รายละเอียดเรื่องหลักก่อนเลย ขอเล่าหลักๆคร่าวๆนะครับ
ภรรยาผมไม่ชอบให้คนอื่นรู้เรื่องส่วนตัว ผมก็จะไม่จำเพาะเจาะจงจนระบุตัวได้แล้วกัน
1.แม่ยายผ่าตัด
แม่ยายของผมอายุหกสิบนิดๆ ปวดท้องบ่อย ภรรยาพาไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด
ตอนแรกๆหมอก็สงสัยไส้ติ่งอักเสบแต่หมออายุรกรรมไม่ชัวร์ในการultrasuondของตัวเองก็ส่งไป
CTร่วมกับการฉีดสารเข้าหลอดเลือด
สรุปเจอถุงน้ำขนาดประมาณ1กำปั้น นัดผ่าวันรุ่งขึ้น เตรียมตัวผู้ป่วยให้พร้อมก่อน1คืน
ภรรยาได้ไปส่งเข้าห้องผ่าตัด อยู่เฝ้าจนฟื้นสลบพูดคุยตอบโต้ได้เป็นปกติ จึงกลับบ้าน
ได้เข้าผ่าตัดเอาถุงน้ำออจากช่องท้อง แล้วต้องการให้ภรรยา ไปดูแลจนกว่าจะปกติ
ตอนนี้แม่ยายกับพวกผมอยู่คนละจังหวัดครับ ขับรถไปหาได้ไปกลับก็100กว่าโล
ชวนแกมาอยู่บ้านของผมแกก็ไม่มานะ จะให้ภรรยาของผมไปดูแลจนกว่าแกจะรู้สึกว่าหายเป็นปกติ
(ซึ่งไม่รู้ว่านานแค่ไหนผมก็ตีความว่าจนกว่าแกจะพอใจ)
2.ปัญหาก็คือ ผมมี โปรแกรมที่จะปิดร้านเพื่อเที่ยวพักผ่อนประจำปีพร้อมกับไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน
setไว้ล่วงหน้านานละ ลูกน้องในร้านของผมก็ตั้งตารอวันนี้ที่จะมาถึง เนื่องจากสงกรานต์ปีนี้ไม่มีจริง
เกิดเหตุการณ์แม่ยาย ต้องผ่าตัดนี่แหละครับก่อนถึงวันปิดร้านแค่5วัน
ภรรยาของผมก็ลางานเรียบร้อยเตรียมไปพักผ่อนด้วยกัน
ช่วงที่ผมยังไม่ปิดร้านภรรยาของผมต้องเทียวไปเทียวมาข้ามระหว่างจังหวัดทุกวัน
โรงพยาบาลที่รักษา ห้องพิเศษยังไม่ว่าง ไม่ให้มีคนอื่นมาเฝ้าเพราะเค้าระวังโควิด
ถ้าห้องพิเศษว่าง ถึงจะมีคนนอนเฝ้าได้
ภรรยาของผมทำงานบริษัทที่ต้องใช้ความคิดในการวางแผนงานเยอะในทีมมีคนน้อย
ทั้งทีมการดูแลก็ประมาณว่าลูกค้ามีสาขาที่ไหนก็ดูแลไปถึงนั่น ทั้งหมดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่ะครับ
แน่นอนว่ามียอดขายเป็นความกดดัน หัวก็หมุนติ้วตลอดเวลา ความเครียดสะสมก็มากอยู่แล้ว
พอจะไปผ่อนคลายบ้างก็เจอปัญหานี้
ผมก็บอกออกไปว่า
"ปัญหานี้พี่จะไม่ยุ่ง ให้เป็นเรื่องของแม่ลูกคุยกันละกัน ให้พี่เข้าไปคุยคงไม่เหมาะ มีความแตกต่างกันของแต่ละบ้าน"
ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต้องยกเลิกการหยุดของร้านเรา ส่วนค่าตั๋วบิน ค่าที่พักที่จ่ายล่วงหน้า
ก็คงจำเป็นต้องทิ้ง งานแต่งเพื่อนผมก็ไม่ไป ภรรยาว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น
ภรรยาของผมก็อึดอัดนะครับว่า ทำไมแม่ยายไม่เข้าใจว่าพักผ่อนโดยการเที่ยวเป็นแบบไหน
แม่ยายมีความเข้าใจประมาณว่า มานอนเฝ้าเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรมานอนเฉยๆ ก็คือการพักผ่อน
ถ้าเค้าไม่ไปนอนแบบนั้นจะเป็นลูก อกตัญญูไหม ผมตอบไปว่า ในมุมมองของผมไม่นะ ตอนตรวจก็พาไปตรวจ จะผ่าก็ส่งเข้าห้อง อยู่ด้วยจนฟื้น
ถ้าเป็นแม่ของผมเอง ท่านจะไม่ให้มาเฝ้าเค้าดูแลตัวเองได้ ถ้าไม่ไหว แย่มากๆ จะบอก
ท่านเป็นพยาบาลเก่าเนอะ ความคุ้นเคยกับการเกิดแก่เจ็บตายน่าจะมากกว่าคนทั่วไป
อิทธิพลนี้เลยมาสู่ผมด้วยว่า ทนได้ทน อะไรดูแลตัวเองได้ก็ต้องดูแลไป
อะไรที่จำเป็นต้องทำถ้าไม่ทำตัวเองก็เสียประโยชน์ เช่น กายภาพ
โดยส่วนตัวผมคิดว่า ผ่านช่วงวิกฤติไปหมดแล้ว รู้ว่าเป็นอะไร ทำการรักษาแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้ว
ก็น่าจะดูแลตัวเองได้นะ ญาติๆ(น้าป้า)ก็มีอยู่เต็มไปหมด เค้าก็ทำอาหารให้ทานด้วย
เวลาแม่ยายมาอยู่ที่บ้านของผมอาหารไม่เคยถูกปาก บ่นเหงาอยากกลับ มาตอนนี้จะรับมาอยู่ด้วยเพื่อง่ายต่อการดูแล
ก็ไม่มา
ตอนนี้เลยรู้สึกว่าอยากเข้าไปยุ่งแล้วล่ะครับ มันเกี่ยวกับชีวิตของผมด้วยไง
ขอความเห็นที่ ให้ผมสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้หน่อยครับ
แก้ไขคำผิดครับ
คิดว่าจะไม่เข้าไปยุ่งแล้วนะ
ภรรยาผมไม่ชอบให้คนอื่นรู้เรื่องส่วนตัว ผมก็จะไม่จำเพาะเจาะจงจนระบุตัวได้แล้วกัน
1.แม่ยายผ่าตัด
แม่ยายของผมอายุหกสิบนิดๆ ปวดท้องบ่อย ภรรยาพาไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด
ตอนแรกๆหมอก็สงสัยไส้ติ่งอักเสบแต่หมออายุรกรรมไม่ชัวร์ในการultrasuondของตัวเองก็ส่งไป
CTร่วมกับการฉีดสารเข้าหลอดเลือด
สรุปเจอถุงน้ำขนาดประมาณ1กำปั้น นัดผ่าวันรุ่งขึ้น เตรียมตัวผู้ป่วยให้พร้อมก่อน1คืน
ภรรยาได้ไปส่งเข้าห้องผ่าตัด อยู่เฝ้าจนฟื้นสลบพูดคุยตอบโต้ได้เป็นปกติ จึงกลับบ้าน
ได้เข้าผ่าตัดเอาถุงน้ำออจากช่องท้อง แล้วต้องการให้ภรรยา ไปดูแลจนกว่าจะปกติ
ตอนนี้แม่ยายกับพวกผมอยู่คนละจังหวัดครับ ขับรถไปหาได้ไปกลับก็100กว่าโล
ชวนแกมาอยู่บ้านของผมแกก็ไม่มานะ จะให้ภรรยาของผมไปดูแลจนกว่าแกจะรู้สึกว่าหายเป็นปกติ
(ซึ่งไม่รู้ว่านานแค่ไหนผมก็ตีความว่าจนกว่าแกจะพอใจ)
2.ปัญหาก็คือ ผมมี โปรแกรมที่จะปิดร้านเพื่อเที่ยวพักผ่อนประจำปีพร้อมกับไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อน
setไว้ล่วงหน้านานละ ลูกน้องในร้านของผมก็ตั้งตารอวันนี้ที่จะมาถึง เนื่องจากสงกรานต์ปีนี้ไม่มีจริง
เกิดเหตุการณ์แม่ยาย ต้องผ่าตัดนี่แหละครับก่อนถึงวันปิดร้านแค่5วัน
ภรรยาของผมก็ลางานเรียบร้อยเตรียมไปพักผ่อนด้วยกัน
ช่วงที่ผมยังไม่ปิดร้านภรรยาของผมต้องเทียวไปเทียวมาข้ามระหว่างจังหวัดทุกวัน
โรงพยาบาลที่รักษา ห้องพิเศษยังไม่ว่าง ไม่ให้มีคนอื่นมาเฝ้าเพราะเค้าระวังโควิด
ถ้าห้องพิเศษว่าง ถึงจะมีคนนอนเฝ้าได้
ภรรยาของผมทำงานบริษัทที่ต้องใช้ความคิดในการวางแผนงานเยอะในทีมมีคนน้อย
ทั้งทีมการดูแลก็ประมาณว่าลูกค้ามีสาขาที่ไหนก็ดูแลไปถึงนั่น ทั้งหมดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่ะครับ
แน่นอนว่ามียอดขายเป็นความกดดัน หัวก็หมุนติ้วตลอดเวลา ความเครียดสะสมก็มากอยู่แล้ว
พอจะไปผ่อนคลายบ้างก็เจอปัญหานี้
ผมก็บอกออกไปว่า
"ปัญหานี้พี่จะไม่ยุ่ง ให้เป็นเรื่องของแม่ลูกคุยกันละกัน ให้พี่เข้าไปคุยคงไม่เหมาะ มีความแตกต่างกันของแต่ละบ้าน"
ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็ต้องยกเลิกการหยุดของร้านเรา ส่วนค่าตั๋วบิน ค่าที่พักที่จ่ายล่วงหน้า
ก็คงจำเป็นต้องทิ้ง งานแต่งเพื่อนผมก็ไม่ไป ภรรยาว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น
ภรรยาของผมก็อึดอัดนะครับว่า ทำไมแม่ยายไม่เข้าใจว่าพักผ่อนโดยการเที่ยวเป็นแบบไหน
แม่ยายมีความเข้าใจประมาณว่า มานอนเฝ้าเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรมานอนเฉยๆ ก็คือการพักผ่อน
ถ้าเค้าไม่ไปนอนแบบนั้นจะเป็นลูก อกตัญญูไหม ผมตอบไปว่า ในมุมมองของผมไม่นะ ตอนตรวจก็พาไปตรวจ จะผ่าก็ส่งเข้าห้อง อยู่ด้วยจนฟื้น
ถ้าเป็นแม่ของผมเอง ท่านจะไม่ให้มาเฝ้าเค้าดูแลตัวเองได้ ถ้าไม่ไหว แย่มากๆ จะบอก
ท่านเป็นพยาบาลเก่าเนอะ ความคุ้นเคยกับการเกิดแก่เจ็บตายน่าจะมากกว่าคนทั่วไป
อิทธิพลนี้เลยมาสู่ผมด้วยว่า ทนได้ทน อะไรดูแลตัวเองได้ก็ต้องดูแลไป
อะไรที่จำเป็นต้องทำถ้าไม่ทำตัวเองก็เสียประโยชน์ เช่น กายภาพ
โดยส่วนตัวผมคิดว่า ผ่านช่วงวิกฤติไปหมดแล้ว รู้ว่าเป็นอะไร ทำการรักษาแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้ว
ก็น่าจะดูแลตัวเองได้นะ ญาติๆ(น้าป้า)ก็มีอยู่เต็มไปหมด เค้าก็ทำอาหารให้ทานด้วย
เวลาแม่ยายมาอยู่ที่บ้านของผมอาหารไม่เคยถูกปาก บ่นเหงาอยากกลับ มาตอนนี้จะรับมาอยู่ด้วยเพื่อง่ายต่อการดูแล
ก็ไม่มา
ตอนนี้เลยรู้สึกว่าอยากเข้าไปยุ่งแล้วล่ะครับ มันเกี่ยวกับชีวิตของผมด้วยไง
ขอความเห็นที่ ให้ผมสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้หน่อยครับ
แก้ไขคำผิดครับ