สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
ด้วยความคิดเห็น อันด้อยความรู้ โง่เง่า และเต่าตุ่นของกระผมนะครับ อย่าด่ากันนะ
เงินบำนาญเกษียณอายุเป็นสวัสดิการที่ภาคราชการสัญญาไว้ว่า หากคุณมาทำงานกับราชการแล้ว หลังจากเกษียณอายุแล้วภาครัฐจะเลี้ยงดูคุณด้วยเงินเท่านี้ เท่านั้น เพื่อตอบแทนที่คุณทำงานให้เราอย่างดีมาตลอด 20-30 ปีก่อนหน้านี้ เคยสัญญาอะไรกับเขาไว้ แล้วอยู่ๆจะมาเปลี่ยนแปลง โดยทำให้แย่ลงคงไม่ดีมั้ง
แล้วปัจจุบันนี้ ข้าราชการน่ารับเพิ่มไม่มากแล้ว ที่รับๆอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของรัฐ ซึ่งรู้สึกจะไมมีบำเน็จ บำนาญแบบที่คุณต้องการ
เงินสวัสดิการของผู้สูงอายุ เป็นเงินที่ภาครัฐช่วยสนับสนุนผู้สูงอายุให้พอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ เงินตรงนี้ทุกคนที่มีอายุถึง 60 ปีมีสิทธิ์ได้ทุกคน scale ความรับผิดชอบมันมากกว่ากันมากครับ
อย่างตัวอย่างจากตัวเลขผู้สูงอายุปี 2562 เรามีผู้สูงอายุในระบบเบี้ยยังชีพ ประมาณ 9.09 ล้านคนคิดหยาบๆสุดรับเงินสวัสดิการคนละ 600 บาท / เดือน ยังใช้เงิน 65,448 ล้านบาทต่อปี ถ้าคุณบอกว่าตรงนี้ไม่พอ เพิ่มให้เป็นคนละ 3000 บาท เงินงาบประมาณตรงนี้ จะอยู่ประมาณ 327,240 ล้านบาทต่อปี ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด งบปี 2563 ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท เฉพาะงบนี้ก็ประมาณเกือบ 10% ของงบประมาณประเทศนี้แล้ว ปัญหาคือจะเอาเงินจากไหนลงมาใส่ ขึ้นภาษีก็ไม่ได้ โดนด่าอีก
ส่วนที่บอกว่าเราควรแก้ไขยังไงกับสวัสดิการรัฐที่มีให้ผู้สูงอายุที่เหมาะสมกว่านี้ หรือเพิ่มจำนวนเงินให้ผุ้สูงอายุเพราะมันไม่พอจริงๆ ก็คงต้องบอกว่า ปัจจุบันบ้านเราก็มีตัวสนับสนุนผู้สูงอายุพอควรแล้วนะครับ อย่างบัตรทองทางด้านสุขภาพ เงินสวัสดิการแห่งรัฐ เงินยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนการออมแห่งชาติ
แต่จะพอหรือไม่นั้นมันแล้วแต่ความคาดหวังของ แต่ละคน และตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตนละครับ ต่างคนต่างมีเวลาใช้ชีวิต ใช้เวลาทำงานเท่าๆกัน ประมาณ 20 – 30 ปีในการทำงานก็ว่ากันไป ถ้าอยู่มาแล้วไม่เคยคิดที่จะเก็บออม เก็บไว้ให้ตนเองใช้ยามชรา ทำงานไม่ได้แล้ว จะให้ภาครับมาสนับสนุนเอาเงินมาให้ ในระบบสังคมปัจจุบัน ยากครับ เงินไม่พอหรอก
หรือถ้าอยากได้จริงๆ คงต้องใช้ระบบบังคับออมทางภาษีมั้งครับ เงินได้ทุกอย่างต้องผ่านระบบให้หมด แล้วหักออมไปเลย เช่นรับเงินเดือน, ขายพืชผล, ขายของได้ หักจากเงินได้ 20 % ไปเลย แล้วพอเกษียณก็เอาเงินที่ตนเองออมมาทั้งหมดและ หารไปเลย 20 ปี รอรับเงินเท่าๆกันทุกเดือน ถ้าอยู่เกิน 20 ปี ก็รับเงินต่อไปจนสิ้นอายุ ส่วนคนที่ไม่มีการเก็บออม ก็รับเงินช่วยเหลือนิดหน่อยไป อย่าง 600 บาท ที่เป็นอยู่นี่ละ
เงินบำนาญเกษียณอายุเป็นสวัสดิการที่ภาคราชการสัญญาไว้ว่า หากคุณมาทำงานกับราชการแล้ว หลังจากเกษียณอายุแล้วภาครัฐจะเลี้ยงดูคุณด้วยเงินเท่านี้ เท่านั้น เพื่อตอบแทนที่คุณทำงานให้เราอย่างดีมาตลอด 20-30 ปีก่อนหน้านี้ เคยสัญญาอะไรกับเขาไว้ แล้วอยู่ๆจะมาเปลี่ยนแปลง โดยทำให้แย่ลงคงไม่ดีมั้ง
แล้วปัจจุบันนี้ ข้าราชการน่ารับเพิ่มไม่มากแล้ว ที่รับๆอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานของรัฐ ซึ่งรู้สึกจะไมมีบำเน็จ บำนาญแบบที่คุณต้องการ
เงินสวัสดิการของผู้สูงอายุ เป็นเงินที่ภาครัฐช่วยสนับสนุนผู้สูงอายุให้พอที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ เงินตรงนี้ทุกคนที่มีอายุถึง 60 ปีมีสิทธิ์ได้ทุกคน scale ความรับผิดชอบมันมากกว่ากันมากครับ
อย่างตัวอย่างจากตัวเลขผู้สูงอายุปี 2562 เรามีผู้สูงอายุในระบบเบี้ยยังชีพ ประมาณ 9.09 ล้านคนคิดหยาบๆสุดรับเงินสวัสดิการคนละ 600 บาท / เดือน ยังใช้เงิน 65,448 ล้านบาทต่อปี ถ้าคุณบอกว่าตรงนี้ไม่พอ เพิ่มให้เป็นคนละ 3000 บาท เงินงาบประมาณตรงนี้ จะอยู่ประมาณ 327,240 ล้านบาทต่อปี ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด งบปี 2563 ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท เฉพาะงบนี้ก็ประมาณเกือบ 10% ของงบประมาณประเทศนี้แล้ว ปัญหาคือจะเอาเงินจากไหนลงมาใส่ ขึ้นภาษีก็ไม่ได้ โดนด่าอีก
ส่วนที่บอกว่าเราควรแก้ไขยังไงกับสวัสดิการรัฐที่มีให้ผู้สูงอายุที่เหมาะสมกว่านี้ หรือเพิ่มจำนวนเงินให้ผุ้สูงอายุเพราะมันไม่พอจริงๆ ก็คงต้องบอกว่า ปัจจุบันบ้านเราก็มีตัวสนับสนุนผู้สูงอายุพอควรแล้วนะครับ อย่างบัตรทองทางด้านสุขภาพ เงินสวัสดิการแห่งรัฐ เงินยังชีพผู้สูงอายุ กองทุนการออมแห่งชาติ
แต่จะพอหรือไม่นั้นมันแล้วแต่ความคาดหวังของ แต่ละคน และตนควรเป็นที่พึ่งแห่งตนละครับ ต่างคนต่างมีเวลาใช้ชีวิต ใช้เวลาทำงานเท่าๆกัน ประมาณ 20 – 30 ปีในการทำงานก็ว่ากันไป ถ้าอยู่มาแล้วไม่เคยคิดที่จะเก็บออม เก็บไว้ให้ตนเองใช้ยามชรา ทำงานไม่ได้แล้ว จะให้ภาครับมาสนับสนุนเอาเงินมาให้ ในระบบสังคมปัจจุบัน ยากครับ เงินไม่พอหรอก
หรือถ้าอยากได้จริงๆ คงต้องใช้ระบบบังคับออมทางภาษีมั้งครับ เงินได้ทุกอย่างต้องผ่านระบบให้หมด แล้วหักออมไปเลย เช่นรับเงินเดือน, ขายพืชผล, ขายของได้ หักจากเงินได้ 20 % ไปเลย แล้วพอเกษียณก็เอาเงินที่ตนเองออมมาทั้งหมดและ หารไปเลย 20 ปี รอรับเงินเท่าๆกันทุกเดือน ถ้าอยู่เกิน 20 ปี ก็รับเงินต่อไปจนสิ้นอายุ ส่วนคนที่ไม่มีการเก็บออม ก็รับเงินช่วยเหลือนิดหน่อยไป อย่าง 600 บาท ที่เป็นอยู่นี่ละ
สมาชิกหมายเลข 6967936 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1277604 ถูกใจ, lirpa ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 5680921 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4241374 ถูกใจ, Taweesak Bro ถูกใจ, หลับคาจอ ถูกใจ, Willkommen ถูกใจ, จิน ณ จันทร์ ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
จะเป็นไปได้มั้ยถ้าลดหรือยกเลิกเงินบำนาญเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น
จึงสงสัยว่าเราสามารถแบ่งกระจายงบประมาณจากเงินบำนาญของข้าราชการเกษียณอายุมาเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุได้หรือไม่ ?
เนื่องจากรัฐต้องจ่ายเงินเดือนให้กับข้าราชการเกษียณที่ไม่ได้เป็นแรงงานให้หน่วยงานรัฐแล้ว หากเราปรับเปลี่ยนเป็นได้บำนาญ 50% จากเงินเดือน หรือ 30% จากเงินเดือนจะเป็นไปได้มั้ยคะ หรือเราควรแก้ไขยังไงดีกับสวัสดิการรัฐที่มีให้ผู้สูงอายุที่จะเหมาะสมกว่านี้ หรือเพิ่มจำนวนเงินที่รัฐให้กับผู้สูงอายุค่ะเพราะมันไม่พอจริงๆ
ปล.ที่อยากให้กระจายจากเงินบำนาญเนื่องจากอยากให้คนที่ทำงานรัฐอยากเป็นข้าราชการเพราะตัวงาน ไม่ใช่สวัสดิการที่อุ้มตลอดชีวิต เพราะได้ยินจากผู้ใหญ่หลังเกษียณหลายท่านบอกว่าทุกวันนี้รัฐจ่ายเงินให้หายใจ ฟังแล้วหดหู่ค่ะ