ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 3 ประจำวีคที่ 17 ครับ.... ^^
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปิน จิตรกรหนุ่มคนหนึ่ง ผู้รักการวาดภาพเหมือนของผู้คนด้วยดินสอ และรับจ้างวาดรูปอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และผลงานของเขาออกมาดีมาก เป็นที่ประทับใจสำหรับลูกค้าทุกคน
แต่เขามีกฏอยู่ข้อหนึ่งซึ่งสำคัญมาก คือ คนที่มาให้เขาวาดภาพ ต้อง "ยิ้ม" ถ้าไม่ยอมยิ้ม เขาก็จะไม่วาด!
ตามไปดูจิตรกรผู้นี้ทำงานกันครับ ^^

บางทีความสุขของคนเรา อาจอยู่ที่ การได้ทำอะไรบางอย่างในสิ่งที่เรารัก ก็เท่านั้นเอง
เพียงฝัน นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กสูงไม่ถึงฟุต คลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับจิตรกรข้างถนน ชื่อนี้เพียงฝันไม่ได้เรียกเองแต่เขาติดป้ายบอกชัดเจน เป็นป้ายกระดานดำเล็กพร้อมขาตั้งเขียนด้วยชอล์ก ไว้ว่า
(รับวาดปกไดอารี่หน้ายิ้ม(หน้าคุณ) โดยจิตรกรข้างถนน ราคา หนึ่งร้อยบาท)
“ยิ้มมากกว่านี้อีกหน่อยดีไหมครับ ผมว่าภาพจะออกมาสวยมากเลยนะครับ”
“เหรอคะ” เพียงฝันทำตามคลี่ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“นี่แหละครับกำลังสวย” จิตรกรข้างถนนตอบพร้อมกับยิ้มให้ มือขวายังคงจับดินสอวาดเส้นเค้าโครงใบหน้าของเพียงฝันลงบนปกไดอารี่เล่มสีเขียวอ่อน และด้วยประโยคนี้มันทำให้เพียงฝันเผลอตัวยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“เอ่อ...อันนี้ยิ้มมากไปเริ่มเห็นขีดที่หางตาแล้วครับ ต้องให้ผมไปเพิ่มเส้นตรงนี้ไหม” คนพูดจริงจังหน้าตาย ทว่าเพียงฝันกลับหัวเราะออกมาจนไหล่สั่นตัวโยน มีผลทำให้การวาดภาพหยุดไปชั่วคราว
"ขอโทษค่ะ มันอดหัวเราะไม่ได้จริง ๆ พร้อมแล้วเริ่มกันใหม่นะคะ” เพียงฝันกลับมาเป็นหุ่นปั้นคลี่ยิ้มอีกครั้ง
“กำลังสวยครับ” จิตรกรข้างถนนยิ้มให้เพียงฝัน แล้วเริ่มต้นวาดรูปของเธอต่อจากที่วาดค้างไว้
ผู้คนเดินผ่านไปมาบนถนนทางเท้าก่อนจะถึงตลาดสด เริ่มให้ความสนใจการวาดภาพใบหน้าตัวเองบนสมุดไดอารี่สีเขียวอ่อนกันบ้างแล้ว บางคนหยุดมองดูการวาดภาพ บางคนหยิบสมุดไดอารี่ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กอยู่ด้านหน้าขึ้นมารอให้จิตรกรข้างถนนวาดรูปใบหน้าของตัวเองลงบนไดอารี่เล่มนั้น ในราคาหนึ่งร้อยบาท
“เรียบร้อยครับ” ส่งไดอารี่ให้ซึ่งตอนนี้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพียงฝันติดอยู่บนปกไปเรียบร้อยคืนให้กับเจ้าของ
“สวยจังเลย ขอบคุณนะคะ” เพียงฝันถึงกับทึ่งเมื่อเห็นภาพวาดใบหน้าตัวเอง ถึงแม้เป็นเพียงการวาดด้วยดินสอแต่การลงน้ำหนักและลายเส้นทำให้ภาพมีมิติมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อและน่าชื่นชม
“ขอบคุณครับ นางแบบยิ้มสวยภาพเลยออกมาสวยครับ”
“คุณใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที วาดได้สวยขนาดนี้ ถ้าใช้เวลาร้อยกว่าชั่วโมงเหมือน จิตรกร ดิเอโก ฟาซิโอ (Diego Fazio) คงสวยไม่แพ้กันแน่นอนเลยค่ะ”
“โหย คุณอย่าเอาผมไปเปรียบกับดิเอโกเลยครับ ต่อให้พันชั่วโมงผมก็ทำได้แค่นี้ ฮ่า ๆ” จิตรกรข้างถนนหัวเราะร่วนมองเพียงฝันด้วยสีหน้าฉงน มีความแปลกใจที่เธอรู้จักจิตรกรชื่อดัง อย่างดิเอโก ฟาซิโอ ศิลปินชาวอิตาลีที่ชอบวาดรูปหน้าคนด้วยดินสอเท่านั้น และแต่ละรูปที่เขาวาดจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าร้อยชั่วโมงในการวาด ซึ่งออกมาเหมือนจริงราวกับเป็นภาพถ่ายขาวดำเสียมากกว่า
“เกือบลืมจ่ายค่าวาดรูปเลย นี่ค่ะ” เพียงฝันหยิบเงินธนบัตรหนึ่งร้อยบาทส่งให้ ลุกขึ้นยืนขยับเลี่ยงให้หญิงสาววัยทำงานเดินเข้ามานั่งแทน
“ขอบคุณครับ เชิญนั่งเลยครับ” จิตรกรข้างถนนขอบคุณเพียงฝัน และหันไปคุยกับนางแบบอีกคนให้นั่งลงตามสบาย
“เอ่อ คุณจะว่าอะไรไหมคะถ้าฉันจะขอนั่งดูคุณวาดรูปด้วยสักพัก” เพียงฝันถามอย่างเกรงใจ
“ตามสบายเลยครับ แต่ว่าผมไม่มีเก้าอี้ให้คุณนั่งแล้วนี่สิ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งกับพื้นได้สบายมากค่ะ” ว่าแล้วเพียงฝันก็ขยับมานั่งขัดสมาธิลงกับพื้นซีเมนต์ โดยไม่กลัวเปื้อนฝุ่น ทางด้านข้างกับจิตรกรข้างถนนซึ่งเขาก็นั่งกับพื้นเช่นเดียวกับเธอหากแต่มีเสื่อผืนเล็กรองนั่งอีกที
“ระวัง ยีนส์เอสคาดา (Escada) ของคุณจะเปื้อนฝุ่นซักไม่ออกนะครับ”
“สำเนาถูกต้องค่ะ จำได้ว่าซื้อมาสามร้อยบาทเอง” เพียงฝันพูดติดตลกปนเสียงหัวเราะ
จิตรกรข้างถนนเริ่มวาดโครงหน้านางแบบเป็นรูปวงรีด้วยลายเส้นอย่างเบามือและรวดเร็ว
“ยิ้มมากกว่านี้อีกนิด ผมว่าภาพจะออกมาสวยมากเลยนะครับ” เขาพูดประโยคเดิมกับนางแบบเหมือนที่ใช้พูดกับเธอครั้งแรก
“เหรอคะ” นางแบบพูดเช่นเดียวกับเพียงฝันครั้งแรกเช่นกัน
“นี่แหละครับกำลังสวย” ถึงตรงนี้นางแบบกลับนิ่งได้ดีกว่าเพียงฝัน ยังคงยิ้มเช่นเดิมไม่เผลอหลุดยิ้มกว้างขึ้นไปอีกจนจิตรกรต้องท้วงติงเหมือนกับเธอ
วาดเส้นแบ่งกึ่งกลางบนใบหน้าคล้ายเครื่องหมายบวก แบ่งครึ่งกึ่งกลางด้านล่างลากเส้นแนวนอนเพิ่มอีกเส้นแล้วเริ่มต้นวาดรูปจมูกเป็นอันดับแรก
“ทำไมถึงเป็นหน้ายิ้มด้วยคะ” เพียงฝันชวนคุยและเธอเองก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน
"เวลาผมวาดรูปหน้าคนแล้วไม่เห็นรอยยิ้ม มือไม้ผมก็วาดไม่ไปเลยครับ” เขาตอบยิ้ม ๆ
“จริงหรือคะ แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะ เห็นตัวเองยิ้มแล้วมันทำให้เรายิ้มตาม” มองตัวเองบนปกสมุดไดอารี่ก็ยิ้มให้กับตัวเอง
จิตรกรข้างถนนลากดินสอมาต่อด้วยการวาดปาก จากริมฝีปากบนตามด้วยริมฝีปากล่างอย่างคล่องแคล่ว
“ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าเวลายิ้มจะดูสวยและหล่อกว่าไม่ยิ้มเยอะมากครับ” ยิ้มให้กับภาพวาดที่กำลังวาดแต่ยังไม่แล้วเสร็จ
"ดีจังค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“แล้วถ้านางแบบหรือนายแบบไม่ยอมยิ้มล่ะคะ”
“ผมก็ไม่วาด” เขาตอบกลับโดยเร็วแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
ย้อนกลับขึ้นไปวาดดวงตา ทำวงกลมใหญ่เป็นโครงดวงตาทั้งสองข้างอย่างชำนาญ ดูได้สมมาตรกันจนน่าทึ่ง ตามด้วยการกดดินสอให้เข้มขึ้นวาดคิ้วโดยใช้แนวส่วนบนเดียวกับวงกลม
“มาวาดที่นี่ทุกวันไหมคะ ?”
“ครับ ทุกวันถ้าผมว่างนะ คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ”
“ไม่ค่ะ ฉันมาธุระแถวนี้จอดรถไว้หลังตลาดเดินผ่านมาเห็น เกิดอยากได้ไดอารี่หน้ายิ้มของตัวเองบ้างสักเล่มเลยลองแวะดูหน่อย”
“อ๋อ ครับ คงอยากรู้ว่าผมจะวาดได้เหมือนแค่ไหนแน่เลย”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” เพียงฝันนิ่งแอบตกใจนิดหน่อยที่เขาจับได้ว่าเธอคิดยังไงในตอนแรกแล้วรีบปฏิเสธ ทำให้จิตรกรข้างถนนอมยิ้ม
“ผมมีความสุขที่ได้วาดรูปหน้าคนเวลายิ้มครับ” เขาตอบกลับมาอย่างมีความสุขเพราะเพียงฝันเห็นนัยน์ตาเขาก็มีรอยยิ้ม
“ค่ะ การได้ทำในสิ่งที่รัก เราก็มีความสุขตามไปด้วย”
เวลาผ่านไปราวสามสิบนาที รูปนางแบบผมยาวทัดใบหูปล่อยผมไว้ทางด้านหลังใบหน้ารูปไข่ตากลมโตริมฝีปากบางกำลังยิ้มพองามก็เสร็จเรียบร้อย จิตรกรข้างถนนส่งรูปไดอารี่หน้ายิ้มคืนให้เจ้าของ สิ่งแรกที่เขาได้รับคือรอยยิ้มกว้างจริงใจจากนางแบบ ดูเธอจะปลื้มปีติ และพอใจเป็นอย่างมากที่เห็นตัวเองยิ้มอยู่บนปกไดอารี่ส่วนตัว
“ฉันขอตัวกลับบ้างดีกว่า ขอบคุณที่ให้โอกาสดูการวาดภาพของคุณนะคะ มันอัศจรรย์มากเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ แต่ผมว่าการได้ค้นพบและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อัศจรรย์กว่านะครับ”
“จริงด้วยค่ะ ผลงานใดเราใส่ความรักลงไป มักออกมาสวยงามเสมอ” เพียงฝันยิ้มผงกหัวตอบกลับไป เห็นด้วยกับเขา และลุกขึ้นยืนเผลอตัวเอามือข้างที่ไม่ได้ถือสมุดไดอารี่ ไปปัดฝุ่นตามลำตัวคล้ายกับว่ากลัวฝุ่นจะเลอะกางเกงยีนส์จนซักไม่ออกจริง ๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่หุบยิ้มเอาไว้ไม่ได้ ต้องหัวเราะให้กับคนที่โกหกไม่เนียน
"ถ้าเขียนเล่มนั้นหมดทุกหน้าแล้ว อยากได้หน้ายิ้มตัวเองอีกก็กลับมานะครับ ผมสัญญาว่าคราวหน้าจะให้คุณยิ้มกว้างกว่าเดิมได้โดยไม่ทักท้วงเลย” คราวนี้จิตรกรข้างถนนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
"ได้เลย แล้วจะกลับมาอีกค่ะ ขอให้มีความสุขกับการวาดรูปหน้ายิ้มนะคะ”
“ขอบคุณครับ ว่าแต่คุณไม่อยากได้ลายเซ็นจิตรกรข้างถนนอย่างผมเหรอ”
“ลืมไปเลย ขอเซ็นไว้ข้างหน้าปกไดอารี่เลยนะคะ” เพียงฝันส่งสมุดไดอารี่ให้กับเขา
“เรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณค่ะ ขอตัวเลยดีกว่า นางแบบอีกท่านนั่งรอนานแล้วค่ะ” เพียงฝันหันไปยิ้มให้นางแบบคนใหม่เชิงขอโทษ อีกฝ่ายยิ้มตอบไม่มีท่าทีขุ่นเคืองใด ๆ
“โชคดี เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ” จิตรกรข้างถนนยิ้มตามหลังเพียงฝันไป หวังว่าจะได้เจอเธอในงานจัดนิทรรศการภาพวาดด้วยดินสอ ซึ่งเป็นผลงานของเขาที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ตามคำเชิญที่เขาแอบสอดบัตรเชิญไปให้ตอนเซ็นลายเซ็น
จิตรกรข้างถนนหันมาให้ความสนใจกับการวาดรูปหน้ายิ้มด้วยดินสอบนปกสมุดไดอารี่ตรงหน้าต่อ เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้จับดินสอแล้วมีแบบตรงหน้าส่งยิ้มให้อย่างเต็มใจและเป็นมิตร เขาไม่เคยนับว่าวาดรูปคนหน้ายิ้มไปแล้วกี่ร้อยกี่พันหน้า เขาสนใจแค่ว่าวันนี้ได้ทำงานที่ตนเองรักอย่างมีความสุข ได้ทำให้ใครบางคนบนโลกใบเดียวกันกับเขายิ้มแล้วหรือยัง ก็เท่านั้นเอง
/// The end ///
👦🏼👍🏻👧🏻 THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#64 Week#17, 19-24 ตุลาคม/ "ไดอารี่หน้ายิ้ม" - ถุงมือ Diego Fazio 👧🏻👍👦
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปิน จิตรกรหนุ่มคนหนึ่ง ผู้รักการวาดภาพเหมือนของผู้คนด้วยดินสอ และรับจ้างวาดรูปอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และผลงานของเขาออกมาดีมาก เป็นที่ประทับใจสำหรับลูกค้าทุกคน
แต่เขามีกฏอยู่ข้อหนึ่งซึ่งสำคัญมาก คือ คนที่มาให้เขาวาดภาพ ต้อง "ยิ้ม" ถ้าไม่ยอมยิ้ม เขาก็จะไม่วาด!
ตามไปดูจิตรกรผู้นี้ทำงานกันครับ ^^
เพียงฝัน นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กสูงไม่ถึงฟุต คลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับจิตรกรข้างถนน ชื่อนี้เพียงฝันไม่ได้เรียกเองแต่เขาติดป้ายบอกชัดเจน เป็นป้ายกระดานดำเล็กพร้อมขาตั้งเขียนด้วยชอล์ก ไว้ว่า (รับวาดปกไดอารี่หน้ายิ้ม(หน้าคุณ) โดยจิตรกรข้างถนน ราคา หนึ่งร้อยบาท)
“ยิ้มมากกว่านี้อีกหน่อยดีไหมครับ ผมว่าภาพจะออกมาสวยมากเลยนะครับ”
“เหรอคะ” เพียงฝันทำตามคลี่ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“นี่แหละครับกำลังสวย” จิตรกรข้างถนนตอบพร้อมกับยิ้มให้ มือขวายังคงจับดินสอวาดเส้นเค้าโครงใบหน้าของเพียงฝันลงบนปกไดอารี่เล่มสีเขียวอ่อน และด้วยประโยคนี้มันทำให้เพียงฝันเผลอตัวยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม
“เอ่อ...อันนี้ยิ้มมากไปเริ่มเห็นขีดที่หางตาแล้วครับ ต้องให้ผมไปเพิ่มเส้นตรงนี้ไหม” คนพูดจริงจังหน้าตาย ทว่าเพียงฝันกลับหัวเราะออกมาจนไหล่สั่นตัวโยน มีผลทำให้การวาดภาพหยุดไปชั่วคราว
"ขอโทษค่ะ มันอดหัวเราะไม่ได้จริง ๆ พร้อมแล้วเริ่มกันใหม่นะคะ” เพียงฝันกลับมาเป็นหุ่นปั้นคลี่ยิ้มอีกครั้ง
“กำลังสวยครับ” จิตรกรข้างถนนยิ้มให้เพียงฝัน แล้วเริ่มต้นวาดรูปของเธอต่อจากที่วาดค้างไว้
ผู้คนเดินผ่านไปมาบนถนนทางเท้าก่อนจะถึงตลาดสด เริ่มให้ความสนใจการวาดภาพใบหน้าตัวเองบนสมุดไดอารี่สีเขียวอ่อนกันบ้างแล้ว บางคนหยุดมองดูการวาดภาพ บางคนหยิบสมุดไดอารี่ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กอยู่ด้านหน้าขึ้นมารอให้จิตรกรข้างถนนวาดรูปใบหน้าของตัวเองลงบนไดอารี่เล่มนั้น ในราคาหนึ่งร้อยบาท
“เรียบร้อยครับ” ส่งไดอารี่ให้ซึ่งตอนนี้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพียงฝันติดอยู่บนปกไปเรียบร้อยคืนให้กับเจ้าของ
“สวยจังเลย ขอบคุณนะคะ” เพียงฝันถึงกับทึ่งเมื่อเห็นภาพวาดใบหน้าตัวเอง ถึงแม้เป็นเพียงการวาดด้วยดินสอแต่การลงน้ำหนักและลายเส้นทำให้ภาพมีมิติมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อและน่าชื่นชม
“ขอบคุณครับ นางแบบยิ้มสวยภาพเลยออกมาสวยครับ”
“คุณใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที วาดได้สวยขนาดนี้ ถ้าใช้เวลาร้อยกว่าชั่วโมงเหมือน จิตรกร ดิเอโก ฟาซิโอ (Diego Fazio) คงสวยไม่แพ้กันแน่นอนเลยค่ะ”
“โหย คุณอย่าเอาผมไปเปรียบกับดิเอโกเลยครับ ต่อให้พันชั่วโมงผมก็ทำได้แค่นี้ ฮ่า ๆ” จิตรกรข้างถนนหัวเราะร่วนมองเพียงฝันด้วยสีหน้าฉงน มีความแปลกใจที่เธอรู้จักจิตรกรชื่อดัง อย่างดิเอโก ฟาซิโอ ศิลปินชาวอิตาลีที่ชอบวาดรูปหน้าคนด้วยดินสอเท่านั้น และแต่ละรูปที่เขาวาดจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าร้อยชั่วโมงในการวาด ซึ่งออกมาเหมือนจริงราวกับเป็นภาพถ่ายขาวดำเสียมากกว่า
“เกือบลืมจ่ายค่าวาดรูปเลย นี่ค่ะ” เพียงฝันหยิบเงินธนบัตรหนึ่งร้อยบาทส่งให้ ลุกขึ้นยืนขยับเลี่ยงให้หญิงสาววัยทำงานเดินเข้ามานั่งแทน
“ขอบคุณครับ เชิญนั่งเลยครับ” จิตรกรข้างถนนขอบคุณเพียงฝัน และหันไปคุยกับนางแบบอีกคนให้นั่งลงตามสบาย
“เอ่อ คุณจะว่าอะไรไหมคะถ้าฉันจะขอนั่งดูคุณวาดรูปด้วยสักพัก” เพียงฝันถามอย่างเกรงใจ
“ตามสบายเลยครับ แต่ว่าผมไม่มีเก้าอี้ให้คุณนั่งแล้วนี่สิ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งกับพื้นได้สบายมากค่ะ” ว่าแล้วเพียงฝันก็ขยับมานั่งขัดสมาธิลงกับพื้นซีเมนต์ โดยไม่กลัวเปื้อนฝุ่น ทางด้านข้างกับจิตรกรข้างถนนซึ่งเขาก็นั่งกับพื้นเช่นเดียวกับเธอหากแต่มีเสื่อผืนเล็กรองนั่งอีกที
“ระวัง ยีนส์เอสคาดา (Escada) ของคุณจะเปื้อนฝุ่นซักไม่ออกนะครับ”
“สำเนาถูกต้องค่ะ จำได้ว่าซื้อมาสามร้อยบาทเอง” เพียงฝันพูดติดตลกปนเสียงหัวเราะ
จิตรกรข้างถนนเริ่มวาดโครงหน้านางแบบเป็นรูปวงรีด้วยลายเส้นอย่างเบามือและรวดเร็ว
“ยิ้มมากกว่านี้อีกนิด ผมว่าภาพจะออกมาสวยมากเลยนะครับ” เขาพูดประโยคเดิมกับนางแบบเหมือนที่ใช้พูดกับเธอครั้งแรก
“เหรอคะ” นางแบบพูดเช่นเดียวกับเพียงฝันครั้งแรกเช่นกัน
“นี่แหละครับกำลังสวย” ถึงตรงนี้นางแบบกลับนิ่งได้ดีกว่าเพียงฝัน ยังคงยิ้มเช่นเดิมไม่เผลอหลุดยิ้มกว้างขึ้นไปอีกจนจิตรกรต้องท้วงติงเหมือนกับเธอ
วาดเส้นแบ่งกึ่งกลางบนใบหน้าคล้ายเครื่องหมายบวก แบ่งครึ่งกึ่งกลางด้านล่างลากเส้นแนวนอนเพิ่มอีกเส้นแล้วเริ่มต้นวาดรูปจมูกเป็นอันดับแรก
“ทำไมถึงเป็นหน้ายิ้มด้วยคะ” เพียงฝันชวนคุยและเธอเองก็อยากรู้ด้วยเหมือนกัน
"เวลาผมวาดรูปหน้าคนแล้วไม่เห็นรอยยิ้ม มือไม้ผมก็วาดไม่ไปเลยครับ” เขาตอบยิ้ม ๆ
“จริงหรือคะ แต่ก็ดีเหมือนกันค่ะ เห็นตัวเองยิ้มแล้วมันทำให้เรายิ้มตาม” มองตัวเองบนปกสมุดไดอารี่ก็ยิ้มให้กับตัวเอง
จิตรกรข้างถนนลากดินสอมาต่อด้วยการวาดปาก จากริมฝีปากบนตามด้วยริมฝีปากล่างอย่างคล่องแคล่ว
“ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าเวลายิ้มจะดูสวยและหล่อกว่าไม่ยิ้มเยอะมากครับ” ยิ้มให้กับภาพวาดที่กำลังวาดแต่ยังไม่แล้วเสร็จ
"ดีจังค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“แล้วถ้านางแบบหรือนายแบบไม่ยอมยิ้มล่ะคะ”
“ผมก็ไม่วาด” เขาตอบกลับโดยเร็วแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
ย้อนกลับขึ้นไปวาดดวงตา ทำวงกลมใหญ่เป็นโครงดวงตาทั้งสองข้างอย่างชำนาญ ดูได้สมมาตรกันจนน่าทึ่ง ตามด้วยการกดดินสอให้เข้มขึ้นวาดคิ้วโดยใช้แนวส่วนบนเดียวกับวงกลม
“มาวาดที่นี่ทุกวันไหมคะ ?”
“ครับ ทุกวันถ้าผมว่างนะ คุณพักอยู่แถวนี้เหรอครับ”
“ไม่ค่ะ ฉันมาธุระแถวนี้จอดรถไว้หลังตลาดเดินผ่านมาเห็น เกิดอยากได้ไดอารี่หน้ายิ้มของตัวเองบ้างสักเล่มเลยลองแวะดูหน่อย”
“อ๋อ ครับ คงอยากรู้ว่าผมจะวาดได้เหมือนแค่ไหนแน่เลย”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย” เพียงฝันนิ่งแอบตกใจนิดหน่อยที่เขาจับได้ว่าเธอคิดยังไงในตอนแรกแล้วรีบปฏิเสธ ทำให้จิตรกรข้างถนนอมยิ้ม
“ผมมีความสุขที่ได้วาดรูปหน้าคนเวลายิ้มครับ” เขาตอบกลับมาอย่างมีความสุขเพราะเพียงฝันเห็นนัยน์ตาเขาก็มีรอยยิ้ม
“ค่ะ การได้ทำในสิ่งที่รัก เราก็มีความสุขตามไปด้วย”
เวลาผ่านไปราวสามสิบนาที รูปนางแบบผมยาวทัดใบหูปล่อยผมไว้ทางด้านหลังใบหน้ารูปไข่ตากลมโตริมฝีปากบางกำลังยิ้มพองามก็เสร็จเรียบร้อย จิตรกรข้างถนนส่งรูปไดอารี่หน้ายิ้มคืนให้เจ้าของ สิ่งแรกที่เขาได้รับคือรอยยิ้มกว้างจริงใจจากนางแบบ ดูเธอจะปลื้มปีติ และพอใจเป็นอย่างมากที่เห็นตัวเองยิ้มอยู่บนปกไดอารี่ส่วนตัว
“ฉันขอตัวกลับบ้างดีกว่า ขอบคุณที่ให้โอกาสดูการวาดภาพของคุณนะคะ มันอัศจรรย์มากเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ แต่ผมว่าการได้ค้นพบและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อัศจรรย์กว่านะครับ”
“จริงด้วยค่ะ ผลงานใดเราใส่ความรักลงไป มักออกมาสวยงามเสมอ” เพียงฝันยิ้มผงกหัวตอบกลับไป เห็นด้วยกับเขา และลุกขึ้นยืนเผลอตัวเอามือข้างที่ไม่ได้ถือสมุดไดอารี่ ไปปัดฝุ่นตามลำตัวคล้ายกับว่ากลัวฝุ่นจะเลอะกางเกงยีนส์จนซักไม่ออกจริง ๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่หุบยิ้มเอาไว้ไม่ได้ ต้องหัวเราะให้กับคนที่โกหกไม่เนียน
"ถ้าเขียนเล่มนั้นหมดทุกหน้าแล้ว อยากได้หน้ายิ้มตัวเองอีกก็กลับมานะครับ ผมสัญญาว่าคราวหน้าจะให้คุณยิ้มกว้างกว่าเดิมได้โดยไม่ทักท้วงเลย” คราวนี้จิตรกรข้างถนนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
"ได้เลย แล้วจะกลับมาอีกค่ะ ขอให้มีความสุขกับการวาดรูปหน้ายิ้มนะคะ”
“ขอบคุณครับ ว่าแต่คุณไม่อยากได้ลายเซ็นจิตรกรข้างถนนอย่างผมเหรอ”
“ลืมไปเลย ขอเซ็นไว้ข้างหน้าปกไดอารี่เลยนะคะ” เพียงฝันส่งสมุดไดอารี่ให้กับเขา
“เรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณค่ะ ขอตัวเลยดีกว่า นางแบบอีกท่านนั่งรอนานแล้วค่ะ” เพียงฝันหันไปยิ้มให้นางแบบคนใหม่เชิงขอโทษ อีกฝ่ายยิ้มตอบไม่มีท่าทีขุ่นเคืองใด ๆ
“โชคดี เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะครับ” จิตรกรข้างถนนยิ้มตามหลังเพียงฝันไป หวังว่าจะได้เจอเธอในงานจัดนิทรรศการภาพวาดด้วยดินสอ ซึ่งเป็นผลงานของเขาที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ตามคำเชิญที่เขาแอบสอดบัตรเชิญไปให้ตอนเซ็นลายเซ็น
จิตรกรข้างถนนหันมาให้ความสนใจกับการวาดรูปหน้ายิ้มด้วยดินสอบนปกสมุดไดอารี่ตรงหน้าต่อ เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้จับดินสอแล้วมีแบบตรงหน้าส่งยิ้มให้อย่างเต็มใจและเป็นมิตร เขาไม่เคยนับว่าวาดรูปคนหน้ายิ้มไปแล้วกี่ร้อยกี่พันหน้า เขาสนใจแค่ว่าวันนี้ได้ทำงานที่ตนเองรักอย่างมีความสุข ได้ทำให้ใครบางคนบนโลกใบเดียวกันกับเขายิ้มแล้วหรือยัง ก็เท่านั้นเอง