้คนละครึ่ง การใช้จริง - ข้อเสนอแนะ / ข้อสังเกตุ

โครงการ คนละครึ่ง เริ่มวันที่ 23/10/2563 ถึง  31/12/2563  รัฐบา่ล จ่ายให้ไม่เกินวันละ 150 บาทแต่ไม่เกิน 3,000 บาท 

 รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง โดยมี โครงการชิมช้อปใช้ (แจกคนละ หนี่งพันบาท) 
และ  โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน  (แจกคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว  600/900 บาท)  ที่ออกมาให้กับประชาชน
มีเรื่องเหมือนกับเรื่องหนึ่งคือ รัฐบาลแจกเพื่อกระตุ้นประชาชนใช้จ่าย กับ ร้านค้า หรือ สถานที่ๆ ต่างๆ แล้วแต่โครงการ

          
องค์ฺประกอบ การใช้งาน โครงการ คนละครึ่ง 
1. ร้านค้า / แอปฯ ถุงเงิน
      -  เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้า
      -  เป็นกิจการประเภท ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม/สินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย
      -  ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล
      -  ไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์

2.  ประชาชน / แอปฯ เป๋าตัง และ เงิน ใน Wallet  เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย 
      
3.  โทรศัพท์ Smart Phone รุ่นรองรับใช้งาน / สัญญาน Internet   ทั้ง ร้านค้า และ   ประชาชน

----------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากได้ใช้งานกับตัวเอง  วันนี้ 24/10/2563  พบข้อสังเกตุ/ปัญหา ดังนี้
1. ร้านค้า 
     1.1 การค้นหา ร้านค้า  มีข้อจำกัด มากๆ  กรณีต้องการใช้จ่าย บริเวณ ใกล้บ้าน ไม่เกินรัศมี 1-1.5 กม.  สามารถเดินทางเท้าไป
(กทม/จังหวัดใหญ่)  ไม่สามารถหาได้ง่ายหรือ ไม่ค่อยมี  ดังนั้นจำเป็นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น
ซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่า ที่ต้องมาแลกกับ จำนวนเงินที่จะใช้จ่าย  (รัฐบา่ล จ่ายให้ไม่เกินวันละ 150 บาท) 

     1.2 ร้านค้า แสดงในระบบฯ แต่ไม่ติด สติกเกอร์ โครงการ คนละครึ่ง   ทำให้เมื่อเดินไปถึง ไม่แน่ใจว่า รับใช้จ่าย โครงการฯนี้หรือเปล่าและ
เสียเวลาเดินทางไป (เท่าทีสังเกตุ พบว่า บางร้านค้า ขายดีอยู่แล้ว/ขายไม่ทัน อาจจะขอติดต่อทำโครงการฯไปก่อน เลยไม่สนใจจริงจัง )
ซึ่งมีผลทำให้ข้อมูลในระบบฯ  ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง   มีผลกระทบ กับ ประชาชนฯ ที่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทาง

      1.3 ร้านค้า มีหลากหลายแบบ เช่น หาบเร่/แผงลอย/คูหา  เป็นต้น มีข้อจำกัด ด้าน
            - การใช้งาน โทรศัพท์ Smart Phone / สัญญาน Internet  /  แอปฯ ถุงเงิน (Vision ล่าสุด)
            -  พนักงาน / เจ้าของร้านค้า ฯลฯ ที่สามารถเข้าใจ ในข้อ  1 และเวลาที่จะมาใช้สำหรับ ลูกค้า แต่ละราย
               (รายการหนึ่งคาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที กรณีสัญญาน Internet  เป็นปกติทั้ง ร้านค้าและประชาชน)
               และที่สำคัญ กรณีเป็นร้านอาหาร ซึ่ง ต้องสั่งมากินก่อน ชำระเงิน ถ้ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น เช่น สัญญาน Internet  ไม่เป็นปกติ
               หรือ แอปฯเกิด ผิดปกติ  เป็นต้น  กรณีนี้ ลูกค้าฯต้องชำระเงินสด เต็มจำนวน ไม่สามารถใช้ โครงการ คนละครึ่ง ชึ่งเคยเกิดขึ้น
              โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน  (แจกคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว  600/900 บาท)  มาแล้ว

       1.4 ประเภทร้านค้า ไม่หลากหลาย เช่น ไม่มีร้านขายยา หรือ สินค้าที่จำเป็นต้องใช้บ่อยๆ จำนวนเงินไม่สูงมาก เป็นต้น

2.  ประชาชน / แอปฯ เป๋าตัง และ เงิน ใน Wallet  เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย 
              - การใช้งาน โทรศัพท์ Smart Phone รุ่นรองรับใช้งาน  / แอปฯ เป๋าตัง (กรณีเป็นคนสูงอายุหรือใช้โทรศัพท์ ไม่ค่อยเป็น)
              - มีเงิน ใน Wallet  เพียงพอสำหรับการใช้จ่าย ต้อง มีการโอนเงินมาก่อน จึงจะรองรับการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้
              -  สัญญาน Internet มีค่าใช้จ่ายต้องไปซื้อ จาก ผู้ให้บริการ  AIS/DTAC/TRUE  ก่อน รวมสามารถใช้งานเป็นปกติ

ข้อเสนอแนะ
     1.  ให้รัฐบาล แจกเงิน/ใส่เงินใน  แอปฯ เป๋าตัง ไปทั้งจำนวน 3,000 บาทในครั้งเดียว (ขึ้นอยุ่กับจำนวนเงินท่ี่อยู่ เงิน ใน Wallet )
          จะได้สะดวกการใช้จ่ายมากขึ้น    เหตุผลเพราะการค้นร้านค้าฯ ไม่สะดวกและหาได้ง่าย รวมถึง การใช้จ่ายในลักษณะประจำวัน
           คงมีคนจำนวนน้อย ที่มีเวลาว่างงาน เสียค่าใช้จ่ายเดินทาง   และที่สำคัญ จุดมุ่งหมายให้ กระจายในท้องถิ่น ที่อาศัย มากกว่า
           ที่จะเดินทางไปหาร้านค้า เป็นเรื่องราวเพื่อใช้จ่ายส่วนนี้
           
     2.  รัฐบาลณรงค์ให้ร้านค้าเข้าในระบบให้มากขึ้น และให้เกิดการรับ-ใช้จ่ายจริงเกิดขึ้น โดยอาจจะมี เงิน ต่อรายการที่เกิดขึ้น ให้ เช่นรายการละ 25 สตางค์
          เป็นต้นให้กับร้านค้าเพื่อจูงใจ   คล้ายกับ Lazada ฯลฯ ที่ Promotion ค่าส่งของฯ เป็นต้น ซึ่งเงินจำนวนนี้ อาจจะได้มาค่า โมษณะ ใน
          เวป โครงการ คนละครึ่ง
     3.  การพัฒนา แอปฯ หรือ โปรแกรมต่างๆ   ผู้พัฒนาฯควร สนใจ เรื่อง การใช้งานฯให้ง่ายมากที่สุด,  ความต้องการใช้งานของผู้ใช้งาน และ
          ความปลอดภัยฯ  ซึ่ง การใช้งานฯ  และความปลอดภัยฯ จะเป็นเรื่องที่ต้องวางให้สมดุล  เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการเงิน
          สำหรับความต้องการใช้งานของผู้ใช้งาน  ถ้าใช้งานไปแล้ว แต่มีข้อเสนอแนะ/ข้อสังเกต ควรรับฟังและนำไปปรับแก้ไข
          แอปฯ หรือ โปรแกรมต่างๆ  มิฉะนั้น ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์เต็มที่ หรือบางครั้ง ผู้ใช้ฯ เลิกใช้ไปก็มีมาก ซึ่งน่าเสียดายมาก
          ที่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายฯการพัฒนา แอปฯ หรือ โปรแกรมต่างๆ  
     4.  ร้านค้าฯ /เจ้าของฯ  การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ เช่น เทคโนโลยี่ฯ เป็นต้น  ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงและพยายามปรับเปลี่ยนแปลงให้เร็ว
          เพราะจะสามารถทำให้อยู่รอดและมีโอกาสเพิ่มยอดขาย   แทนที่ติดอยู่ความคิดเห็นเดิมและคิดว่าไม่เห็นต้องเปลี่ยนแปลงเลย
          ก็อยู่ได้แล้ว เช่น Nokia, Kodak เป็นต้น

  หมา่ยเหตุ
       1.  ตนเองได้เคยใช้ โครงการฯ ทั้ง 3 โครงการฯ ข้างต้น ได้เจอปัญหา การใช้งานฯนี้ มา ไม่มิเจตนา มากล่าวว่าไม่ดี เพียงแต่แนะนำมีให้
            การเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมจะได้ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และบรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป
       2. ล่าสุด มี  'คนละครึ่ง” กระหึ่ม โรบินสันคึกคัก'  ตาม https://www.thansettakij.com/content/business/454146 ซึ่งสามารถจะช่วย
           แก้ไข การใช้จ่ายแและค้นหา ร้านค้าฯได้ระดับหนึ่ง (เพราะมีข้อจำกัดวงเงิน ใช้ที่รัฐบา่ล จ่ายให้ไม่เกินวันละ 150 บาท ) 
          

แก้ไข 25/10/2563 (2)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่