คนกรุงรัดเข็มขัดสู้โควิด “ศูนย์วิจัยกสิกรฯ” ประเมินกินเจปีนี้เงินไม่สะพัด
https://www.prachachat.net/general/news-534761
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2563 ระหว่าง 17-25 ตุลาคม 2563 นี้ คนกรุงเทพฯ จะมีเม็ดเงินค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเทศกาลคิดเป็นมูลค่า 3,930 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17.4 เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่ลดลง ขณะที่คนเข้าร่วมบางส่วนก็ปรับพฤติกรรม โดยควบคุมค่าใช้จ่ายลง
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2563 โดยพบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
เศรษฐกิจทำคนกรุงเทพฯ กินเจลดลงเหลือ 60.8%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความสะดวก และปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมเทศกาลกินเจของคนกรุงเทพฯในปีนี้ ซึ่งสะท้อนจากผลสำรวจที่พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
• การเข้าร่วมกิจกรรมกินเจของคนกรุงเทพฯ ปีนี้น้อยลง จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า คนกรุงเทพฯ ที่สนใจเข้าร่วมกินเจในปีนี้ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 63.0 ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ ซึ่งถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมสูงถึงร้อยละ 66.7 และกลุ่มที่เข้าร่วมกินเจส่วนใหญ่ในปีนี้ จะกินเจไม่ครบทั้ง 9 วัน โดยจะกินเพียงบางมื้อคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.6 ของผู้ที่กินเจทั้งหมด
• ความสะดวก/หาทานง่าย การกินเจตามกระแส และความอยากลองทาน เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสำหรับกลุ่มเข้าร่วมกินเจ ขณะที่การกินเจเพื่อลดทานเนื้อสัตว์/ลดละกิเลส ยังคงมีสัดส่วนใกล้เคียงกับปีก่อนแต่เหตุผลการกินเจเพื่อสุขภาพถูกลดน้ำหนักลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า กลุ่มที่ยังคงกินเจ จะอยู่ในกลุ่มช่วง 35-55 ปีขึ้นไปมากที่สุด เป็นกลุ่มที่ทานเจเป็นประจำและมีความพร้อมด้านรายได้ ซึ่งคงเป็นโจทย์ของผู้ประกอบการที่จะนำเสนอกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับกลุ่มนี้
• ความไม่สะดวก รวมถึงปัจจัยด้านราคา ซึ่งสะท้อนผ่านภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อการไม่เข้าร่วมทานเจในปีนี้ ขณะที่เหตุผลด้านความรู้สึกว่าอาหารเจมีแคลอรี่สูง/ทำให้อ้วน เป็นข้อกังวลที่ถูกให้น้ำหนักลดลง ทั้งนี้จากผลสำรวจพบว่า กลุ่มคนที่ไม่เข้าร่วมกินเจส่วนใหญ่จะอยู่ใน 2 ช่วงอายุได้แก่ กลุ่มอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียน และกลุ่มอายุระหว่าง 30-44 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวค่อนข้างสูง และหากพิจารณาปัจจัยทางด้านรายได้พบว่า คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เข้าร่วมกินเจน้อยที่สุด
ทั้งนี้ โควิด-19 แม้กระทบต่อพฤติกรรมการกินเจของคนกรุง แต่ยังคงมีบางกลุ่มที่จะอาศัยช่วงเวลานี้ หันมาเพิ่มการกินเจเพื่อสะสมบุญ ได้แก่ กลุ่มคนวัยทำงานหรือที่มีกิจการส่วนตัว อายุ 40-44 ปีขึ้นไป จึงถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจ ในช่วงที่ภาพรวมการกินเจไม่คึกคักมากนัก แต่ผู้ประกอบการอาจต้องนำเสนออาหารเจที่มีราคาไม่สูง เนื่องจากกลุ่มนี้มีการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยให้น้ำหนักต่อปัจจัยด้านราคาค่อนข้างสูงกว่ากลุ่มอื่น
โควิด-19 กระทบพฤติกรรมคนกรุงคุมค่าใช้จ่าย
• แม้ว่าร้อยละ 87.5 ของคนที่เข้าร่วมกินเจจะยังกังวลต่อการระบาดของโควิด 19 แต่มีเพียงร้อยละ 33.0 ของกลุ่มที่กินเจได้รับผลกระทบ ซึ่งในกลุ่มนี้แยกเป็นประมาณร้อยละ 81.8 จะมีการปรับพฤติกรรม โดยใช้วิธีควบคุมค่าใช้จ่าย โดยอันดับ 1 จะเลือกเมนู/ร้านอาหารที่ไม่แพง รองลงมาคือการลดกับข้าว รวมถึงลดวันและจำนวนมื้อลง
• ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ภายใต้สถานการณ์ที่อาจไม่เอื้ออำนวยนี้ ยังคงมีประชาชนบางกลุ่มอีกประมาณร้อยละ 18.2 ของกลุ่มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่จะใช้ช่วงเวลานี้ หันมาเพิ่มการกินเจเพื่อสะสมบุญ โดยกลุ่มที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ในกลุ่มคนวัยทำงานหรือที่มีกิจการส่วนตัว อายุ 40-44 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มที่กินเจบางมื้อในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 75.0
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กลยุทธ์การตลาดสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจในปีนี้ นอกจากการบริหารระดับราคาอาหารเจให้มีความแตกต่างกับอาหารทั่วไปไม่มาก รวมถึงไม่แตกต่างกับราคาของปีก่อนโดยเปรียบเทียบ เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับกลุ่มคนกินเจดั้งเดิม และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีพฤติกรรมการกินเจที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าถึงความต้องการผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้น
พท.ยื่นกมธ.ทหารสอบกองทัพใช้ไอโอ
https://www.dailynews.co.th/politics/800425
“เพื่อไทย”ยื่นกมธ.ทหารสอบกองทัพใช้ไอโอ
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นาย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีทวิตเตอร์สั่งระงับบัญชีผู้ใช้บริการ 926 รายที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกองทัพในการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ว่า
ตนจะเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 14 ต.ค. ให้ตรวจสอบการทำงานของกองทัพที่ใช้ปฏิบัติการไอโอแทรกแซงและคุกคามนักการเมืองคู่แข่ง เป็นการสร้างความแตกแยก เกลียดชังในหมู่ประชาชน และเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถือเป็นปฏิบัติการแย่งชิงมวลชนโดยไม่ถูกต้อง
และจะเสนอให้เชิญพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการฯ ด้วย ส่วนนายกฯ จะเดินทางมาชี้แจงเอง หรือมอบหมายให้ใครมาชี้แจงแทนนั้น ขึ้นอยู่กับพล.อ.
ประยุทธ์จะมอบหมาย.
JJNY : “ศูนย์วิจัยกสิกรฯ”ประเมินกินเจเงินไม่สะพัด/พท.ยื่นกมธ.สอบกองทัพใช้ไอโอ/โซเชียลมองอีกด้านข่าวป้า/โรงสีขาดทุนอ่วม
https://www.prachachat.net/general/news-534761
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงได้สำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2563 โดยพบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
เศรษฐกิจทำคนกรุงเทพฯ กินเจลดลงเหลือ 60.8%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความสะดวก และปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมเทศกาลกินเจของคนกรุงเทพฯในปีนี้ ซึ่งสะท้อนจากผลสำรวจที่พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
• การเข้าร่วมกิจกรรมกินเจของคนกรุงเทพฯ ปีนี้น้อยลง จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า คนกรุงเทพฯ ที่สนใจเข้าร่วมกินเจในปีนี้ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 63.0 ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ ซึ่งถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมสูงถึงร้อยละ 66.7 และกลุ่มที่เข้าร่วมกินเจส่วนใหญ่ในปีนี้ จะกินเจไม่ครบทั้ง 9 วัน โดยจะกินเพียงบางมื้อคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.6 ของผู้ที่กินเจทั้งหมด
• ความสะดวก/หาทานง่าย การกินเจตามกระแส และความอยากลองทาน เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นสำหรับกลุ่มเข้าร่วมกินเจ ขณะที่การกินเจเพื่อลดทานเนื้อสัตว์/ลดละกิเลส ยังคงมีสัดส่วนใกล้เคียงกับปีก่อนแต่เหตุผลการกินเจเพื่อสุขภาพถูกลดน้ำหนักลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า กลุ่มที่ยังคงกินเจ จะอยู่ในกลุ่มช่วง 35-55 ปีขึ้นไปมากที่สุด เป็นกลุ่มที่ทานเจเป็นประจำและมีความพร้อมด้านรายได้ ซึ่งคงเป็นโจทย์ของผู้ประกอบการที่จะนำเสนอกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับกลุ่มนี้
• ความไม่สะดวก รวมถึงปัจจัยด้านราคา ซึ่งสะท้อนผ่านภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อการไม่เข้าร่วมทานเจในปีนี้ ขณะที่เหตุผลด้านความรู้สึกว่าอาหารเจมีแคลอรี่สูง/ทำให้อ้วน เป็นข้อกังวลที่ถูกให้น้ำหนักลดลง ทั้งนี้จากผลสำรวจพบว่า กลุ่มคนที่ไม่เข้าร่วมกินเจส่วนใหญ่จะอยู่ใน 2 ช่วงอายุได้แก่ กลุ่มอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียน และกลุ่มอายุระหว่าง 30-44 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวค่อนข้างสูง และหากพิจารณาปัจจัยทางด้านรายได้พบว่า คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เข้าร่วมกินเจน้อยที่สุด
ทั้งนี้ โควิด-19 แม้กระทบต่อพฤติกรรมการกินเจของคนกรุง แต่ยังคงมีบางกลุ่มที่จะอาศัยช่วงเวลานี้ หันมาเพิ่มการกินเจเพื่อสะสมบุญ ได้แก่ กลุ่มคนวัยทำงานหรือที่มีกิจการส่วนตัว อายุ 40-44 ปีขึ้นไป จึงถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจ ในช่วงที่ภาพรวมการกินเจไม่คึกคักมากนัก แต่ผู้ประกอบการอาจต้องนำเสนออาหารเจที่มีราคาไม่สูง เนื่องจากกลุ่มนี้มีการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยให้น้ำหนักต่อปัจจัยด้านราคาค่อนข้างสูงกว่ากลุ่มอื่น
โควิด-19 กระทบพฤติกรรมคนกรุงคุมค่าใช้จ่าย
• แม้ว่าร้อยละ 87.5 ของคนที่เข้าร่วมกินเจจะยังกังวลต่อการระบาดของโควิด 19 แต่มีเพียงร้อยละ 33.0 ของกลุ่มที่กินเจได้รับผลกระทบ ซึ่งในกลุ่มนี้แยกเป็นประมาณร้อยละ 81.8 จะมีการปรับพฤติกรรม โดยใช้วิธีควบคุมค่าใช้จ่าย โดยอันดับ 1 จะเลือกเมนู/ร้านอาหารที่ไม่แพง รองลงมาคือการลดกับข้าว รวมถึงลดวันและจำนวนมื้อลง
• ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ภายใต้สถานการณ์ที่อาจไม่เอื้ออำนวยนี้ ยังคงมีประชาชนบางกลุ่มอีกประมาณร้อยละ 18.2 ของกลุ่มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่จะใช้ช่วงเวลานี้ หันมาเพิ่มการกินเจเพื่อสะสมบุญ โดยกลุ่มที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ในกลุ่มคนวัยทำงานหรือที่มีกิจการส่วนตัว อายุ 40-44 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มที่กินเจบางมื้อในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 75.0
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กลยุทธ์การตลาดสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจในปีนี้ นอกจากการบริหารระดับราคาอาหารเจให้มีความแตกต่างกับอาหารทั่วไปไม่มาก รวมถึงไม่แตกต่างกับราคาของปีก่อนโดยเปรียบเทียบ เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับกลุ่มคนกินเจดั้งเดิม และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีพฤติกรรมการกินเจที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าถึงความต้องการผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้น
พท.ยื่นกมธ.ทหารสอบกองทัพใช้ไอโอ
https://www.dailynews.co.th/politics/800425
“เพื่อไทย”ยื่นกมธ.ทหารสอบกองทัพใช้ไอโอ
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีทวิตเตอร์สั่งระงับบัญชีผู้ใช้บริการ 926 รายที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกองทัพในการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ว่า
ตนจะเสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการฯ ในวันที่ 14 ต.ค. ให้ตรวจสอบการทำงานของกองทัพที่ใช้ปฏิบัติการไอโอแทรกแซงและคุกคามนักการเมืองคู่แข่ง เป็นการสร้างความแตกแยก เกลียดชังในหมู่ประชาชน และเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถือเป็นปฏิบัติการแย่งชิงมวลชนโดยไม่ถูกต้อง
และจะเสนอให้เชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มาให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการฯ ด้วย ส่วนนายกฯ จะเดินทางมาชี้แจงเอง หรือมอบหมายให้ใครมาชี้แจงแทนนั้น ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์จะมอบหมาย.