อยากรู้ว่า ถ้าเป็นคุณในตอนนี้ เคยเจอกับสถานการณ์แบบผม แล้วคิดยังไง?

เรื่องเล่านี้ ยาวมาก  

ผมเป็นหลานคนแรกในบ้าน ญาติทุกคนรักผมมาก เพราะตั่งแต่เด็กสุขภาพอ่อนแอ ช่วงผมเกิดมา  พ่อติดคุก7ปี แม่หนีมาไทย .
ผมมาไทยตอนอายุ8ขวบ เป็นเด็กคนแรกในเขตที่ได้นั่งเครื่องบิน ได้ออกนอกประเทศ  เป็นจุดกลางที่ทุกคนจับตามอง.
ช่วงแรกที่มาไทย 1-2ปีแรก คือมีความสุขที่สุดเลย
เรียนก็เก่งติดอันดับในชั้น  เป็นดาวใน ร.ร. แห่งนึง
เรียนข้ามชั้นด้วย.
ธุรกิจพ่อแม่เจริญรุ่งเรือง เปิดร้านหลายสาขา,2ปีผ่านไปเนื่องจากอะไรบางอย่าง ธุรกิจล้มละลาย

จำได้ช่วงเรียนปีสุดท้ายที่อยุ่ไทย    ตอนป.5 เนื่องจากผม หน้าตาใช้ได้  ต่างชาติคนแรกใน รร ดังแห่งนึง  เรียนเก่งมาก สุขภาพเรียบร้อย มารยาทดี
คุณครูก็รัก   มีผญ น่ารักๆคนนึง เค้ามีชื่อเล่นว่า "อ้อ"
เค้าแอบชอบผม  ตอนนั้นผมรู้ ผมเขินในใจ ดีใจด้วย เพราะผมก็ชอบเค้ายุ ในภายนอกนิ่งมาก  เค้าชอบลอกการบ้านผม ชอบมาถามข้อสอบ  ที่เราเล่นกันบ่อยคือ  ตบเปะชาจต์   ตอนนั้นยังไม่มีมือถือใช้กัน แม้แต่เฟสยังไม่มี 
 
ผมจำได้ว่า  ตอนปิดเทอม  ผมได้เอากระดาษขอเบอร์บ้านทุกคนในห้อง  เหลือแค่คนที่ชอบ ผมไม่กล้าไปขอ .   ตอนกลับบ้าน เราเจอกันครั้งสุดท้ายที่โต๊ะอาหาร   "อ้อ" เดินเร่นรีบไปจะไปขึ้นรถ รร รับส่ง
เจอผมพอดี  เค้าได้เอาลูกออม มายมิ้นให้ผม  ยิ้มแล้งเดินจากไป.

จริงๆ หลังจากธุรกิจพ่อล้มละลาย เค้าก็ได้คบเพื่อนไม่ดี  ติดการพนัน ติดเหล้า ยื้มเงินเล่นไพ่ไปทั่ว  ทะเลาะกับแม่บ่อย ที่บ้านมีแต่เสียงทะเลาะ ยิ่งหลังๆยิ่งรุงแรง 
พ่อกลัวว่า  แม่จะพาผมหนี เลยข่มขุดให้ผมกลับประเทศตัวเองไป ไปยุกับอาม่า  ไม่งั้นจะตีทุกวัน 

ช่วงปิดเทอม ตอนนั้นผมอายุแค่13  ทนความหน้ากลัว ความรุงแรงของพ่อไป1อาทิย  แม่มาช่วยเค้าก็ยิ่งรุงแรง .  สุดท้ายได้ตกลงกลับ.

ผมกลับไปถึงประเทศตัวเอง  สายตาของทุกคนที่มองผมแบบแปลก  ปู่ที่รักผมมาตลอดเค้าก็ได้เสียไปแล้ว  ที่บ้านหลานเพิ่ม2คน  ผมกลายเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู  ผมได้เข้าเรียน ในยามนั้นเพราะว่าตัวเล็ก ถูกคนที่ห้องรังเกบ่อย  ผญในห้องก็มองดู  เอาจริงๆอายมาก  เนื่องจากตั่งแต่เด็กเรียนที่ไทย พอไปยุที่นั่น. ไม่มีพื้นฐานภาษานั้น  การเรียนไปหมดเลย

ในห้องมี105คน  ผมสอบได้ที่104 เกือบหล่อ  โดนทำโทษ ยืนหน้าห้อง บางทีก็ไม้เรียว ไม้กวาดตีก้อนตีขา  และ เขียน10รอบ ข้อสอบข้อเขียนหมดเลยไม่มีข้อกา    กลับบ้านปั่นงานถึงเที่ยงคืน ปั่นจนร้องให้เลย   

ตอนเรียนยุ ทุกวันจะมีแต่ละวิชา อาจารย์มอบมายให้ท่องบท  ตอนเช้าก่อน8โมงต้องท่องแต่ละวิชาให้หัวหน้าฟัง  คาบแรก ท่องไม่หมด ทำโทษเหมื่อนเดิม
บางทีอาจารย์สุ่มคนขึ้นไปท่อง ท่องไม่ได้หรือผิดสัก1ตัว  ยืนทั้งวันทุกคาบ .

ป.5 ในตรงนั้นยิ่งกว่านรก  ผมกลัวและไม่อยากจะไปเรียนเลย 

ตอนผมขึ้นม.1 พ่อแม่ได้กลับจากไทย ผมดีใจมาก ดีใจที่พ่อแม่ได้กลับมาใกล้ตัวค่อยปกป้อง.

แต่....สิ่งที่คิดไว้มันกลับกัน   พ่อแม่กลับไป เพราะติดหนี้จนยุไทยไม่รอด   กลับไปแบบมือเปล่าเท้าเปล่าเลย   ที่บ้านญาติ เพื่อนบ้านเห็นละคือดูถูก  

2เดือนผ่านไป พ่อติด ยา แถมยังดูดให้ผมดูในบ้าน
ติดการพนัน  ยื้มตังไปทั่ว แม้แต่เพื่อนพ่อใน ห้องเรียน  ติดเหล้า  ติดชู้. คือสิ่งไม่ดีมีหมด 

แม่ทำงานขายประกัน พอที่จะเลี้ยงน้องชายและผมไหว  แต่ทุกครั้งที่ไปแนะนำประกัน  ชาวบ้านจะถามแต่เรื่องพ่อ จึงไม่สามารถที่จะยุต่อได้. 

ผมจำได้ว่าเช้าตี4กว่า แม่ได้พาน้องหนี กลับเมืองไทย  ตอนกลับแม่ทิ่งคำพูด "แม่ขอโทดน่ะ,แม่ติดลูกไว้มากมาย รอแม่ดีขึ้น แม่จะมารับน่ะ" ฟังแล้วน้ำตาไหลเลยคับ.

พอกลางวัน พ่อรับรู้ว่าแม่กลับไทย จึงไปยื้มตังญาติในบ้าน ข่มขุดด้วยรุนแรง จนคนอื่นต้องให้  3วันผ่านไป กลัวไทยเพื่อไปหาตัวแม่.

ช่วงนั้นผมร้องให้ทุกวัน  คือพ่อแม่กลับมา มาสร้างอะไรเนีย   1.อายเพื่อนมาก 2.ในเขตแต่ละคนมองผมด้วยสายตาดูถูก เรียกก็ไม่ตอบ 3 ญาติแต่ละคนพูดประชด  ผมไม่มีค่าเลย  ตอนนั้นลำบากมาก  

ปู่ก็พึงเสียไม่นาน  นอนคนเดียว ร้องให้ในผ้าห่มทุกวัน  หมาก็โหน  แมวร้องเหมื่อนเด็กทารก   พ่อแม่ทิ้งไป  กลัวผีด้วย  คือพูดง่ายๆๆ  ถ้าจิตไม่ยุ เพียรก้าวเดียวคงคิดสั้นเลย.

ม.2ม.3 ช่วงปิดเทอม  เสาร์อาทิต์ทำงานในโรงงาน
ตัดขี้ร่ายกางเกงในเพื่อหาค่าเทอมค่าใช้จ่าย

จบม.3 แม่ยุไทยพอจะรอด กลัวว่าผมจะไปทางไม่ดี
เพราะสิ่งแวดล้อมที่ผมยุมันแย่มากๆ  

กลับมาไทย ผมจำภาษาไทยไม่ได้เลย  ใช้เวลาศึกษาไปเกือบเดือน  ผมได้เป็นพนักงานขายตลาดนัดระยะเวลา3เดือน  ลูกค้าส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ
ผมได้แค่งูๆปลาๆ

แต่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ผมซึ้มมาก  เพราะนึกถึงคนทีาชื่อว่า"อ้อ"มาก  ผมได้ย้อนความทรงจำ และเกียจตัวเองมาก ทำไมตอนนั้นผมไม่บอกไปว่สผมก็ชอบ
ทำไมตอนนั้นผมทนความรุงแรงพ่อได้ 

ผมรับรู้จากแม่ว่า ตอนผมกลับไป  พอขึ้นป.6 เค้าได้หาผมทั่วชั้น พร้อมติดต่อหาแม่ว่าทำไมไม่ไปเรียน

ผมเศร้ามาก นึกถึงหน้าแล้วเศร้า ผมได้ฝึกเล่นfacebookเป็นครั้งแรก  ผมเสิดชื่อจริงไป หาไม่เจอ เพราะนามสกุลจำผิดไปนินึง 

จากนั้น ผมชูนิ้วหาฟ้าสาบานว่า ถ้าต่อไปเจอคนที่ชอบ คนดีดี  จะรักษาสุดชีวิต ไม่ปล่อยมือ.

คือเอาจริงๆ ผมกลับมาไทยอีกครั้ง หน้าตาผมก็ไม่หล่อแล้ว  ก้มหน้าก้มหัวตลอด ขาดความมั่งใจ หยิ่งไม่พูด  อัธยาศัยไม่ดี ขี้อาย  เจอไรก็กลัว  

ไม่นาน ผมได้ไปเรียนปวช ปี1  ผมไม่สามารถทีาจะทำตัวเหมื่อนคนอื่นชิวๆ เล่นๆ เพราะกว่าจะหา รรที่ให้ผมเข้าเรีบนได้ คือยากมาก   เค้าไม่รับ นรถือวีซ่า

ตอนเข้าเรียนก็ต้องตั่งใจเรียน ทำตังเรียบร้อย  และผมได้ไปเจอผญ คนนึง ซึ่งเป็นคนพิเศษเหมื่อนผม. เป็นภาษาที่ผมเป็น   ผมจีบเค้าไป2ปี  โดนปภิเสธไปเป็นสิบๆรอบ. หน้ายังด้านๆ   

จนปวช3  มีอยู่วันนึง เค้ามาบอกรักผมเฉยๆ ผมตกใจพร้อมกับงง จริงรึป่าว อย่ามาโกหกผม.

แต่ช่วงนั้นพ่อแม่ผมทะเลาะกันบ่อย  ต้องบอกว่าพ่อไม่มีปัญญาเลี้ยงครอบครัว วันๆการพนันเล่นไพ่
แม่ก็ขายของคนเดียวในร้าน ไม่มีใครช่วย
 
จนช่วงนั้น แม่ เอาน้องไปเรียน รร ประจำ ตจว
สอนผมขับรถ4ล้อ แบบแม่นั่งข้างๆให้ออกถนนเลย
สอนแค่ครั้งเดียว  เป็นเลย แต่กลัวมาก ตัวสั่นไปหมดเลย.
แม่สอนไปแหล่งขายส่งรับของต่อราคา  
แม่ทิ้งรถที่พึงผ่อนได้งวดเดียวให้  ทิ้งร้านที่กำลังจะร่ม ขาดทุนมาตลอดให้  ตีมูลค่าสินทรัพทั้งหมด 1.5ล้านบาท. แล้วบอกผมว่าโอนผ่อนจ่าย รวมถึงค่าใข้จ่ายแม่ ต่อเดือนเกือบแสน. 

เอาจริงๆสินทรัพตายตัวเยอะ สินทรัพที่หมุ่นได้มีแค่6หมื่น 

ผมได้ตัดสินใจทิ้งการเรียน  ไปทำธุรกิจ บริหารพนักงาน ขับรถกลางคืนทุกวันเพื่อไปรับสินค้า
ส่งสินค้าเข้าร้านทุกวันเช้า   เข็นของเข้าร้าน
บางทีก็ไป รร สายบ้าน ไปครึ่งวัน.  หนีเรียนบ้าง

 หลังจาก ผญมาสารภาพรัก. เราก็ได้ยุด้วยกัน ทะเลาะกันบ่อย สาเหตุทางบ้านไม่ชอบบ้านเรา 
ทางบ้านแม่แนะนำคนอื่นให้   ภายใน4ปีบอกเลิกผมเป็นร้อยครั้ง มีทุกอาทิต ในยามที่ผมต้องหนักกับที่ร้าน ต้มาบริหารความรีกอีก. จับมือไม่ปล่อย ยอมรับผิดง้อตลอด

ปีที่5 ผญขุดปสู่ขอ  ในช่วงที่ผมธุรกิจไม่ค่อยดี เงินก้อนไม่มี  ผมทั้งบอกทั้งขอ ขอเวลาอีก2ปี เราจะแต่งงานกัน เพราะตอนนี้ มีแค่ทางเดียวต้องไปกู้มาแต่ง

ทางบ้านเค้าเคยไปถึง รร ชี้ให้แฟนเลิกกับผม  ทั้งรร คุณครู นร มามุมดูกันทั้ง รร. ตอนนั้นอายมาก
หลังจากนั้น ทางบ้านได้บอกกับผญว่าให้ไปขอโทดพวกเค้า ถึงให้คบกันต่อ  เหตุผลคือดูถูกเค้ามาก สินสอดให้น้อย

เค้าเห็นว่าผมมีรถ มีร้าน มีบ้าน  สินสอดอย่างต่ำต้อง1ล้านบาท  ผมไปขอโทดถึงบ้านแบบงงๆมึนๆ
ผมผิดตรงไหน  ก็ตอนคุย ทางบ้านบอกแล้วแต่ เท่าไหร่ก็ได้.

สุดท้ายผมไปกู้ตังมา5แสนบาท  สิ่งที่คาดคิดคือ
ทางบ้านเค้าขอไรเยอะเยะ 
ข้อสำคัญ ขอโอนสินสอดก่อน2เดือน 
หลังโอนตังเส็จ ทุก3วันมากบอกข้อหนึง
 
1. สินสอดจะเก็บหมด
2.โต๊ะที่จัด ผชต้องเสียตัง
3.คนห่อซองมา แม่ผญต้องเก็บ
4.ญาติที่มาจากต่างประเทศ17คน เพื่อมางานแต่งผม
ผมต้องห่อซองให้ คนละไม่ต่ำกว่า 1หมื่น
5.นอกจากสินสอดแล้วยังมีค่าน้ำนม ไม่ต่ำกว่า1หมื่น2พันบาท
6.ผชต้องไปซื้อของมาโชว์ เช่นรังนก 4ชุด เหล้าแพง4ลัง น้ำกระป๋องผลไม้4. เยอะเยะไปหมด 
ผชต้องออกตังเอง 
7.ผชต้องไปขอที่บ้าน3รอบ
รอบแรก เอาขนมไปแจก
รอบ2 คุยเอาสินสอดไปวาง
รอบ3 เอากลุ่มดนตรีไปเพื่อให้ข้างบ้านรู้กันบ้านนร้แต่งลูกสาว

เพราะว่าเรารักผญ ทางบ้านเราก็รักผญ จึงไม่ได้ถือไม่ได้คิดไรมาก ยอมๆไป ไม่ได้บอกใคร กลัวโดนดูถูก  พ่อแม่เค้าทำตัวแบบนี้คือแย่มาก. ขายลูกสาวชัดๆๆ 

ตามปกติ คนบ้านเรา ทั้งหมดนี้ คือข้อนึงไม่ผ่านก็จบๆกันไปเลย 

หลังจากแต่งได้1ปีเราก็ เลิกกันไป เหตุผลคือ
ผญแต่งเข้ามา ใจไม่เข้ามา  ชอบกลับไปหาแม่ แม่ก็สอนไม่ดี โดยเฉพาะ พี่ชายเค้าชอบรังเก  ผญ ลวนลาม  นี่คือตอนผญ เสียใจร้องให้ เผลอเคยพูดแต่ ผญไม่กล้าบอกแม่ตัวเอง เพราะแม่เคยบอกว่าฝามือเดียวตบไม่ดัง.

ทำให้ผมยิ่งเกียจแม่เค้า ญาติเค้า พี่เค้าไปมาก
การกระทำก่อนแต่งหลังแต่งแย้มาก  ผมกลังผญกลับไปแล้วพลาด.

จึงขัดตลอด แม่ไม่ได้ทุกครั้ง 10ครั้ง ผญไปได้7ครั้ง

ผญมีอัคติกับแม่ผมมาก มองกว่าการกะทำของแม่ผญ ควรปล่อยผ่านไป ทำไมผมถึงได้เกียจไม่ชอบทางบ้านเค้า  ผมเป็นแบบนี้ เพราะแม่ผมสอนแน่ๆ
จึงเหมารวม.

หลายครั้งที่ทะเลาะรุนแรงกับผมต่อหน้าแม่ 
หลังจากสงบสติลง ผมให้ผญ ไปขอโทดแม่ เพราะไม่ให้เกียรติเค้า  ผญก็ไม่ยอม บอกแต่ตังเองไม่ผิด
อะไรที่ดีดีสอนเค้าก็ไม่ฟัง มีแต่บอกว่าแม่ตัวเองสอนดี 

มีอยู่วันนึง เราได้สงบสติคุยกัน  เลิกกันด้วยเหตุผล
หลายๆอย่าง ทั้งครอบครัวบ้านเธอบ้านเรา นิสัยเธอ อารมณ์ต่างๆไปกันไม่รอด ก็ได้เลิกกันไป 

ผญได้ประกาสหน้าเฟสว่าเลิกไปแล้ว โสดแล้ว
ผมได้บอกญาติผู้ใหญ่ว่าเลิกไปแล้ว

แต่เนื่องจากไรบางอย่าง 2วันผ่านไป ผญได้มาร้องให้ถึงหน้าบ้าน. บอกผิดไปแล้ว ขอโอกาส ขอร้องจะยุที่บ้านนี้  แม้แต่ตัดขาดกับพ่อแม่เลยก็ได้   รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองไม่ดี . ร้องให้แบบเสียใจมาก

ผมฟังแล้วคือทำใจไม่ได้อ่า ผมได้บอกไปขอเวลา3เดือน ต่างคนสงบสติอารมณ์  ค่อยมาคุยกัน ถ้ายังรักกัน ก็คบใหม่. 

ผญฟังแล้วดีใจ บอกอย่างน้อยยังมีโอกาส 
รอเราน่ะอย่าพึงไปมีใหม่น่ะ  เราขาดเธอไม่ได้จริงๆ

ผมซึ้มเงียบไปเป็นอาทิต  ทางบ้าน ก็เป็นห่วงมาก
วันที่10ผมเห็นทางfacebook  หนมเค้ก สุขสันวันเกิดที่รัก(ชื่อแฟน) พร้อมดอกไม้พับด้วยตัง รูปแฟนอีก

ผมช๊อกเลย!!  วันที่2เค้าได้ส่งแชกมา
บอก  เราขอโทดน้ะ  เธอไปหาใหม่เลย ไม่ต้องรอเรา

เจอคำนี้แล้วคือ..........

แฟนเคยเข้าโทรสับอีกเครื่องที่ผมไม่ได้ใช้นานแล้ว เคยล็อกอินเฟสบุค   พอดีวันนั้น ไปหาเพื่อนจะฟังเพลง มีแชกเด้นเข้า  ได้เปิดเข้าไปอ่าน 
จึงรีบรู้ว่า 

เค้าไปทำงานใหม่ที่พ่อแม่แนะนำไป  2วันแรกก็ถูกนายจ้างบ้านเดียวกัน อายุ50กว่ามีเมียมีลูก
เอาแล้ว เซ็นสัญญาทำงาน5ปี ขึ้นเงินเดือนเท่าตัว
สรุปไปเป็นเมียน้อย  

คบมา6ปี จุดจบ 
ก่อนแต่ง ญาติทุกคนได้คุยได้บอกว่าคิดดีดี  คาบ้านเค้า ส่วนมาก เลิกง่ายๆ มีหลายคนเป็นแบบนี้แล้ว
เรามีแต่บอกว่า ผญคานี่ดี ต่างจากคนอื่น 

ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่

ผมอายุ26แล้ว  เป็นคนจีนที่พูดไทยได้  เคยผ่านอะไรที่ลำบากมากหลายเรื่องใหญ่
ครอบครัวแตกแยก ความรักพ่ายแพ้  เพื่อนแต่ละคนห่างเหิน  ตามมาด้วยความทรงจำที่ล้างไม่ออกและความเหงา   

สิ่งที่คุณแม่ภูมิใจในตัวผมคือ  ไม่ติดยา ไม่ติดการพนัน ไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่สูบบุรี่ ไม่เหล้า 

สิ่งที่ผมไม่ชอบในตัวเองคือ ไม่หล่อ  หยิ่ง พูดไม่เก่ง
ดข้าหาคนยาก เพราะภาษาไทยพูดไม่ชัด ความหมายไม่รู้หมด  ความรู้ต่างกัน ไปกันไม่ได้.

ที่เลิกไปคือรักแรก 6ปี   

ขอบคุณสำหรับคนที่ทนอ่านจนจบ🙏🙏🙏

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่