เริ่ม ถุงมือเรื่องสั้น เรื่องที่ 1 ประจำสัปดาห์ที่ 15 ครับ ^^
นี่เป็นเรื่องราวในยุทธภพ สองกงจื้อรูปหล่อจำเป็นต้องประลองยุทธกันให้แตกหักกันไปข้าง ทั้งๆ ที่เป็นสหายสนิทกันแท้ๆ แต่มิตรภาพต้องมาพังทลายกันเพราะนารีงามนางเดียวผู้เป็นที่หมายปอง มิใช่แต่สองกงจื้อเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงคนอื่นอีกด้วย ทั้งสองจึงนัดพบกันและร่ำสุรากันฉันท์มิตรเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะประหัตประหารกันในวันรุ่งขึ้น ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง...
เหตุการณ์จะลงเอยประการใด เชิญวิญญูชนทั้งหลายล้อมวงสดับกันต่อไป...

ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองกวางโจว มีชายหนุ่มรูปงามคู่หนึ่งกำลังนั่งกอดอกจ้องตากันไม่กะพริบ นี่ถ้าเป็นปลากัดป่านนี้คงจะท้องออกลูกเป็นฝูงไปแล้ว ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทคู่หูกันมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับต้องมาทะเลาะกัน เพราะดันไปรัก
แม่นางหลี่เฟ่ย สาวงามแห่งหมู่บ้านสามเซ่า นางถูกญาติสนิทที่อาศัยอยู่ด้วย ประกาศขายนางเพื่อให้พ้นไปจากชายคา ด้วยมีเงื่อนไขว่าชายใดต้องการนางทาสผู้ที่แสนงดงามคนนี้ ให้นำเงินมาลงขันห้าสิบตำลึงก่อนเข้าสู่แดนประลองยุทธเพื่อต่อสู้แย่งชิง จอมยุทธที่สามารถชนะทุกท่านยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายก็จะได้ตัวแม่นางหลี่เฟ่ยไปครอบครอง
“ตกลงเจ้ากับข้าต้องต่อสู้กันจริง ๆ ใช่ไหม
เจิ้งหลง”
เฟยหงจ้องเพื่อนเขม็ง ยิ้มเย็นชาให้กับหนุ่มหน้าหวานคิ้วหนาผิวอมเหลืองเก่งในเรื่องการฟันดาบ มีฉายาว่า “เจิ้งหลง หล่อหน้าหวานดาบพิฆาต”
“ใช่ ในเมื่อเจ้ากับข้ารักแม่นางหลี่เฟ่ยคนเดียวกัน ยกเว้นเจ้าจะยกนางให้ข้า เฟยหง” เจิ้งหลงจ้องเพื่อนกลับเขม็งไม่ลดละเช่นกัน จิกยิ้มนิดหนึ่งให้กับคู่หูมาดเข้มหน้าดุแต่ดันหล่อจมูกโด่งตาเหมือนเหยี่ยว เก่งในเรื่องกระบี่ มีฉายาว่า “เฟยหง หล่อเข้มตาเหยี่ยวกระบี่ไร้เงา”
“ก็ได้ งั้นเจ้ากับข้ามาสู้กัน และมาดื่มด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย เสี่ยวเอ้อ เอาเหล้ามาอีกสองไห” เฟยหงตะโกนสั่งเจ้าของโรงเตี๊ยม
“ท่านจอมยุทธทั้งสอง อย่าหาว่าข้าดูผิดต่อท่านทั้งสองเลยนะ ก่อนจะเอาเหล้าอีกสองไห ได้โปรดช่วยจ่ายค่าอาหารกับเหล้าที่ท่านทั้งสองดื่มไปแล้วคนละไหมาให้ข้าก่อน” เสี่ยวเอ้อเดินมายืนอยู่หน้าคนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ กลัวจะโดนชักดาบ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ไว้ใจพวกข้าทั้งสองคน ก็ได้ พวกข้าจะจ่าย ทั้งหมดนี่เท่าไหร่เสี่ยวเอ้อ หารสอง” เจิ้งหลงเงยหน้ามองเจ้าของร้านพูดเสียงยืดยาน พยายามทรงตัวเองไม่ให้โอนเอน
“ทั้งหมดนี่ก็ สิบตำลึงกับแปดอีแปะ”
“หารสอง มันต้องจ่ายคนเท่าไร เสี่ยวเอ้อ” เฟยหงถามบ้างล้วงถุงเงินออกมาจากเอวตัวเอง
“คนละห้าตำลึงกับสี่อีแปะ” เสี่ยวเอ้อมองหน้าคนถาม คิดในใจเลขแค่นี้ทำไมมันคิดไม่ได้วะ
“ข้ามีเงินเยอะแยะ เห็นหรือยัง หยิบไปได้เลยเสี่ยวเอ้อ แล้วเอาเหล้ามาอีกสองไห วันนี้ข้าจะดื่มให้เมาเพื่อเป็นการสั่งลาคู่หูของข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้ข้าอาจจะฆ่าเพื่อนของข้าด้วยดาบพิฆาต” เจิ้งหลงหนุ่มหน้าหวานวางถุงเงินให้กับเสี่ยวเอ้อบนโต๊ะ
“ข้าก็มีเยอะแยะ หยิบไปเลยเสี่ยวเอ้อแล้วรีบไปเอาเหล้ามาให้ข้า วันนี้ข้าจะดื่มให้เมาเพื่อเป็นการสั่งลาคู่หูของข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้ข้าอาจจะฆ่าเพื่อนของข้าด้วยกระบี่ไร้เงา” เฟยหงหนุ่มหน้าเข้มเอาถุงเงินมาวางให้เสี่ยวเอ้อบนโต๊ะบ้าง
“ได้ งั้นข้าขอยึดถุงเงินทั้งสองนี้ไว้ก่อน แล้วจะทอนให้กับท่านทั้งสอง หลังจากที่พวกท่านดื่มกันเต็มที่เรียบร้อยแล้ว” เสี่ยวเอ้อ ถือโอกาสยึดเอาถุงเงินทั้งสองถุงไปไว้กับตัวเองไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปในครัวหยิบเอาเหล้ามาให้สองหนุ่มเจ้าสำราญอีกคนละไห
ความงามของแม่นางหลี่เฟ่ย สาวหน้าหวานตากลมบ้องแบ๊วใสซื่อริมฝีปางบางแดงระเรื่อผมดำขลับยาวสลวยรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อยผิวขาวนวลผ่องชวนหลงใหล ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองต้องขาดสะบั้นลงในวันพรุ่งนี้ วันท้าประลองยุทธจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะยืนหยัดต่อไปเพื่อให้ได้เคียงคู่กับแม่นางหลี่เฟ่ย
ทั้งสองสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันรุ่งขึ้น เพราะเสียงปลุกของเสี่ยวเอ้อเจ้าของร้าน ก็พบว่าตัวเองนอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะในโรงเตี๊ยม เห็นไหเหล้าวางอยู่บนโต๊ะนับสิบไห และก็ตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันท้าประลองยุทธ
“เสี่ยวเอ้อ เสี่ยวเอ้อ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” สองหนุ่มเจ้าสำราญถามขึ้นพร้อมกัน
“ยามเว่ย” เสี่ยวเอ้อตอบ (ยามเว่ย= เวลา 13:00 น. - 14:59 น.)
“หา ทำไมเสี่ยวเอ้อถึงเพิ่งจะมาปลุกฮึ แล้วนี้พวกข้าจะไปประลองยุทธทันหรือ” เจิ้งหลงตาลีตาเหลือกรีบลุกขึ้นจะวิ่งไปบ้านของแม่นางหลี่เฟ่ยในทันที
“ข้าไปด้วย” เฟยหงรีบลุกตาม
“เดี๋ยวก่อนท่านทั้งสอง เอาถุงเงินของพวกท่านคืนไปด้วย” เสี่ยวเอ้อ รีบตะโกนไล่หลังจอมยุทธทั้งสอง ชูถุงเงินที่เหลือจากหักค่าเหล้าและกับแกล้มเมื่อวานเรียบร้อย
“ขอบคุณเสี่ยวเอ้อ” ทั้งสองวิ่งกลับมารับถุงเงินของตัวเอง แล้วหันหลังวิ่งหน้าตั้งไปยังบ้านของแม่นางหลี่เฟ่ยเพื่อให้ทันประลองยุทธ
ทั้งสองวิ่งมาทันเวลาคู่สุดท้ายพอดิบพอดี พากันยืนหายใจหอบ แฮ่ก ๆ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“ท่านทั้งสอง จะเข้าร่วมประลองยุทธใช่ไหม”
“ใช่”
“ตามกติกา ก่อนเข้าร่วมประลองยุทธ ต้องจ่ายเงินลงในขันก่อนท่านละห้าสิบตำลึง”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา” เฟยหงหยิบถุงเงินเหน็บไว้ที่เอวออกมานับ เงยหน้ามองเจิ้งหลงด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก
“ข้าก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เจิ้งหลงหยิบถุงเงินเหน็บไว้ที่เอวออกมานับเช่นกัน เสร็จแล้วก็ต้องเงยหน้ามองเฟยหงด้วยสีหน้าบอกไม่ถูกเช่นเดียวกัน
ทั้งคู่เอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กัน
“เจ้ามีเงินให้ข้ายืมก่อนยี่สิบหกตำลึงไหม ข้าเหลือเงินอยู่ยี่สิบสี่ตำลึงเอง” เฟยหงพูดออกมายอมเสียหน้ายืมเงินเพื่อนก่อนดีกว่าเสียหญิงงามที่ตนหมายปอง
“ข้าก็จะถามยืมเจ้าเหมือนกัน ข้าเหลือเงินอยู่ ยี่สิบสี่ตำลึงเหมือนกับเจ้า” เจิ้งหลงหน้าเสียหัวใจหล่นหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“เงินเราสองคนรวมกันยังไม่ถึงห้าสิบตำลึงเลยนะ” เฟยหงพูดขึ้น
“เหล้า เราจ่ายค่าเหล้าไปเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ” เจิ้งหลงพลันนึกถึงไหเหล้าเปล่าวางอยู่มากมายเต็มโต๊ะ
“ท่านช่วยลดหน่อยได้ไหม สี่สิบแปดตำลึงได้ไหมท่าน ได้โปรด” ทั้งสองหันมาอ้อนวอนเริ่มคิดแผนการ ถ้าได้ตามคำขอ ก็จะใช้วาจาปากเป็นเอกของตนขอให้อีกฝ่ายเสียสละ
“ไม่ได้ ห้ามขาดห้ามเกิน ไม่มีก็ไม่ต้องประลองยุทธ” คนเก็บเงินมองทั้งสองตั้งแต่หัวถึงปลายเท้าขึ้นลงหลายรอบสลับกันไปมา เปรยลอดไรฟัน
“พูดไม่คิด ช่างกล้า”
น้ำเสียงหนักแน่นของคนเก็บเงินทำให้ทั้งสองถึงกับนั่งลงกับพื้น หมดสภาพคอตกหัวใจห่อเหี่ยวลงในบัดดล เมื่อนึกถึงแม่นางหลี่เฟ่ยต้องตกไปอยู่กับชายอื่น
และแล้วทั้งสองก็ต้องเจ็บใจมากไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า เมื่อเห็นจอมยุทธที่ชนะการประลองยุทธครั้งนี้กำลังจูงมือแม่นางหลี่เฟ่ยไปต่อหน้าต่อตา คือลูกชายของเสี่ยวเอ้อที่เขาทั้งสองไปนั่งดื่มเมื่อคืนนี้นั่นเอง
... จบแล้ว ...
รายชื่อให้เลือกตอบ
1. Chi River
2. Christian Trevelyan Grey
3. KTHc
4. Ladylongleg - 2326325 (คุณเล็ก)
5. Lady Star 919 (น้องดาว)
6. Psycho G
7. Soul Master
8. TOSHARE - 5212378
9. WANG JIE (กรรมการ)
10. แจ๊คในสวนถั่ว
11. ดินสอสีน้ำ
12. นลินมณี
13. ป้ามล - 3650985
14. รัชต์สารินท์
15. ไร้นาม - 3842840
16. ลุงแผน
17. ลูนาติก
18. วนิล - 3188982
19. สวนดอก
20. สิงห์ริมถนน
😂😯🗡😁THE GLOVES 2020 ถุงมือเรื่องสั้น#52 Week#15, 5 - 9 ตุลาคม "ศึกชิงนาง" - ถุงมือ มคปด.😁🗡😂😯
นี่เป็นเรื่องราวในยุทธภพ สองกงจื้อรูปหล่อจำเป็นต้องประลองยุทธกันให้แตกหักกันไปข้าง ทั้งๆ ที่เป็นสหายสนิทกันแท้ๆ แต่มิตรภาพต้องมาพังทลายกันเพราะนารีงามนางเดียวผู้เป็นที่หมายปอง มิใช่แต่สองกงจื้อเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงคนอื่นอีกด้วย ทั้งสองจึงนัดพบกันและร่ำสุรากันฉันท์มิตรเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะประหัตประหารกันในวันรุ่งขึ้น ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง...
เหตุการณ์จะลงเอยประการใด เชิญวิญญูชนทั้งหลายล้อมวงสดับกันต่อไป...
“ตกลงเจ้ากับข้าต้องต่อสู้กันจริง ๆ ใช่ไหม เจิ้งหลง” เฟยหงจ้องเพื่อนเขม็ง ยิ้มเย็นชาให้กับหนุ่มหน้าหวานคิ้วหนาผิวอมเหลืองเก่งในเรื่องการฟันดาบ มีฉายาว่า “เจิ้งหลง หล่อหน้าหวานดาบพิฆาต”
“ใช่ ในเมื่อเจ้ากับข้ารักแม่นางหลี่เฟ่ยคนเดียวกัน ยกเว้นเจ้าจะยกนางให้ข้า เฟยหง” เจิ้งหลงจ้องเพื่อนกลับเขม็งไม่ลดละเช่นกัน จิกยิ้มนิดหนึ่งให้กับคู่หูมาดเข้มหน้าดุแต่ดันหล่อจมูกโด่งตาเหมือนเหยี่ยว เก่งในเรื่องกระบี่ มีฉายาว่า “เฟยหง หล่อเข้มตาเหยี่ยวกระบี่ไร้เงา”
“ก็ได้ งั้นเจ้ากับข้ามาสู้กัน และมาดื่มด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย เสี่ยวเอ้อ เอาเหล้ามาอีกสองไห” เฟยหงตะโกนสั่งเจ้าของโรงเตี๊ยม
“ท่านจอมยุทธทั้งสอง อย่าหาว่าข้าดูผิดต่อท่านทั้งสองเลยนะ ก่อนจะเอาเหล้าอีกสองไห ได้โปรดช่วยจ่ายค่าอาหารกับเหล้าที่ท่านทั้งสองดื่มไปแล้วคนละไหมาให้ข้าก่อน” เสี่ยวเอ้อเดินมายืนอยู่หน้าคนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ กลัวจะโดนชักดาบ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่ไว้ใจพวกข้าทั้งสองคน ก็ได้ พวกข้าจะจ่าย ทั้งหมดนี่เท่าไหร่เสี่ยวเอ้อ หารสอง” เจิ้งหลงเงยหน้ามองเจ้าของร้านพูดเสียงยืดยาน พยายามทรงตัวเองไม่ให้โอนเอน
“ทั้งหมดนี่ก็ สิบตำลึงกับแปดอีแปะ”
“หารสอง มันต้องจ่ายคนเท่าไร เสี่ยวเอ้อ” เฟยหงถามบ้างล้วงถุงเงินออกมาจากเอวตัวเอง
“คนละห้าตำลึงกับสี่อีแปะ” เสี่ยวเอ้อมองหน้าคนถาม คิดในใจเลขแค่นี้ทำไมมันคิดไม่ได้วะ
“ข้ามีเงินเยอะแยะ เห็นหรือยัง หยิบไปได้เลยเสี่ยวเอ้อ แล้วเอาเหล้ามาอีกสองไห วันนี้ข้าจะดื่มให้เมาเพื่อเป็นการสั่งลาคู่หูของข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้ข้าอาจจะฆ่าเพื่อนของข้าด้วยดาบพิฆาต” เจิ้งหลงหนุ่มหน้าหวานวางถุงเงินให้กับเสี่ยวเอ้อบนโต๊ะ
“ข้าก็มีเยอะแยะ หยิบไปเลยเสี่ยวเอ้อแล้วรีบไปเอาเหล้ามาให้ข้า วันนี้ข้าจะดื่มให้เมาเพื่อเป็นการสั่งลาคู่หูของข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พรุ่งนี้ข้าอาจจะฆ่าเพื่อนของข้าด้วยกระบี่ไร้เงา” เฟยหงหนุ่มหน้าเข้มเอาถุงเงินมาวางให้เสี่ยวเอ้อบนโต๊ะบ้าง
“ได้ งั้นข้าขอยึดถุงเงินทั้งสองนี้ไว้ก่อน แล้วจะทอนให้กับท่านทั้งสอง หลังจากที่พวกท่านดื่มกันเต็มที่เรียบร้อยแล้ว” เสี่ยวเอ้อ ถือโอกาสยึดเอาถุงเงินทั้งสองถุงไปไว้กับตัวเองไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปในครัวหยิบเอาเหล้ามาให้สองหนุ่มเจ้าสำราญอีกคนละไห
ความงามของแม่นางหลี่เฟ่ย สาวหน้าหวานตากลมบ้องแบ๊วใสซื่อริมฝีปางบางแดงระเรื่อผมดำขลับยาวสลวยรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเอวบางร่างน้อยผิวขาวนวลผ่องชวนหลงใหล ทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองต้องขาดสะบั้นลงในวันพรุ่งนี้ วันท้าประลองยุทธจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะยืนหยัดต่อไปเพื่อให้ได้เคียงคู่กับแม่นางหลี่เฟ่ย
ทั้งสองสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันรุ่งขึ้น เพราะเสียงปลุกของเสี่ยวเอ้อเจ้าของร้าน ก็พบว่าตัวเองนอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะในโรงเตี๊ยม เห็นไหเหล้าวางอยู่บนโต๊ะนับสิบไห และก็ตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันท้าประลองยุทธ
“เสี่ยวเอ้อ เสี่ยวเอ้อ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” สองหนุ่มเจ้าสำราญถามขึ้นพร้อมกัน
“ยามเว่ย” เสี่ยวเอ้อตอบ (ยามเว่ย= เวลา 13:00 น. - 14:59 น.)
“หา ทำไมเสี่ยวเอ้อถึงเพิ่งจะมาปลุกฮึ แล้วนี้พวกข้าจะไปประลองยุทธทันหรือ” เจิ้งหลงตาลีตาเหลือกรีบลุกขึ้นจะวิ่งไปบ้านของแม่นางหลี่เฟ่ยในทันที
“ข้าไปด้วย” เฟยหงรีบลุกตาม
“เดี๋ยวก่อนท่านทั้งสอง เอาถุงเงินของพวกท่านคืนไปด้วย” เสี่ยวเอ้อ รีบตะโกนไล่หลังจอมยุทธทั้งสอง ชูถุงเงินที่เหลือจากหักค่าเหล้าและกับแกล้มเมื่อวานเรียบร้อย
“ขอบคุณเสี่ยวเอ้อ” ทั้งสองวิ่งกลับมารับถุงเงินของตัวเอง แล้วหันหลังวิ่งหน้าตั้งไปยังบ้านของแม่นางหลี่เฟ่ยเพื่อให้ทันประลองยุทธ
ทั้งสองวิ่งมาทันเวลาคู่สุดท้ายพอดิบพอดี พากันยืนหายใจหอบ แฮ่ก ๆ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“ท่านทั้งสอง จะเข้าร่วมประลองยุทธใช่ไหม”
“ใช่”
“ตามกติกา ก่อนเข้าร่วมประลองยุทธ ต้องจ่ายเงินลงในขันก่อนท่านละห้าสิบตำลึง”
“ได้สิ ไม่มีปัญหา” เฟยหงหยิบถุงเงินเหน็บไว้ที่เอวออกมานับ เงยหน้ามองเจิ้งหลงด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก
“ข้าก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เจิ้งหลงหยิบถุงเงินเหน็บไว้ที่เอวออกมานับเช่นกัน เสร็จแล้วก็ต้องเงยหน้ามองเฟยหงด้วยสีหน้าบอกไม่ถูกเช่นเดียวกัน
ทั้งคู่เอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กัน “เจ้ามีเงินให้ข้ายืมก่อนยี่สิบหกตำลึงไหม ข้าเหลือเงินอยู่ยี่สิบสี่ตำลึงเอง” เฟยหงพูดออกมายอมเสียหน้ายืมเงินเพื่อนก่อนดีกว่าเสียหญิงงามที่ตนหมายปอง
“ข้าก็จะถามยืมเจ้าเหมือนกัน ข้าเหลือเงินอยู่ ยี่สิบสี่ตำลึงเหมือนกับเจ้า” เจิ้งหลงหน้าเสียหัวใจหล่นหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“เงินเราสองคนรวมกันยังไม่ถึงห้าสิบตำลึงเลยนะ” เฟยหงพูดขึ้น
“เหล้า เราจ่ายค่าเหล้าไปเยอะขนาดนั้นเชียวหรือ” เจิ้งหลงพลันนึกถึงไหเหล้าเปล่าวางอยู่มากมายเต็มโต๊ะ
“ท่านช่วยลดหน่อยได้ไหม สี่สิบแปดตำลึงได้ไหมท่าน ได้โปรด” ทั้งสองหันมาอ้อนวอนเริ่มคิดแผนการ ถ้าได้ตามคำขอ ก็จะใช้วาจาปากเป็นเอกของตนขอให้อีกฝ่ายเสียสละ
“ไม่ได้ ห้ามขาดห้ามเกิน ไม่มีก็ไม่ต้องประลองยุทธ” คนเก็บเงินมองทั้งสองตั้งแต่หัวถึงปลายเท้าขึ้นลงหลายรอบสลับกันไปมา เปรยลอดไรฟัน “พูดไม่คิด ช่างกล้า”
น้ำเสียงหนักแน่นของคนเก็บเงินทำให้ทั้งสองถึงกับนั่งลงกับพื้น หมดสภาพคอตกหัวใจห่อเหี่ยวลงในบัดดล เมื่อนึกถึงแม่นางหลี่เฟ่ยต้องตกไปอยู่กับชายอื่น และแล้วทั้งสองก็ต้องเจ็บใจมากไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า เมื่อเห็นจอมยุทธที่ชนะการประลองยุทธครั้งนี้กำลังจูงมือแม่นางหลี่เฟ่ยไปต่อหน้าต่อตา คือลูกชายของเสี่ยวเอ้อที่เขาทั้งสองไปนั่งดื่มเมื่อคืนนี้นั่นเอง
1. Chi River
2. Christian Trevelyan Grey
3. KTHc
4. Ladylongleg - 2326325 (คุณเล็ก)
5. Lady Star 919 (น้องดาว)
6. Psycho G
7. Soul Master
8. TOSHARE - 5212378
9. WANG JIE (กรรมการ)
10. แจ๊คในสวนถั่ว
11. ดินสอสีน้ำ
12. นลินมณี
13. ป้ามล - 3650985
14. รัชต์สารินท์
15. ไร้นาม - 3842840
16. ลุงแผน
17. ลูนาติก
18. วนิล - 3188982
19. สวนดอก
20. สิงห์ริมถนน