“คนละครึ่ง” ยังไม่ปัง สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย วอนรัฐเปลี่ยนเงื่อนไขเติมเงินเพิ่มวันละ 500
https://www.thansettakij.com/content/money_market/454073
สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย วอนรัฐเปลี่ยนเงื่อนไขเติมเงินเพิ่มเงินใช้จ่ายวันละ 500 เผยเงินใช้จ่ายวันละ 150 บาทน้อยเกินไป
วันนี้ 24 ต.ค.โครงการคนละครึ่ง ยังเปิดให้ประชาชนรับสิทธิ ลงทะเบียนคนละครึ่ง บนเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ผ่านไปแล้ว 8 วัน ประชาชนได้รับสิทธิไปแล้วจำนวนกว่า 7 ล้านคน ยังคงเหลือสิทธิอีกว่า 2 ล้านคน
สำหรับวัตถุประสงค์ ลงทะเบียนคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม
ดูเหมือนว่าเมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) เป็นวันแรกที่ให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยใน โครงการคนละครึ่ง ภายหลังจากมีผู้ได้รับสิทธิ 6.6 ล้านคน แต่บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะเมื่อดูตัวเลขจากกระทรวงการคลังได้รายงาน ปรากฏว่ามีประชาชนจับจ่ายใช้สอยไปแล้ว 60 ล้านบาทเท่านั้น
เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศการใช้จ่าย คนละครึ่ง ไม่คึกคักเนื่องจากจำนวนเงินที่เติมให้กับผู้ได้รับสิทธิ 150 บาทซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่คุ้มในหลายๆ ด้าน ทั้งการเดินทางไปยังร้านค้าที่ร่วมโครงการ และ ข้อจำกัดของร้านค้าบางราย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องของเทคโนโลยี
ต่อเรื่องนี้ นาย
สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า การจับจ่ายซื้อสินค้าของประชาชนใน โครงการวันละครึ่งวันแรก ยังไม่คึกคัก และจากการสอบถามผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯไม่สนใจใช้จ่าย เพราะเงินที่ใช้ได้ต่อวัน 150 บาทน้อยเกินไป ทำให้เสียเวลาในการเดินทางเข้ามา จึงอยากให้มีการเปลี่ยนเงื่อนไขเพิ่มเงินใช้จ่ายต่อวันเป็นอย่างน้อย 500 บาท ขณะเดียวกันผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง บางส่วนยังไม่มีเงินที่จะเติมเข้ามาในแอพฯ เพราะตรงกับช่วงกลางเดือนค่อนปลายเดือน ทำให้เหลือเงินใช้จ่ายน้อย
ขณะที่ นาย
พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยอดการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการคนละครึ่งในวันแรก 23 ต.ค.63 เปนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยอดตั้งแต่ 06.00-14.00 น.มียอดการใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตังไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท ณ เวลา 17.00 น.โดยคิดเป็นสัดส่วนพบว่าคนได้นำเงินตัวเองใช้จ่ายเงินมากกว่าเงินจากรัฐที่ 51% ต่อ 49%
อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังไม่กังวลว่าจะมีการใช้จ่ายน้อย เพราะเพิ่งเริ่มเป็นวันแรก ยังเหลือให้ใช้จ่ายอีก 69 วัน อีกทั้งยังตรงกับวันหยุดราชการ แต่เชื่อว่าเมื่อถึงวันจันทร์ซึ่งตรงกับวันทำงานจะมียอดการใช้จ่ายเพิ่ม เพราะร้านค้าส่วนมากจะอยู่แถวที่ทำงาน จึงน่าจะมีการใช้สิทธิคนละครึ่งซื้ออาหารเช้า อาหารกลางวันเพื่อลดค่าครองชีพเพิ่มขึ้นได้
ส่วนกรณีมี ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่มากเพียง 317,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านหาเร่ แผงลอยกว่า 5 หมื่นราย ล่าสุดคลังได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเหลือ โดยจะส่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศลงพื้นที่เพื่อเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเข้าโครงการ พร้อมกับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยยืนยันตัวตนร้านค้าที่เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะช่วยให้มีร้านค้าเข้าร่วมได้มากขึ้น พร้อมยืนยันว่าการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลภาษีแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรีดภาษีย้อนหลัง
'วรวัจน์' ขอบคุณธนาธร ส่งผู้สมัครลงแข่งนายกอบจ.แพร่ ชี้สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์การพัฒนา
https://www.matichon.co.th/politics/news_2411025
‘วรวัจน์’ ขอบคุณธนาธร ส่งผู้สมัครลงแข่งนายกอบจ.แพร่ ชี้สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์การพัฒนา
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นาย
วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
ขอบคุณนาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่มาเยือนจังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม แม้จะเป็นเพื่อการ สนับสนุนผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในส่วนของคณะก้าวหน้าก็ตาม ทุกคนในแต่ละจังหวัด ต่างก็มีความฝันที่จะพัฒนาจังหวัดของตนเองทั้งสิ้น ตนก็มีความฝัน ที่จะพัฒนาจังหวัดแพร่ของตนเอง เมื่อตัดสินใจเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศและก็พบว่าการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นนั้น มีปัญหาตั้งแต่ระบบการคลังท้องถิ่น ที่มีการกระจายอำนาจ การบริหารบุคลากร และการบริหารงบประมาณจะต้องมีการประสานงานกับส่วนกลางอย่างเป็นระบบเท่านั้น เพื่อชี้แจงให้ส่วนกลางเข้าใจ ถึงปัญหาของพื้นที่เพื่อนำมาสู่การได้รับการจัดสรรงบประมาณ
ตนจึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหาให้กับจังหวัดนั้น เราไม่สามารถทำได้ ถ้าเราไม่แก้ไข โครงสร้างของการบริหารราชการส่วนกลาง เพื่อให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในส่วนของจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทยกับท้องถิ่นเราทำงานกันใกล้ชิดกันมากรวมถึงเรื่องการให้คำแนะนำเรื่องการจัดทำงบประมาณ ซึ่งต่อไป เป็นหน้าที่ ที่ท้องถิ่นต้องทำแผน ทำโครงการเสนอของบประมาณจากส่วนกลางเองแล้ว ดังนั้น ต่อไปภารกิจสำคัญที่ตนต้องทำคือ การให้คำแนะนำในการทำยุทธศาสตร์การพัฒนา ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศและแนวทางการจัดทำงบประมาณเพื่อให้ได้งบประมาณมาพัฒนาท้องถิ่นอย่างถูกต้อง
นาย
วรวัจน์ กล่าวต่อว่า ตนเรียนเชิญนาย
ธนาธรมาเที่ยวแพร่อีก เพื่อจะได้ทราบว่า จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีอากาศดี มีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจเยอะ เมื่อก่อนอาจจะมีปัญหา เรื่องภาพลักษณ์ของเมืองดุ อิทธิพลท้องถิ่นรุนแรงมาก แต่ปัจจุบันภายใต้ความร่วมมือของคนแพร่และพรรคเพื่อไทย ปัญหาความรุนแรงเหล่านั้น จึงไม่มีอีกต่อไปแล้ว
https://www.facebook.com/Support.Woravat.Auapinyakul/posts/159017239196844
JJNY : 4in1 “คนละครึ่ง”ยังไม่ปัง/'วรวัจน์' ขอบคุณธนาธร/ตรวจหญิงฝรั่งเศสพบ'ติดเชื้อภายในประเทศ'/อจ.จุฬาฯเตือนรับมือPM 2.5
https://www.thansettakij.com/content/money_market/454073
วันนี้ 24 ต.ค.โครงการคนละครึ่ง ยังเปิดให้ประชาชนรับสิทธิ ลงทะเบียนคนละครึ่ง บนเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ผ่านไปแล้ว 8 วัน ประชาชนได้รับสิทธิไปแล้วจำนวนกว่า 7 ล้านคน ยังคงเหลือสิทธิอีกว่า 2 ล้านคน
สำหรับวัตถุประสงค์ ลงทะเบียนคนละครึ่ง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม
ดูเหมือนว่าเมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) เป็นวันแรกที่ให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยใน โครงการคนละครึ่ง ภายหลังจากมีผู้ได้รับสิทธิ 6.6 ล้านคน แต่บรรยากาศไม่คึกคักเท่าที่ควร เพราะเมื่อดูตัวเลขจากกระทรวงการคลังได้รายงาน ปรากฏว่ามีประชาชนจับจ่ายใช้สอยไปแล้ว 60 ล้านบาทเท่านั้น
เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศการใช้จ่าย คนละครึ่ง ไม่คึกคักเนื่องจากจำนวนเงินที่เติมให้กับผู้ได้รับสิทธิ 150 บาทซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่คุ้มในหลายๆ ด้าน ทั้งการเดินทางไปยังร้านค้าที่ร่วมโครงการ และ ข้อจำกัดของร้านค้าบางราย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องของเทคโนโลยี
ต่อเรื่องนี้ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า การจับจ่ายซื้อสินค้าของประชาชนใน โครงการวันละครึ่งวันแรก ยังไม่คึกคัก และจากการสอบถามผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯไม่สนใจใช้จ่าย เพราะเงินที่ใช้ได้ต่อวัน 150 บาทน้อยเกินไป ทำให้เสียเวลาในการเดินทางเข้ามา จึงอยากให้มีการเปลี่ยนเงื่อนไขเพิ่มเงินใช้จ่ายต่อวันเป็นอย่างน้อย 500 บาท ขณะเดียวกันผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง บางส่วนยังไม่มีเงินที่จะเติมเข้ามาในแอพฯ เพราะตรงกับช่วงกลางเดือนค่อนปลายเดือน ทำให้เหลือเงินใช้จ่ายน้อย
ขณะที่ นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยอดการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการคนละครึ่งในวันแรก 23 ต.ค.63 เปนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยอดตั้งแต่ 06.00-14.00 น.มียอดการใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตังไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท ณ เวลา 17.00 น.โดยคิดเป็นสัดส่วนพบว่าคนได้นำเงินตัวเองใช้จ่ายเงินมากกว่าเงินจากรัฐที่ 51% ต่อ 49%
อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังไม่กังวลว่าจะมีการใช้จ่ายน้อย เพราะเพิ่งเริ่มเป็นวันแรก ยังเหลือให้ใช้จ่ายอีก 69 วัน อีกทั้งยังตรงกับวันหยุดราชการ แต่เชื่อว่าเมื่อถึงวันจันทร์ซึ่งตรงกับวันทำงานจะมียอดการใช้จ่ายเพิ่ม เพราะร้านค้าส่วนมากจะอยู่แถวที่ทำงาน จึงน่าจะมีการใช้สิทธิคนละครึ่งซื้ออาหารเช้า อาหารกลางวันเพื่อลดค่าครองชีพเพิ่มขึ้นได้
ส่วนกรณีมี ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งไม่มากเพียง 317,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านหาเร่ แผงลอยกว่า 5 หมื่นราย ล่าสุดคลังได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเหลือ โดยจะส่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศลงพื้นที่เพื่อเชิญชวนพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเข้าโครงการ พร้อมกับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยยืนยันตัวตนร้านค้าที่เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องการตรวจสอบจากธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะช่วยให้มีร้านค้าเข้าร่วมได้มากขึ้น พร้อมยืนยันว่าการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลภาษีแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรีดภาษีย้อนหลัง
'วรวัจน์' ขอบคุณธนาธร ส่งผู้สมัครลงแข่งนายกอบจ.แพร่ ชี้สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์การพัฒนา
https://www.matichon.co.th/politics/news_2411025
‘วรวัจน์’ ขอบคุณธนาธร ส่งผู้สมัครลงแข่งนายกอบจ.แพร่ ชี้สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์การพัฒนา
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
ขอบคุณนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่มาเยือนจังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม แม้จะเป็นเพื่อการ สนับสนุนผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในส่วนของคณะก้าวหน้าก็ตาม ทุกคนในแต่ละจังหวัด ต่างก็มีความฝันที่จะพัฒนาจังหวัดของตนเองทั้งสิ้น ตนก็มีความฝัน ที่จะพัฒนาจังหวัดแพร่ของตนเอง เมื่อตัดสินใจเข้าสู่การเมืองท้องถิ่นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศและก็พบว่าการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นนั้น มีปัญหาตั้งแต่ระบบการคลังท้องถิ่น ที่มีการกระจายอำนาจ การบริหารบุคลากร และการบริหารงบประมาณจะต้องมีการประสานงานกับส่วนกลางอย่างเป็นระบบเท่านั้น เพื่อชี้แจงให้ส่วนกลางเข้าใจ ถึงปัญหาของพื้นที่เพื่อนำมาสู่การได้รับการจัดสรรงบประมาณ
ตนจึงเห็นว่าการแก้ไขปัญหาให้กับจังหวัดนั้น เราไม่สามารถทำได้ ถ้าเราไม่แก้ไข โครงสร้างของการบริหารราชการส่วนกลาง เพื่อให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในส่วนของจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทยกับท้องถิ่นเราทำงานกันใกล้ชิดกันมากรวมถึงเรื่องการให้คำแนะนำเรื่องการจัดทำงบประมาณ ซึ่งต่อไป เป็นหน้าที่ ที่ท้องถิ่นต้องทำแผน ทำโครงการเสนอของบประมาณจากส่วนกลางเองแล้ว ดังนั้น ต่อไปภารกิจสำคัญที่ตนต้องทำคือ การให้คำแนะนำในการทำยุทธศาสตร์การพัฒนา ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศและแนวทางการจัดทำงบประมาณเพื่อให้ได้งบประมาณมาพัฒนาท้องถิ่นอย่างถูกต้อง
นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ตนเรียนเชิญนายธนาธรมาเที่ยวแพร่อีก เพื่อจะได้ทราบว่า จังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่มีอากาศดี มีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจเยอะ เมื่อก่อนอาจจะมีปัญหา เรื่องภาพลักษณ์ของเมืองดุ อิทธิพลท้องถิ่นรุนแรงมาก แต่ปัจจุบันภายใต้ความร่วมมือของคนแพร่และพรรคเพื่อไทย ปัญหาความรุนแรงเหล่านั้น จึงไม่มีอีกต่อไปแล้ว
https://www.facebook.com/Support.Woravat.Auapinyakul/posts/159017239196844