ที่แล้วมา ลิเวอร์พูลประสบปัญหาหลังรั่วมาโดยตลอด
เดิม รั่วเพราะผู้เล่นคลาสไม่ถึง ไม่พอจะไปสู้กับทีมใหญ่ทีมอื่นๆเขา
ต่อมาคล็อปป์ก็ได้แก้ตรงจุดนี้
ผู้เล่นในแนวรับของลิเวอร์พูล กลายเป็นจุดแข็งของทีมไปซะงั้น
แต่ก็เป็นอยู่ได้ไม่นานครับ
เพราะถัดจากนั้นมา อาการหลังรั่วก็กลับกำเริบ หนักขึ้นๆ เรื่อยๆๆๆ
เหตุก็เพราะการที่ทีมมีกองหลังชันเยี่ยมนี่แหละ มันกลายเป็นดาบสองคม
เพราะพอมีกองหลังดี ก็ประมาทสิทีนี้ วันๆคล็อปป์ก็เลยคิดแต่แผนบุกอย่างเดียว จะเอาประตูให้ได้เยอะๆท่าเดียว
เพราะคิดแบบนี้ เลยวางแผนดันหลังลอยขึ้นสูง
ผลคือ....พอโดนสวนทีก็มีลุ้นเสียประตูตลอด
จนจุดแข็ง กลับกลายเป็นจุดอ่อนไปแล้ว อย่างที่เห็น...
การที่ไม่มีฟานไดค์ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งก็ได้นะครับ เพราะไม่มีคนไหนมาแทนแกได้
ที่เอามาใช้แทน ก็ล้วนแต่วางใจไม่ได้ทั้งนั้น
ผลคือ....ทำให้คล็อปป์จำต้องหันมาขันน็อตแดนหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาละเลยมานาน
ต่อไปนี้หลังจะลอยสูงไม่ได้แล้ว
เชื่อว่าจะส่งผลดีคือ ทำให้หลังรั่วน้อยลงแน่นอน
แม้โอกาสจะได้ประตูในแต่ละเกมอาจลดลงนิดหน่อย
แต่เมื่อแลกกับโอกาสที่จะเสียประตูที่น้อยลงกว่าเดิมมาก
มองยังไงก็คุ้มครับ
อีกอย่าง ศักยภาพของผู้เล่นในเกมรุก
ยังไงก็สามารถทำประตูได้อย่างน้อย 2 ประตูแทบทุกนัดอยู่แล้ว
พอลิเวอร์พูลถอยแนวรับลงไป ฝ่ายตรงข้ามก็จะได้โอกาสทำเกมบุกมากขึ้น และนั่นแหละ.....ก็คือโอกาสที่แดนหน้าลิเวอร์พูลจะได้โอกาสสวนกลับล่ะครับ
การไม่มีไดค์ ไม่ได้แปลว่าเสียหาย แต่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้คล็อปป์ต้องหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาหลังรั่วต่างหาก
เดิม รั่วเพราะผู้เล่นคลาสไม่ถึง ไม่พอจะไปสู้กับทีมใหญ่ทีมอื่นๆเขา
ต่อมาคล็อปป์ก็ได้แก้ตรงจุดนี้
ผู้เล่นในแนวรับของลิเวอร์พูล กลายเป็นจุดแข็งของทีมไปซะงั้น
แต่ก็เป็นอยู่ได้ไม่นานครับ
เพราะถัดจากนั้นมา อาการหลังรั่วก็กลับกำเริบ หนักขึ้นๆ เรื่อยๆๆๆ
เหตุก็เพราะการที่ทีมมีกองหลังชันเยี่ยมนี่แหละ มันกลายเป็นดาบสองคม
เพราะพอมีกองหลังดี ก็ประมาทสิทีนี้ วันๆคล็อปป์ก็เลยคิดแต่แผนบุกอย่างเดียว จะเอาประตูให้ได้เยอะๆท่าเดียว
เพราะคิดแบบนี้ เลยวางแผนดันหลังลอยขึ้นสูง
ผลคือ....พอโดนสวนทีก็มีลุ้นเสียประตูตลอด
จนจุดแข็ง กลับกลายเป็นจุดอ่อนไปแล้ว อย่างที่เห็น...
การที่ไม่มีฟานไดค์ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งก็ได้นะครับ เพราะไม่มีคนไหนมาแทนแกได้
ที่เอามาใช้แทน ก็ล้วนแต่วางใจไม่ได้ทั้งนั้น
ผลคือ....ทำให้คล็อปป์จำต้องหันมาขันน็อตแดนหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาละเลยมานาน
ต่อไปนี้หลังจะลอยสูงไม่ได้แล้ว
เชื่อว่าจะส่งผลดีคือ ทำให้หลังรั่วน้อยลงแน่นอน
แม้โอกาสจะได้ประตูในแต่ละเกมอาจลดลงนิดหน่อย
แต่เมื่อแลกกับโอกาสที่จะเสียประตูที่น้อยลงกว่าเดิมมาก
มองยังไงก็คุ้มครับ
อีกอย่าง ศักยภาพของผู้เล่นในเกมรุก
ยังไงก็สามารถทำประตูได้อย่างน้อย 2 ประตูแทบทุกนัดอยู่แล้ว
พอลิเวอร์พูลถอยแนวรับลงไป ฝ่ายตรงข้ามก็จะได้โอกาสทำเกมบุกมากขึ้น และนั่นแหละ.....ก็คือโอกาสที่แดนหน้าลิเวอร์พูลจะได้โอกาสสวนกลับล่ะครับ