คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
กรณีนี้ต้องดูรายละเอียดว่าเกาะที่งอกขึ้นมานี้เป็นเกาะที่งอกจากกลางน้ำเข้ามาริมตลิ่งหรือว่างอกจากริมตลิ่งออกไปกลางน้ำ
รวมทั้งมีสภาพเป็นเกาะถาวรหรือไม่กล่าวคือต้องมีสภาพเป็นเกาะทุกฤดูกาลไม่ใช่ว่าพอฤดูแล้งมีสภาพเป็นเกาะแต่พอฤดูน้ำหลาก
แล้วน้ำท่วมมิดหมดทั้งเกาะ แบบนี้ไม่ถือเป็นที่งอก
ทีนี้ถ้าเป็นกรณีที่งอกจากริมตลิ่งออกไปกลางน้ำ กรณีแบบนี้ถือว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่งอกแปลงนั้นตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ท่านอาจจะต้องดำเนินการหาทนายความเพื่อฟ้องขับไล่หรือแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฟ้องบุกรุกแล้วแต่
กรณี ซึ่งดูแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมคงต้องสู้คดีกันยาวเพราะจะต้องมีภาระการพิสูจน์เรื่องการเป็นที่งอกและการถกเถียงกันเรื่องกรรมสิทธิ์ใน
เกาะกลางน้ำตรงนี้อีก
แต่ถ้าเป็นกรณีมีเกาะงอกจากกลางน้ำเข้ามาหาตลิ่ง กรณีแบบนี้ถือว่ารัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งกรณีแบบนี้เกาะกลางน้ำน่าจะถือเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ซึ่งปกติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเจ้าภาพหลัก
ผู้มีอำนาจดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และมีกรมธนารักษาซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาที่หลวงทั่ว ๆ ไปเป็นเจ้าภาพรอง ยิ่งเกาะที่ว่านี่
อยู่กลางน้ำด้วยน่าจะมีกรมเจ้าท่าในฐานะเป็นผู้ดูแลทางสัญจรทางน้ำเป็นเจ้าภาพร่วมด้วย ซึ่งการเข้าไปยึดถือครอบครองที่หลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมีโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 + 108 ทวิ ซึ่งเป็นคดีอาญา สามารถไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่ดินตรงนี้
( องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่นแหละครับง่ายที่สุด ) เพื่อให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดินได้
รวมทั้งมีสภาพเป็นเกาะถาวรหรือไม่กล่าวคือต้องมีสภาพเป็นเกาะทุกฤดูกาลไม่ใช่ว่าพอฤดูแล้งมีสภาพเป็นเกาะแต่พอฤดูน้ำหลาก
แล้วน้ำท่วมมิดหมดทั้งเกาะ แบบนี้ไม่ถือเป็นที่งอก
ทีนี้ถ้าเป็นกรณีที่งอกจากริมตลิ่งออกไปกลางน้ำ กรณีแบบนี้ถือว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่งอกแปลงนั้นตามประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ท่านอาจจะต้องดำเนินการหาทนายความเพื่อฟ้องขับไล่หรือแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฟ้องบุกรุกแล้วแต่
กรณี ซึ่งดูแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมคงต้องสู้คดีกันยาวเพราะจะต้องมีภาระการพิสูจน์เรื่องการเป็นที่งอกและการถกเถียงกันเรื่องกรรมสิทธิ์ใน
เกาะกลางน้ำตรงนี้อีก
แต่ถ้าเป็นกรณีมีเกาะงอกจากกลางน้ำเข้ามาหาตลิ่ง กรณีแบบนี้ถือว่ารัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งกรณีแบบนี้เกาะกลางน้ำน่าจะถือเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ซึ่งปกติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเจ้าภาพหลัก
ผู้มีอำนาจดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และมีกรมธนารักษาซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาที่หลวงทั่ว ๆ ไปเป็นเจ้าภาพรอง ยิ่งเกาะที่ว่านี่
อยู่กลางน้ำด้วยน่าจะมีกรมเจ้าท่าในฐานะเป็นผู้ดูแลทางสัญจรทางน้ำเป็นเจ้าภาพร่วมด้วย ซึ่งการเข้าไปยึดถือครอบครองที่หลวงโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมีโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 + 108 ทวิ ซึ่งเป็นคดีอาญา สามารถไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลที่ดินตรงนี้
( องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั่นแหละครับง่ายที่สุด ) เพื่อให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่ดินได้
แสดงความคิดเห็น
ปรึกษาเรื่องที่ดินบนเกาะ บริเวณหลังบ้านครับ
ขออนุญาตปรึกษาครับ ครอบครัวผมมีบ้านไม้มรดกหลังหนึ่งติดริมแม่น้ำ เดิมหลังบ้านไม่มีเกาะครับ ต่อมาน้ำน้อย แม่น้ำมีการตื้นเขิน จึงเกิดเป็นเกาะหลังบ้านขึ้นมา โดยปกติ ครอบครัวผมจะตัดต้นไม้/หญ้า ที่ขึ้นบนเกาะที่อยู่ตรงกับบริเวณหลังบ้านหลังนี้ทุกปี เพื่อเป็นทางผ่านของลม และจะได้เห็นวิวของอีกฝั่งแม่น้ำครับ
ต่อมา แม่น้ำแห้งมากขึ้น ครอบครัวผมจึงออกทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อเป็นการขุดลอกแม่น้ำ และรื้อถอนต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นบนเกาะหลังบ้านทิ้งไป เพื่อเป็นการเปิดทางน้ำและช่องลมครับ ชุมชนบ้านริมแม่น้ำบริเวณนั้นๆ ได้ประโยชน์ถ้วนหน้า แต่ครอบครัวผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองแต่เพียงผู้เดียว
ปัญหาเกิดขึ้น
เมื่อข้างบ้านเห็นมีพื้นที่โล่งบริเวณเกาะ จึงล้อมรั้วจับจองเกาะหลังบ้านผม และนำต้นไม้มาปลูกเพื่อการเกษตร เช่น มะม่วง ขนุน กล้วย เป็นต้น >> เป็นการวางแนวรั้วเพื่อครอบครอง + วางระบบน้ำ ต่อท่อจากฝั่งขึ้นมาบนเกาะ เพื่อทำการเพาะปลูกอย่างจริงจัง และไม่มีการบอกกันก่อน ปิดบังทัศนียภาพหลังบ้านผมอย่างสิ้นเชิง
ได้คุยกับผู้นำชุมชน ได้ความว่า ปกติ หลังบ้านใคร ก็จะไม่ยุ่งหรือรุกล้ำกัน ตามธรรมเนียมของชุมชน // แนะนำให้คุยกับเพื่อนบ้านก่อนในแนวทางแก้ไขปัญหา >> เพื่อนบ้านไม่ยอมคุยครับ พูดด้วยจะขึ้นเสียงใช้อารมณ์ ไม่สามารถใช้เหตุผลพูดคุยได้เลย <เขามีนิสัยคดโกงอยู่เดิม ชุมชนทราบกันดี> // ได้คุยกับเทศบาล ก็ได้แค่บอกแนวทาง ว่ามันเป็นที่สาธารณะ ไม่สามารถครอบครองได้ จนท.เทศบาล ได้เข้าไปคุยด้วยแล้ว แต่เขายืนยันไม่รื้อถอนต้นไม้ทุกกรณีครับ
คำถาม
** ในกรณีข้างต้น ผมสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างไรบ้างครับ เนื่องจากหากต้นไม้โตขึ้น เขาจะต้องอ้างสิทธิครอบครองในพื้นที่บนเกาะแน่ๆ จะไปรื้อถอนทีหลังผมกลัวเรื่องจะบานปลายครับ
ป.ล. ครอบครัวผมไม่มีความต้องการในการครอบครองเกาะทั้งสิ้นครับ แต่ไม่อยากให้มีสิ่งดบังทัศนียภาพเดิมครับ
ป.ล.2 คนที่เข้ามาครอบครองเกาะ มีทั้งบ้านที่ติดริมน้ำบริเวรนั้น และบ้านอื่นๆที่ไม่ติดริมน้ำเลย เข้ามาทำการเกษตรครับ