เรา อายุ15 อยู่กับพ่อ และแม่เลี้ยง แม่จริงๆเสียตอนอายุ10ขวบ หลังจากที่แม่เสีย เราก็เหมือนถูกกักขังไม่ได้ออกไปไหนเลย(เว้นไปโรงเรียน) เราไม่อยากว่าอะไรพ่อ แต่เค้าอาจจะเลี้ยงไม่เป็นก็เลยต้องกักขัง ในความคิดเราเขาอาจจะห่วงเราก็ได้ ตั้งแต่แม่เสียอะไรก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่เพราะแค่คนที่จากไป แต่มันเป็นเพราะคนที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ทำให้เรารู้สึกจมดิ่ง ถ้ามองว่าตัวเองเป็นคนยังไง เราเป็นคนร่าเริง แต่กลับกัน เราไม่มีเพื่อนเลย เราร่าเริงแค่ตอนคุยกันเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนเฟรนลี่ไม่ค่อยเป็นผู้เริ่มสนทนา แรกๆก็เครียดแล้วก็ไม่อยากไปเรียน แต่เราต้องทนไป เพราะตัวเรากับพ่อไม่เคยคุยกันเลย เราไม่กล้าที่จะพูดว่าไม่อยากไปเรียนเพราะเรื่องแค่นี้ เพราะเราไม่รู้ว่าพ่อจะตอบโต้อย่างไง ในช่วงมัธยมต้น ที่ทนมาเป็นเวลาสองปีกับการที่ต้องคอยทำอะไรคนเดียวทุกอย่าง มันเริ่มชินตั้งแต่ปีแรก พอขึ้นม.2ก็เริ่มมีคนเข้าหาบ้างแต่ไม่รู้ว่าเขาหวังดีหรือหวังอะไร เราก็เลือกที่จะลองเปิดรับ แต่เรารู้สึกถึงความหวังผลประโยชน์ เราไม่เคยมีความสุขทั้งที่มีเพื่อนตามที่ใจอยากลองมี แต่การอยู่คนเดียวมันสบายใจกว่า ไม่ต้องคอยมาช่วยเหลือเค้าทั้งที่เค้าไม่เคยช่วยเหลือเรา เราจึงเริ่มถอยออกมาเพราะรู้สึกไม่โอเค แต่ในใจเราก็อยากมีเพื่อน เราก็พยายามยิ้มพยายามหัวเราะ แต่หลายๆคนก็ว่าเราเฟคขำ ยิ้มปลอม เราก็รู้สึกดิ่งอยู่นะ แต่เราก็เฟคขำอย่างที่ว่าจนชิน แล้วก็ได้ยินคนว่าเฟคขำจนชินหู ในช่วงนึงเราเคยคิดหนักมากว่าเราอยากอยู่จริงๆหรอ แต่พอคิดแล้วเรากลับหาสิ่งที่ทำให้เราอยากอยู่ไม่เจอ มีแค่สิ่งที่เราอยากเป็นที่ทำให้เราอยากอยู่ต่อ แต่เรื่องหลายๆอย่างมันก็มีผลกระทบในการเรียน ไม่ได้เรียนแย่ แต่ในบางทียังไม่พร้อมจะรับ เป็นบ่อยครั้ง เราเลยรู้สึกว่าต่อให้ทนยังไงถ้าเรายังใจเหม่อลอยตลอดก็เรียนไม่รู้เรื่อง อนาคตก็ไม่ได้อย่างที่หวัง มันไม่มีอะไรที่ต้องการอีกแล้วนอกจากต้องการไป เราเลยทำเรื่องแย่ๆลงไป แต่ว่าพาไปรพ.ทันเราเลยรอด ตอนนี้เราเลยต้องทนอยู่กับความรู้สึกนี้ ในทุกวันก็มีอาการแย่ๆไม่ขาดสาย มันไม่ไหวที่จะทน ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป จะทนแบบนี้ได้นานแค่ไหน ความรู้สึกนี้มันจะหายไปเมื่อไร (ใจเรามันเปราะบางเราก็พอรู้ว่าเป็นเรื่องเล็กสำหรับหลายคนแต่ขีดจำกัดเรามันไม่มากพอ)
[ปล.แค่บางส่วนของชีวิต]
ขอพื้นที่ระบาย!
[ปล.แค่บางส่วนของชีวิต]