โซ่รัก บทที่ 8

กระทู้สนทนา


.


               ณ ชั้นดาดฟ้าบนเรือลำหนึ่ง กำลังแล่นช้า ๆ ไปตามสายน้ำ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้คนมาใช้บริการชมทิวทัศน์กรุงเทพในยามราตรีกันมากมาย บ้างก็มาเป็นคู่ มาเป็นกลุ่มคณะ เสียงสนทนาพูดคุย และเสียงดนตรีบรรเลงให้ความไพเราะมากกว่ารู้สึกรำคาญ ต่างคนต่างเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่เย็นสบาย ดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงดนตรีสดบนเรือวันเดอร์ฟูลเพลิร์ลลำนี้

               อรพินกับมนัสก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนที่มาใช้บริการ วันนี้เป็นวันธรรมดาที่แสนพิเศษสำหรับค่ำคืนนี้ ไม่ใช่วันเกิด ไม่ใช่วันนักขัตฤกษ์ และไม่ใช่วันใด ๆ ทั้งนั้น ทว่ามนัสจะทำให้มันเป็นวันสำคัญสำหรับพวกเขาสองคน

               ต้นเดือน

               “รพินวันที่ 20 ห้ามมีธุระนะ เราขอจองตัวรพินหนึ่งวัน” ระหว่างที่นั่งทานอาหารที่ร้านตามสั่งเจ้าประจำ “ห้ามมีเด็ดขาด”

               “ทำไม มนัสจะพารพินไปไหนหรอ” อรพินถามอย่างคนอยากรู้ว่ามนัสจะชวนไปไหน และอรพินคิดว่าจะไม่ปฏิเสธเขาแน่นอน เธอรู้สึกชอบ อบอุ่นทุกทีที่อยู่กับผู้ชายคนนี้ ชอบที่จะไปไหนมาไหนด้วยเสมอ

               “พาไปเที่ยว รพินต้องชอบแน่นอน สัญญาแล้วนะห้ามติดธุระเด็ดขาด”

               “ถ้าสมมุติรพินติดธุระด่วนล่ะ”

               “ก็ไม่เป็นไร” มนัสไม่รู้สึกซีเรียสกับคำตอบของอรพิน เขาเลื่อนวันก็ได้ “เลื่อนวันก็ได้ ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก แค่อยากพารพินไปเที่ยวเฉย ๆ รุ่นพี่ที่ทำงานเขาแนะนำมาน่ะ”

               “เหรอ เค รพินจะพยายามปฏิเสธทู้กคนที่ชวนไปนั่นนี้ในวันนั้น” อรพินตอบเป็นเสียงสูง แล้วก็หัวเราะกับคำพูดตัวเอง รวมทั้งมนัสด้วยที่นึกขันกับท่าทางตลกของเธอ ที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้

             ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง มนัสเฝ้านับปฏิทินรอทุกวัน เขารีบแต่งตัวให้ทันเวลา สวมกางเกงสแล็คสีครีมที่อรพินเลือกให้ เสื้อโปรโลสีกรมก็อรพินนั่นแหละเลือกให้อีก ปัดผมขึ้นข้างบนใส่เจลจัดทรงให้เรียบร้อย พร้อมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลานัดออกไปเจอเธอแล้ว ทว่าเขาชอบไปก่อนเวลา อยากเป็นฝ่ายรอเธอ มากกว่าที่จะให้เธอต้องรอ

               “มนัสเสร็จหรือยัง รพินกำลังไป” เป็นข้อความส่งมาถาม เขาเปิดอ่านและตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้แหละเขาจะขอเธอเป็นแฟนให้ได้ ต่อไปหากทุกอย่างลงตัวเขาก็จะขอเธอแต่งงาน มีลูก มีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบตามฉบับที่ทุกคนวาดหวังไว้

               “มนัส!” อรพินเดินมาทางด้านหลัง ทันเห็นเขายืนใจลอยอยู่คนเดียว ณ สถานที่พวกเธอนัดเจอกัน “ใจลอยหาใครเนี่ย เรียกแค่นี้ทำเป็นตกใจ” อรพินอดแซวคนที่โดนแกล้งไม่ได้ ก็ตกใจซะขนาดนั้น ไม่ให้แซวได้ยังไง

               “ใจลอยไปถึงรพินนั่นแหละ อยากรู้ว่าแต่งตัวสวยแค่ไหน”

               มนัสไม่เพียงพูดเฉย ๆ มองเธอตั้งแต่หัวจดเท้า วันนี้อรพินแต่งตัวสวยมากกว่าทุกวัน ใส่กระโปรงเดรสสีเหลืองอ่อน รับกับสีผิวขาวของเธอมาก ทรงผมทักเปียด้านหน้าและสยายผมยาวไว้ข้างหลัง ทาปากสีแดงฉ่ำไม่แดงมากจนเกินไป แก้มอมชมพูจากเครื่องสำอางที่เธอใช้ คิ้วโก่งโค้งเป็นเส้นสวยงามรับกับใบหน้ารูปไข่อย่างลงตัว ดูรวม ๆ สวยงามเป็นสาวหวานไปในพริบตา ปกติเขาไม่เคยเห็นอรพินแต่งตัวแบบนี้เท่าไหร่นัก

               “จริงเหรอ! แล้วรพินสวยมั้ย” เธอแกล้งถามมนัส อยากรู้ว่าเขาจะตอบยังไง สุดท้ายมนัสก็ตอบเอาใจเธอเสมอ แต่ก่อนจะตอบดูท่าทางเขาลังเลลำบากใจเล็กน้อย “นี่มนัสรพินถามไปอย่างนั้นเอง ไม่เห็นต้องลำบากใจขนาดนั้น สวยได้แค่นี้แหละ” พร้อมหัวเราะเยาะกับท่าทีของเขา

              “ไม่ได้ลำบากใจ ไม่กล้าบอกว่ารพินสวยต่างหาก สวยกว่าทุกวัน สวยมาก จริง ๆ “ แววตาคู่นั้นของเขา มองเธอมาทำเอาอรพินตั้งตัวไม่ทันเช่นกัน ยิ้มเก้อ พอรู้สึกตัวจึงชวนออกเดินทางกันได้แล้ว มนัสจะพาเธอไปไหนสำหรับค่ำคืนนี้

               ขณะนี้เรือค่อย ๆ แล่นไปตามลำน้ำ แสงไฟจากสองฟากฝั่งให้ความสวยงามเพลิดเพลินตา มีดนตรีสดเคล้าคลอให้ฟังด้วยความไพเราะ ให้ได้ฟังได้ชมกันด้วย เพิ่มบรรยากาศให้แสนพิเศษมากยิ่งขึ้น ผู้คนที่มาใช้บริการต่างมีความสุขไปกับเสียงเพลง และลมเย็นที่พัดผ่านมา แม้เสียงพูดคุยกันจะดังอยู่บ้าง ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการดินเนอร์ของพวกเขาสองคนในค่ำคืนนี้

               อาหารวางบนโต๊ะสองสามอย่าง พวกเธอจองโต๊ะบนดาดฟ้า เรือกำลังแล่นไปเรื่อย ๆ อรพินดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่แสนโรแมนติก เธอพึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ไม่ต้องถามว่าเธอประทับใจมากแค่ไหน เป็นความประทับใจมากที่สุด

               อรพินแทบไม่แตะอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า มันอิ่มไปหมด เธอชอบบรรยากาศที่นี่มาก แสงสีจากไฟทังสเตนสองข้างริมฝั่งแม่น้ำสวยงาม เมื่อเรือแล่นผ่านสถานที่สำคัญ ก็จะมีคนบรรยายสถานที่นั้น ๆ ให้ฟัง เพื่อประกอบเป็นความรู้ไปในตัว ได้ทั้งความสุขและความรู้ควบคู่กันไปด้วย อาหารที่เสิร์ฟบนเรือเป็นอาหารไทยและนานาชาติ สามารถเลือกทานได้ตามสบาย

               “อาหารไม่อร่อยเหรอรพิน เห็นกินนิดเดียวเอง” มนัสถามเธอจนได้ เขาสังเกตเห็นอรพินไม่ค่อยทานอะไรเลย ทั้งที่เขาว่ารสชาติอาหารก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อร่อยเสียด้วยซ้ำ เขารู้สึกเป็นกังวลมากว่าเธออาจไม่ประทับใจหรืออย่างไรกันแน่

               “อาหารอร่อย แต่รพินไม่ค่อยหิวเท่าไหร่อ่ะ” เธอหันกลับมาตอบคำถามมนัส จากที่หันหน้าไปมองตึกรามบ้านช่องริมฝั่งแม่น้ำด้านขวามือของตนเอง

               “รพินชอบมั้ยที่เราพามาวันนี้ คือพามาทานข้าวที่นี่น่ะ” เขาตัดสินใจถามความรู้สึกของเธอออกไป ถ้าเธอชอบ เขาอาจพามาเรื่อย ๆ หลังจากที่ขอเธอเป็นแฟนแล้ว

               “ชอบ! ชอบมากเลย มนัสนึกยังไงถึงพามาที่นี่ ใครแนะนำมา รพินพึ่งเคยมาครั้งแรกเลยนะ “ อรพินตอบได้ตรงตามจุดประสงค์ของเขา มนัสเผยยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ นึกว่าเธอจะไม่ชอบ

              “เพื่อนที่ทำงานแนะนำมา ถ้ารพินชอบเราพามาบ่อย ๆ ก็ได้นะ”

                “จริงเหรอ”

               “อือ” เขาพยักหน้าเป็นคำตอบ เขานั่งมองรพินอย่างมีความสุข อรพินยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปตัวเอง ถ่ายทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ และถ่ายรูปเขาหลายรูปเก็บไว้

               “มนัสหันหน้ามา” อรพินยกโทรศัพท์ถ่ายภาพตัวเอง และต้องให้มนัสถ่ายคู่ด้วย เขาเอียงตัวนิดหน่อยเพื่อให้กล้องจับภาพ นาทีนี้มีแต่ความสุข เมื่อเก็บภาพจนพอใจแล้วภายในเวลาสองชั่วโมงเขาจะต้องรีบปฏิบัติการ ไม่อย่างนั้นคงเสียความตั้งใจหมด

               ระหว่างที่อรพินเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตอนนี้ เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินกล่องเล็ก ๆ ออกมา แต่ยังซ่อนมันไว้ใต้โต๊ะ ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจ ตอนแรกทำไมกล้า ตอนนี้ทำไมต้องกลัว ถ้าเธอไม่รับรักเขาแล้วจะเหลือความเป็นเพื่อนอยู่ไหม ถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะทำอย่างไร แต่ยังไงก็คงต้องลองสักครั้ง ถ้าจะเสียรพินตลอดไปอย่างน้อยก็ได้พูดมันออกมาให้เธอได้รับรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร

                “รพิน” เขาเรียกเธอ อรพินหันมาตามเสียงเรียก เลิกคิ้วเป็นคำถามว่ามนัสมีอะไรจะคุยกับตนเอง “เราสองคนก็รู้จักกันมานานพอสมควรแล้ว รพินก็รู้ว่าเราเป็นคนยังไง” ไม่มีคำตอบมีเพียงรอยยิ้มและคนตรงหน้าพยักหน้าตอบกลับมา รู้ว่าเขาเป็นคนดีในสายตาของเธอ

               “คือ...” เขาก็ไม่กล้าพูดอยู่ดี เคยกล้าทำอะไรหลาย ๆ เรื่องโดยไม่กลัวใคร ทำไมวันนี้ นาทีนี้กลับอ่อนแอขึ้นมาดื้อ ๆ “รพินเป็นแฟนกับเรานะ”

               เขาหลับตาพ่นคำพูดออกมาอย่างรวดเร็ว มนัสหลับตาปี๋คอยฟังว่าเธอจะตอบกลับมาเช่นไร เมื่อไม่มีคำพูดใด ๆ ตอบกลับมา เขาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ต้องผงะตกใจเมื่อเจอใบหน้าของเธอโน้มเข้ามาใกล้ ๆ และมีรอยยิ้ม “รพินทำอะไร เราตกใจหมดเลย”

               “มนัสพูดว่ายังไงนะเมื่อกี้ เราฟังไม่ถนัด” ผิดคาด อรพินไม่ได้โกรธอย่างที่เขาคิดเอาไว้ และไม่ได้เขินอายเหมือนในละครที่ดูมาด้วย

               “เราบอกว่ารพินเป็นแฟนกับเรานะ” เขาเพียงพูด ยังไม่ยอมหยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมา เพียงคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม มันยังไม่ใช่ตอนนี้ แค่รพินรับรักกับเขาก็เพียงพอ และสุดท้ายก็เก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงเช่นเดิม มันยังไม่ถึงเวลาของมัน

               “อือ” อรพินไม่ปฏิเสธจากการขอเป็นแฟนของเขา เพราะความรู้สึกก็ไม่ได้แตกต่างไปจากกัน เธอรู้สึกกับเขาเช่นนี้มานานแล้ว แค่รอวันนี้เท่านั้นเอง

               บรรยากาศหนักอึ้งของมนัสคลี่คลายลง อะไรที่เราไม่รู้เราชอบคิดไปเอง มนัสก็เช่นกัน คิดไปต่าง ๆ นานา คิดว่ารพินจะโกรธ ไม่รับรักเขา สุดท้ายไม่ได้เป็นอย่างนั้น อรพินเองก็คิดกับเขามากกว่าเพื่อนเช่นกัน ทั้งสองคนกลับมาสนุกเพลิดเพลินกับการล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง

               “มนัสจองล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ เพื่อพารพินมานั่งแค่สองชั่วโมงเนี่ยนะ”

               “มาขอเป็นแฟน” เขาตอบและจับมือเธอมากุมไว้ ยกขึ้นมาหอมเบา ๆ อรพินยิ้มไม่พูดอะไร “รพินชอบมั้ย ถ้าชอบเดี๋ยวเราพามาบ่อย ๆ เพื่อคนที่เรารัก เราทำให้ได้หมด”

               “เรากลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว”

               “ฝันดีนะครับ น้องรพิน” ข้อความจากอรรถพลส่งให้เธอ แต่ทว่าเธอไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเลย ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น

จบ...

             
               
     [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่