แบบนี้เป็นลูกที่ไม่เชื่อฟังหรือป่าวครับ

สวัสดีครับก่อนอื่นผมขอเกริ่นก่อนนะครับ พอดีพ่อแม่ผมมีลูก 2 คน เป็นลูกชาย (หรือลูกสาว เอ๊ะ!!!) เป็นคนต่างจังหวัดครับ จังหวัดเล็กๆทางภาคใต้ เป็นครอบครัวค่อนข้างจะออกทางจีน ผมเป็นลูกชายคนโตครับ อายุ 31 ปี และน้องชายอายุ 26 ปี สมัยก่อนตอนเด็กๆ ผมเป็นคนเลี้ยงง่ายครับ เชื่อฟังพ่อแม่ เลิกเรียน เรียนพิเศษเสร็จ ก็กลับบ้าน มากสุดก็ไปทำงานกลุ่มบ้านเพื่อน วันหยุดส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลยครับ อยู่บ้าน เพื่อนชวนก็ไม่ค่อยกล้าออกไปครับ คงเพราะไม่กล้าขอพ่อแม่ออกไป หรือขอออกไปแล้วก็ไม่ค่อยได้ไปมั้งครับ ผมก็จำตรงส่วนนี้ไม่ค่อยได้ จึงทำให้ผมมีเพื่อนค่อนข้างน้อย  พอจบม.3 ก็มีรอยต่อระหว่างเรียน ปวช. ที่บ้านแนะนำ และเรียนต่อ 456 ศิลป์คำนวน แต่แล้วผมก็ได้เลือกเรียนสายวิชาชีพครับ เพราะผมก็เอามาเทียบเหตุและผล มันก็ทำให้ผมคิดไม่ผิดจริงๆ เพราะผมก็ได้ทักษะวิชาชีพมาพอสมควร พอจบ ปวช. ผมก็หาโควต้าเรียนต่อที่ม.ใน กทม ครับ คณะหรือสาขาก็เป็นสาขาที่ผมเลือกเอง คิดว่าตัวเองชอบที่สุดและน่าจะเอามาต่อยอดกับกิจการที่บ้านได้ ขณะที่เรียนที่ กทม ผมก็คิดว่าผมเป็นเด็กดี ไม่เกเร เชื่อฟังพ่อแม่นะครับ จนจบ มหาวิทยาลัย ผมก็ได้สมัครงานค่อนข้างตรงกับสาขาที่เรียนมา พอทำได้สัก 3 เดือน ก็ทำให้รู้ว่าผมไม่เหมาะกับสายอาชีพนี้ ผมเลยลาออกและไปสมัครเป็น BA เครื่องสำอางแบรนด์ๆ นึงครับ ผมทำได้ประมาณ 3 ปี กำลังทดลองงานในช่วง manager อยู่ครับ ผมก็ตัดสินใจจะลาออกเพื่อไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม แต่แล้ว ผมก็ตัดสินใจที่จะไปเรียนทำผมแทน ในขณะที่เรียนทำผมปีกว่าได้ ระหว่างนั้นผมก็รับงานฟรีแลนซ์ไปด้วยนะครับ พอเรียนทำผมเสร็จ ผมก็ได้ไปเป็นช่างซอยของร้านๆนึงครับ เป็นได้อยู่ประมาณ 1 ปีกว่าๆได้ ก็มีความคิดอยากกลับไปเปิดร้านประจวบเหมาะกับบ้านที่ให้เช่าว่างพอดี ผมก็อยากกลับ คงเป็นช่วงที่เบื่อ กทม ด้วยมั้งครับ แต่แล้วพอเริ่มรีโนเวทบ้านไป ผมก็เริ่มไม่อยากเปิดร้านแล้ว ก็ทำให้ทะเลาะกับที่บ้านอยู่พักนึง จนทำให้ผมยอมเปิด ก็ลงทุนไปสูงอยู่ครับ ก็ทำได้มาประมาณ 4 ปี (น้องชายมาช่วยทำด้วยช่วง 2 ปีหลัง) ความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ก็กลับมาอีก รู้สึกว่าตัวเอง หมด passion เบื่อสังคมในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่แข่งหรืออะไรก็ตาม อีกทั้งยอดร้านที่มันลดลงจากเมื่อก่อน จนทำให้รู้สึกอยากไปทำอย่างอื่น อยากไปลองตามหาความฝันอีกครั้ง จึงทำให้ผมคิดว่าอยากไปลองดิ้นล้นอีกครั้งที่ กทม หรือ ต่างประเทศไปเลย แต่ร้านก็ไม่ได้ทิ้งหรือเซ้งไปเลยนะครับ เพราะก็อยากให้น้องทำ ได้มีกิจการเป็นของตัวเองไม่ใช่มาเป็นลูกจ้างของเรา เราก็ถามนะว่าน้องอยากทำงานอะไร ชอบอะไร น้องก็บอกแต่ว่าอะไรก็ได้ เราก็ถามว่าแล้วทำผมชอบไหม น้องก็ตอบว่าก็ชอบแหละ เราก็เลยตัดสินใจบอกแม่ว่าจะยกร้านให้น้องนะ เดี๋ยวเราจะไปเรียนภาษาที่ กทม แม่ก็บอกว่าทำนี้ก็ดีอยู่แล้ว จะไปทำอย่างอื่นทำไม ทำให้พออยู่พอกินก็พอแล้ว แต่เราก็ยังยืนยันคำเดิมว่าอยากไป จะไป (เราดื้อไปไหมครับ) เราก็ตอบไม่ได้หรอกครับ ว่าไปแล้วจะดีไหม หรือจะเป็นอย่างไร แต่เรามีความรู้สึกว่าเราต้องไป เลยทำให้เรากับแม่ไม่ค่อยคุยกัน แม่บอกว่านึกว่าจะสบายแล้ว ต้องมาเป็นห่วงอีก เธอทำให้แม่ไม่พอใจหลายครั้งแล้วนะ แต่เรามีความคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ ถ้ายังมีแรงก็ต้องสู้ชีวิตต่อไป ถามว่าเราเครียดไหมที่จะต้องไปอยู่ กทม หรือไปเริ่มใหม่ เราก็เครียดนะครับ แต่เรามีความรู้สึกว่า เราต้องก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน เพราะที่ทำอยู่ตอนนี้บางครั้งก็รู้สึกไม่มีความสุขกับงานที่ทำ บางทีก็แอบคิดว่าทำแบบนี้ก็รู้สึกผิดกับแม่เหมือนกันนะครับ

ผมเลยอยากทราบความคิดเห็นของคนอื่นๆหน่อยครับว่าคิดอย่างไรบ้าง

แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การสอนลูก ปัญหาชีวิต สังคมคุณแม่
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่