ตระเวนเดี่ยวขี่รถเที่ยวดะกระบี่ต่อพังงา ตอนที่ 1





  

                     ช่วงคลายมาตรการปลดล็อคโควิดใหม่ ๆ  เป็นช่วงที่ผมขยันเดินทางท่องเที่ยวในทริปสั้น ๆ ช่วงวันหยุดต่อเนื่องบ่อยเดือนละทริป  โดยทริปตระเวนเดี่ยวขี่รถเที่ยวดะกระบี่ต่อพังงาเป็นทริปที่ 2  ที่ผมได้เดินทางท่องเที่ยวหลังผ่อนปรนมาตรการโควิด  อาศัยวันหยุดต่อเนื่อง  4  วันช่วงปลายเดือนกรกฏาคม   ผมมองว่าแม้จะเที่ยวทะเลในช่วงกรีนซีซั่นที่มีโอกาสพบเจอฝนได้ง่าย  แต่บรรยากาศทะเลยามนี้กลับดูเงียบสงบเป็นส่วนตัวดีมาก  มองไปทางไหนป่าไม้และภูเขาก็เขียวชะอุ่มมองแล้วสบายตาไปหมด   ทำให้ทริปนี้จึงเป็นอีก  1  ทริปที่ประทับใจผมด้วยเช่นกัน   ก่อนอื่นทำความรู้จักกันโปรแกรมการเที่ยวในทริปนี้ของผม  จำนวน  4  คืน  5  วันก่อนนะครับ

                     วันแรก    :   เดินทางไปจังหวัดกระบี่
                     วันที่  2   :   เที่ยวย่านอ่าวนาง
                     วันที่  3   :   เที่ยวย่านอ่าวลึก
                     วันที่  4   :   เที่ยวย่านตะกั่วทุ่งและท้ายเหมือง
                     วันที่  5   :   เดินทางกลับ                

วันที่  1 - 2   เดินทางไปจังหวัดกระบี่ และเที่ยวย่านอ่าวนาง

                     ใจจริงไม่ชอบการเดินทางนาน ๆ  ในการไปเที่ยว  แต่ผมสู้ราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงมาก ๆ ในช่วงเทศกาลวันหยุดไม่ไหว  จึงขอใช้บริการรถบัสจากสายใต้ใหม่มายังจังหวัดกระบี่แทนรึกัน  เพราะยังไงก็ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้หลายอยู่    วันแรกเดินทางมาสายใต้ก็เกือบตกรถซะแล้ว  เพราะการจราจรบนท้องถนนรถติดจริง ๆ  ไม่คาดคิดว่าถนนที่นั่งรถเข้ากรุงเทพฯ บ่อย ๆ ที่ใช้เวลาแค่ 50 นาทีก็ถึงที่หมาย  แต่วันศุกร์ที่จะเจอวันหยุดต่อเนื่องกลับทำให้รถราบนถนนติดนานกว่าจะถึงสายใต้ปาไป  2  ชั่วโมง   แถมผู้คนเดินทางในบริเวณขนส่งสายใต้ที่ต้องการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวก็มากมายคับคลั่งเสียจริง ๆ  




                     รถใช้เวลาวิ่งช้ากว่าจะถึง บขส. จังหวัดกระบี่  เพราะช่วงหลังสวน  ละแมต่อสุราษฎร์ธานีกำลังขยายถนนทำทางกันอยู่  ทำให้ผมมาถึงกระบี่ก็ล่วงเลยเวลาไป  8  โมงแล้ว  




                     ก่อนนั่งรถสองแถวสีเหลืองเข้าไปในตัวเมืองกระบี่เพื่อไปยังร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์   ผมก็เดินสำรวจดูรถบัสและรถตู้ที่วิ่งไปจังหวัดใกล้เคียงแถบนี้ก็เห็นว่ามีรถหลายบริษัทและวิ่งกันหลายรอบทั้งไปภูเก็ต  สุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  เกาะลันตา  ตรัง และหาดใหญ่  เรียกว่าหากเราเที่ยวต่อเนื่องจังหวัดใกล้กันก็สามารถนั่งรถต่อไปได้ง่าย








                     นอกจากที่  บขส. กระบี่จะมีร้านอาหารให้นั่งทานด้านในสถานีแล้ว  ยังมีร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่นี่ด้วย  หากใครสนใจอยากขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวก็สามารถลงรถบัสที่นี่แล้วเช่ารถเที่ยวต่อได้เลย  เสียดายว่าก่อนมาที่นี่ผมได้โทรจองรถเช่าไว้กับทางร้านในตัวเมืองกระบี่ไว้แล้ว




                     นั่งรถสองแถวไม่นานรถก็มาจอดที่ร้านเช่ารถในตัวเมืองกระบี่  ค่าเช่ารถเกียร์ออโต้ตกวันละ  250  บาท  ผมเช่ารถ  4  วันก็เป็นเงิน 1,000  บาท  บวกค่าน้ำมันรถประมาณ 400  บาทก็รวมทั้งหมด 1,400  บาท  ถือว่าประหยัดคุ้มค่ามากกับการเที่ยวตระเวนไปหลายที่ใน  2  จังหวัดของทริปนี้   




                     จุดหมายแรกจากร้านเช่ารถผมขี่รถไปที่พักก่อนเลย  เพื่อเก็บสัมภาระก่อนเดินทางเที่ยวในทริปนี้  สำหรับคืนแรกผมเลือกที่พักย่านหนองทะเลเพื่อจะได้สะดวกในการขี่รถตอนเช้ามืดขึ้นไปดูทะเลหมอกตอนเช้าที่ดินแดงดอยที่อยู่ใกล้ ๆ ที่พัก 



                      สอบถามราคาที่พักก่อนมาแต่ไม่ได้จองเพราะคิดว่าเดี๋ยวมาดูสภาพห้องจริงก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ  เพราะช่วงฤดูฝนอย่างนี้ที่พักก็คงว่างหลายแห่ง   พอดูภายในบ้านพักแล้วถูกใจที่พักที่นี่มาก  ราคาไม่แพงแค่คืนละ 489 บาทให้มาเป็นหลัง  ที่พักนี้มีชื่อว่า  Lay  Back  Villa   เป็นที่พักติดถนนใกล้แยกหนองทะเลทางไปหาดคลองม่วง  ใกล้ ๆ กับที่พักก็มีปั๊มน้ำมัน  ร้านสะดวกซื้อ 7 - 11  และร้านขายอาหารของชาวบ้าน 



                      เจ้าของที่พักเป็นหญิงไทยที่มีสามีเป็นฝรั่ง  เปิดรีสอร์ทบ้านพักเล็ก ๆ ในราคาไม่แพงและคุณภาพยอดเยี่ยม  เจ้าของบริการดีมาก  เดินมาแนะนำการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้อง  เจ้าของเห็นแม่บ้านทำห้องน้ำของบ้านพักเราไม่สะอาด  ถึงกับจะมาขัดพื้นห้องน้ำใหม่ให้เองเลย  ผมเองก็เกรงใจเพราะดูแล้วก็ไม่ได้สกปรกอะไรมากขนาดต้องขัดห้องน้ำใหม่  เลยบอกปฏิเสธเจ้าของที่พักไป   หากเพื่อน ๆ คนไหนไม่ติดว่าต้องหาที่พักติดทะเล  ผมว่าที่พักแห่งนี้น่าสนใจมาพักนะครับคุณภาพเกินราคาที่จ่ายจริง ๆ





                      หลังเก็บสัมภาระเสร็จแล้วก็ได้เวลาโบยบินของเราแล้ว   รอมานาน   ผมขี่รถไปยังจุดหมายแรกของทริปนี้ก็คือ  ท่าปอมคลองสองน้ำ    ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปราว  20 ก.ม. ใช้เวลาขี่รถราว ๆ ครึ่งชั่วโมงได้



                     ถนนที่ผมขี่รถไปยังท่าปอมคลองสองน้ำเป็นถนนสายในจากหนองทะเลเลาะไปจนถึงเขาคราม   ถนนราดยางดีตลอดสาย  โดยระหว่างทางจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่สามารถแวะเที่ยวชมได้อย่างคลองหรูด  คลองน้ำใส   หรือคลองสระแก้ว  รวมทั้งยังสามารถไปยังอ่าวท่าเลนที่โด่งดังเรื่องพายเรือคายัคชมป่าชายเลนได้อีกด้วย




                     จากลานจอดรถของท่าปอมคลองสองน้ำ  เดินไปยังจุดจำหน่ายตั๋วค่าเข้าชม พร้อมลงชื่อและตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าชมตามมาตรการคัดกรองช่วงโควิด  ตอนผมมาที่นี่เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมได้ไม่นาน   ถ้าจำไม่ผิดราคาค่าเข้าชมน่าจะคนละ  50  บาท   พอดีนานเกือบ  3  เดือนที่ไปมาแล้วจึงยังไม่ค่อยได้แล้ว




                     ท่าปอมคลองสองน้ำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วิทยาที่ได้รับการยกย่องให้เป็น  1  ใน  Unseen  Thailand   ลักษณะเป็นป่าพรุน้ำกร่อยกับป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์  พืชพรรณธรรมชาติของป่าแห่งนี้อาศัยคลองสองสายที่มีระบบน้ำจืดผสมกับน้ำทะเล   ต้นไม้ในผืนป่าโดดเด่นที่มีรากโผล่บนน้ำขึ้นมาหายใจ   สีน้ำเขียวอมฟ้าดูใสและสะท้อนยามเมื่อต้องแสงแดด  เป็นภาพชวนฝันที่ใครหลายคนอยากมาเห็นกับสายตาของตนเองสักครั้งเมื่อมาเที่ยวสถานที่แห่งนี้  





                     อบต. เขาครามที่ดูแลรับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ทำทางเดินเทด้วยปูนซีเมนต์อย่างดีสลับกับสะพานไม้ข้ามพื้นที่ของดินพรุในผืนป่า  ลัดเลาะเข้าด้านในป่าเป็นระยะทางยาว  700  เมตร   ระหว่างทางมีศาลาพักหลบแดดให้นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวได้สบาย ๆ อยู่หลายจุด







                      ความใสของน้ำสีเขียวมรกตช่างยั่วยวนให้ผมอดใจไม่ไหวต้องหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายความงามของที่นี่เก็บไว้เป็นความทรงจำ  แม้ตอนที่ผมมาท้องฟ้าจะอึมครึมเพราะฝนเพิ่งหยุดตกมาไม่นาน  จึงไม่มีแสงแดดส่องมาที่ผิวน้ำทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาช่วงบ่าย  แต่สีน้ำและความใสของน้ำที่นี่ก็ไม่ลดน้อยลงเลย  จึงไม่แปลกใจว่าทำไมที่นี่จึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดชม







                      ที่นี่จึงไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำด้านในของท่าปอมคลองสองน้ำได้  แต่สามารถเล่นน้ำบริเวณด้านหน้าที่ทาง อบต. จัดไว้ให้ได้  ถึงแม้จะลงเล่นน้ำไม่ได้  แต่ทาง อบต.ที่นี่ก็ทำบันไดลงไปยังระเบียงไม้ที่ยื่นไปที่คลอง  ทำให้นักท่องเที่ยวเดินลงไปชมความงามของน้ำในคลองและเอาเท้าจุ่มน้ำเล่นได้   น้ำที่นี่ใสไหลเย็นจริง ๆ  ด้านในก็มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นทำให้ไม่ร้อนอบอ้าวเลย






                      ผมใช้เวลาชมท่าปอมคลองสองน้ำอยู่นาน  2  ชั่วโมงได้เพราะเพลิดเพลินกับการหามุมสวย ๆ ถ่ายรูปเก็บไว้มากมาย   ต่อมาผมจึงขี่รถต่อไปเที่ยวชม  อ่าวนาง  เพราะมาเที่ยวกระบี่รอบนี้เรียกว่ามาเก็บตกแหล่งท่องเที่ยวที่ครั้ง ๆ มากระบี่แล้วยังไม่ได้ไป   จึงเดินทางมายังอ่าวนางเพื่อนั่งเรือไปเที่ยวยัง  หาดไร่เลย์  ต่อนั่นเอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่