หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] รีวิว"แซ่บคักๆ" ร้านอาหารอีสานรสแซ่บนัวที่ใส่ใจเรื่องความสะอาดทุกขั้นตอน อยู่ภายในซอยเศรษฐีทวีทรัพย์
กระทู้รีวิว
อาหารภาคอีสาน
อาหารไทย
อาหารพื้นบ้าน
อาหารคาว
อาหารฟิวชั่น
ช่วงบ่ายหลังจากประชุมเสร็จยังพอมีเวลาเหลือเจ้านายผมเลยชวนเหล่าเพื่อนๆร่วมงานมาทานร้านอาหารอีสานเปิดใหม่อยู่ภายในซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ (อยู่ระหว่างสุขุมวิทซอย 16 กับ 22) ไม่ไกลจาก Office ที่เราอยู่มากนัก จุดเด่นของที่ร้านนี้คือความสะอาด/การตกแต่งร้านสวยนั่งสบาย มาทานวันก่อนรสชาติถือว่าดีและไม่มีอาการเสาะท้องหลังจากทานเสร็จวันนี้เลยตัดสินใจพกกล้องมารีวิวด้วย ถ้านำรถส่วนตัวมาฝั่งตรงข้ามร้านมีลานจอดรถเสียค่าจอดเป็นรายชั่วโมง แต่ถ้าเดินทางมาด้วย BTS ลงสถานีอโศกเรียกรถเข้ามาในซอยสุขุมวิท 16 ประมาณ 1.4 กม. MRT ลงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แล้วกดค้นหาชื่อร้านเรียกรถมาตาม Google Maps ได้เลย หน้าร้านจะมองยากหน่อยเพราะป้ายเล็กมากๆ แต่ถ้าเจอตึกแถวกระจกบานใหญ่ๆมีแคร่ไม้ไผ่หน้าร้านแบบนี้แสดงว่ามาถูกร้านแล้วครับ
เดินเข้ามาบรรยากาศภายในร้านคืออีสานที่ดูมีสไตล์ไม่รกรุงรัง กำแพงร้านสีเขียวเข้มสลับสีดำใช้โต๊ะไม้สีอ่อนๆกับโต๊ะ-แคร่ไม้ไผ่สลับกันผสมกับลายผ้าขาวม้า/กระด้งและถาดลายดอกไม้แบบโบราณ รู้เลยว่าทุกมุมในร้านทำมาเพื่อให้ชาว Office อยากถ่ายรูปเก๋ๆอวดลงใน Social อย่างแน่นอน แต่บางมุมก็ยังตกแต่งไม่เสร็จดีเพราะวันที่เรามาทานร้านเพิ่งเปิดบริการได้เพียง 10 วันเท่านั้น ถ้าตกแต่งเสร็จครบดีแล้วน่าจะสวยงามกว่านี้อีกหลายมุมเลยครับ
เมนูในร้านยังไม่เสร็จดีแต่วิธีการสั่งอาหารก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเมื่อเรานั่งลงที่โต๊ะแล้วพนักงานก็จะนำ QR Code มาให้เราสแกนเพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์เมนูสั่งอาหารได้ทันทีไม่ต้องคอยมาแย่งดูกันคนละเล่มและสามารถสั่งได้จากในมือถือทันที เข้าไปดูเมนูทั้งหมดของทางร้านได้เลยที่นี่" bit.ly/3iqb1qt "ราคาอาหารเริ่มต้น 60-420 บาท กดสั่งอาหารให้เรียบร้อย ระหว่างนี้ปล่อยให้เพื่อนถ่ายรูปเล่นมุมต่างๆในร้านส่วนเราไปดูวิธีทำส้มตำของที่นี่กันครับ
เคล็ดลับของความสดใหม่ที่ร้านนี้คือวัตถุดิบของสดทุกอย่างไม่มีการวางเตรียมไว้นอกตู้เย็น จะถูกหยิบออกมาหลังจากที่มีออเดอร์เท่านั้นของแห้งอื่นๆถูกปิดฝาอย่างมิดชิด ครกถูกแยกออกเป็น 3 หลุมคือครกสำหรับตำปลาร้า /ครกสำหรับตำไทยและครกสำหรับตำผลไม้ หากไม่ได้ใช้งานแล้วก็ล้างเก็บเช็ดให้แห้งคลุมผ้ากันแมลงไว้เป็นอย่างดี แม่ครัวใส่หมวก/ผ้าปิดปาก/ถุงมือในการทำทุกขั้นตอน ฝีมือในการปรุงรสชาติของที่ร้านนี้เขาเน้นไปทางกลมกล่อมที่สำคัญทุกจานไม่ใส่ผงชูรสแต่ถ้าอยากให้เพิ่มก็บอกได้ กินเผ็ด/เปรี้ยว/อยากได้นัวแบบอีสานแท้ๆก็สั่งได้เลยเต็มที่เพราะพื้นฐานของเชฟร้านนี้เป็นชาวอีสานแท้ๆเคยทำงานที่ภูเก็ตมานานกว่า 20 ปีก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ฝีมือดีพอตัว
เมนูจานแรกออกมาเสิร์ฟก่อนคือ "ตำซั่วหมูยอ" ราคา 95 บาท เป็นตำน้ำปลาร้าใส่หมูยออุบลชิ้นใหญ่ๆเนื้อนุ่มมีกลิ่นพริกไทยอ่อนๆไม่รบกวนความนัวตำปลาร้าโรยเม็ดกระถินมาเต็มหน้า ปรุงรสเผ็ดเค็มนำ-เปรี้ยวอมหวานนิดๆสไตล์ที่คนกรุงเทพฯชอบ เส้นมะละกอสดกรอบเย็นสดชื่นเพราะนำออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆสับด้วยมือแบบอีสานแท้ๆ เส้นขนมจีนที่ใช้เป็นเส้นสดไม่ใช่หมักเหมาะกับพวกเราที่ท้องไส้อ่อนไหวต่อของหมักแต่ยังอยากทานปลาร้าอยู่ รวมๆแล้วถือว่าแซ่บนัวทานง่ายรสชาติสะอาดๆได้เนื้อหนังเคี้ยวเต็มคำดี ถ้าอยากได้นัวหนักปลาร้ากว่านี้อย่างที่บอกไปว่าสั่งเพิ่มได้ครับ จานต่อมาเป็นส้มตำที่ทานง่ายๆอย่าง "ตำข้าวโพดไข่เค็ม" ราคา 90 บาท ข้าวโพดต้มหวานๆคลุกกับน้ำส้มตำรสเปรี้ยวอมหวานสไตล์ตำไทย ตัดความเค็มนัวด้วยไข่เป็ดแดงเค็มไชยาเนื้อไข่แดงมันแต่ไข่ขาวไม่เค็มปี๋เกินไปแบบหลายๆร้าน อร่อยสดชื่นกลมกล่อมเหมือนทานยำข้าวโพดน้ำส้มตำเย็นๆทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆอย่างฟินห์
ต่อที่เมนูของย่างจานแรกคือ "ไก่ย่างหินลาวา" ราคา 85 บาท ใช่แล้วไก่ย่างของที่นี่เขาใช้เป็นส่วนสะโพกติดกับน่องหมักนุ่มสไตล์อีสานแล้วนำไปย่างบนหินลาวา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กลิ่นถ่านหอมๆกลับมาแต่ได้ความชุ่มฉ่ำและวิธีนี้ยังช่วยรีดไขมันส่วนเกินออกไปทำให้หนังไก่บางเฉียบไม่เหมือนร้านไหน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มไก่-น้ำจิ้มแจ่วมะขามในจานเดียวกันเลือกความอร่อยได้ 2 อารมณ์ในเมนูเดียว เมนูถัดไปก็ถือว่าเป็นจานที่คู่กับร้านอาหารอีสานคือ "คอหมูย่าง" ราคา 130 บาท เป็นคอหมูย่างทั้งชิ้นหมักด้วยเครื่องสมุนไพรหวานนำย่างด้านนอกสุกสีน้ำตาลแต่เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับแจ่วมะขามรสชาติเผ็ด/เปรี้ยว/หวานหอมกลิ่นพริกป่นและข้าวคั่ว หั่นมาบางๆแต่ชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีส่วนสันคอหมูย่างให้สั่งไม่โกหกว่าเป็นคอหมูแถมแยกมาชัดเจนดี ซื่อตรงต่อผู้บริโภคดีมากๆครับ
จานต่อไปเป็นเมนูธรรมดาแต่มีความพิเศษซ่อนอยู่คือ "ลาบเป็ดยโส" ราคา 140 บาท เป็ดของที่นี่เขาแยกส่วนเนื้อและหนังออกจากกัน เนื้อเอาไปสับทำลาบส่วนหนังเอามาเจียวเป็นกากเป็ดโรยบนลาบส่วนเครื่องสมุนไพรทั้งใบมะกรูด/พริกแห้งต่างก็ทอดในน้ำมันเป็ด เพิ่มความกรุบกรอบและอร่อยนัวอีกชั้นด้วยหอมเจียว จึงทำให้จานนี้อร่อยกรุบกรอบได้หลากหลายสัมผัสในจานเดียวโดยไม่ต้องพึ่งผงนัวใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งไม่มีกลิ่นสาบเป็ดเลย (เดาว่าน่าจะใช้เป็ดสดในการทำ) ดีงามมากๆครับ ตามมาด้วยเมนูซุปซดร้อนๆกันบ้างก็คือ "ต้มแซ่บกระดูกหมู" ราคา 130 บาท ที่ร้านนี้เขาเสิร์ฟมายกหม้อสีฟ้า (แต่คนแก่สมัยก่อนเรียกหม้อสีเขียว) เป็นซี่โครงหมูส่วนติดกับกระดูกอ่อนตุ๋นจนนุ่มเคี้ยวง่ายก่อนจะปรุงตามแบบฉบับต้มแซ่บสไตล์อีสาน รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดแซ่บหอมกลิ่นพริกคั่ว-สมุนไฟรสุดนัว ได้ซดร้อนๆอร่อยเปรี้ยวเผ็ดสะดุ้งช่วยให้ตาตื่นดีมาก ถ้าใครไม่ทานเผ็ดสามารถบอกที่ร้านให้ปรับได้เหมือนเดิมครับ
ที่เรายกพวกมากันวันนี้ก็เพราะเมนุนี้เลย "ขาหมูทอดสไตล์เยอรมัน" ราคา 380 บาท (แต่ปัจจุบันปรับราคาขึ้นเป็น 420 บาท เพราะตอนที่เรามารีวิวเป็น Soft Opening) เสิร์ฟมาขาใหญ่ดูจากสายตาแล้วน่าจะประมาณ 1.6-1.7 กก. ตัดแบ่งกันได้ 3-4 คน เมื่อเราสั่งมาตอนเสิร์ฟที่ร้านเขาจะยกออกมาจากครัวทั้งขาให้ถ่ายรูปก่อนหลังจากนั้นจะยกไปหั่นให้ในครัว สามารถทานได้ 2 แบบคือจิ้มกับน้ำจิ้มคล้ายกับซีฟู๊ดของทางร้าน รสชาติปรี้ยวอมหวานพื้นฐานก็เป็นพริกแดง/กระเทียม/มะนาวสด/น้ำตาลเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยผักชีฝรั่ง ทำให้การทานขาหมูทอดกรอบๆขนาดใหญ่นี้อร่อยเพลินสุดๆ แต่ที่นี่เป็นร้านอาหารอีสานเขาจึงเสิร์ฟมาคู่กับ "ตำถั่วปลาร้า" เพื่อที่ให้ประกอบร่างกันด้วยกันเป็น "ตำถั่วหมูกรอบ" โดยใช้ขาหมูทอดสไตล์เยอรมันมาทานคู่กันแบบฟิวชั่นก็ทำให้ได้ทานเนื้อ+หนังเต็มที่ในทุกๆคำ ถ้าใครอยากทานนอกจากจะต้องเตรียมพวกมาให้พร้อมแล้ว (ทานไม่หมดทางร้านก็ห่อกลับบ้านฟรี) ใช้เวลาในการทอดอีก 30 นาที แนะนำว่าให้สั่งขาหมูทอดก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากนี้ก็ทานจานอื่นรอไปสุดท้ายจะมาพอดี
ส่วนน้ำดื่มนอกจากน้ำเปล่าแล้วเราสั่งน้ำต้มสมุนไพรมาชิมคนละแก้วทั้ง"น้ำอัญชันมะนาวโซดา" ราคา 45 บาท "น้ำชาไทยมะนาว" ราคา 45 บาท "น้ำกระเจี๊ยบ" ราคา 40 บาท และ "น้ำเก็กฮวย" ราคา 40 บาท ที่สั่งเพราะน้องพนักงานเชียร์ว่าเขาต้มสดใหม่ทุกวัน จุดเด่นของแต่ละแก้วคือกลิ่นสมุนไพรชัดเจนทุกๆแก้วมีความหวานแต่ไม่ถึงกับหวานเจี๊ยบ (ปล่อยให้ละลายนิดหน่อยก็จะได้ความหวานที่อ่อนลงมาพอดี) มะนาวที่ใช้เป็นแบบสดเปรี้ยวมีกลิ่นหอมตามแบบฉบับธรรมชาติ ดื่มแล้วสดชื่นช่วยลดความเผ็ดแซ่บและมันเลี่ยนของอาหารอีสานที่ร้านนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
มื้อนี้มากัน 4 คนทานแบบอิ่มจุกบิลค่าอาหารอยู่ที่ 1,340 บาท ไม่มี Vat. กับ Service Charge มารวมอีกเช่นเคย เฉลี่ยแล้วจ่ายที่ละ 335 บาท ถ้าหากไม่สั่งเมนูราคาแพงก็ประหยัดลงได้อีก รสชาติอาหารอีสานของที่ร้านนี้เขาปรุงตามสไตล์แบบกรุงเทพฯเน้นความเผ็ดแซ่บกลมกล่อมทานง่าย ขั้นตอนการเตรียมอาหารสะอาดทานเสร็จแล้วไม่มีอาการเสาะท้องกลับเข้าไปทำงานแบบสบายๆ ราคาก็ถือว่ารับได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่สั่ง หากอยากได้เมนูที่ฟิวชั่นกว่านี้ที่ร้านเขาก็มีให้สั่งอีกเพียบ ให้รับคะแนนความอร่อยและความคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟
พิกัด : เลขที่ 199/4 ซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. โทร. 02-126-5354
Facebook :
https://www.facebook.com/zaabkakkakbangkok
ลิงค์ Google Maps :
https://goo.gl/maps/oYLPDSJgEke5Sywy5
อ่านรีวิวแล้วสนุกช่วยกด + กระทู้นี้ แชร์ให้เพื่อนๆอ่าน
แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ >
https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/
<
และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘
ชื่อสินค้า:
แซ่บคักๆ ซอยเศรษฐีทวีทรัพย์
คะแนน:
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
- จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
Fine Dining ไทยร่วมสมัย 2,890++ เดินทางผ่านกาลเวลา ยกระดับสู่สากล
ล่องสายธารประวัติศาสตร์ 15 คอร์ส THARN ร้าน Fine Dining ไทยร่วมสมัยที่รังสรรค์รสชาติจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เดินทางผ่านกาลเวลา หยิบเอาเสน่ห์ของวัตถุดิบไทยคุณภาพสูง มาเรียงร้อยเรื่องราวจากยุค สุโขทัย อยุธย
มิกิชวนกิน
บ.บ๊วยตำแซ่บ (พุทธคุณส้มตำ) ถนนประชาราษฎร์บำรุง ตำบลวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท
พามาทานส้มตำไกลถึงจังหวัดชัยนาท ชื่อร้าน บ.บ๊วยตำแซ่บ (พุทธคุณส้มตำ) เป็นร้านอาหารอีสานในเขตวัดสิงห์ ตั้งอยู่ที่ถนนประชาราษฎร์บำรุง ตำบลวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ถ้ามาจากอำเภอวัดสิงห์ ร้านจะอยู
Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
ร้านลาบเป็ดชัยนาท @ ถนนพหลโยธิน ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
ร้านลาบเป็ดชัยนาทถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดชัยนาทที่ใครๆ ผ่านมาแล้วต้องแวะทาน ร้านตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.0
Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
โรงแรมเจ้าพระยาธารา ริเวอร์ไซด์ @ ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
ตอนไปชัยนาทเมื่อวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2568 เราพักกันที่โรงแรมเจ้าพระยาธารา ริเวอร์ไซด์ โรงแรมตั้งอยู่ในตัวเมืองชัยนาท ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 นาที โรงแรมติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พักรวมอาหารเ
Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
เปลี่ยน "หมูไหว้ตรุษจีน" ให้เป็นเมนูสุดแซ่บ! "ลาบหมูคั่ว" สูตรพริกลาบเหนือ ตำเองใหม่ๆ หอมฟุ้ง!! ชวนหิวว 🐷🧧🧨
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ค่ะ ทุกๆท่าน 🧧🧨 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เชื่อว่าตู้เย็นของหลายๆบ้าน ตอนนี้ต้องอัดแน่นไปด้วย "หมู เห็ด เป็ด ไก่" จากของไหว้แน่นอน จะเอามาทำพะโล้ซ้ำๆ หรือ คั่วเค็ม บางที
เที่ยวสบายสบาย
รีวิว Bistrot De La Mer ร้านอาหารฝรั่งเศส ณ โรงแรม Sindhorn Kempinski
มื้อนี้เราใช้โปรโมชั่น AMEX แบบ 2 จ่าย 1 สำหรับชุดอาหารกลางวัน โดยให้เจ้าหน้าที่ช่วยโทรจองให้ และระบุเป็นวันวาเลนไทน์ค่ะพอมาถึง พนักงานพาไปที่โต๊ะ วิวสวย บรรยากาศดีมาก สำหรับลูกค้าที่ใช้สิทธิ AMEX จะม
สมาชิกหมายเลข 891098
#สถานีเป็ดย่างเกลือ บางพลี @สมุทรปราการ รีบไปครับกลัวร้านปิด
เมื่อวาน จขกท.หาหมอเสร็จออกจากร.พ.ก็เกือบทุ่มครับ ทีแรกว่าจะไปหาของกินแถวบรรทัดทองแต่รถติดมาก ก็เลยกลับมากินแถวบ้าน ขึ้นด่วนไม่ค่อยติด รีบทำเวลาครับเพราะไม่อยากกินหลัง 2 ทุ่มแล้วก็ร้านจะปิด คิดอะไรไม่
double two
[TripNote] ลุงเล้า Ep. 462: ก๋วยจั๊บเส้นนุ่มมาก ปีกเป็ดพะโล้อย่างเปื่อยนุ่ม น้ำซุปหวานน้ำต้มกระดูก
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 - GMT+07:00 🕒 18:57 น. 📌 แยกพลับพลา 💵 265 บาท ★★★★★ ปึกเป็ดตุ๋น ไม่เค็มนำไม่หวานนำ อร่อยมาก ข้าวแห้งซี่โครงเปื่อย เส้นก๋วยจั๊บนุ่มมาก น้ำซุปไม่มีน้ำแ
หนมลุง
บอสพาชิม : Chai Jia Chai (蔡家菜) เปิดตำนาน “Manchu Han Imperial Feast” โต๊ะจีนจักรพรรดิและจิตวิญญาณแห่งไต้หวัน
บอสพาชิม : Chai Jia Chai (蔡家菜) เปิดตำนาน “Manchu Han Imperial Feast” โต๊ะจีนจักรพรรดิและจิตวิญญาณแห่งไต้หวัน (Bangkok, Thailand) หากถามหาที่สุดของความวิจิตรบรรจงในยุทธภพอาหารจีน คงหนีไม่
EatLikeTheBOSS
ไม่ใช่บรันช์ธรรมดา สวย เนี๊ยบ ทานง่าย อร่อยจริง
What The Brunch - ว๊อทเดอะบรันซ์ ที่ไม่ใช่ บรันช์ธรรมดา แต่เป็นร้านที่รวมเมนูไอเดียสนุกๆ และวัตถุดิบพรีเมียมแบบจัดเต็ม ทุกจานเสิร์ฟมาสไตล์สวย เนี๊ยบ แต่ทานง่าย อร่อยจริง เหมาะทั้งสายถ่ายรูป สายตามหาขอ
มิกิชวนกิน
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
อาหารภาคอีสาน
อาหารไทย
อาหารพื้นบ้าน
อาหารคาว
อาหารฟิวชั่น
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 99
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] รีวิว"แซ่บคักๆ" ร้านอาหารอีสานรสแซ่บนัวที่ใส่ใจเรื่องความสะอาดทุกขั้นตอน อยู่ภายในซอยเศรษฐีทวีทรัพย์
เดินเข้ามาบรรยากาศภายในร้านคืออีสานที่ดูมีสไตล์ไม่รกรุงรัง กำแพงร้านสีเขียวเข้มสลับสีดำใช้โต๊ะไม้สีอ่อนๆกับโต๊ะ-แคร่ไม้ไผ่สลับกันผสมกับลายผ้าขาวม้า/กระด้งและถาดลายดอกไม้แบบโบราณ รู้เลยว่าทุกมุมในร้านทำมาเพื่อให้ชาว Office อยากถ่ายรูปเก๋ๆอวดลงใน Social อย่างแน่นอน แต่บางมุมก็ยังตกแต่งไม่เสร็จดีเพราะวันที่เรามาทานร้านเพิ่งเปิดบริการได้เพียง 10 วันเท่านั้น ถ้าตกแต่งเสร็จครบดีแล้วน่าจะสวยงามกว่านี้อีกหลายมุมเลยครับ
เมนูในร้านยังไม่เสร็จดีแต่วิธีการสั่งอาหารก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเมื่อเรานั่งลงที่โต๊ะแล้วพนักงานก็จะนำ QR Code มาให้เราสแกนเพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์เมนูสั่งอาหารได้ทันทีไม่ต้องคอยมาแย่งดูกันคนละเล่มและสามารถสั่งได้จากในมือถือทันที เข้าไปดูเมนูทั้งหมดของทางร้านได้เลยที่นี่" bit.ly/3iqb1qt "ราคาอาหารเริ่มต้น 60-420 บาท กดสั่งอาหารให้เรียบร้อย ระหว่างนี้ปล่อยให้เพื่อนถ่ายรูปเล่นมุมต่างๆในร้านส่วนเราไปดูวิธีทำส้มตำของที่นี่กันครับ
เคล็ดลับของความสดใหม่ที่ร้านนี้คือวัตถุดิบของสดทุกอย่างไม่มีการวางเตรียมไว้นอกตู้เย็น จะถูกหยิบออกมาหลังจากที่มีออเดอร์เท่านั้นของแห้งอื่นๆถูกปิดฝาอย่างมิดชิด ครกถูกแยกออกเป็น 3 หลุมคือครกสำหรับตำปลาร้า /ครกสำหรับตำไทยและครกสำหรับตำผลไม้ หากไม่ได้ใช้งานแล้วก็ล้างเก็บเช็ดให้แห้งคลุมผ้ากันแมลงไว้เป็นอย่างดี แม่ครัวใส่หมวก/ผ้าปิดปาก/ถุงมือในการทำทุกขั้นตอน ฝีมือในการปรุงรสชาติของที่ร้านนี้เขาเน้นไปทางกลมกล่อมที่สำคัญทุกจานไม่ใส่ผงชูรสแต่ถ้าอยากให้เพิ่มก็บอกได้ กินเผ็ด/เปรี้ยว/อยากได้นัวแบบอีสานแท้ๆก็สั่งได้เลยเต็มที่เพราะพื้นฐานของเชฟร้านนี้เป็นชาวอีสานแท้ๆเคยทำงานที่ภูเก็ตมานานกว่า 20 ปีก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ฝีมือดีพอตัว
เมนูจานแรกออกมาเสิร์ฟก่อนคือ "ตำซั่วหมูยอ" ราคา 95 บาท เป็นตำน้ำปลาร้าใส่หมูยออุบลชิ้นใหญ่ๆเนื้อนุ่มมีกลิ่นพริกไทยอ่อนๆไม่รบกวนความนัวตำปลาร้าโรยเม็ดกระถินมาเต็มหน้า ปรุงรสเผ็ดเค็มนำ-เปรี้ยวอมหวานนิดๆสไตล์ที่คนกรุงเทพฯชอบ เส้นมะละกอสดกรอบเย็นสดชื่นเพราะนำออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆสับด้วยมือแบบอีสานแท้ๆ เส้นขนมจีนที่ใช้เป็นเส้นสดไม่ใช่หมักเหมาะกับพวกเราที่ท้องไส้อ่อนไหวต่อของหมักแต่ยังอยากทานปลาร้าอยู่ รวมๆแล้วถือว่าแซ่บนัวทานง่ายรสชาติสะอาดๆได้เนื้อหนังเคี้ยวเต็มคำดี ถ้าอยากได้นัวหนักปลาร้ากว่านี้อย่างที่บอกไปว่าสั่งเพิ่มได้ครับ จานต่อมาเป็นส้มตำที่ทานง่ายๆอย่าง "ตำข้าวโพดไข่เค็ม" ราคา 90 บาท ข้าวโพดต้มหวานๆคลุกกับน้ำส้มตำรสเปรี้ยวอมหวานสไตล์ตำไทย ตัดความเค็มนัวด้วยไข่เป็ดแดงเค็มไชยาเนื้อไข่แดงมันแต่ไข่ขาวไม่เค็มปี๋เกินไปแบบหลายๆร้าน อร่อยสดชื่นกลมกล่อมเหมือนทานยำข้าวโพดน้ำส้มตำเย็นๆทานคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆอย่างฟินห์
ต่อที่เมนูของย่างจานแรกคือ "ไก่ย่างหินลาวา" ราคา 85 บาท ใช่แล้วไก่ย่างของที่นี่เขาใช้เป็นส่วนสะโพกติดกับน่องหมักนุ่มสไตล์อีสานแล้วนำไปย่างบนหินลาวา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กลิ่นถ่านหอมๆกลับมาแต่ได้ความชุ่มฉ่ำและวิธีนี้ยังช่วยรีดไขมันส่วนเกินออกไปทำให้หนังไก่บางเฉียบไม่เหมือนร้านไหน เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มไก่-น้ำจิ้มแจ่วมะขามในจานเดียวกันเลือกความอร่อยได้ 2 อารมณ์ในเมนูเดียว เมนูถัดไปก็ถือว่าเป็นจานที่คู่กับร้านอาหารอีสานคือ "คอหมูย่าง" ราคา 130 บาท เป็นคอหมูย่างทั้งชิ้นหมักด้วยเครื่องสมุนไพรหวานนำย่างด้านนอกสุกสีน้ำตาลแต่เนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับแจ่วมะขามรสชาติเผ็ด/เปรี้ยว/หวานหอมกลิ่นพริกป่นและข้าวคั่ว หั่นมาบางๆแต่ชิ้นใหญ่เคี้ยวเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีส่วนสันคอหมูย่างให้สั่งไม่โกหกว่าเป็นคอหมูแถมแยกมาชัดเจนดี ซื่อตรงต่อผู้บริโภคดีมากๆครับ
จานต่อไปเป็นเมนูธรรมดาแต่มีความพิเศษซ่อนอยู่คือ "ลาบเป็ดยโส" ราคา 140 บาท เป็ดของที่นี่เขาแยกส่วนเนื้อและหนังออกจากกัน เนื้อเอาไปสับทำลาบส่วนหนังเอามาเจียวเป็นกากเป็ดโรยบนลาบส่วนเครื่องสมุนไพรทั้งใบมะกรูด/พริกแห้งต่างก็ทอดในน้ำมันเป็ด เพิ่มความกรุบกรอบและอร่อยนัวอีกชั้นด้วยหอมเจียว จึงทำให้จานนี้อร่อยกรุบกรอบได้หลากหลายสัมผัสในจานเดียวโดยไม่ต้องพึ่งผงนัวใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งไม่มีกลิ่นสาบเป็ดเลย (เดาว่าน่าจะใช้เป็ดสดในการทำ) ดีงามมากๆครับ ตามมาด้วยเมนูซุปซดร้อนๆกันบ้างก็คือ "ต้มแซ่บกระดูกหมู" ราคา 130 บาท ที่ร้านนี้เขาเสิร์ฟมายกหม้อสีฟ้า (แต่คนแก่สมัยก่อนเรียกหม้อสีเขียว) เป็นซี่โครงหมูส่วนติดกับกระดูกอ่อนตุ๋นจนนุ่มเคี้ยวง่ายก่อนจะปรุงตามแบบฉบับต้มแซ่บสไตล์อีสาน รสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดแซ่บหอมกลิ่นพริกคั่ว-สมุนไฟรสุดนัว ได้ซดร้อนๆอร่อยเปรี้ยวเผ็ดสะดุ้งช่วยให้ตาตื่นดีมาก ถ้าใครไม่ทานเผ็ดสามารถบอกที่ร้านให้ปรับได้เหมือนเดิมครับ
ที่เรายกพวกมากันวันนี้ก็เพราะเมนุนี้เลย "ขาหมูทอดสไตล์เยอรมัน" ราคา 380 บาท (แต่ปัจจุบันปรับราคาขึ้นเป็น 420 บาท เพราะตอนที่เรามารีวิวเป็น Soft Opening) เสิร์ฟมาขาใหญ่ดูจากสายตาแล้วน่าจะประมาณ 1.6-1.7 กก. ตัดแบ่งกันได้ 3-4 คน เมื่อเราสั่งมาตอนเสิร์ฟที่ร้านเขาจะยกออกมาจากครัวทั้งขาให้ถ่ายรูปก่อนหลังจากนั้นจะยกไปหั่นให้ในครัว สามารถทานได้ 2 แบบคือจิ้มกับน้ำจิ้มคล้ายกับซีฟู๊ดของทางร้าน รสชาติปรี้ยวอมหวานพื้นฐานก็เป็นพริกแดง/กระเทียม/มะนาวสด/น้ำตาลเพิ่มความหอมสดชื่นด้วยผักชีฝรั่ง ทำให้การทานขาหมูทอดกรอบๆขนาดใหญ่นี้อร่อยเพลินสุดๆ แต่ที่นี่เป็นร้านอาหารอีสานเขาจึงเสิร์ฟมาคู่กับ "ตำถั่วปลาร้า" เพื่อที่ให้ประกอบร่างกันด้วยกันเป็น "ตำถั่วหมูกรอบ" โดยใช้ขาหมูทอดสไตล์เยอรมันมาทานคู่กันแบบฟิวชั่นก็ทำให้ได้ทานเนื้อ+หนังเต็มที่ในทุกๆคำ ถ้าใครอยากทานนอกจากจะต้องเตรียมพวกมาให้พร้อมแล้ว (ทานไม่หมดทางร้านก็ห่อกลับบ้านฟรี) ใช้เวลาในการทอดอีก 30 นาที แนะนำว่าให้สั่งขาหมูทอดก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากนี้ก็ทานจานอื่นรอไปสุดท้ายจะมาพอดี
ส่วนน้ำดื่มนอกจากน้ำเปล่าแล้วเราสั่งน้ำต้มสมุนไพรมาชิมคนละแก้วทั้ง"น้ำอัญชันมะนาวโซดา" ราคา 45 บาท "น้ำชาไทยมะนาว" ราคา 45 บาท "น้ำกระเจี๊ยบ" ราคา 40 บาท และ "น้ำเก็กฮวย" ราคา 40 บาท ที่สั่งเพราะน้องพนักงานเชียร์ว่าเขาต้มสดใหม่ทุกวัน จุดเด่นของแต่ละแก้วคือกลิ่นสมุนไพรชัดเจนทุกๆแก้วมีความหวานแต่ไม่ถึงกับหวานเจี๊ยบ (ปล่อยให้ละลายนิดหน่อยก็จะได้ความหวานที่อ่อนลงมาพอดี) มะนาวที่ใช้เป็นแบบสดเปรี้ยวมีกลิ่นหอมตามแบบฉบับธรรมชาติ ดื่มแล้วสดชื่นช่วยลดความเผ็ดแซ่บและมันเลี่ยนของอาหารอีสานที่ร้านนี้ได้เป็นอย่างดีครับ
มื้อนี้มากัน 4 คนทานแบบอิ่มจุกบิลค่าอาหารอยู่ที่ 1,340 บาท ไม่มี Vat. กับ Service Charge มารวมอีกเช่นเคย เฉลี่ยแล้วจ่ายที่ละ 335 บาท ถ้าหากไม่สั่งเมนูราคาแพงก็ประหยัดลงได้อีก รสชาติอาหารอีสานของที่ร้านนี้เขาปรุงตามสไตล์แบบกรุงเทพฯเน้นความเผ็ดแซ่บกลมกล่อมทานง่าย ขั้นตอนการเตรียมอาหารสะอาดทานเสร็จแล้วไม่มีอาการเสาะท้องกลับเข้าไปทำงานแบบสบายๆ ราคาก็ถือว่ารับได้ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่สั่ง หากอยากได้เมนูที่ฟิวชั่นกว่านี้ที่ร้านเขาก็มีให้สั่งอีกเพียบ ให้รับคะแนนความอร่อยและความคุ้มค่าไปเลย 5 ดาวเต็มครับผม 🌟🌟🌟🌟🌟
พิกัด : เลขที่ 199/4 ซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. โทร. 02-126-5354
Facebook : https://www.facebook.com/zaabkakkakbangkok
ลิงค์ Google Maps : https://goo.gl/maps/oYLPDSJgEke5Sywy5
แล้วตามไปกดถูกใจเพจของเราที่นี่ > https://www.facebook.com/FoodAddictsThai/ <
และอย่าลืมกด See First เพื่อที่จะได้ไม่พลาดรีวิวใหม่ๆของเรานะ 😘😘😘
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น