steins;gate และ ภาค0 ดูจบแล้วชอบมากกกก ไม่ได้สัมผัสเมะอารมณ์นี้มาหลายปีแล้ว(สปอย)

เอาจริงๆชอบดูซีรี่แนวเมะแนวนี้มานานแล้ว ไซไฟ ดาร์คหน่อยๆไม่ค่อยหวงตัวละครหลัก(กล้าปล่อยให้ตาย) เนื้อหามีความหนักระดับนึง ซับซ้อนซ้อนเงื่อน (ไม่ต้องมาขิงนะว่า ถ้าคิดว่าแค่นี้หนักแสดงว่ายังไม่ดู... แค่นี้ชิวๆ) จนมาเจอเรื่องนี้ ชอบมากๆ ถ้าดูจากแค่ลายเส้นนี่ แทบไม่มีความน่าสนใจเลย ดูไม่มีสเน่ห์ สำหรับผมถ้าเทียบกับเนื้อหาแล้วได้ลายเส้นแนวๆ บลีช เดทโน็ต น่าจะดีแต่พอดูไปจริงๆก็ไม่ได้ติดนะ    ทางด้านเนื้อเรื่อง อันนี้ติ้องยกนิ้วให้(นิ้วโป้งนะครับ)พลอตมีความซับซ้อนประมาณนึง เดาทางยากแบบนึกไม่ออกว่าเจอวิกฤตแบบนี้ จะหาทางออกยังไงดี หรือเรืท่องจะเป็นยังไงต่อไป เวลาพูดถึงทฤษฏีก็ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่เข้าใจง่ายดี แต่มีหลายๆช่วงที่pressing หรือการเล่าเรื่องที่ไวฉับๆไปบ้างจนเราตามไม่ทัน แล้วต้องกดหยุดแล้วสรุปเนื้อเรื่องใหม่(ฮา) ตรงนี้อาจจะเเล้วแต่คนด้วยบางคนอาจสามารถcontinueพร้อมเมะไปได้เลย มุกในเรื่องถูกจริตอยู่นะ

       คาแรคเตอร์ดีไซน์ คิดว่าไม่ค่อยครีเช่ครับผมชอบทุกๆตัวเลย พระเอกที่นิสัยเบียวมากๆเพ้อเจ้อถึงองค์กรลับ(ที่ตลกร้ายกว่าคือ ดันมีองค์กรร้ายแบบนั้นจริงๆเบียวไม่ออกเลยทีนี้)  เพื่อนพระเอกที่เป็นโอตาคุ แต่ก็มีมุมที่จริงจังเป็นคุณพ่อที่อบอุ่น  คุริสึที่มีความ girlfriend material มากกกกเป็นคู่หูคู่คิดพระเอกเสมอ คือถ้าไม่ได้คู่กัยเราคงผิดหวังน่าดู555 มีขัดใจนิดหน่อยที่เรื่องนี้มีกลิ่นฮาเร็มซะงั้นทั้งที่คิดว่า บางคนไม่จำเป็นต้องมาชอบพระเอกเลยก็ได้อย่าง ฟาริส ลูกะ มันดูแอบยัดไปนิดนึง  แต่ที่ต้องชื่นเลยคือใช้ตัวละครได้คุ้มมาก ไม่มีตัวไหนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ทุกตัวมักกลับมามีบทบาทในพาร์ทถัดๆไป แม้แต่มายูริ ที่ตอนแรกให้อารมณ์แบบ นางเอกอนิเมะยุค2000 ที่ต้อรอให้พระเอกมาปกป้องเสมอๆทำอะไรเองไม่ได้  แต่ในภาค0ก็ทำให้เราเซอร์ไพรซ์และเปลี่ยนความคิดกับตัวละครนี้ไปเลย

   ในส่วนเลิฟไลน์ อย่างที่บอกว่าขัดใจความฮาเร็มของเรื่องมากๆ แต่ถูกใจที่มันไม่ได้จบแบบfriends foreverให้ไปพายเรือกันเอง พระเอกไม่ได้ไปกิ๊กกะคนนู้นคนนี้เรี่ยราด คือดูไปครึ่งภาคแรกก็จะพอเดาออก เพราะพระเอกมักเขิลหน้าแดงแค่กับคริส แม้จะมีโมเม้นกับตัวละครหญิงทุกตัว แล้วผลก็เป็นคตามนั้นจริงๆ(เรือไม่ล่มจ้าา)  

  ถ้าพูดถึงอารมณ์ซึ้ง ผมให้ภาค0นะ ทั้งเรื่องที่ปูมา นิสัยพระเอกที่เปลี่ยนไป การได้เห็นพระเอกพูดว่า"เอลไซ ครองกู" เป็นอะไรที่อิมแพคมากก ไหนจะตอนไปรับมายูริตอนสุดท้าย ทุกอย่างผ่านการเรียบเรียงและวางแผนมาอย่างดี มีตัวละครที่ชอบเพิ่มมากอีก2คน คือ เพื่อนโอตาคุ ซึซึฮะที่ดูจริงจังกว่าภาคแรก แต่ก็มีความน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกแฮะ ได้เห็นมิติตัวละครหลายๆตัวมากขึ้น  แต่โดยรวมคือดีทั้งคู่ไม่ได้มีเรื่องไหนด้อยไปกว่ากันเลยครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  Netflix อนิเมะ การ์ตูนญี่ปุ่น มังงะ ชีวิตวัยรุ่น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่