ผู้หญิงคนเดียวเที่ยว จ.นราธิวาส ตอน “รักหมดใจสุไหงโก-ลก เส้นทางรถไฟสายใต้สุด”

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนค่ะ🙏🏻 
วันนี้เราจะมาแบ่งปันประสบการณ์การเที่ยวภาคใต้คนเดียวครั้งแรก
“ทริปรถไฟสายใต้สุด อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส” ภาคใต้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นทริปที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเราไปตลอดกาล
🗓 Day1 | 20•09•2020 
ชีวิตหลังเรียนจบของเราค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อย พอจะเริ่มทำงานจริงจังอีกไม่กี่วันข้างหน้า กลับรู้สึกสับสนในชีวิต คิดอะไรไม่ออกเลยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ...

เราไม่เคยขึ้นรถไฟตู้นอน
เราไม่เคยเที่ยวภาคใต้เลยสักครั้ง

“สุไหงโก-ลก รถไฟสายใต้สุด” ใช่ เราจะไปที่นี่แหละ ว่าแล้วก็แบกเป้ขึ้นหลังเดินไปซื้อตั๋ว “เหลือใบสุดท้าย ชั้นบนนะครับผู้โดยสาร” พนักงานขายตั๋วกล่าว จริงๆ เราอยากนอนเบาะล่าง แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว เราก็ตัดสินใจ “รับค่ะ”ทริปนี้จึงเป็นการขึ้นรถไฟตู้นอนเพื่อไปยังภาคใต้ครั้งแรกของเรา และเชื่อว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีมากสำหรับเราแน่ๆ // คิดเองคนเดียวในใจ
ในตั๋วรถไฟออก 13:30 น. แต่วันนี้เลทไปเกือบชั่วโมงได้ขึ้นรถไฟจริงๆ ตอน 14:15 น. (โทรศัพท์ไอโฟน6s 1เครื่องกระเป๋า1ใบ ใจ1ดวง) +เงินอีก3,000 บาท ไม่รู้จะพอมั้ยเอาไว้คิดทีหลัง ตอนนี้ขึ้นรถไฟก่อนฮ่าาา

*โอ่โอ ปักษ์ใต้บ้านเรา (ซ้ำ *)
แม่น้ำ ภูเขา ทะเลกว้างไกล
**อย่าไปไหน กลับใต้บ้านเรา (ซ้ำ **)🎶🎵
เพลงปักษ์ใต้บ้านเรา - วงแฮมเมอร์ 

ระหว่างที่นั่งฟังเพลงปลุกใจไปสองสามเพลง เบาะตรงข้ามเรามีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ เราเริ่มทักทายก่อน ทำให้รู้ว่าน้องชื่ออันดาบ้านอยู่สุไหงโกลก แต่น้องจะลงที่ยะลาเพราะพ่อมาหาหมอที่นั่น ความบังเอิญเกิดขึ้นกับเราบ่อยๆ น้องเป็นรุ่นน้องสถาบันที่เราพึ่งเรียนจบแต่เรียนกันคนละคณะ เรากับน้องอันดาคุยกันถูกคอ น้องเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เราฟังมาตลอดทาง
“พี่จะไปเที่ยวไหนต่อหรอคะ” อันดาถาม “พี่ก็ไม่รู้ พี่ไม่ได้วางแผนอะไรเลย แต่ที่คิดไว้ก็แค่นั่งรถไฟไปให้ถึงสุไหงโก-ลก เพราะอยากรู้ว่านั่งรถไฟสายใต้สุดมันจะเป็นยังไง” เราตอบไปตามความจริง เวลาออกเดินทางเรามักจะไม่ค่อยได้วางแผนอะไรแบบนี้เสมอ 😂
รถไฟแล่นออกจากชานชาลาบางซื่อ มุ่งตรงไปทางภาคใต้ ผ่านทางจังหวัดต่างๆ จนเวลา 6 โมงเย็น เจ้าหน้าที่เริ่มปูที่นอนแล้ว เราก็ขึ้นไปนอนชั้นบน จนถึงตอนเช้าน้องอันดาทักแชทมาบอกให้เราลงมานั่งดูวิวด้วยกันที่ชั้นล่าง คนพึ่งเจอกันบนรถไฟ แต่ทำไมคุยกันเหมือนรู้จักกันมานานแบบนี้นะ รู้สึกอบอุ่นจัง

จนมาถึงสถานียะลา เรากับน้องอันดาต้องโบกมือลากันแล้ว ส่วนเราต้องนั่งรถไปต่อที่สุไหงโกลก แต่เราสองคนนัดเจอกันที่สุไหงโกลก เพราะน้องบอกว่ามาสุไหงโกลกทั้งทีจะพาไปกินของอร่อยๆ ดีลจ้า 

———🌵🌈🌍🌻🌲———


🗓 Day2 | 21•09•2020 
1 | สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก
เรามาถึงสถานีตอน 13:40 น. เกือบจะ 24 ชม. ที่เราใช้ชีวิตอยู่บนรถไฟ มาถึงแล้วเราโทรหาร้านเงาจันทร์ โฮมสเตย์ที่เราจะไปพักในวันนี้
 “น้องรอที่สถานีนะ เดี๋ยวป้าให้น้องที่ร้านไปรับ ถ้านั่งวินมามันแพง” ป้าเจ้าของโฮมสเตย์กล่าว โอ้โห ! ก้าวแรกที่มาถึงสุไหงโกลกก็รู้สึกประทับใจแล้วอ่ะ

2 | เงาจันทร์โฮมสเตย์
พอเราไปถึงที่ร้านก็เจอ “พี่เสก” นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน พี่เสกกำลังนั่งคุยกับป้าเจ้าของร้านเรื่องการวางแผนไปเที่ยว ทีนี้ป้าเข้ามาทักทายเราพร้อมกับถามว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนต่อ พอเราบอกว่าไม่ได้วางแผนมาป้าก็แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นการยกใหญ่ เรารู้สึกประทับใจมาก ไม่พอยังบอกให้เอารถมอเตอร์ไซค์ขับออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในสุไหงโก-ลกแบบฟรีๆ อีก
3 | ป่าพรุโต๊ะแดง
📍 ปักหมุดแล้วตามGPS ไปได้เลยนะคะ
เราและพี่เสก เพื่อนร่วมเดินทางที่พึ่งจะมารู้จักกันวันนี้ สั่งข้าวผัดบูดูมากินพออิ่มแล้วก็พากันซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปเช็คอิน “ป่าพรุโต๊ะแดง” ป่าพรุที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่สุดในสุไหงโกลก โดยพี่เสกเป็นคนขับ เราเป็นคนซ้อนพร้อมกับดูGPS 
ทุกคนคิดภาพรถสมัยก่อนที่แม่ใช้ขับไปซื้อกับข้าวนะ แบบนั้นเลย รถออกแนวแง้นๆ หน่อย ไม่แน่ใจว่าเพราะน้ำหนักของเราสองคนหรือเปล่าที่ทำให้น้องออกตัวได้ช้า555 บวกกับตอนนั้นเราสองคนไม่รู้ทางทั้งคู่ ทำให้บางทีขับสวนมาทางวันเวย์ บางทีก็ไปเจอทางตัน หมาเห่ามาหอนมาตามทาง555 เป็นการเดินทางที่ตลกโปกฮามาก ประทับใจๆ
แล้วอีกหนึ่งความประทับใจก็คือ เราสองคนหาทางไปศาลเจ้าแม่โต๊ะโม๊ะไม่เจอ GPSพาไปเส้นทางที่คนเดินลัดได้ แต่รถไปไม่ได้เราเลยจอดรถถามชาวบ้านแถวนั้น เจอพี่สาวใจดีคนนึงแต่พี่เขาไม่ได้แค่บอกทางเฉยๆ จ้า พี่เขาพาไปถึงที่“ตามพี่มาเลย เดี๋ยวพี่ไปส่ง” สุดยอดมากประทับใจสุดๆ ไปเลยลูกพี่
พอออกไปเที่ยวเล่นจนไม่มีที่ไปแล้ว เราสองคนก็กลับมาที่พัก แยกย้ายกันเข้าห้องใครมัน คืนนี้เรานัดน้องอันดาออกไปกินอะไรอร่อยๆ แต่น้องไม่ได้มาเราก็เลยนอนเอาแรง และกะว่าจะกลับกรุงเทพพรุ่งนี้



———🌵🌈🌍🌻🌲———



🗓 Day3 | 22•09•2020 
4 | ร้านน้ำชาพี่เหมียว
📍 พิกัดใกล้เงาจันทร์โฮมสเตย์ ปักหมุดแล้วตาม GPS ไปเลยค่ะสาวๆ
ตื่นเช้ามา อาบน้ำ เก็บกระเป๋าแล้วออกไปหาอะไรรองท้องก่อนจะกลับ
ร้านน้ำชาพี่เหมียวมีทั้งน้ำชา ขนมเช้า ข้าวและขนมจีน “ขนมจีนแกงไตปลาคือThe best” เราชอบความเผ็ดและเข้มข้นของแกงไตปลามาก  ที่เริดคือสั่งขนมจีนมาจานเดียว แต่ยกผักมาทั้งสวน ชั้นร้องกรี๊ดเลย ! ส่วนตัวเราเป็นคนติดหวานเลยเพิ่มน้ำตาลอีกนิดนึง หืมมม อูมามิ ใดใดคือ พี่เจ้าของร้านโคตรใจดี 🌻
มาโก-ลกเราก็อยากจะให้แวะร้านนี้ นอกจากจะมากินแล้ว เรายังจะได้สัมผัสบรรยากาศสภากาแฟ ผู้คนมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้อย่างดีเยี่ยม อีกอย่างพี่เจ้าของร้านทั้งสองน่ารักมาก เห็นเราเป็นนักท่องเที่ยวมาคนเดียวไม่มีรถส่วนตัวก็แนะนำนั่นนี่ดีสุดๆ เราบอกว่าเราอยากกินโรตี จะไปร้านโรตีได้ยังไง พี่เจ้าของร้านเลยให้วาหวา คนที่ร้านไปส่งเราที่ร้านโรตี คนสุไหงโกลกคือจิตใจดีและน่ารักกันจริงๆ 💓



———🌵🌈🌍🌻🌲———



5 | ร้านโรตี Mr.Jole 
📍ใกล้ๆ มัสยิดกลาง ลองถามชาวบ้านแถวนั้นดูค่ะว่ามายังไง😂
มันจะมีโรตีไม่กี่ร้านที่เปิดตอนเช้าร้านนี้คือหนึ่งในนั้น
 
มาถึงร้านโรตี เราสั่งโรตีธรรมดา เอาจริงว่าเป็นการกินโรตีที่แปลกใหม่สำหรับเรา เป็นโรตีที่ไม่ใช่ทอดชุ่มน้ำมันแล้วใส่นมน้ำตาลอย่างที่คุ้นเคย แต่นี่คือโรตีธรรมดาแป้งหนานุ่ม น้ำมันน้อยมาก กินคู่กับแกงกะหรี่หรือจะแกงถั่วเหลืองก็ได้ รสชาติลงตัวแบบบอกไม่ถูก ฮือออ อร่อยอ่ะ พออิ่มแล้วล้างคอด้วยชาร้อนที่ช่างเหมาะเจาะเสียจริง ไอเลิฟโรตีที่นี่
พอกินอิ่ม เราก็ถามพรักงานที่ร้านว่าเราตะไปสถานีรถไฟได้ยังไง คนสุไหงโกลกใจดีอีกแล้ว มีพี่สองสามีภรรยาลูกค้าโต๊ะข้างหลังเรา ได้ยินว่าเราจะไปสถานีรถไฟ “น้อง ไปกับพี่ก็ได้เดี๋ยวพี่ไปส่ง พี่ผ่านทางนั้นพอดี” โอ้โหหหหหห คือน้ำตาจะไหล ซึ้งในน้ำใจมาก ขณะที่พิมพ์อยู่นี่ก็นึกขอบคุณพี่เขา

พี่ผู้หญิงชื่อรัชดา พี่ผู้ชายชื่อประสาน ทั้งคู่เล่าเรื่องราวของสุไหงโกลกเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วให้ฟัง บอกว่า สุไหงโกลกเป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้คนพลุกพล่านมาก ชาวมาเลเซียชอบข้ามฟากมาซื้อของที่นี่ และพี่ทั้งคู่แนะนำสถานที่ให้เราไปเช็คอินก่อนกลับ บอกว่าถ้าไม่ไปถ่ายรูปตรงนี้แสดงว่ามาไม่ถึงนะ5555 ไม่ใช่แค่พูด แต่พาเราไปส่งด้วย น่ารักมากๆ ใจดีมากๆ เราเองก็โชคดีมากๆ

ทีแรกก็ว่าจะกลับเลย แต่น้องอันดาทักมาหาเราพอดีและบอกว่าจะพาไปตระเวนกินของอร่อยๆ ตามร้านชื่อดังและเป็นตำนานในสุไหงโก-ลกและคืนนี้มีงานเทศกาลสายวัฒนธรรม “มาแลนะ” ซึ่งขายอาหารท้องถิ่นของที่นี่ด้วย

จากที่ว่าจะอยู่แค่โกลก 1 คืน 
จู่ๆ เราก็ได้อยู่ต่ออีก 2 คืนเฉยเลย 

อะไรกันนะที่สามารถทำให้เราอยู่ที่โก-ลกตั้ง 3 คืน // ขอกระซิบบอกก่อนนะว่า 2 คืนต่อมานั้นเราไม่ได้นอนโฮมสเตย์แล้ว แต่ไปนอนที่บ้านของคนมุสลิมจ้า เราไม่รู้จักใครและไม่มีญาติที่นี่เลย แต่ทำไมเราไปนอนที่บ้านเขาได้ แล้วอีก2 คืนเราไปกินอะไร เที่ยวที่ไหน ไว้จะมาเล่าต่อวันหลังนะคะ บอกได้คำเดียวว่าสนุกและอิ่มจนจุกแน่นอน  💓
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่