“จั๊กจั่น” เคาะฤกษ์วิวาห์ 25 พ.ค. ปีหน้า ออกตัวไม่เคยรู้ “เค วัฒนา” ว่าที่สามี รวยหมื่นล้าน!

“จั๊กจั่น” เล่าโมเมนต์ แฟนคุกเข่าขอแต่งงาน บอกตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์มาก ไม่เคยปิดว่าคบกัน แค่ไม่ลงรูปคู่ เลือกคนนี้เพราะเข้าใจการทำงาน อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่รู้เป็นสะใภ้หมื่นล้าน เคาะฤกษ์แต่ง 25 พ.ค. ปีหน้า ตอบดรามาละครสะใภ้ไร้ศักดินา เซฟดีแล้ว ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ยันมีลิมิตในการรับงานของตัวเองอยู่แล้ว

เรียกได้ว่าแฮปปี้สุดๆ สำหรับนางเอกสาว “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข”หลังแฟนหนุ่มนักธุรกิจหมื่นล้าน “เค วัฒนา เจริญศักดิ์วัฒนา”ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน ในบรรยากาศสุดโรแมนติก ไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทั้งคู่คบหาดูใจกันเป็นเวลากว่า 2 ปี ล่าสุด (1 ต.ค.) ได้เจอสาวจั๊กจั่น ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี VEEE ก็เลยขออัปเดตกันสักหน่อยตอนนี้เตรียมงานแต่งไปถึงไหนแล้ว

“โมเมนต์ในวันนั้น ก็ตื่นเต้นค่ะ ความรู้สึกมันไม่เหมือนในละครที่ถูกขอแต่งงาน วินาทีนั้นคือไม่รู้ทำไมร้องไห้ตลอดเลย ก็เขินด้วย รู้สึกดีใจที่คนที่เรารัก เพื่อนสนิท พี่ชาย มาเซอร์ไพรส์ จริงๆ เราเคยคุยกันแล้ว ว่าเดี๋ยวจะแต่งงาน เขาอยากใช้ชีวิตกับเรานะ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะขอแต่งเมื่อไหร่ ก็เลยเซอร์ไพรส์มาก เพราะเราไม่คิดว่าจะเป็นปีนี้ คิดว่าจะเป็นปีหน้า คบกันมา 2 ปี ก็คือวันเกิดทุกปี ก็จะเป็นเหมือนเดิมคือชวนเพื่อนๆ เขามา เขาก็บอกแต่งตัวธีมสีขาว-ฟ้าปกติ ถ้ารู้นะจะแต่งตัวให้สวยแน่นกว่านี้อีก

คือวันนั้นก็ตั้งใจจะไปกินข้าววันเกิดเขา เดินเข้าไป แล้วเจอเพื่อนๆ เขา ก็รู้สึกว่าเออ เขาบอกว่าเป็นธีมขาว-ฟ้า เราก็แบบทำไมทุกคนใส่สีขาวกันหมดแล้วฉันใส่สีฟ้า แล้วแป๊บหนึ่งเขาก็เริ่มคุกเข่า ขอได้ไหม ขอแต่งงาน

รับไม่มีลางสังหรณ์ว่าอีกฝ่ายจะมาขอตน
“เราไม่ได้มีลางสังหรณ์เลยค่ะ เพราะไม่ได้คิดว่าจะมาขอ คือในหัวคิดว่าจะปีหน้า แล้วยังไม่เคยวาดฝันว่าจะมีการขอแต่งงาน คือไม่ได้เอะใจเลยค่ะ เขาก็บอกว่าขอของขวัญได้ไหม แต่งงานกันนะ(ยิ้ม)แต่คือเขาไปคุยกับพี่ชายกับแม่เรามาแล้ว

คือต้องบอกก่อนว่าที่ผ่านมา เราก็บอกว่าเรามีความรัก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนนอกวงการ เราก็อยากจะค่อยๆ เรียนรู้กันไป ต่างคนต่างก็จะได้เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ แล้วก็รู้สึกว่าที่ผ่านมา ด้วยความที่เราเป็นนักแสดง บทละครของเรา การทำงานของเรา บางทีมันจะต้องมีเลิฟซีน มีถึงเนื้อถึงตัว เรื่องข่าวต่างๆ นานา ประกอบกับเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เลยโซเชียล คนสามารถเข้ามาคอมเมนต์เรายังไงก็ได้ เราก็เลยอยากให้มันเป็นไปแบบธรรมชาติ

เราก็รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราได้คุยกับผู้ชายคนนี้เวลาเรามีปัญหาอะไร เราคุยแล้วสบายใจ ที่สำคัญคือเขารับงานเราได้จริงๆ ไม่ใช่โอเคแล้วมามีปัญหาทีหลัง ด้วยความที่เขารู้ว่าปกติชีวิตเราไม่ได้หวือหวาอยู่แล้ว แล้วการทำงานเวลาเรารับ ก็รับแบบมีขอบเขตในการเล่น แล้วด้วยความที่เราก็ไม่เคยมีแฟนเป็นคนนอกวงการด้วย ซึ่งเขาต้องทำงานเป็นเวลาออฟฟิศ จริงๆ ช่วงแรกๆ ก็มีปัญหาเหมือนกัน เราก็พยายามปรับตัวเข้าหากัน วันหยุดไม่ตรงกัน เวลาไม่ตรงกัน ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไป”

ออกตัวไม่เคยปิดบัง ควงกันไปงานมาแล้ว
“จริงๆ เราไม่เคยปิดนะ ไปห้างไปอะไรปกติ งานเดอะเฟซ รอบไฟนอลวอล์กเขาก็ไปนะ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเราอยากจะให้แน่ในก่อน ก็เลยยังไม่เคยลงรูปในโซเชียลอะไร แค่นั้นเอง แล้ว 2 ปีที่ผ่านมาเขาก็เข้าใจนะคะ

ตอนนี้เป็นข่าว มีหน้าเขาในสื่อแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาว่ายังไง เดี๋ยวไปถามวันงานแต่ง (หัวเราะ) ถามว่าเขาชินไหม ก็ยังโชคดี ด้วยความที่เราก็ยังไม่ได้เจอใคร เพิ่งเจอสื่อวันนี้วันแรก ที่ตกใจก็คงอาจจะมีคนไปส่งคำขอเป็นเพื่อนในอินสตาแกรมเยอะแค่นั้นเอง ด้วยความที่เขาเป็นไพรเวต ก็ไม่ได้กดรับใครค่ะ (คนเปิดวาร์ปว่าเขาเป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน?) คนไปเปิดวาร์ปไวมาก เราก็ไม่รู้ถึงขนาดนั้น ไม่เคยรู้ตรงนี้เหมือนกัน รู้พร้อมกันตอนคนไปเปิดวาร์ป เราก็ตกใจว่าโห...นักสืบโซเชียลไวมาก แป๊บๆ รู้หมดเลย”

ไม่รู้เตรียมขึ้นแท่นสะใภ้หมื่นล้าน
“คือเขาทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่างค่ะ ไม่มีใครแซวว่าเป็นสะใภ้หมื่นล้านนะ ทุกคนแสดงว่าความยินดีด้วย ถามว่าเขาหมื่นล้านจริงๆ ไหม เราก็ไม่รู้เลยจริงๆ (หัวเราะ) แต่ก็เออ ไม่น่าล่ะเนาะ อาทิตย์หนึ่งเธอทำงาน 6 วันเลย คนเราต้องทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอ เราก็มีแซวๆ แต่มันก็ไม่ใช่ของเขาคนเดียว ยังไงเรียนเชิญด้วยนะคะ วันศุกร์ ที่ 28 พฤษภาคม ปีหน้า

ส่วนเรื่องแหวน ไม่รู้เลยค่ะจริงๆ มันพอดีนิ้วเลย แต่ด้วยความที่เราเคยพูดกันเล่นๆ ว่าเธอจะขอฉันแต่งงาน เธอต้องไปซื้อแหวนร้านนี้นะ เพราะเขาจะมีประวัติว่าลูกค้าไซส์ไหน”

“เรื่องการจัดงานแต่งงานตอนนี้ยังไม่ได้วางแพลนอะไรเลย เพิ่งได้ฤกษ์แต่งงานมา ก็รู้แค่วันศุกร์ที่ 28 แล้วก็ไปติดต่อโรงแรม ที่สยามเคมปินสกีนะคะ เรียนเชิญด้วย (ยิ้ม) คือเวดดิ้งแพลนเนอร์บอกว่าถ้ารู้วันให้ไปจองโรงแรมก่อน เราก็ไปจองโรงแรมก่อน แล้วเดี๋ยวจะผ่าตัดเข่าวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องธีมเรื่องอะไรวันค่อยคุยกันที่บ้านได้”

“งานแต่งในฝันเราไม่ได้คิดไว้ แค่รู้สึกว่าเราเคยถ่ายละครริมทะเลมาแล้ว ก็รู้สึกว่าขอแต่งงานในโรงแรมดีกว่า (หัวเราะ) เพราะว่าประเทศไทยมันเป็นเมืองร้อน แฟนเราเปิดรีสอร์ตก็จริง แต่เราก็ว่าเธอ เราแต่งในโรงแรมดีกว่าเนอะ เพราะถ้าผมปลิวมาติดหน้าติดตัว ฉันไม่ไหว ฉันมีประสบการณ์กับการถ่ายละคร การขอแต่งงานริมทะเลมาแล้ว เขาก็ให้สิทธิ์เราเลือกหมดเลย”

เผยเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ อยากใช้ชีวิตด้วย
“ถามว่าคนนี้โอเคขนาดไหน ที่สำคัญเลยคือเขารับงานของเราได้ เขาโอเคกับคนในครอบครัวเรา เขาดูแลเราดี ต่างคนต่างเรียนรู้กัน ถ้าถามว่าคนนี้จะโอเคเลยไหม คือมันตอบไม่ได้ คือเรารู้สึกว่าเราอยู่กับคนนี้เราสบายใจ อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย อยู่กันเหมือนเพื่อน ด้วยความที่เรารุ่นเดียวกัน คือเพื่อนมัธยมของเขา เป็นเพื่อนมหาลัยเรา ก่อนที้เพื่อนเราจะแนะนำมา ได้มีการสกรีนมาแล้ว ว่าคนนี้เป็นยังไง เพราะกลัวโดนเราด่าทีหลัง (หัวเราะ) เพื่อนเราก็อยากให้เราเจอคนที่ดีๆ”

เล่นละครผิดคิว ต้องผ่าตัดเข่า 
“แพลนต่อจากนี้ก็คือกะว่าต้องผ่าตัดเข่าก่อน ที่เป็นหมอนรองกระดูกหัวเข่าฉีก จากการกระโดดถีบในละครสะใภ้ไร้ศักดินาแล้วมันผิดคิว แล้วพอเข่าหายดี ปีหน้าก็แต่งงาน แล้วก็ใช้ชีวิตปกตินี่แหละ แต่ว่าอาจจะไม่ได้รับงานเยอะ แต่จริงๆ ช่วงหลังก็ไม่ได้รับงานเยอะแล้ว จะรับอะไรที่เราสนใจและอยากเล่นแค่นั้นเอง”

เผยกรณีทัวร์ลงสะใภ้ไร้ศักดินา ช็อตพระเอกจับหน้าอก จน "ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ" โดนถล่ม ยันเซฟแล้ว 
“ส่วนเรื่องดรามาที่พระเอก ไนกี้ (นิธิดล ป้อมสุวรรณ) กอดเราแล้วพลาดไปโดนหน้าอก คืออันนี้มันเป็นฉากในละคร ก็มีการเซฟแล้ว ต้องบอกก่อนว่ามันเป็นละครคอมเมดี้ แล้วเรารู้สึกว่าโซเชียลตอนนี้ พอมีคนหนึ่งมาเมนต์ คนอื่นๆ ก็จะโฟกัสในจุดนั้น ทำให้ทัวร์ลง ซึ่งจริงๆ ตอนที่เราเล่นกัน มันก็คือปกติ ไม่มีอะไร ทั้งทีมงาน ผู้กำกับเขาก็เซฟให้ แล้วก่อนที่จะเล่นเขาก็มาขอก่อนว่าเราโอเคไหม เราก็บอกว่าได้ เพราะมันเป็นฉากไม่ได้ตั้งใจ เหมือนยั่วยวนกัน แล้วเราก็จะโทษพระเอก ทั้งๆ ที่เขาจะช่วยเราไม่ให้ตกจากเวที แต่เราโวยวาย ก็คือมันมีที่มาที่ไปค่ะ แล้วมันก็มีแค่ฉากนั้น เพื่อจะเปิดเรื่องมาว่านางเอกมันเหม็นขี้หน้าพระเอกนะ

แต่ข่าวมันออกมายิ่งใหญ่มาก เราก็ตกใจว่ามันขนาดนั้นเลยเหรอ ก็ชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ (คนถล่มไนกี้ ว่าสีหน้าฉากนั้นดูฟิน?) คือมันไม่ได้ขนาดนั้น แต่เราก็รู้ว่ถ้าเราเฉยไป เดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง ถ้าเราชี้แจงแล้ว แล้วเราจบ เราเคลียร์แล้วก็คือจบ ถ้าเรายิ่งไปย้ำ ก็เหมือนเราต่อความยาวสาวความยืด

ซึ่งในการรับงาน เรามีการวางลิมิตอยู่แล้ว ว่าอันไหนได้ไม่ได้ หรือฉากเลิฟซีนเราได้แค่ไหน ก็แค่นั้น แต่ถ้าเล่นก็ต้องมีเซฟ ด้วยความที่เราไม่ได้หวือหวาอยู่แล้วไง ทุกคนก็เห็นว่า 10 กว่าปีในวงการ เราไม่ได้หวือหวา 18 ปีในวงการที่ผ่านมา คือเราก็ปกติ ถ้าจะหวือหวาก็คือตามเนื้องาน ถ่ายแฟชั่นหรืออะไรอย่างนี้ ก็เลยไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร

หลังจากนี้มีสามีแล้วจะทำอะไรก็ได้ 
“ถามว่าหลังจากแต่งงานไปแล้ว เราต้องลดความหวือหวาน้อยลงไปอีกไหม ก็คือมีสามีแล้วจะทำอะไรก็ได้ (หัวเราะ) ก็ใช้ชีวิตปกติ ทำงานปกตินี่แหละค่ะ อย่างซีนที่เป็นประเด็น เขาก็เห็นแต่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็คุยว่ามีเซฟนะ เพราะรู้สึกว่าซีนนี้จะเป็นข่าวออกมา หลังจากที่มีข่าวขอแต่งงานค่ะ”


ข่าวจาก : MGR Online
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่