สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) บางคนอาจจะรู้จักกันบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก บทความนี้เราจะนำความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ว่าคืออาชีพอะไร เป็นหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องใด มีหน้าที่อย่างไรบ้าง ไม่แน่ว่าอ่านจบคุณอาจจะอยากเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ขึ้นมาก็ได้
ประวัติความเป็นมาของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)
กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นองค์กรนิติบุคคล ตามมาตรา 4 หมวด 1 ของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย กองอาสารักษาดินแดน เป็นกองกำลังกึ่งทหาร ซึ่งทำหน้าที่รักษาความสงบร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เหตุที่ต้องตั้งกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ก็เพื่อให้มีกำลังสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ ทั้งยามปกติและสงคราม การได้มาซึ่งอส.นั้นจะทำการรับสมัครราษฎรที่สมัครใจอาสาเข้ามาเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) ซึ่งเราจะสรุปประวัติความเป็นมาของกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ดังนี้.
ระยะก่อน พ.ศ.2454 ในสมัยโบราณเมื่อเกิดสงครามจะมีประชาชนที่ไม่ใช่ทหารออกมาสู้รบเพื่อประเทศชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านบางระจันที่ไม่ใช่ทหารพยายามต่อสู้กับพม่า การสู้รบที่เมืองถลาง คุณหญิงจันและนางมุก (ท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร) การกู้อิสรภาพเมืองนครราชสีมา โดยการนำของคุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี) จนมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนากองเสือป่าขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นกองพลอาสาสมัครเพื่ออบรมข้าราชการและประชาชนให้รู้จักรักชาติ รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติ
พ.ศ.2454 – 2497 เริ่มมีความพยายามที่จัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาให้เป็นระบบ โดยมีพระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๑ และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๔๘๔ ขึ้น เพื่อฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการที่จะป้องกันรักษาประเทศชาติในเวลาสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 ทำให้การดำเนินการด้านพลเรือนอาสา มีรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ปี2516 ทบ.ได้จัดตั้งหน่วยรับผิดชอบทางฝ่ายอำนวยการขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของอส. โดยจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเป็นเจ้าหน้าที่โครงให้แก่ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด (ร้อย อส.จ.) ในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผบ.ร้อย, ผบ.หมวด, ผบ.หมู่, จ่ากองร้อย
การได้รับยศ ของกองอาสารักษาดินแดน (อส.)
ยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นยศที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ ตามพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 สำหรับผู้ที่จะได้รับยศตั้งแต่ชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมานั้น กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้บังคับบัญชาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นผู้แต่งตั้งได้ โดยยศกองอาสารักษาดินแดน มีระดับชั้นยศคล้ายกับทหาร ตำรวจ เพียงแค่เรียกกันคนละแบบ ดังนี้
- นายกองใหญ่ เทียบเท่าชั้น จอมพล สำหรับพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายกอง เทียบเท่าชั้น นายพล สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
- นายหมวด เทียบเท่าชั้น นายพัน สำหรับปลัดอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
- นายหมู่ เทียบเท่าชั้น ประทวน แบ่งออกเป็น นายหมู่ใหญ่ นายหมู่เอก นายหมู่โท นายหมู่ตรี และแบ่งเป็นชั้น คือ สมาชิกอส. สมาชิกตรี สมาชิกโท และสมาชิกเอก
ภารกิจหน้าที่ของ กองอาสารักษาดินแดน (อส.)
กองอาสารักษาดินแดน (อส.) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทสำรอง ประเภทสามัญ และประเภทกองหนุน ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 2 มาตรา 16 ดังนี้
1. บรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของข้าศึก
2. ทำหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบภายในท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
3. รักษาสถานที่สำคัญ และการคมนาคม
4. ป้องกันการจารกรรม สดับตรับฟัง และรายงานข่าว
5. ทำความช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ฝ่ายทหารตามที่ทหารต้องการ และตัดทอนกำลังข้าศึก
6. เป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น
อย่างไรก็ตามภารกิจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ยังสามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยาเสพติด การรักษาความสงบเรียบ การบรรเทาสาธารณภัย การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การบริการประชาชน ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ
ขีดความสามารถ ร้อย อส.จ.
พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 7 มาตรา 29 ได้บัญญัติไว้ เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในระหว่างทำการตามหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา มีการจัดคล้ายกับ ร้อย อวบ.ของทหารราบ มีอาวุประจำกาย และอาวุธประจำหน่วย ใช้เป็นกำลังสนับสนุนฝ่ายทหารในการปราบปราม ผกค.
หากต้องการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ต้องทำอย่างไร
กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน จะทำการเปิดคัดเลือกบุคคลโดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ multi.dopa.go.th หรือทางที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ทำการกรอกใบสมัครที่ที่ว่าการอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง โดยมีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ ดังนี้
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่เข้าเป็นสมาชิก
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
- มีร่างกายสมบูรณ์ และสมควรแก่การเป็นสมาชิก อส.
- ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชแห่งศาสนาใด
- ไม่เป็นสมาชิกกองอาสากาชาด
- ไม่เป็นทหารหรือตำรวจประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
- ไม่เป็นผู้มีพฤติการณ์อันเป็นที่รังเกียจ เช่น เป็นคนเสเพลอันธพาลหรือเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย เป็นต้น
- โดยมีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ ดังนี้
หลักเกณฑ์การสอบคัดเลือก
1. ภาคปฏิบัติดันพื้น
- ลุกนั่ง
- วิ่ง 2 กิโลเมตร
2. การสอบสัมภาษณ์ (ความรู้ ประสบการณ์ ความเหมาะสม )
3. ภาคคุณลักษณะทางทหาร
มีหลักฐานเอกสารที่ต้องใช้
- รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 รูป
- สำเนาวุฒิการศึกษา
- สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาผ่านการเกณฑ์ทหาร
- ใบรับรองแพทย์
https://nine100.com/get-to-know-land-guard-militia/
ทำความรู้จักกับ ทหารกองอาสารักษาดินแดน (อส.)
ประวัติความเป็นมาของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)
กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นองค์กรนิติบุคคล ตามมาตรา 4 หมวด 1 ของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย กองอาสารักษาดินแดน เป็นกองกำลังกึ่งทหาร ซึ่งทำหน้าที่รักษาความสงบร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ เหตุที่ต้องตั้งกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ก็เพื่อให้มีกำลังสำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ ทั้งยามปกติและสงคราม การได้มาซึ่งอส.นั้นจะทำการรับสมัครราษฎรที่สมัครใจอาสาเข้ามาเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) ซึ่งเราจะสรุปประวัติความเป็นมาของกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ได้ดังนี้.
ระยะก่อน พ.ศ.2454 ในสมัยโบราณเมื่อเกิดสงครามจะมีประชาชนที่ไม่ใช่ทหารออกมาสู้รบเพื่อประเทศชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านบางระจันที่ไม่ใช่ทหารพยายามต่อสู้กับพม่า การสู้รบที่เมืองถลาง คุณหญิงจันและนางมุก (ท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร) การกู้อิสรภาพเมืองนครราชสีมา โดยการนำของคุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี) จนมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนากองเสือป่าขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นกองพลอาสาสมัครเพื่ออบรมข้าราชการและประชาชนให้รู้จักรักชาติ รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติ
พ.ศ.2454 – 2497 เริ่มมีความพยายามที่จัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาให้เป็นระบบ โดยมีพระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๑ และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ. ๒๔๘๔ ขึ้น เพื่อฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการที่จะป้องกันรักษาประเทศชาติในเวลาสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 ทำให้การดำเนินการด้านพลเรือนอาสา มีรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาตามลำดับจนถึงปัจจุบัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี จึงเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ปี2516 ทบ.ได้จัดตั้งหน่วยรับผิดชอบทางฝ่ายอำนวยการขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของอส. โดยจัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารเป็นเจ้าหน้าที่โครงให้แก่ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัด (ร้อย อส.จ.) ในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผบ.ร้อย, ผบ.หมวด, ผบ.หมู่, จ่ากองร้อย
การได้รับยศ ของกองอาสารักษาดินแดน (อส.)
ยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นยศที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ ตามพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 สำหรับผู้ที่จะได้รับยศตั้งแต่ชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมานั้น กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้บังคับบัญชาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นผู้แต่งตั้งได้ โดยยศกองอาสารักษาดินแดน มีระดับชั้นยศคล้ายกับทหาร ตำรวจ เพียงแค่เรียกกันคนละแบบ ดังนี้
- นายกองใหญ่ เทียบเท่าชั้น จอมพล สำหรับพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นายกอง เทียบเท่าชั้น นายพล สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
- นายหมวด เทียบเท่าชั้น นายพัน สำหรับปลัดอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
- นายหมู่ เทียบเท่าชั้น ประทวน แบ่งออกเป็น นายหมู่ใหญ่ นายหมู่เอก นายหมู่โท นายหมู่ตรี และแบ่งเป็นชั้น คือ สมาชิกอส. สมาชิกตรี สมาชิกโท และสมาชิกเอก
ภารกิจหน้าที่ของ กองอาสารักษาดินแดน (อส.)
กองอาสารักษาดินแดน (อส.) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทสำรอง ประเภทสามัญ และประเภทกองหนุน ซึ่งมีภารกิจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 2 มาตรา 16 ดังนี้
1. บรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของข้าศึก
2. ทำหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบภายในท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
3. รักษาสถานที่สำคัญ และการคมนาคม
4. ป้องกันการจารกรรม สดับตรับฟัง และรายงานข่าว
5. ทำความช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ฝ่ายทหารตามที่ทหารต้องการ และตัดทอนกำลังข้าศึก
6. เป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น
อย่างไรก็ตามภารกิจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ยังสามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยาเสพติด การรักษาความสงบเรียบ การบรรเทาสาธารณภัย การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การบริการประชาชน ทั้งนี้เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ
ขีดความสามารถ ร้อย อส.จ.
พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 7 มาตรา 29 ได้บัญญัติไว้ เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในระหว่างทำการตามหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา มีการจัดคล้ายกับ ร้อย อวบ.ของทหารราบ มีอาวุประจำกาย และอาวุธประจำหน่วย ใช้เป็นกำลังสนับสนุนฝ่ายทหารในการปราบปราม ผกค.
หากต้องการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ต้องทำอย่างไร
กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน จะทำการเปิดคัดเลือกบุคคลโดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ multi.dopa.go.th หรือทางที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ทำการกรอกใบสมัครที่ที่ว่าการอำเภอ ฝ่ายความมั่นคง โดยมีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ ดังนี้
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในท้องที่ที่เข้าเป็นสมาชิก
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์
- มีร่างกายสมบูรณ์ และสมควรแก่การเป็นสมาชิก อส.
- ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชแห่งศาสนาใด
- ไม่เป็นสมาชิกกองอาสากาชาด
- ไม่เป็นทหารหรือตำรวจประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
- ไม่เป็นผู้มีพฤติการณ์อันเป็นที่รังเกียจ เช่น เป็นคนเสเพลอันธพาลหรือเป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย เป็นต้น
- โดยมีหลักเกณฑ์และคุณสมบัติ ดังนี้
หลักเกณฑ์การสอบคัดเลือก
1. ภาคปฏิบัติดันพื้น
- ลุกนั่ง
- วิ่ง 2 กิโลเมตร
2. การสอบสัมภาษณ์ (ความรู้ ประสบการณ์ ความเหมาะสม )
3. ภาคคุณลักษณะทางทหาร
มีหลักฐานเอกสารที่ต้องใช้
- รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 รูป
- สำเนาวุฒิการศึกษา
- สำเนาทะเบียนบ้าน/สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาผ่านการเกณฑ์ทหาร
- ใบรับรองแพทย์
https://nine100.com/get-to-know-land-guard-militia/