายเสียงชายหนุ่มอ่อยลงแบบคนสำนึกผิด

      เมื่อฟังที่ไปที่มาของการผิดนัด  มีนาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะตะบึงตะบอนโกรธต่อไป  ถอนหายใจบอกเขาเสียงอ่อนว่า “ ช่างมันเถอะค่ะ  ไหน ๆ คุณก็มาแล้ว  ยังไงงานของฉันคงไม่เป็นหมัน  จริงไหมคะ ” เธอระบายยิ้มอ่อนโยน ให้กำลังใจอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวเดินไปเอื้อมมือเปิดประตูรถขึ้นนั่งเคียงข้างที่นั่งคนขับ “ เรารีบไปกันเถอะค่ะ  เสียเวลามามากแล้ว ”

      ตลอดทางตั้งแต่พาหนะเคลื่อนที่ออกจากที่พักผู้โดยสาร แม้จะร้อน เพราะเป็นรถกระบะเก่า ๆ ไม่มีแอร์  แต่มีนาก็เพลิดเพลินใจกับทิวทัศน์นาเกลือข้าง กองเกลือสีขาวนับไม่ถ้วนบนพื้นดินสะท้อนตัดกับสีท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กังหันลมฉุดระหัดวิดน้ำของนาเกลือตั้งตระหง่านท้าแดด เป็นความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ  ใบผ้าใบผืนบางที่รับลมนำกังหันหมุนช้า ๆ เหมือนจังหวะชีวิตของชาวนาเกลือที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปพร้อมกับรหัสของกาลเวลา  เธอตัด สินใจไม่ผิด ที่เลือกทำวิจัยก่อนจบเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวนาเกลือ  การมาครั้งนี้เป็นการเซอร์เวย์สถานที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น  แม้จะศึกษาเรื่องทำนาเกลือมาบ้าง  แต่หากบอกตามตรงแล้ว  มีนาก็ยังตื่นเต้นเมื่อลงสนามจริง  ทุกอย่างดูแปลกใหม่  ไม่คุ้นเคย น่าจะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องศึกษา ทำความเข้าใจเพิ่มเติม

     “ ทำไมคุณถึงสนใจเรื่องการทำนาเกลือล่ะครับ ”  เสียงชายหนุ่มถามขึ้นขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว

     “ อาจเป็นเพราะตอนเด็ก ๆ   ฉันเคยไปวิ่งเล่นในนาเกลือของญาติมั้งคะ  เป็นความผูกพันและฝังใจในความหลัง  แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ”  ปลายเสียงแผ่วลงด้วยอารมณ์รันทดแทรกสอดเข้ามาในห้วงความคิด
  
     การทำนาเกลือเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่มีสืบทอดมาแต่โบราณ  แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป  และการประสบปัญหาหลาย ๆด้าน  ทำให้คนรุ่นใหม่ขาดความสนใจที่จะสืบต่อ  มีชาวนาเกลือจำนวนมากที่ตัดสินใจขายที่ไปทำอาชีพอื่น..ซึ่งนั่นรวมถึงญาติของหญิงสาวด้วย

     “ ปัญหาหลักของการทำนาเกลือตอนนี้คืออะไรคะ ” หญิงสาวตัดสินใจชวนชายหนุ่มคุย หาความรู้เพิ่มเติมระหว่างการเดินทาง

     “ หลายอย่างครับ  ทั้งความนิยมในเกลือทะเลลดลง  อุตสาหกรรมหันไปซื้อเกลือสินเธาว์มากกว่า  อีกทั้งการทำนาเกลือต้องใช้คนและแรงงานจำนวนมาก  แต่ครั้นเมื่อขายผลผลิตแล้ว  ราคาที่ได้แทบจะไม่คืนทุน อีกทั้งปัญหาราคาตกซ้ำซาก  พ่อค้าคนกลางจำกัดปริมาณรับซื้อ...มันทำให้ชีวิตของชาวนาเกลืออยู่ลำบากมากขึ้นทุกที ”

     “ น่าเสียดายจังเลยนะคะ  ฉันว่าเกลือทะเลมีเสน่ห์กว่าเกลือสินเธาว์ที่เติมไอโอดีนทีหลัง  รสชาติมันมีความเค็มละมุน  ไม่เค็มด้าน  ยิ่งดอกเกลือด้วยแล้ว รสไม่เค็มจัดแซมหวานนิดหน่อย  ใช้เหยาะใส่ในการทำน้ำซุป  รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเชียวละค่ะ  ฉันชอบกินเนื้อตุ๋นที่แม่ทำโดยใส่ดอกเกลือแทนน้ำปลา หืม...อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ ”  พูดไปมีนาก็หวนนึกถึงคำข้าวและเนื้อตุ๋นอุ่นๆนิ่มๆที่เคยกินมาตั้งแต่เด็ก  เป็นรสชาติซ่านในปากแต่ประทับกลางใจไม่ลืมเลือน

     “ ครับ  ดอกเกลือเป็นผลผลิตส่วนที่ขายได้ราคามากที่สุดแล้ว ผมก็ชอบอาหารปรุงด้วยดอกเกลือ   เคยลองอมดอกเกลือไหมครับ จะออกเค็มน้อยและนุ่มกว่าเกลือธรรมดามากเลยนะครับ  ยิ่งอมนาน ที่ลิ้นจะมีรสออกหวาน ๆ มานะครับ  แต่เกลือนี่ถ้าอมไปแล้วจะออกเค็ม พอนานเข้าที่ลิ้นจะออก ขม ต่างกันอย่างรู้สึกได้  สมัยนี้มีขยายการใช้ประโยชน์ นำดอกเกลือไปทำเกลือสปาก็เยอะขึ้น  เพราะดอกเกลือมีสรรพคุณลดผดผื่นคันได้ดี   เป็นการเพิ่มช่องทางแปรรูปผลิตภัณฑ์  และหาช่องทางจำหน่ายมากขึ้น ”

     “ ผมดีใจนะครับที่เห็นคนรุ่นใหม่แบบคุณสนใจมาศึกษาเรื่องวิถีชีวิต ปัญหา และแนวทางแก้ไขของชาวนาเกลือ  แม้อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งระบบ  แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลการวิจัยศึกษาโดยคนรุ่นใหม่ก็ช่วยต่อลมหายใจของนาเกลือได้อีกเฮือกใหญ่เลยล่ะครับ...จริงสิ...จะว่าไปแล้วผมพาคุณไปพบใครคนหนึ่งดีกว่า ”  ไม่พูดพร่ำทำเพลง  ชายหนุ่มค่อยๆชะลอรถหักเลี้ยวทางขวาเข้าสู่เส้นทางสายใหม่  รถแล่นต่อไปไม่นานนัก  ก็มาจอดหน้าบ้านไม้หลังสองชั้นหลังหนึ่ง ลักษณะดูชินตา หาได้ตามชนบททั่วไปของเมืองไทย  หญิงวัยกลางคนร่างท้วม  ผมดัดหยิกฝอยปอยขาวเป็นระยะแซมกระจายพัดไหวลู่ตามแรงลมเดินออกมาต้อนรับ

     “ อ้าว...พ่อเอก กำลังคิดถึงอยู่เชียว ได้ข่าวว่าคนงานถูกงูกัดเป็นไงบ้าง ”  น้ำเสียงเจือห่วงใยถามคนคุ้นเคย

     “ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ  ป้าทองครับนี่คุณมีนา  เธอเป็นนักศึกษามาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวนาเกลือครับ ”  เอกตอบอย่างอ่อนน้อม

     “ งั้นเหรอ  เอ้า..เข้ามาก่อน  ดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนนะ อากาศร้อน ๆ แบบนี้ คงเดินทางกันมาเหนื่อยสิท่า ”  ป้าทองเอ่ยอย่างมีน้ำใจพลางตะโกนบอกเด็กในบ้านให้เอาน้ำใส่น้ำแข็งมาเสิร์ฟแขก

     “ อยากจะถามเรื่องอะไรล่ะแม่หนู ” ผู้มากประสบการณ์ใช้ชีวิตเอ่ยถามผู้มาใหม่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู  เด็กคนนี้กริยาท่าทางดูน่ารัก  วัยคงไล่เลี่ยไม่ต่างจากลูกสาวคนเล็กของเธอเท่าไหร่

     สาวน้อยอึกอัก  ทำท่าลังเล  เหมือนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน  ป้าทองเห็นก็พอเดาออก  หัวเราะหึ ๆ  แล้วบอกว่า  “ เอางี้แล้วกัน  ป้าจะพูดจะเล่าไปเรื่อย ๆ  หากมีข้อมูลตรงไหนหนูคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์ได้ก็จดไปนะ ”

     ป้าทองเว้นวรรคนิดนึง  มองไปที่คนทั้งคู่ซึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องราวอยู่ จึงพูดต่อด้วยความอิ่มใจ

     “ ดีจังที่มีคนรุ่นใหม่สนใจเรื่องนาเกลือ  ก่อนนี้มีงานวิจัยเรื่องขี้แดดนาเกลือต่อยอดจากความสังเกต  และภูมิปัญญาชาวบ้าน  จนทำให้ขี้แดดนาเกลือที่เคยเป็นภาระ  เป็นปัญหา กลับกลายเป็นของมีค่าขึ้นมาในทันใด ”

     “ ขี้แดดนาเกลือคืออะไรคะ ” มีนาเอ่ยถามอย่างสงสัย

     “ ขี้แดดนาเกลือ ก็คือสาหร่าย ตะไคร่น้ำและจุลินทรีย์เล็ก ๆ  ลอยมากับน้ำทะเลปนมากับน้ำเกลือดิบที่สูบมาจากทะเล  ระหว่างเดือน พย.ถึง เมย.  พระอาทิตย์จะเปล่งแสงแดดแผดเผาจนเกิดการตกผลึกของเกลือ  ซึ่งอันนี้แหละที่เราจะเก็บเกี่ยวได้  หลังจากนั้นก็เป็นช่วงพักท้องนา  ฝนก็จะตกตามฤดูฝน   เปิดโอกาสให้สาหร่ายเจริญเติบโตในพื้นที่  พอฝนหยุด  สาหร่ายนี้ก็จะแตกแห้งเป็นแผ่นๆ  ชาวนาเกลือจำเป็นต้องลอกหน้าดินทิ้งใหม่หมด  ไม่อย่างนั้น การทำนาเกลือครั้งต่อไปจะได้เกลือที่ไม่มีคุณภาพ ” ป้าทองหยุดเล่าขยับตัวเอื้อมไปเปิดพัดลมเบอร์แรงขึ้น สู้กับอากาศที่ร้อนระอุยามบ่ายก่อนเล่าต่อ

     “ทีนี้มีนักศึกษาทำวิจัย  ซึ่งก็เป็นคนในพื้นที่ด้วย  สังเกตพบอะไรบางอย่าง จึงส่งเด็ก ๆ ในเครือข่ายยุวเกษตรกร ไปตามผืนนาของชาวบ้านตั้งแต่เช้า เก็บข้อมูลขี้แดดนาเกลือ  พอเอาขี้แดดนาเกลือไปวิเคราะห์ทางเคมี  พบว่า  พบว่าอะไรนะ  แป๊บนึงป้าจดไว้แล้วแต่ลืม ”  ป้าทองลุกขึ้นหยิบแว่นตามาสวม  หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่า ปกซีดมีรอยแหว่งวิ่น มาเปิดแล้วอ่านให้สองหนุ่มสาวฟัง

     “ ในนั้น มีธาตุโพแทสเซียม 2 เปอร์เซ็นต์ ธาตุฟอสฟอรัส 0.13 เปอร์เซ็นต์ ธาตุเหล่านี้ เป็นสารอาหารที่ต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องการ   จากนั้นนักศึกษาเอาขี้แดดนาเกลือไปให้ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม เอาไปใส่ในสวนส้มโอ  ปรากฏว่า...ส้มโอผลสวยใหญ่ มีรสหวาน ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ  พอนักข่าวไปสัมภาษณ์ อาจารย์บอกเคล็ดลับ เท่านั้นแหละแตกตื่นฮือฮา  มีแต่คนถามว่า ขี้แดดนาเกลือคืออะไร ” ป้าทองเว้นจังหวะหยิบแก้วน้ำที่น้ำแข็งละลายหมดแล้วมาจิบแก้กระหายก่อนเล่าต่อ

     “ ตั้งแต่วันนั้น  โอ๊ย...ชาวนาเกลือแถวนี้วิ่งวุ่นขายของแทบไม่หวาดไม่ไหว  มีแต่คนถามหา  โทรทัศน์เกือบทุกช่องก็มาถ่ายทำ  พลิกของไม่มีค่าให้กลายเป็นทองในพริบตา หึ หึ ” ป้าทองเล่าถึงความหลังด้วยความภูมิใจ

     “ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ  ความรู้ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงๆ ” มีนาตาโต เอ่ยอย่างชื่นชมกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับด้วยความอิ่มใจ  การศึกษาไม่ใช่สิ่งสูญเปล่า...

( มีต่ออีกนิดครับ ) ^^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่