บันทึกการเดินทาง 23-25 กันยายน 2563 ณ กระบี่

บันทึกการเดินทาง 2563 กันยายน 23-25 ณ กระบี่

วันที่ 1
23 กันยายน 2563

วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางกลับไปเที่ยวกระบี่อีกครั้ง ครั้งนี้นับเป็นที่ครั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจจะทราบได้ เพราะว่ามาบ่อยมาก จนกระบี่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองแล้วก็ว่าได้ ถ้าจะให้ประมาณครั้งที่เคยมาแล้ว ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งที่ประมาณยี่สิบกว่าๆ ได้ ชอบมาก ชอบไปกระบี่มาก ถ้าหากใครยังไม่เคยไปเยือนจังหวัดนี้ เจ้าของกระทู้ขอแนะนำว่าลองหาเวลาว่างไปเที่ยวดูสักครั้งแล้วคุณจะหลงรักจังหวัดนี้มากจริงๆ

เอาล่ะ เรามาเริ่มทริปสั้นๆ นี้กันดีกว่า

เริ่มจากการไปสนามบินเพื่อนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินกระบี่กัน ก่อนอื่นเลยเจ้าของกระทู้ต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่าช่วงนี้อาจจะมีทริปให้เดินทางบ่อยๆ หน่อย เพราะว่าเจ้าของกระทู้ได้หลวมตัวไปซื้อแพ็คเกจเที่ยวบินบุฟเฟ่ต์กับสายการบินแอร์เอเซียที่สามารถบินได้จนถึงสิ้นปี โปรนี้ออกมาช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาด ซึ่งใครที่กลัวเสี่ยงก็จะเสียสิทธิ์ในการซื้อไป แต่เจ้าของกระทู้กลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย แต่ก็ซื้อไปแล้ว ทำให้ต้องออกเดินทางถ้ามีเวลาว่างเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์และเสียเงินค่าซื้อไปเปล่าๆ จึงได้เกิดเป็นทริปเหล่านี้และก็ทริปที่จะตามมาอีก

ตื่นเช้าขึ้นมา เตรียมตัวออกไปสนามบินดอนเมืองซึ่งเป็นสนามบินที่ใกล้และสะดวกในการเดินทางสำหรับเจ้าของกระทู้เอง ทริปครั้งนี้ออกเดินทางคนเดียว ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปรอใครเมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางได้เลย เจ้าของกระทู้อาศัยอยู่ในซอยประชาสงเคราะห์ ตรงดินแดง ฉะนั้นการเดินทางที่สะดวกคือต้องเดินทางไปขึ้นรถไปสนามบินที่อนุสาวรีย์ฯ โดยนั่งรถประจำทางจากในซอย 10 บาทเพื่อไปต่อรถไปสนามบินที่อนุสารวรีย์ฯ โดยต่อรถสาย A2 อีก 30 บาทเพื่อไปลงที่สนามบินดอนเมืองเพื่อเริ่มการผจญภัยในทริปนี้

เมื่อมาถึงที่สนามบินดอนเมือง เราก็ทำการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ก่อนจะเข้าไปรอที่หน้าเกตเพื่อรอขึ้นเครื่อง เมื่อเครื่องเคลื่อนตัวออกจากสนามบินแล้ว นี่ถึงจะเป็นการเริ่มผจญภัยของจริง และคุณจะไม่สามารถหันหลังกลับได้แล้ว ซึ่งหากมีอะไรเกิดขึ้นเราก็ต้องไปสู้เอาข้างหน้าเพื่อให้ตัวเองรอดจากทริปนี้ให้ได้



เมื่อเครื่องบินมาถึงสนามบินกระบี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่การผจญภัยจะได้เริ่มขึ้นจริงๆ เสียที เจ้าของกระทู้ได้ใช้บริการ Shuttle Bus จากสนามบินไปลงอ่าวนางเพื่อเข้าสู่ที่พักที่นั้น โดยราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 150 บาท ซึ่งเราสามารถแจ้งคนขับรถได้ว่าเราจะลงตรงไหน พี่คนขับรถก็จะพาไปส่งจนถึงที่นั้นเลย อย่างเช่นเจ้าของกระทู้จะลงอ่าวนางตรงหัวมุมชมรมเรืองหางยาวอ่าวนางก็บอกพี่แก พอถึงแล้วพี่แกก็จะเรียกให้ลง จากนั้นผมก็เดินเท้าไปอีกประมาณ 10 นาทีเพื่อเข้าพักที่พักคืนนี้ โดยครั้งนี้เจ้าของกระทู้เลือกเป็น J Hotel Ao Nang เป็นที่พัก เพราะทางโรงแรมก็เป็นหนึ่งในโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันของทางรัฐบาลที่ออกมาเพื่อช่วยสถานประกอบการในที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศและเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ค่าที่พักถูกลงอีกประมาณหนึ่งเหลือแค่ประมาณ 400 บาทต่อคืน ซึ่งทำให้เจ้าของกระทู้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกส่วนหนึ่ง เหลือเงินเอาไปใช้จ่ายในส่วนอื่นเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาของการออกผจญภัย โดยในทริปครั้งนี้เจ้าของกระทู้ได้วางแผนที่จะมาเพียงเพื่ออาบแดดที่กระบี่เท่านั้นเอง เพราะว่ามีเวลาไม่มากพอที่จะให้ทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างที่เคยทำในช่วงก่อนหน้าที่เคยมา เช่น ทัวร์สี่เกาะ ทัวร์เกาะพีพี หือทริปพายเรือคายัค และอีกอื่นๆ เป็นต้น ฉะนั้นเป้าหมายที่เจ้าของกระทู้ต้องมุ่งตรงไปเลยก็คือชายหาดหาดอ่าวนางเพราะว่าใกล้สุด แต่จะไปตรงไหนล่ะ นี่คือคำถามเพราะเจ้าาของกระทู้ต้องการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัว คนไม่เยอะ และปลอดภัย ซึ่งนั้นทำให้เจ้าของกระทู้คิดถึงหาดส่วนตัวของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชแอนด์รีสอร์ทกระบี่ที่อนุญาตให้แขกข้างนอกเข้าไปใช้พื้นที่หาดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยสักบาท ฉะนั้นเจ้าของกระทู้เลยไม่รอช้าที่จะเดินเท้าไปที่นั้นเพราะระยะทางก็ไม่ได้ไกลเกินไป แต่ว่าระหว่างทางที่จะเข้าเขตของโรงแรม เราจะต้องเดินทางตามทางที่เจ้าของกระทู้เรียกว่า “บันไดลิง” เพื่อเข้าไปยังหาดของโรงแรม ซึ่งพอมาถึงแล้ว เจ้าของกระทู้ก็ต้องขอบอกว่ามันคุ้มมากที่ต้องเดินมาที่นี่และคุ้มที่จะเหนื่อเพื่อผ่านบันไดลิงมา เพราะหาดแห่งนี่ปลอดจากผู้คนภายนอกมาก ส่วนน้อยก็จจะมีแค่แขกที่พักในโรงแรมเท่านั้นแต่ก้ไม่ได้มีมากขนาดที่จะไม่เป็นส่วนตัวเลย เจ้าของกระทู้เลยตัดสินใจนอนอาบแดดที่นี่สักสองสามชั่วโมงก่อนจะออกไปเที่ยวยังหาดอ่าวนางและหาดนพรัตน์ธาราต่อ



ระหว่างทางจากหาดอ่าวนางไปยังหาดนพรัตน์ธารา เจ้าของกระทู้ก็แวะรับประทานอาหารเที่ยงที่หาซื้อได้ง่ายจาก 7-11 นั้นเอง ซึ่งก็ไม่ได้กินอะไรมาก แค่ข้าวอย่างเดียวกับของหวาน เพื่อเติมพลัง ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังหาดนพรัตน์ธารา ซึ่งหาดนี้ก็สวยเหมือนกันนะ เหมือนจะเป็นอุทยานแห่งชาติด้วยนะครับ ถ้าจำไม่ผิด และถ้ามาตอนเย็นแม่ค้าแถวนั้นบอกว่าเราสามารถเดินข้ามไปยังอีกเกาะได้ เหมือนทะเลแหวกครับ ถ้าใครเที่ยวอยู่แถวนั้นช่วงเย็น ก็ลองไปดูนะครับ แต่เจ้าของกระทู้เหนื่อยเพลียการเดินทางและอาบแสงแดดมากไป เลยไม่ได้มีโอกาสอยู่จนถึงตอนเย็น เจ้าของกระทู้ตัดสินใจกลับที่พักตอนประมาณบ่ายสี่โมงเย็นเพื่อพักผ่อน นั้นจึงเป็นการสิ้นสุดการเดินทางในวันแรกของทริปครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่