คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ผมเป็น Content creator และเจ้าของสื่อออนไลน์มาหลายปี เคสแบบที่คุณเจอผมเคยเจอบ่อย วิธีจัดการดังต่อไปนี้
1. Content creator ที่มี Authority และ Credibility สูง ๆ ฝ่ายเอเจนซี่ (ลูกค้า) ที่มาว่าจ้างจะเชื่อฟังและเชื่อใจแนวทางของครีเอเตอร์มากกว่า เพราะคุณคือคนที่รู้ว่าผู้ชมชอบอะไรและไม่ชอบอะไร โจทย์คือ เสียงของคุณใหญ่กว่าลูกค้าหรือไม่? อันนี้ต้องไปสำรวจตัวเอง
หรือ 2. คุณต้องแยกประเภทการนำเสนอ โดยผมจะแยกเป็น 2 แบบในบริบทนี้ คือ Value content และ Promote content แบบแรก ยังไงเอเจนซี่ก็ต้องตามผม แต่ถ้าจะไม่ตามผม และยืนยันที่จะรับผลจากการเลือกวิธีนำเสนอของตนฝ่ายเดียว อยากจะออกแบบคอนเทนต์เอง ผมมีออปชั่นที่เรียกว่า Promote content คือ อยากจะขายของทั้งคอนเทนต์ก็ขายไปเลย อยากให้พูดอะไรก็บอกมาเลย แต่ผู้ชมต้องรู้ว่าคลิปนี้ขายล้วน ๆ ไม่มีอะไรปน ถ้าฟีดแบ็กไม่ดี คนไม่ดู ผมไม่เกี่ยว แจ้ง Disclaimer ออกไปให้ชัดเจน
และ 3. ในกรณีที่คุณคิดว่าการทำตามลูกค้าทุกอย่างจะเป็นผลเสียแกแบรนด์สื่อของตนเอง จะทำให้แฟนคลับผิดหวัง รู้สึกเซนส์ไม่ดีเลยที่จะรับงานนั้น ๆ ก็แสดงจุดยืนไปว่า ไม่รับงานนี้ --- ครีเอเตอร์ คือ ศิลปิน และ ศิลปินคุณภาพ เลือกลูกค้าได้ คุณมีสิทธิที่จะไม่รับงานของคนที่คุณรู้สึกไม่ดีที่จะร่วมงานด้วย
ส่วนประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับลูกค้า เช่น พวกเขาจบอะไรมา ทำงานเป็นหรือเปล่า จะเป็นการผลาญงบลูกค้าเกินไปหรือเปล่า ฯลฯ จากที่ผมสนิทกับลูกค้าบางราย ลูกค้ารู้ครับว่าอาจเสี่ยงผลาญงบ แต่งบการตลาดในบางองค์กรถ้าใช้ไม่หมด ปีถัดไปจะโดนลดงบ ฉะนั้นต้องใช้ให้หมดครับ
1. Content creator ที่มี Authority และ Credibility สูง ๆ ฝ่ายเอเจนซี่ (ลูกค้า) ที่มาว่าจ้างจะเชื่อฟังและเชื่อใจแนวทางของครีเอเตอร์มากกว่า เพราะคุณคือคนที่รู้ว่าผู้ชมชอบอะไรและไม่ชอบอะไร โจทย์คือ เสียงของคุณใหญ่กว่าลูกค้าหรือไม่? อันนี้ต้องไปสำรวจตัวเอง
หรือ 2. คุณต้องแยกประเภทการนำเสนอ โดยผมจะแยกเป็น 2 แบบในบริบทนี้ คือ Value content และ Promote content แบบแรก ยังไงเอเจนซี่ก็ต้องตามผม แต่ถ้าจะไม่ตามผม และยืนยันที่จะรับผลจากการเลือกวิธีนำเสนอของตนฝ่ายเดียว อยากจะออกแบบคอนเทนต์เอง ผมมีออปชั่นที่เรียกว่า Promote content คือ อยากจะขายของทั้งคอนเทนต์ก็ขายไปเลย อยากให้พูดอะไรก็บอกมาเลย แต่ผู้ชมต้องรู้ว่าคลิปนี้ขายล้วน ๆ ไม่มีอะไรปน ถ้าฟีดแบ็กไม่ดี คนไม่ดู ผมไม่เกี่ยว แจ้ง Disclaimer ออกไปให้ชัดเจน
และ 3. ในกรณีที่คุณคิดว่าการทำตามลูกค้าทุกอย่างจะเป็นผลเสียแกแบรนด์สื่อของตนเอง จะทำให้แฟนคลับผิดหวัง รู้สึกเซนส์ไม่ดีเลยที่จะรับงานนั้น ๆ ก็แสดงจุดยืนไปว่า ไม่รับงานนี้ --- ครีเอเตอร์ คือ ศิลปิน และ ศิลปินคุณภาพ เลือกลูกค้าได้ คุณมีสิทธิที่จะไม่รับงานของคนที่คุณรู้สึกไม่ดีที่จะร่วมงานด้วย
ส่วนประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับลูกค้า เช่น พวกเขาจบอะไรมา ทำงานเป็นหรือเปล่า จะเป็นการผลาญงบลูกค้าเกินไปหรือเปล่า ฯลฯ จากที่ผมสนิทกับลูกค้าบางราย ลูกค้ารู้ครับว่าอาจเสี่ยงผลาญงบ แต่งบการตลาดในบางองค์กรถ้าใช้ไม่หมด ปีถัดไปจะโดนลดงบ ฉะนั้นต้องใช้ให้หมดครับ
แสดงความคิดเห็น
เป็น Youtuber ทำรีวิวของแต่เบื่อ ฝ่ายการตลาด มาก อยากทราบว่า ฝ่ายการตลาด เรียนอะไรมา
เรื่องของเรื่องคือ ตอนนี้ผมเป็น youtuber แล้วก็จะมีพวกฝ่ายการตลาดค่อยมาจ้างผมให้รีวิวสินค้าต่างๆ แบรนต่างๆ ซึ่งผมก็รับรีวิวทำคลิปวีดิโอให้แบรนต่างๆ โดยก่อนปล่อยจะต้องส่งตัวอย่างคลิปไปให้เขาดูก่อนทุกครั้ง ทีนี้ ปัญหาอยู่ที่ ฝ่ายการตลาด เขามั๊กจะควบคุมการนำเสนอของเรา ไม่ให้เรา พูดติ พูดข้อเสีย ให้พูดเชียร์ ของแย่บอกเป็นของดี อันนี้เข้าใจ เพราะเขาจ้างให้มาชมสินค้าเขาไม่ใช่มาด่าเขา แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็คือ มั๊กจะมีการแซกแซงในเรื่องวิธีการนำเสนอ เช่น
มุมกล้อง มุมกล้องไม่ดีเอียงไปต่ำไปสูงไป
แสง มืดไป สว่างไป แสงไม่นิ่ง (ถ่ายตอนเมฆเยอะ กับถ่ายย้อนแสงจะให้ภาพสว่างเหมือนกลางแดด)
การพูด พูดอีสานทำไมเอาภาษากลาง (เป็นวิธีการนำเสนอที่เป็นเอกลักษณฺ์ประจำช่อง)
การแต่งกาย ใส่รองเท้าแตะทำไมต้องใส่ผ้าใบ (ตลอดที่ทำคลิปมาไม่เคยใส่ผ้าใบเข้ากล้องเลยเป็นสไตล์การแต่งตัว)
ท่าทาง เวลาพูดให้ออกท่าทางด้วย พอเราออกท่าทางเยอะก็ว่าแอ็คชั่นไป
ลามไปถึงสไตล์การทำคลิปด้วย เช่น รีวิวรถ คนอื่นๆ มั๊กจะจอดเฉยๆ แล้วพูด แต่ผมจะ ขับไปพูดไปให้เห็นใช้งานจริงๆ ก็ห้าม จะให้เหมือนคนอื่นๆ หรือ แม้แต่จุดขายของรถบางคันที่เรามองว่าอันนี้คือจุดขายของรถ บางทีก็โดนบอกให้ตัด บางทีมาถึกก็จะให้เอารถไปเข้าโค้งโชว์แบบไม่ต้อง แนะนำรถ ว่าเป็นรถแบบไหน ก็มี คือสรุปเขามาเปลี่ยนสไตร์ในการนำเสนอของผมเลย ซึ่งใครเป็นทำเกี่ยว youtube ครีเอเตอร์ ขโฆษณา จะรู้กันดีว่า ผู้ชอบต้องการอะไร ผู้ชมอย่างชมอะไร ยิ่งกับ youtube อันนี้ผู้ชมที่ติดตามเขาก็จะชอบการนำเสนอในแบบของเราเอง ซึ่งทำให้การทำคลิปง่ายและเอาใจผู้ชมได้ถูกจุดเลย แต่พอผมทำปรับให้เขาดูเขากลับไม่ชอบ และจะให้ผมเปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาการนำเสนอไปในแบบที่กล่าวมาข้างบน
ผมบอกเลยว่าด้วยประสบการ ครีเอเตอร์ ผมมองเห็นเลยว่าหลายอย่างที่เขาให้เราเปลี่ยนมันทำให้คลิปวีดิโอไม่สนุกเลยและที่สำคัญคือ ความหน้าสนใจ ความน่าเชื่อถือของสินค้าน้อยไปด้วย และ ที่สำคัญคือมันเหมือนไม่ใช่ตัวตนของเราเองในการนำเสนอ ทำให้ผมงงมากกับการตัดสินใจของ ฝ่ายการตลาดว่า สรุปจะมาช่วยให้ของขายได้ดีขึ้น หรือ จะจ้างมาทำแค่ผลานงบ บริษัทเล่นกันแน่ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าคนที่ทำฝ่ายการตลาดได้เรียนทางด้านการทำสื่อหรือป่าวเพราะ บางทีจุดขายของสินค้า พวกเขาก็ดูไม่ออกเลย จะให้ผมตัดทิ้งไป หรือปัญหาบางอย่างที่เขาลือๆกันว่าไม่ดี พอจะพิสูจณ์ว่ามันดีไม่ได้แย่แบบข่าวลือ เขาก็ให้ผมตัดออกไป 5555+ เล่นเอาผมงงเลย ว่าแทนที่จะทำให้คนดูหายสงสัย
ก็นั้นล่ะครับคือเรื่องทั้งหมดที่ผมเจอกับการรับรีวิว สิ่งที่ผมอยากถามก็คือ
1.เพื่อนคนไหนเคยมีประสบการแนวนี้บ้างกับฝ่ายการตลาดหรือคนจ้างรีวิวของ
2.เพื่อนถ้าเจอมีวิธีจัดการ รับมือ หรือ วิธีบอกให้ฝ่ายการตลาดเชื่อมั่นในการรีวิวของเรา
3.อยากทราบว่าคนที่จะทำงานฝ่ายการตลาดนั้น ต้องเรียนอะไรมาบ้างครับ
ขอบคุณครับ