[CR] ไปพักกาย พักใจ ให้ธรรมชาติบำบัดที่ "สุราษฎร์ธานี"


ไปพักกาย พักใจ ให้ธรรมชาติบำบัดโดย Social media detox กันเถอะ
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปชมความสวยงามของกุ้ยหลินเมืองไทย หรือที่เรียกว่า เขื่อนเชี่ยวหลานนั่นเอง

เขื่อนเชี่ยวหลาน ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุราษธานี เพื่อนๆสามารถเที่ยวได้หลายแบบ จะเที่ยวแบบ One day trip ก็ได้ หรือจะนอนบนแพ หนึ่งคืนก็ได้ 
แต่สำหรับเรา ไปถึงแล้วก็ขอลองใช้ชีวิตแบบ social media detox หน่อยสักคืน แพที่เราพักจะมีสัญญาณเฉพาะของ ais เท่านั้นนะ ส่วนเราหรอใช้ค่ายอื่นก็อดไปป เศร้า

การเดินทาง
-บินกับพี่หางแดง (แอร์เอเชีย) ราคา 225 บาทมาลงสุราษ
-นั่งรถบัสของพันทิปเข้าเมืองสุราษ (ไม่ต้องจอง) มีออกตลอดตามไฟลท์บินเลย ออกจากสนามบินเจอเลย ราคาคนละ 100 บาท
-รถตู้จากในตัวเมืองสุราษไปยังท่าเรือเทศบาล (เขาสก เขื่อนเชี่ยวหลาน) ราคาคนละ 150 บาท
-ส่วนวันกลับเราได้เหมารถแท็กซี่เก็บเที่ยวในเมือง และส่งสนามบิน แต่ขอไม่ขอแนะนำเจ้านี้นะคะ เนื่องจากไม่ประทับใจอะไรหลายๆอย่าง ราคาประมาณ 1,300 บาท
>>หากใครไม่อยากมาพักค้างคืนก่อนหนึ่งคืน ก็สามารถเลือกไฟล์ทที่บินมาลงก่อน 09.00 ได้เลย โดยจะมีรถตู้ (ต้องติดต่อก่อน) ไปรับที่สนามบิน แต่เรากลัวไฟล์ทดีเลย์ เลยเลือกที่จะไปนอนพักในเมืองก่อนหนึ่งคืน

ที่พัก
-The Harbour Front Hotel (ในเมือง)
อยู่ติดริมน้ำเลย เราจองใน Booking ประมาณ 600 บาท 
- แพภูตะวัน (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
เราซื้อพร้อมแพกเกจ 2 วัน 1 คืน ราคา คนละ 1,999 บาท รวมค่าเรือ,อาหาร 3 มื้อ,ที่พัก และเดย์ทริป (ล่องเรือชมเขาสามเกลอ+แพไม้ไผ่+ถ้ำ)
พี่ๆ พนง น่ารักก อาหารอร่อยย บริการดี ห้องพักจะเป็นพัดลม สามารถใช้ไฟได้ตั้งแต่ 18.30-05.30 ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวม แยกชายหญิง
เรือคายัค บริการฟรี แต่ต้องมัดจำไม้พายก่อน ไม้ละ 200 บาท


โปรแกรมการเดินทาง

FD3233 DMK-URT 18.45-20.00
FD3332 URT-DMK 17.25-18.30

D1 สนามบินสุราษ-พักในเมืองสุราษ
D2 โรงแรม-ท่าเรือเทศบาล-ล่องเรือเดย์ทริป-พักบนแพ
D3 ท่าเรือเทศบาล-เขาหัวใจ-อุทยานเขานาใน-ป่าต้นน้ำ-สนามบิน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ลงจากเครื่องปุ๊ป เดินออกมาข้างหน้าเพื่อขึ้นรถตู้ของพันทิป นั่งเข้าไปในเมือง
จากนั้นก็เข้าพักที่โรงแรม The Harbour Front Hotel ทางขวามือของโรงแรม มีร้านอาหารเช้าด้วยนะ ปังหน้าหมูเด็ดมากก ต้องลองค่า
เช้าวันที่สอง จองรถตู้ไว้ให้มารับที่โรงแรม จากนั้นก็เดินทางไปยังออฟฟิศของแพภูตะวัน เพื่อทำการเชคอินให้เรียบร้อย และทางแพภูตะวัน ก็จะมีรถตู้ไปส่งที่ท่าเรือเทศบาล เพื่อที่จะขึ้นเรือไปยังที่พัก  เราเที่ยวในช่วงโควิด เขาก็จะมีการวัดอุณหภูมิ และใส่แมสให้เรียบร้อย จะได้เที่ยวอย่างสบายใจ
ก่อนที่จะขึ้นเรือ ทุกคนจะต้องชำระค่าอุทยานก่อน คนละ 10 บาท (ไม่รวมกับแพกเกจที่ซื้อมานะ)
ผ่านจุดคัดกรองเรียบร้อยย ก่อนมาขึ้นเรือกันน นี่เลยเรือของเราที่จะพาไปแพ นั่งจากท่าเรือไปประมาณ 30 นาที
ถึงแล้ววที่พักของเราคืนนี้ แพภูตะวัน เราเลือกพักแบบแคปซูล ไม่มีแอร์นะจ้ะ สัญญาณโทรศัพท์ยังหายากเลยย
มื้อเที่ยงนี้ก็ฝากท้องไว้กับพี่ๆ แพภูตะวันน มากันสองคน ก็ทานสองคน อาหารให้มาเยอะมากก ทานไม่หมดเลยจ้าา มากันกี่คน ก็นั่งตามจำนวนที่มาได้เลย พี่ๆเขาแยกโต๊ะให้จ้าา อ่อ ส่วนใครที่กลัวอด บนแพเขาก็มีขายขนมต่างๆ ด้วยนะ แต่ถ้ากลัวไม่ถูกใจ ก็แนะนำซื้อตั้งแต่ก่อนลงแพมาดีกว่า
มาชมบรรยากาศรอบๆ แพบ้างดีกว่า บรรยากาศดีมากก เงียบ สงบบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ 
ช่วงบ่ายก็ถึงเวลาที่เราจะไปชมกุ้ยหลินเมืองไทยกันน หรือที่เรียกว่า เขาสามเกลอ แต่ต้องบอกก่อนนะ ใครที่ซื้อแพกเกจแบบเรา จะนั่งเป็นเรือแบบจอยกับคนอื่นด้วยนะ เวลาถ่ายรูปที่เขาสามเกลอ ก็ต่อคิวกันถ่ายย ถ้าอยากได้แบบส่วนตัวก็ติดต่อกับที่พักล่วงหน้าได้เลย 

ระหว่างทางก็สวยยแล้วว
 
นี่เลยย เขาสามเกลอ หรือกุ้ยหลินเมืองไทย วันที่เราไปฝนกำลังจะมาละด้วยย 
จากเขาสามเกลอ เราก็ไปต่อที่ล่องแพไม้ไผ่กัน การที่จะไปล่องแพไม้ไผ่นั้น เราต้องเดินป่าขึ้นไปประมาณ 30 นาทีนะ
โดยเจ้าหน้าที่เขาก็จะมีไม้ให้คนละ 1 อัน ทำให้เราเดินได้สะดวกขึ้น ส่วนใครที่ใส่รองเท้าแตะมา
เขาก็มีบริการให้เช่ารองเท้าสำหรับเดินด้วยนะ ทางเดินก็ไม่ได้ลำบากมาก แต่ก็ระมัดระวังนิดนึง เพราะเราเดินอยู่ในป่า 

ทางเดินขึ้นจ้าา ไปกลับทางเดิมนะ
ได้ยินเสียงน้ำ เห็นวิวแบบนี้ ใช่เลยย เรามาถึงแล้วว จุดล่องแพไม้ไผ่ เดินลงไปเลยจ้า
เราล่องแพไม้ไผ่ เพื่อไปชมถ้ำหินงอกหินย้อย ลงจากเรือ ก็เดินขึ้นไปชมถ้ำด้านบน โดยพอถึงข้างบน ก็จะมีเจ้าหน้าที่พาไปชมจุดต่างๆของถ้ำ
ใช้เวลาชมภายในถ้ำประมาณ 15 นาที ก็เสร็จแล้วว จากนั้นก็ล่องแพไม้ไผ่กลับไปที่เดิม และเดินกลับทางเดิมจ้า แต่ขากลับมักจะไวเสมอ 555
จากนั้นก็นั่งเรือกลับที่พัก ใครจะพายเรือแคนู ก็สามารถเช่าไม้พาย กับพี่พนักงานได้เลย 
มื้อเย็น และมื้อเช้าของอีกวัน ก็ฝากท้องไว้พี่ๆ อาหารที่นี่อร่อยจริงๆ นี่ทานกันแค่สองคนนะ ให้เยอะมากๆ ส่วนอาหารเช้าจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์
ตื่นเช้ามา หากฝนไม่ตก เราก็ไปชมหมอกกันน ห่างจากที่พักประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ชมวิวรอบๆ  กลับมาถึงแพประมาณ 9 โมง
ก็ออกเดินทางกลับกันแล้วว เดินทางกลับไปยังท่าเรือเทศบาลเหมือนเดิม เรายังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 4-5 ชั่วโมงก่อนบิน
จึงใช้บริการรถแท็กซี่เก็บเที่ยวจุดที่กำลังฮอตในตอนนี้ จากนั้นก็ส่งสนามบิน เป็นอันเรียบร้อย ส่วนใครที่มากันน้อย
สามารถสอบถามจากที่พักได้นะ หากต้องการเที่ยวต่อในเมือง สามารถจอยทริปกับคนอื่นได้ ราคาก็จะถูกหน่อย

ที่แรกที่เรามาก็คือ เขารูปหัวใจ อยู่ห่างจากท่าเรือเทศบาลไม่ไกล แต่คนก็ค่อนข้างเยอะหน่อย
ต่อมาก็ไปต่อที่ อุทยานเขานาใน เราถ่ายเพียงข้างล่างอย่างเดียวนะ แต่หากใครมีเวลาก็สามารถเดินขึ้นไปชมข้างบนได้ 
ระหว่างถ่ายรูป ก็ต้องระวังรถที่ขึ้นมานะ เพราะทางขึ้นจะชันนิดนึง จะได้ยินเสียงรถมาก่อน
สามารถขับรถขึ้นมาจอดข้างบนได้เลย บริเวณข้างบนก็จะมีห้องน้ำ และร้านค้าบริการ
ที่สุดท้ายของทริปนี้ นั่นก็คือ ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด น้ำใสมากก แต่จำนวนคนก็มากกเช่นกัน
จอดรถที่ลานจอดได้เลย บริเวณก่อนเข้าไปจะมีร้านค้า ขายของกิน เครื่องดื่ม ค่าตั๋วเข้าก็จะมี 2 แบบให้เลือก
ค่าเข้า 25 บาทต่อคน หรือ ค่าเข้า + ล่องเรือพาย 65  บาทต่อคน (สามารถพายเองหรือต้องการให้น้องเขาช่วยพายก็ได้) 

***************************************************

จบบแล้วว สำหรับทริปเที่ยวสุราษฎร์ธานีสั้นๆ 2 วัน 1 คืนในรูปแบบของเรา 
ชื่อสินค้า:   ไปพักกาย พักใจ ให้ธรรมชาติบำบัดที่ "สุราษฎร์ธานี"
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่