เราอายุ 31 ปี มีลูก 1 คน อายุ 8 ปี ไม่มีสามี
ปัจจุบันมีแฟน คบกันได้ 3 ปี ไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส
คุณแม่ของเราอายุ 59 ปี เป็นคนดูแลลูกให้ตั้งแต่เล็ก
เนื่องจากเราเลิกกับแฟนเก่าตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน แฟนเก่าทำร้ายร่างกาย
ลูกเราไม่รู้จักพ่อ ในใบเกิดไม่มีชื่อ ตัดขาดกันตั้งแต่วันที่เค้าตีเรา
(เรื่องที่จะเล่าทั้งหมดต่อจากนี้เป็นเพียงมุมมองจากฝ่ายเราเท่านั้น)
เราสร้างภาระให้คุณแม่ที่ต้องมาเลี้ยงลูกให้เรา
ทุกอย่างในสายตาแม่ เราแย่ ทำดีแค่ไหนก็ยังแย่
เราทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัทเอกชน
เงินเดือน หมื่นกลางๆ ส่งเงินรายเดือนเป็นค่าใช้จ่ายของลูกเดือนละ 6000 จ่ายค่าน้ำ ไฟในบ้าน เดือนละประมาณ 1500 และจิปาถะในบางครั้งที่เราก็ออกเงินรายวันไปอีกเวลาส่งลูกไปโรงเรียน ไม่ได้จ้างแม่ หรือให้เงินแม่ต่างหาก
แม่รับผิดชอบในส่วนเกินอื่นๆโดยเฉพาะค่าเทอม ประมาณปีละ หมื่น ช่วงที่เราพอมี เราเคยรับผิดชอบค่าเทอมเอง 1 ครั้ง
และสำหรับเรา เรารู้สึกว่าแม่คงป่วย หรือไม่ปกติ
เนื่องจากชีวิตแม่ก็เจออะไรมาเยอะ
ทั้งเรื่องพ่อเรา (พ่อกับแม่หย่ากันตอนเรา 6-7ขวบ)
ทั้งเรื่องหนี้สินที่พ่อเคยทิ้งไว้ให้
แม่ต้องเลี้ยงเรา พี่ชายเราและน้องชายเรา รวม 3 คน
เราและพี่น้องเราเป็นเด็กมีปัญหา เรียนไม่จบทุกคน
และรับผิดชอบตัวเองไม่ได้
และแม่ชอบเหยียบย่ำเราให้จมดินด้วยคำพูดแรงๆ
หรือพูดแต่เรื่องอดีตทุกเรื่องที่แม่รู้สึกฝังใจและเจ็บช้ำมาก
ปัญหาคือ เรากับแม่ไม่เคยลงรอยกัน และทุกครั้ง จบด้วยการที่แม่ทำร้ายร่างกายเรา หาสิ่งใกล้ตัวมาฝาดไม่ยั้ง จนสิ่งที่ใช้ฝาดแตก ถึงจะพอแล้วสงบลง
วันนี้แม่ใช้กระจกแบบสี่เหลี่ยมหมุนได้ ขอบเป็นพลาสติกที่ขายตามท้องตลาดฝาดเราจนพลาสติกแตก และกระจกแตก
ในขณะที่กำลังโต้เถียงกัน เราพยายามจับข้อมือแม่ เพื่อให้แม่หยุดแต่สุดท้ายเราก็น่วมทั้งตัว หัว หน้า แก้ม คาง แขนและขา
ครั้งก่อนหน้าเดือนที่แล้ว แม่ใส่ท่อน้ำpvcเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 คืบ ยาวประมาณศอก ฝาดที่ขาเรา จนต้นขาบวมม่วง ตอนนี้หายม่วงแล้วและไม่บวม แต่นอนตะแคงไม่ได้ มันเจ็บข้างในลึกๆ
ทุกครั้งเกิดจากการโต้เถียงกัน แล้วเค้าก็อาละวาดหันซ้ายหันขวาหาของที่วางใกล้ตัวเพื่อจะเอามาฝาด
ประเด็นคือ ลูกอยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้งที่แม่ตีเรา และร้องไห้
เราถามลูกว่า ระหว่าง
มีเราอยู่ด้วย แต่ต้องมีเรื่องแบบนี้ตลอด
กับเราไปอยู่ที่อื่น เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องทะเลาะกัน
แบบไหนมีความสุขกว่า แล้วถ้าให้เลือก จะเลือกแบบไหน
ลูกเราตอบว่า แม่ไม่อยู่น่าจะมีความสุขกว่า แม่กับคุณยายจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันแบบนี้
แต่ถ้าให้เลือก อยากให้แม่อยู่ด้วยมากกว่า อยากอยู่กับแม่
ให้เราไปอยู่ข้างนอก ส่งเงินปกติ โทรหาบ้าง แวะมาหาบ้าง เรารู้สึกว่าเราทิ้งลูก และเราไม่อยากทำแบบนั้น
ทั้งที่เราก็เห็นว่าแบบนั้นน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด
เพราะลูกก็จะได้ไม่ต้องเห็นแม่กับคุณยายทะเลาะกัน
เรารู้สึกว่า ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ ลูกขะกลายเป็นเด็กเกเรหรือเด็กมีปัญหาแบบเรา เพราะตอนเราเด็กๆ พ่อกับแม่เราก็ทะเลาะกันรุนแรง พ่อตีแม่ และแม่ก็ชอบพังข้าวของ ปาของใส่พ่อ ตีพ่อ
เรากำลังสับสน และไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ต้องการคำแนะนำ หรือมุมมองจากคนอื่น
ว่า แบบไหนดี หรือควร หรือมีผลกระทบกับลูกน้อยที่สุด
เราไม่อยากให้การตัดสินใจของเรา เป็นปัญหากับลูกหรือทำให้ลูกแย่ไปกว่านี้
ระหว่างเราอยู่ที่บ้านกันลูกกับแม่ แต่มีปัญหาตลอด
กับ เราไปอยู่ที่อื่น และไม่มีปัญหา แต่เหมือนทิ้งลูก
เราควรทำแบบไหนดีคะ
เลือกแบบไหนถึงจะดีที่สุดกับทุกคน
ปัจจุบันมีแฟน คบกันได้ 3 ปี ไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส
คุณแม่ของเราอายุ 59 ปี เป็นคนดูแลลูกให้ตั้งแต่เล็ก
เนื่องจากเราเลิกกับแฟนเก่าตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน แฟนเก่าทำร้ายร่างกาย
ลูกเราไม่รู้จักพ่อ ในใบเกิดไม่มีชื่อ ตัดขาดกันตั้งแต่วันที่เค้าตีเรา
(เรื่องที่จะเล่าทั้งหมดต่อจากนี้เป็นเพียงมุมมองจากฝ่ายเราเท่านั้น)
เราสร้างภาระให้คุณแม่ที่ต้องมาเลี้ยงลูกให้เรา
ทุกอย่างในสายตาแม่ เราแย่ ทำดีแค่ไหนก็ยังแย่
เราทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัทเอกชน
เงินเดือน หมื่นกลางๆ ส่งเงินรายเดือนเป็นค่าใช้จ่ายของลูกเดือนละ 6000 จ่ายค่าน้ำ ไฟในบ้าน เดือนละประมาณ 1500 และจิปาถะในบางครั้งที่เราก็ออกเงินรายวันไปอีกเวลาส่งลูกไปโรงเรียน ไม่ได้จ้างแม่ หรือให้เงินแม่ต่างหาก
แม่รับผิดชอบในส่วนเกินอื่นๆโดยเฉพาะค่าเทอม ประมาณปีละ หมื่น ช่วงที่เราพอมี เราเคยรับผิดชอบค่าเทอมเอง 1 ครั้ง
และสำหรับเรา เรารู้สึกว่าแม่คงป่วย หรือไม่ปกติ
เนื่องจากชีวิตแม่ก็เจออะไรมาเยอะ
ทั้งเรื่องพ่อเรา (พ่อกับแม่หย่ากันตอนเรา 6-7ขวบ)
ทั้งเรื่องหนี้สินที่พ่อเคยทิ้งไว้ให้
แม่ต้องเลี้ยงเรา พี่ชายเราและน้องชายเรา รวม 3 คน
เราและพี่น้องเราเป็นเด็กมีปัญหา เรียนไม่จบทุกคน
และรับผิดชอบตัวเองไม่ได้
และแม่ชอบเหยียบย่ำเราให้จมดินด้วยคำพูดแรงๆ
หรือพูดแต่เรื่องอดีตทุกเรื่องที่แม่รู้สึกฝังใจและเจ็บช้ำมาก
ปัญหาคือ เรากับแม่ไม่เคยลงรอยกัน และทุกครั้ง จบด้วยการที่แม่ทำร้ายร่างกายเรา หาสิ่งใกล้ตัวมาฝาดไม่ยั้ง จนสิ่งที่ใช้ฝาดแตก ถึงจะพอแล้วสงบลง
วันนี้แม่ใช้กระจกแบบสี่เหลี่ยมหมุนได้ ขอบเป็นพลาสติกที่ขายตามท้องตลาดฝาดเราจนพลาสติกแตก และกระจกแตก
ในขณะที่กำลังโต้เถียงกัน เราพยายามจับข้อมือแม่ เพื่อให้แม่หยุดแต่สุดท้ายเราก็น่วมทั้งตัว หัว หน้า แก้ม คาง แขนและขา
ครั้งก่อนหน้าเดือนที่แล้ว แม่ใส่ท่อน้ำpvcเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 คืบ ยาวประมาณศอก ฝาดที่ขาเรา จนต้นขาบวมม่วง ตอนนี้หายม่วงแล้วและไม่บวม แต่นอนตะแคงไม่ได้ มันเจ็บข้างในลึกๆ
ทุกครั้งเกิดจากการโต้เถียงกัน แล้วเค้าก็อาละวาดหันซ้ายหันขวาหาของที่วางใกล้ตัวเพื่อจะเอามาฝาด
ประเด็นคือ ลูกอยู่ในเหตุการณ์ทุกครั้งที่แม่ตีเรา และร้องไห้
เราถามลูกว่า ระหว่าง
มีเราอยู่ด้วย แต่ต้องมีเรื่องแบบนี้ตลอด
กับเราไปอยู่ที่อื่น เพื่อจะได้ไม่เกิดเรื่องทะเลาะกัน
แบบไหนมีความสุขกว่า แล้วถ้าให้เลือก จะเลือกแบบไหน
ลูกเราตอบว่า แม่ไม่อยู่น่าจะมีความสุขกว่า แม่กับคุณยายจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันแบบนี้
แต่ถ้าให้เลือก อยากให้แม่อยู่ด้วยมากกว่า อยากอยู่กับแม่
ให้เราไปอยู่ข้างนอก ส่งเงินปกติ โทรหาบ้าง แวะมาหาบ้าง เรารู้สึกว่าเราทิ้งลูก และเราไม่อยากทำแบบนั้น
ทั้งที่เราก็เห็นว่าแบบนั้นน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด
เพราะลูกก็จะได้ไม่ต้องเห็นแม่กับคุณยายทะเลาะกัน
เรารู้สึกว่า ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้ ลูกขะกลายเป็นเด็กเกเรหรือเด็กมีปัญหาแบบเรา เพราะตอนเราเด็กๆ พ่อกับแม่เราก็ทะเลาะกันรุนแรง พ่อตีแม่ และแม่ก็ชอบพังข้าวของ ปาของใส่พ่อ ตีพ่อ
เรากำลังสับสน และไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ต้องการคำแนะนำ หรือมุมมองจากคนอื่น
ว่า แบบไหนดี หรือควร หรือมีผลกระทบกับลูกน้อยที่สุด
เราไม่อยากให้การตัดสินใจของเรา เป็นปัญหากับลูกหรือทำให้ลูกแย่ไปกว่านี้
ระหว่างเราอยู่ที่บ้านกันลูกกับแม่ แต่มีปัญหาตลอด
กับ เราไปอยู่ที่อื่น และไม่มีปัญหา แต่เหมือนทิ้งลูก
เราควรทำแบบไหนดีคะ