คนที่ต้องกู้ยืมเงิน มาใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยหวังว่า สิ้นเดือนเงินออก จะคืน แล้วเดือนต่อไปล่ะ

เคยมีเพื่อนมายืมเงิน 10,000  ก็คิดนะว่า ขนาดเดือนนี้เขายังไม่พอใช้ แล้วเดือนต่อไปจะพอได้ไง

คือถ้าขีวิตเริ่มต้นด้วยการกู้เงินแล้ว ไม่น่าหลุดจากบ่วงแห่งความเป็นหนี้ได้เลย

เพราะพฤติกรรม นิสัย  ความเคยชิน โอกาสในการหาเงิน  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงง่ายๆ

ถ้าพฤติกรรมในอดีต ทำให้ช็อตเงิน จะมีปาฏิหาริย์อะไร ที่จะทำให้ในอนาคต มีเงินกลับมาใช้หนี้

เหมือนคนที่ไปเชื่อร้านของชำไว้ พอสิ้นเดือนจะมาจ่าย เขาก็ต้องเชื่อในเดือนต่อไปอยู่ดี เพราะเงินเดือนถูกใช้หนี้ไปหมดแล้ว

ตอนนี้รัฐบาลบอกว่าคนไทยเป็นหนึ้ประมาณ 50% ของครัวเรือนทั้งหมด เฉลี่ยครัวเรือนละ 362,373 บาท อันดับสองของเอเชีย และอันดับ 11 ของโลก

ฟังดูแล้วตกใจมากเลยนะ  ที่น่ากลัวก็คือ ครูเป็นหนี้เกือบ 100%  วงเงินรวมกัน 1.4 ล้านล้านบาท ทั้งที่เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000  แล้วแบบนี้จะเอากระจิตกระใจที่ไหนมาทุ่มเทการสอน  

และจากประสบการณ์ การให้เพื่อนยืมเงิน โอกาสได้คืนน้อยมาก และให้เท่าไหร่ก็ไม่พอ เคยมีอยู่ครั้ง เพื่อนขอยืมเงินห้าหมื่น (เพื่อนเงินเดือนสองหมื่นห้า) บอกว่า จะผ่อนคืนให้เดือนละห้าพัน สิบเดือน  แต่เรารู้สึกว่าโหดร้ายกับเพื่อนที่ต้องมาคืนเราทุกเดือนเพราะเงินเดือนแต่ละเดือนก็ไม่พอใช้อยู่แล้ว ก็เลยโอนเงินให้เพื่อนไปเลยแสนนึง แล้วบอกว่ามีเมื่อไหร่ค่อยคืน (ทำใจไว้แล้วว่าไม่ได้คืน)  ปรากฏว่าเงินหนึ่งแสนหมดในพริบตา 

เงินนี่แปลกได้มาง่าย ก็จะไปง่าย แม้ว่าเป็นเงินที่ยืมเขามาก็ตาม  คนที่มาขอยืมเงิน คือคนที่บริหารการเงินไม่เป็น ยังนั้นถ้าให้เขายืมแล้ว อย่าหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์อะไรมาทำให้เขาเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนพฤติกรรมได้

ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่จริงๆ และแก้ยากมากๆ  ยิ่งในช่วงโควิดแบบนี้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่