เรื่อง ใบสั่ง...ตาย
โดย นัฐพันธ์
...................................................................................................................................................................
สุทิน ชายหนุ่มวัย 35 ปี จบการศึกษาประกาศนียบัตรชั้นสูง สาขาการโรงแรม พื้นเพเป็นคน กรุงเทพมหานคร เดิมทีเขามีอาชีพเป็นพนักงานส่งเอกสาร และรับจ้างขับวินมอเตอร์ไซค์หลังเลิกงาน เขาเคยมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนร่วมงาน เรื่องแย่งห้องส้วม จนถูกพักงาน ด้วยความที่แค้นจัด เขาเอาถุงใส่ขี้ไปปาหน้ารถของคู่กรณีจนโดนไล่ออก เรื่องที่เล่ามานี้ ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่จะเล่าต่อไปนี้เลยแค่เล่าให้ฟัง ขอเข้าเรื่องกันเลยละกันท่านผู้อ่าน
สุทิน พลางจ้องมองไปที่จุดหมายที่เขาดักรอมานานหลายชั่วโมง แว่นตาสีดำอำพรางใบหน้าของเขาได้อย่างดี ใบหน้าหยาบกร้าน มีริ้วรอยของความโรยรา แม้จะอายุย่างสามสิบห้าปีเท่านั้นแต่เขาดูสูงวัยกว่าภาพภายนอกที่คนอื่นมองเห็น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ประตูทางออกของโรงแรมดังที่เขามาดักรอ “เหยื่อ” เพื่อนจัดการ เพราะสุทิน มีอาชีพเป็น มือปืนรับจ้าง เขาทำได้ทุกอย่าง ทั้ง ข่มขู่ คุกคาม และฆ่า สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในสายเลือดของเขามานานแล้ว
บ่ายคล้อยของวัน ตะวันล้าแสงลง เมฆบดบังทัศนวิสัยที่จะมองเห็น ฝนทำท่าจะตกเมื่อเห็นกลุ่มเมฆใหญ่สีดำเคลื่อนตัวจับเป็นก้อน เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในออฟฟิศยังไม่รู้ชะตากรรมว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเลิกงาน ฝนห่ามันจะตกลงมาอย่างหนัก
จราจรในกรุงเทพมันไม่เป็นใจให้อาชีพอย่างเขาได้ขับรถหรูๆ อาชีพเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ต้องมียานพาหนะที่ใช้สอยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มอเตอร์ไซค์ จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
เวลา 17.30น เป็นเวลาเลิกงานของออฟฟิศ เขาจับจ้องมองดูว่า บุคคลเป้าหมายเดินออกมาหรือยัง เขาใช้เวลาร่วมหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าจรดเย็นที่มาดักรอ
ติ๊ดๆตี้ติ๊ดๆๆๆ เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น เขาล้วงมือหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋า
“เป้าหมายกำลังออกไป เตรียมตัวให้ดี งานนี้อย่าให้พลาด” เสียงปลายสายที่เป็นสายล้อฟ้าบอกมา เขาไม่ได้ตอบกลับไป เป็นอันรู้กันว่า เหยื่อ กำลังจะมาให้นายพรานล่า
ใบสั่งตาย ครั้งนี้ มีชีวิตและเงินเป็นเดิมพัน วงในบอกันว่าเสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจที่มักมากเล่นชู้ไม่เลือกที่ไม่เลือกหน้า ทำให้โดนจ้างฆ่า ในเมื่อไปสะดุดขาใหญ่ ไปแย่งคนรัก ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนต้อง มีใบสั่งให้รุกฆาตเพื่อจะได้ชัยชนะ สุทินเก็บหนังสือพิมพ์พับลงเขาแอบนั่งซุ่มอยู่ร้านขายอาหารตามสั่งมานานจนเมื่อยตัวไปหมด ลุกยืนก่อนจะบิดตัว เสียงดัง ก๊อก ตามไข้ข้อที่ยึด จนต้องทำท่าบิดขี้เกลียดให้คลายความเมื่อยล้าลง
ไม่นานเป้าหมายตามใบสั่ง ก็เดินออกมา เป็นเสี่ยใหญ่พุงพุ้ยหัวเถิก เดินออกมาเพียงคนเดียว สุทิน เดินปรี่ไปที่จักรยานยนต์คู่ใจก่อนที่จะขึ้นคร่อมและขับมันออกตาม เหยื่อไป
เขาขับตามมาอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้โดนจับผิดสังเกต รถราในช่วงห้าโมงเย็นเริ่มหนาตาขึ้น ฝนปรอยๆลงมาก่อนที่จะลงห่าใหญ่ในอีกมีกี่นาทีต่อมา รถของเหยื่อขับตรงไปตามทางแยก รถติดไฟแดงตรงแยกพอดี เขาขับมาประชิด ฝนตกลงมาเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขามองไม่เห็นทางเท่าใด ไฟจราเปิดสีเขียว รถต่างพุ่งตรงไปตามถนน ฝนยังตกมิได้หยุด รถของเหยื่อ ขับมุ่งหน้าไปที่แยกวงศสว่างเพื่อกลับบ้านพักย่านนนทบุรี สุทินใช้จังหวะเวลานั้นขับประชิดเมื่อเห็นว่ารถชะลอความเร็วขับเขาไปในซอยนนทบุรี... ในซอยค่อนข้างมืด ก่อนที่จะได้ยินเสียงกระสุน สามนัดยิ่งเข้าที่กระจกข้างคนขับ รถเสียหลักพุ่งตรงไปที่เสาไฟก่อนที่จะชนอย่างจัง สุทินเก็บปืนและขับรถคู่ใจออกไปอีกทางแยกของซอย เขาสืบประวัติทางหนีทีไล่มาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังชานเมืองเพื่อไปเปลี่ยนรถที่เขาปล้นมาเพื่อการนี้นับว่าเขาวางแผนการมาเป็นอย่างดีทีเดียว
รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงสีทองบนขอบฟ้ากระจ่างสว่างขึ้น นกบินออกไปทำรัง คนออกไปทำงาน เขาลืมตาตื่นขึ้นมาที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ข้างกายมีหญิงสาวอายุยี่สิบหน้าอกใหญ่ราวกับหัวเด็ก ทั้งสองเพิ่งจะสลบไสลลงไปภายหลังเสร็จจากกิจกรรมบำเรอสวาท สุทินหมดแรงลงนอนกอดก่ายเจ้าหล่อนอย่างเชยชม ก่อนที่เกือบเที่ยง เขาจึงเช็คเอาท์ออกจากห้องพักแห่งนั้นไปพร้อมกับหญิงสาวที่เขาหิ้วมาจากซ่องแถวพัฒน์พงศ์ สุทินขับรถมุ่งตรงไปยังถนนสายหลัก พร้อมกับหญิงคู่ใจซ้อนท้ายไป ก่อนจะไปส่งหล่อนถึงที่หมายที่พามา ก่อนไปก็อี๊อ๋อ จี๊จ๋ากันอย่างคู่รัก นับว่าสองพันบาทที่เสียไปมันคุ้มค่ายิ่งกว่าอะไร
เสียงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจจอดลงที่บ้านหลังหนึ่งในเขตชุมชนแออัด เป็นบ้านไม้กลางเก่า สุทินถอดหมวดกันน็อคออกวางลง เสียงเด็กงอแงจากบ้านข้างๆสร้างความรำคาญไม่น้อย
“กลับมาแล้วเหรอพี่” เสียงนั้นดังแว่วมาจากในบ้าน นวลเดินออกมาผ้าถุงคาดอกผมม้วนสูงมองมายังสามีที่เพิ่งกลับจากทำงานตามที่หล่อนเข้าใจ
“กลับมาแล้วจ้าเมียรัก” เขาเข้าไปหอมฟอดใหญ่”
สุทินโกหก นวล ว่ามีอาชีพเป็น รปภ เขาจะทำงานกะดึก และมักไม่ค่อยอยู่บ้าน บางทีหายไปหลายวัน ก็เพราะอาชีพที่บอกใครไม่ได้
“วันนี้วันหยุด ไปหาอะไรกินอร่อยๆมั้ยพี่” นางชวนสามี
“ไว้เย็นนี้พี่จะพาไปกินสุกกี้” เขาบอกพลางยิ้ม
“กลับมาเหนื่อยๆพี่ไปอาบน้ำอาบท่า นอนพักผ่อนเถอะ” นางบอกอย่างใส่ใจ
สุทินเดินเข้าไปในบ้าน เสียงเด็กข้างบ้านหยุดส่งเสียง เขาหวังว่างานที่ทำลงไปเมื่อคืน คงจะไม่มีใครตามจับเขาได้
ตลอดบ่ายนั้นเขาหลับเป็นตาย จนเย็นย่ำก็พานวลเมียรักออกไปทานอาหารเย็นอย่างสบายใจ นับว่า ตำรวจตามจับคนร้ายไม่ได้ เพราะรถจักยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุก็ถูกปล้นมาอีกที เป็นการวางแผนที่แยบยล
“เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการจับปรับ ผู้ฝ่าฝืนที่ขับรถเร็วเกินกำหนด และทำผิดจราจร โดยการใช้กล้อง..........”
เสียงผู้ประกาศข่าวรายงายการจับกลุ่มคนฝ่าฝืนจราจรโดยมีกล้องจับทิศทางรถทุกแห่ง ทั้งสามแยกสี่แยก ห้าแยกตามจุดต่างทั่วกทม สุทินวางช้อนลง เหงื่อไหล คิดถึงว่าเขาจะโดนจับจากภาพพวกนั้นหรือไม่ แต่ใจนึงก็บอกว่าไม่หรอกมั้ง เพราะตอนนั้นมันมืดและฝนก็ตกลงมา อีกทั้งเขาก็ขี้เลี่ยงๆตามติด พยายามไม่ผิดสังเกต และเรื่องก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วด้วย ข่าวว่าหาคนร้ายไม่ได้ สุทินก็ระแวดระวังตัวอยู่เสมอ เขาจึงบอกภรรยาว่าจะต้องย้ายไปทำงานที่อื่นซักสองอาทิตย์ถึงจะกลับมาเพื่อทำให้เรื่องมันซาลงไป ก่อนที่จะเดินทางกลับมาในอีกสองอาทิตย์ต่อมา สุทินกลับมาบ้าน ในอีกสองอาทิตย์ต่อมา บ้านเงียบกริบทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์
“นวล นวล” เขาตะโกนเรียกเมีย
“พี่ทิน กลับมาแล้วหรอ” เสียงของนวลเย็นยะเยือก ไฟในบ้านมืดสนิทจนขนลุก
“ทำไมไม่เปิดไฟ บ้านมืดตึดตื๋อขนาดนี้”
“พี่ทิน” สุทินมองไปที่หน้าของเมียรัก
“มีใบสั่งจากตำรวจส่งมา” เสียงนั้นทำให้ใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันเสียวสันหลังวาบลงอย่างบอกไม่ถูก
“ใบสะ สั่งอา อะไรหรอ” เขาเสียงสั้น รู้สึกว่าเหงื่อภายในกายมันไหลออกมาจากอณูทุกรูขุมขน
“พี่ไปทำผิดอะไรไว้ล่ะ” เสียงของนวลเย็นจับใจ ใบหน้าเรียบนิ่ง
“ป่ะ ป่าว” สุทินพูดติดอ่างด้วยความหวาดกลัว ซวยแล้ว ตำรวจคงรู้ว่าเขาคือคนยิง มือปืน ซกวันยังไงตำรวจต้องตามจับได้ หนี ต้องหนี เขาคิดหนทางหนีก่อนตำรวจมา
“นวล พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว” สุทินนั่งลงอย่างหมดแรง เมียคงรู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร”
“เลว พี่มันเลว คงอย่างพี่มันเลวไม่มีที่ติ โกหกปลิ้นปล้อน กะล่อน

หลอกลวงฉันมาตลอด” นวลเสียงเข้มชี้หน้าด่ากราดอย่างไม่ไว้หน้า
“พี่ขอโทษ มันเป็นความผิดของพี่ พี่ยอมรับว่าโกหก เพื่อให้นวลสบายใจ”
“เลว ผู้ชายอย่างพี่มันเลวเกินจะทน” นวลปาจดหมายที่แนบติดของกรมตำรวจส่งมา ภาพถ่ายกระจ่ายตกลงพื้น สุทินมือไม้สั่น เมื่อปรากฏรูปภาพที่เห็น
“พี่บอกมาซี่ ว่านังผู้หญิงที่ซ้อนท้ายพี่ไปมันคือใคร”
นวลเอ่ยเสียงเครียด สุทินใจหายวาบ คิดว่าตำรวจตามจับเขาข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่ภาพที่ได้รับ เห็นว่าเขาขับรถพาผู้หญิงซ้อนท้ายฝ่าไฟแดง สุทินหน้าชา เกือบเยี่ยวแตก ได้แต่ก่นด่าในใจ “ใบสั่งหนอ ใบสั่ง ทำกูเกือบหัวใจวาย”
จบ
เรื่องสั้น ใบสั่ง...ตาย
โดย นัฐพันธ์
...................................................................................................................................................................
สุทิน พลางจ้องมองไปที่จุดหมายที่เขาดักรอมานานหลายชั่วโมง แว่นตาสีดำอำพรางใบหน้าของเขาได้อย่างดี ใบหน้าหยาบกร้าน มีริ้วรอยของความโรยรา แม้จะอายุย่างสามสิบห้าปีเท่านั้นแต่เขาดูสูงวัยกว่าภาพภายนอกที่คนอื่นมองเห็น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ประตูทางออกของโรงแรมดังที่เขามาดักรอ “เหยื่อ” เพื่อนจัดการ เพราะสุทิน มีอาชีพเป็น มือปืนรับจ้าง เขาทำได้ทุกอย่าง ทั้ง ข่มขู่ คุกคาม และฆ่า สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในสายเลือดของเขามานานแล้ว
บ่ายคล้อยของวัน ตะวันล้าแสงลง เมฆบดบังทัศนวิสัยที่จะมองเห็น ฝนทำท่าจะตกเมื่อเห็นกลุ่มเมฆใหญ่สีดำเคลื่อนตัวจับเป็นก้อน เหล่ามนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในออฟฟิศยังไม่รู้ชะตากรรมว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะเลิกงาน ฝนห่ามันจะตกลงมาอย่างหนัก
จราจรในกรุงเทพมันไม่เป็นใจให้อาชีพอย่างเขาได้ขับรถหรูๆ อาชีพเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ต้องมียานพาหนะที่ใช้สอยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มอเตอร์ไซค์ จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
เวลา 17.30น เป็นเวลาเลิกงานของออฟฟิศ เขาจับจ้องมองดูว่า บุคคลเป้าหมายเดินออกมาหรือยัง เขาใช้เวลาร่วมหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าจรดเย็นที่มาดักรอ
ติ๊ดๆตี้ติ๊ดๆๆๆ เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังขึ้น เขาล้วงมือหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋า
“เป้าหมายกำลังออกไป เตรียมตัวให้ดี งานนี้อย่าให้พลาด” เสียงปลายสายที่เป็นสายล้อฟ้าบอกมา เขาไม่ได้ตอบกลับไป เป็นอันรู้กันว่า เหยื่อ กำลังจะมาให้นายพรานล่า
ใบสั่งตาย ครั้งนี้ มีชีวิตและเงินเป็นเดิมพัน วงในบอกันว่าเสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจที่มักมากเล่นชู้ไม่เลือกที่ไม่เลือกหน้า ทำให้โดนจ้างฆ่า ในเมื่อไปสะดุดขาใหญ่ ไปแย่งคนรัก ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนต้อง มีใบสั่งให้รุกฆาตเพื่อจะได้ชัยชนะ สุทินเก็บหนังสือพิมพ์พับลงเขาแอบนั่งซุ่มอยู่ร้านขายอาหารตามสั่งมานานจนเมื่อยตัวไปหมด ลุกยืนก่อนจะบิดตัว เสียงดัง ก๊อก ตามไข้ข้อที่ยึด จนต้องทำท่าบิดขี้เกลียดให้คลายความเมื่อยล้าลง
ไม่นานเป้าหมายตามใบสั่ง ก็เดินออกมา เป็นเสี่ยใหญ่พุงพุ้ยหัวเถิก เดินออกมาเพียงคนเดียว สุทิน เดินปรี่ไปที่จักรยานยนต์คู่ใจก่อนที่จะขึ้นคร่อมและขับมันออกตาม เหยื่อไป
เขาขับตามมาอย่างใจเย็นเพื่อไม่ให้โดนจับผิดสังเกต รถราในช่วงห้าโมงเย็นเริ่มหนาตาขึ้น ฝนปรอยๆลงมาก่อนที่จะลงห่าใหญ่ในอีกมีกี่นาทีต่อมา รถของเหยื่อขับตรงไปตามทางแยก รถติดไฟแดงตรงแยกพอดี เขาขับมาประชิด ฝนตกลงมาเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขามองไม่เห็นทางเท่าใด ไฟจราเปิดสีเขียว รถต่างพุ่งตรงไปตามถนน ฝนยังตกมิได้หยุด รถของเหยื่อ ขับมุ่งหน้าไปที่แยกวงศสว่างเพื่อกลับบ้านพักย่านนนทบุรี สุทินใช้จังหวะเวลานั้นขับประชิดเมื่อเห็นว่ารถชะลอความเร็วขับเขาไปในซอยนนทบุรี... ในซอยค่อนข้างมืด ก่อนที่จะได้ยินเสียงกระสุน สามนัดยิ่งเข้าที่กระจกข้างคนขับ รถเสียหลักพุ่งตรงไปที่เสาไฟก่อนที่จะชนอย่างจัง สุทินเก็บปืนและขับรถคู่ใจออกไปอีกทางแยกของซอย เขาสืบประวัติทางหนีทีไล่มาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังชานเมืองเพื่อไปเปลี่ยนรถที่เขาปล้นมาเพื่อการนี้นับว่าเขาวางแผนการมาเป็นอย่างดีทีเดียว
รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงสีทองบนขอบฟ้ากระจ่างสว่างขึ้น นกบินออกไปทำรัง คนออกไปทำงาน เขาลืมตาตื่นขึ้นมาที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ข้างกายมีหญิงสาวอายุยี่สิบหน้าอกใหญ่ราวกับหัวเด็ก ทั้งสองเพิ่งจะสลบไสลลงไปภายหลังเสร็จจากกิจกรรมบำเรอสวาท สุทินหมดแรงลงนอนกอดก่ายเจ้าหล่อนอย่างเชยชม ก่อนที่เกือบเที่ยง เขาจึงเช็คเอาท์ออกจากห้องพักแห่งนั้นไปพร้อมกับหญิงสาวที่เขาหิ้วมาจากซ่องแถวพัฒน์พงศ์ สุทินขับรถมุ่งตรงไปยังถนนสายหลัก พร้อมกับหญิงคู่ใจซ้อนท้ายไป ก่อนจะไปส่งหล่อนถึงที่หมายที่พามา ก่อนไปก็อี๊อ๋อ จี๊จ๋ากันอย่างคู่รัก นับว่าสองพันบาทที่เสียไปมันคุ้มค่ายิ่งกว่าอะไร
เสียงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจจอดลงที่บ้านหลังหนึ่งในเขตชุมชนแออัด เป็นบ้านไม้กลางเก่า สุทินถอดหมวดกันน็อคออกวางลง เสียงเด็กงอแงจากบ้านข้างๆสร้างความรำคาญไม่น้อย
“กลับมาแล้วเหรอพี่” เสียงนั้นดังแว่วมาจากในบ้าน นวลเดินออกมาผ้าถุงคาดอกผมม้วนสูงมองมายังสามีที่เพิ่งกลับจากทำงานตามที่หล่อนเข้าใจ
“กลับมาแล้วจ้าเมียรัก” เขาเข้าไปหอมฟอดใหญ่”
สุทินโกหก นวล ว่ามีอาชีพเป็น รปภ เขาจะทำงานกะดึก และมักไม่ค่อยอยู่บ้าน บางทีหายไปหลายวัน ก็เพราะอาชีพที่บอกใครไม่ได้
“วันนี้วันหยุด ไปหาอะไรกินอร่อยๆมั้ยพี่” นางชวนสามี
“ไว้เย็นนี้พี่จะพาไปกินสุกกี้” เขาบอกพลางยิ้ม
“กลับมาเหนื่อยๆพี่ไปอาบน้ำอาบท่า นอนพักผ่อนเถอะ” นางบอกอย่างใส่ใจ
สุทินเดินเข้าไปในบ้าน เสียงเด็กข้างบ้านหยุดส่งเสียง เขาหวังว่างานที่ทำลงไปเมื่อคืน คงจะไม่มีใครตามจับเขาได้
ตลอดบ่ายนั้นเขาหลับเป็นตาย จนเย็นย่ำก็พานวลเมียรักออกไปทานอาหารเย็นอย่างสบายใจ นับว่า ตำรวจตามจับคนร้ายไม่ได้ เพราะรถจักยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุก็ถูกปล้นมาอีกที เป็นการวางแผนที่แยบยล
“เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการจับปรับ ผู้ฝ่าฝืนที่ขับรถเร็วเกินกำหนด และทำผิดจราจร โดยการใช้กล้อง..........”
เสียงผู้ประกาศข่าวรายงายการจับกลุ่มคนฝ่าฝืนจราจรโดยมีกล้องจับทิศทางรถทุกแห่ง ทั้งสามแยกสี่แยก ห้าแยกตามจุดต่างทั่วกทม สุทินวางช้อนลง เหงื่อไหล คิดถึงว่าเขาจะโดนจับจากภาพพวกนั้นหรือไม่ แต่ใจนึงก็บอกว่าไม่หรอกมั้ง เพราะตอนนั้นมันมืดและฝนก็ตกลงมา อีกทั้งเขาก็ขี้เลี่ยงๆตามติด พยายามไม่ผิดสังเกต และเรื่องก็ผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วด้วย ข่าวว่าหาคนร้ายไม่ได้ สุทินก็ระแวดระวังตัวอยู่เสมอ เขาจึงบอกภรรยาว่าจะต้องย้ายไปทำงานที่อื่นซักสองอาทิตย์ถึงจะกลับมาเพื่อทำให้เรื่องมันซาลงไป ก่อนที่จะเดินทางกลับมาในอีกสองอาทิตย์ต่อมา สุทินกลับมาบ้าน ในอีกสองอาทิตย์ต่อมา บ้านเงียบกริบทั้งๆที่เป็นวันอาทิตย์
“นวล นวล” เขาตะโกนเรียกเมีย
“พี่ทิน กลับมาแล้วหรอ” เสียงของนวลเย็นยะเยือก ไฟในบ้านมืดสนิทจนขนลุก
“ทำไมไม่เปิดไฟ บ้านมืดตึดตื๋อขนาดนี้”
“พี่ทิน” สุทินมองไปที่หน้าของเมียรัก
“มีใบสั่งจากตำรวจส่งมา” เสียงนั้นทำให้ใจของเขาหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม มันเสียวสันหลังวาบลงอย่างบอกไม่ถูก
“ใบสะ สั่งอา อะไรหรอ” เขาเสียงสั้น รู้สึกว่าเหงื่อภายในกายมันไหลออกมาจากอณูทุกรูขุมขน
“พี่ไปทำผิดอะไรไว้ล่ะ” เสียงของนวลเย็นจับใจ ใบหน้าเรียบนิ่ง
“ป่ะ ป่าว” สุทินพูดติดอ่างด้วยความหวาดกลัว ซวยแล้ว ตำรวจคงรู้ว่าเขาคือคนยิง มือปืน ซกวันยังไงตำรวจต้องตามจับได้ หนี ต้องหนี เขาคิดหนทางหนีก่อนตำรวจมา
“นวล พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว” สุทินนั่งลงอย่างหมดแรง เมียคงรู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร”
“เลว พี่มันเลว คงอย่างพี่มันเลวไม่มีที่ติ โกหกปลิ้นปล้อน กะล่อน
“พี่ขอโทษ มันเป็นความผิดของพี่ พี่ยอมรับว่าโกหก เพื่อให้นวลสบายใจ”
“เลว ผู้ชายอย่างพี่มันเลวเกินจะทน” นวลปาจดหมายที่แนบติดของกรมตำรวจส่งมา ภาพถ่ายกระจ่ายตกลงพื้น สุทินมือไม้สั่น เมื่อปรากฏรูปภาพที่เห็น
“พี่บอกมาซี่ ว่านังผู้หญิงที่ซ้อนท้ายพี่ไปมันคือใคร”
นวลเอ่ยเสียงเครียด สุทินใจหายวาบ คิดว่าตำรวจตามจับเขาข้อหาฆ่าผู้อื่น แต่ภาพที่ได้รับ เห็นว่าเขาขับรถพาผู้หญิงซ้อนท้ายฝ่าไฟแดง สุทินหน้าชา เกือบเยี่ยวแตก ได้แต่ก่นด่าในใจ “ใบสั่งหนอ ใบสั่ง ทำกูเกือบหัวใจวาย”
จบ