คนสมัยก่อน เหมือนหลอกกัน บอกว่าทำดีได้ดี แต่ปัจจุบัน ทำชั่วก็ได้ดี ทำดีก็ไม่ได้ดี เยอะแยะ ไม่ว่ามันจะเป็นแค่ความคิดเราเอง หรือ อาจเป็นคนส่วนใหญ่คิดเหมือนเราก็ตามถ้าไล่เรียงก็จะเยอะและซ้ำซากกับประเด็นพวกนี้ ขออนุญาตเขียนอะไรที่อยากเขียนเลยละกันครับ
ทำดีได้อะไร ถ้าคำว่า คาดหวัง คงหวังให้คนเห็นว่าเราดี หรือ ได้อะไรตอบแทนดีๆ เป็นรูปธรรม มีคนเห็นค่า มีคนสนับสนุน อุ้มชู อาจจะเรียกว่า ทำดีหวังผล ก็ได้ แต่คำสอนในอดีตก็บอกว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครๆก็คงอยากได้ดี เลยทำดีเพราะกลัวไม่ได้ดีรึเปล่า อันนี้คิดในแง่พื้นๆ มันก็คือ ถ้ามีคนดีเยอะๆ เชื่อคำสอนเยอะๆ ก็ปกครองง่าย ใช้ชีวิตกันง่าย ไม่เดือดร้อนคนทั่วหน้า เป็นทั้งข้อเท็จจริง และ กุศโลบาย ( รึเปล่า ) แต่สรุปคือ คนส่วนใหญ่ก็มีความดี เป็นคนดีกันซะมาก แต่ไม่ทั้งตัวและหัวใจแน่นอน ถ้าจำเป็นและมีโอกาสก็ทำไม่ดีบ้างเป็นบางครา และบางคนอาจไม่รู้ด้วยว่า ที่ทำนั่นน่ะไม่ดีนะ
ผมเองแต่เล็กจนโต ทำทั้งสองอย่างแต่แน่นอน อัตราส่วน ทำดี ย่อมมีมากกว่า แต่ทำไม่ดีนี่ไม่เคยเว้นเหมือนกัน นึกย้อนไป ต้องเจอทุกปีที่รู้สึกว่า ก็รู้แหล่ะว่าไม่ดี แต่ทำไปแล้ว นึกถึงหนังเรื่อง We are no angel ของ โรเบิร์ต เดอ นิโร กับ ฌอน เพนน์ ( ตอนหลังหาเจอเขาขาย ไม่กี่บาท เพราะหนัง out มาก มีแต่คนเก๋าๆ ถึงซื้อมาดู ( จะเรียกแก่ก็เกรงใจ ) ) แต่ถามว่า ทำไม่ดีแล้วได้อะไร ข้อนี้ตอบก่อนได้เลย ได้ความไม่สบายใจ นอนไม่หลับ บางทีก็นิ่งๆ เพราะมันไม่น่ายินดีเลยแม้แต่นิดเดียว ก็มีที่ทำให้ไม่ได้รู้สึกแย่มากก็เพราะ ไม่ได้ทำไม่ดีเรื่องใหญ่ๆ แต่เล็กๆน้อยๆ ทำบ่อยก็ว่าได้ เช่น ฆ่าแมลงสาบ แล้วพลาดไปโดนจิ้งจก แต่ก็จำเป็น
พูดถึงจิ้งจก ผมเคยขับรถตอนเช้า เจอรถติดแล้วเห็นรถคันหน้ามีจิ้งจกเกาะท้ายกระโปรงรถ พอดีตอนนั้น จีบ เด็กอยู่คนนึง ( เด็กจริงๆ จบใหม่ๆเลย แต่พอแค่นี้ละกันไม่ลงดีเทลล์ดีก่า อิ๊ๆๆ ) เช้าๆ เด็กก็จะโทรมา ( เขาชอบโทร ) ผมก็บอกว่า มีเหตุการณ์จิ้งจกเกาะรถอยู่ข้างหน้า คุยกันไปเรื่องจิ้งจก เขานั่งรถเมล์ไปทำงานไหนก็จำไม่ได้ละ และ รถติดค่อยๆขยับ จนรถแล่นได้ ปรากฎว่า จิ้งจก หล่นครับ ผมยังคุยกับเด็กเลยว่า เฮ้ย ทับแน่ๆ แหม แต่เด็กปลอบใจว่า มันไม่เป็นไรหรอก อา...รอดจากผมไป ก็คงไม่รอดอีกสองเลนซ๊ายขวาหรือคันข้างหลังละครับ แต่ก็เราไม่ได้ทำนะ นั่นคือ เรื่องเล็กๆที่ผมไม่อยากทำไม่ดี ส่วนเรื่องแบบ นอนไม่หลับ อันนั้นขอไม่เล่าดีกว่ามันสะเทือนจาย
ส่วนเรื่องทำดี แปลก ผมไม่ค่อยรู้สึกว่า ทำดีแล้วได้อะไร มีแต่ทำตามหน้าที่แล้วถึงได้ และในหน้าที่ก็ต้อง โกหกบ้าง หลอกคนบ้าง แต่ก็ได้ผลตอบแทน แต่ไม่ถึงขั้นหลอกลวงนะครับ แค่ถ้าพูดความจริงงานอาจไม่เดิน หรือจะดูโง่เกินไปถ้าจะพูดแต่ความจริง แล้วทำให้คนอื่นเหม็นขี้หน้าเรา
ส่วนเรื่องที่ผมนั่งคิดบางครั้ง เราเคยทำอะไรดีบ้างหว่า อืมม์ ก็แค่ช่วยคนในลานจอดรถ ช่วยคนกดสถานีปลายทางบนรถไฟฟ้า ตอนเขาเปลี่ยนหน้าจดเป็นแบบ Touch Screen ( ผมเองเจอวันแรกยังยึกยักเลยขนาดทำงานสายนี้นะ ) ผมเคยเจอพี่ผู้ชาย ยืนแบบกดไม่ถูก ผมเดินเข้าไปถามลงไหนครับ เขาบอก นี่ๆๆ ผมก็กด แล้วก็ให้เขาหยอดเหรียญ แล้วผมก็ไปเลย เขาก็ไม่ขอบเตียง ขอบโต๊ะ ขอบใจ ขอบคุณอะไรผมเลย ผมก็ไม่สนใจด้วย ผมไปเลย
เคยเจอ ผู้หญิงในลานจอดรถ เจอรถจอดขวาง เดินหน้าออกไม่ได้ เขาก็พยายาม ยึกยักๆ ผมเห็นละอดไม่ด้จะไปสอน ( อวดดี ) สรุปต้องให้เขาถอยออก บอกทีละขั้นตอน จนเขาออกมาได้ แล้วผมก็ไปเลย ( รู้สึกเหมือน Lone Ranger หรืออีกนัยหนึ่ง แลสซี่ ก็ว่าได้ )
ช่วยเด็กในลิฟท์ น่าจะเคยเล่า เด็กหลงกับแม่ ช่วยจนเจอแม่ นั่นก็แม่ได้สบตาแป๊ปเดียว ลิฟท์ปิดเลย แหม แม่สวยเสียด้วย แห่ะๆ กลัวพ่อเขามาด้วยเลยไม่อ่ะ
ล่าสุดๆ ผมไปห้าง ลานจอดรถเห็นคนแก่ครับ น่าจะใกล้ๆ 70 แล้วบอกกง เข็นรถที่จอดขวาง เขาออกไม่ได้ แถม เขาเข็นไปทางที่รถเยอะด้วย อีกทางโล่งๆไม่เข็น ผมก็เดินผ่านมา ก็แปลงร่างเป็น บิลลี่ อาสา ( ทันกันไหม อัลบั้มดังนะ ) แต่มันไม่ใช่เข็นคันเดียวจบน่ะซี มองไปต้องเข็นอีกสองคันด้วย คุณพี่อาวุโส ท่านเพิ่งจะมองไปอีกทางเห็นโล่งๆ ก็ถามผมว่า ไปทางโน้นมั้ย แต่เข็นมาจนเกือบพ้นแล้วผมเลยบอกไม่เอาละครับ ผมก็เดิน ชิลๆ ไปเข็นอีกสองคัน ด้วยความระมัดระวัง จน เขาเอารถออกมาได้ ผมก็ยืนช่วยโบกๆๆ จนเห็นว่า ยาย เอ๊ย พี่เขาน่าจะออกได้ละ ผมก็โบกมือแล้วจะเดินไปละ แต่มียายอีกคนในรถ คนนี้ขับ ผมลดกระจกลงมา แล้วเขา ยกมือไหว้ผมละ ! ผมรีบรับไหว้ แบบไม่สวยงามนัก แล้วก็หันหลังเดินไปเข้าห้าง ( ยายไม่สวย ขอบอก ) ไม่อาลัยอาวรณ์เลย เดินดุ่ยๆๆๆๆ จากมา
เสร็จจากช่วยยายคู่หูที่ท่าทางยังเก่งอยู่ ทั้งขับรถ เข็นรถเองได้ ผมมานั่งนึกๆ แกยกมือไหว้เรา ( เราก็ออกจะใครๆบอกว่าหน้าเด็ก กว่าอายุ 555 ) คือมันคงไม่ใช่ วัยวุฒิ แต่เป็นความขอบคุณของคนที่เขารู้สึกว่า เราช่วยในยามเขาเดือดร้อนจริงๆ ถ้าไม่มีผม ก็น่าจะมี รปภ ช่วยเข็นและนั่นงคงเป็นงาน เป็นเงินกับ รปภ แต่วันนั้นหลังโควิดมา ห้างนี้ ไม่มี รปภ เลย และบอกอีกนิด คนเดินผ่านไปมา ไม่มีใครช่วยยายเลย มีคนผ่านก่อนผมไปถึงผมเห็น ต่างคนต่างเดินเฉยผ่านไป เออ สังคมสังคลังเอ๊ย ( ระหว่างเขียน ฝนตก แมลงสาบบินมา ผมแอบเอาหนังสติ๊กยิงตายไปตัว ไม่รู้ตายไหม แต่นิ่งไปละ ทำไม่ดีอีกแล้ว )
สุดท้าย ( อ้าวเฮ้ยจบแล้วเหรอ )
หลังจากมีผู้อาวุโสยกมือไหว้ขอบคุณนะ ผมว่า ทำดีน่ะ มันรู้สึกดี ไม่ต้องได้เงิน ไม่ต้องรู้ว่าผมเป็นใคร ไม่ต้องอะไรเลย แค่เห็นเขาขอบคุณแบบจริงใจ ผมรู้สึกดี นี่คือ แก่นของการทำดีรึเปล่า ? ผมว่านี่ละทำดี ( ไม่ได้หมายถึงเป็นคนดีนะ ) ทำแล้วเราสบายใจพอแล้ว ไม่ต้องมีสิ่งใดตอบแทนเป็นสิ่งมีค่าใดๆเลย
เพราะถ้าหวังผลตอบแทน ผมว่ามันเรียกไม่เต็มปากนะว่าทำดี ยิ่งรับรางวัลเป็นเงินนี่ ผมยิ่งรู้สึกว่า ความดีจะลดลงเหลือศูนย์ไปเลย เหมือนๆโดนเงินฟาดกบาลด้วยซ้ำนะ ( อันนี้รู้สึกส่วนตัว ) ผมทุกวันนี้จึงยังไม่รวย
ไม่รู้จะเรียกว่าเรื่องสั้น หรือ บ่น ออกไปทางเลอะเทอะ เพ้อเจ้อ ขอไปนอนดีก่า หลับฝันดีทุกท่าน ส่วนผมนั้น ฝันดีมาหลายคืนแล้ว
ทำดี ได้อะไร
ทำดีได้อะไร ถ้าคำว่า คาดหวัง คงหวังให้คนเห็นว่าเราดี หรือ ได้อะไรตอบแทนดีๆ เป็นรูปธรรม มีคนเห็นค่า มีคนสนับสนุน อุ้มชู อาจจะเรียกว่า ทำดีหวังผล ก็ได้ แต่คำสอนในอดีตก็บอกว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครๆก็คงอยากได้ดี เลยทำดีเพราะกลัวไม่ได้ดีรึเปล่า อันนี้คิดในแง่พื้นๆ มันก็คือ ถ้ามีคนดีเยอะๆ เชื่อคำสอนเยอะๆ ก็ปกครองง่าย ใช้ชีวิตกันง่าย ไม่เดือดร้อนคนทั่วหน้า เป็นทั้งข้อเท็จจริง และ กุศโลบาย ( รึเปล่า ) แต่สรุปคือ คนส่วนใหญ่ก็มีความดี เป็นคนดีกันซะมาก แต่ไม่ทั้งตัวและหัวใจแน่นอน ถ้าจำเป็นและมีโอกาสก็ทำไม่ดีบ้างเป็นบางครา และบางคนอาจไม่รู้ด้วยว่า ที่ทำนั่นน่ะไม่ดีนะ
ผมเองแต่เล็กจนโต ทำทั้งสองอย่างแต่แน่นอน อัตราส่วน ทำดี ย่อมมีมากกว่า แต่ทำไม่ดีนี่ไม่เคยเว้นเหมือนกัน นึกย้อนไป ต้องเจอทุกปีที่รู้สึกว่า ก็รู้แหล่ะว่าไม่ดี แต่ทำไปแล้ว นึกถึงหนังเรื่อง We are no angel ของ โรเบิร์ต เดอ นิโร กับ ฌอน เพนน์ ( ตอนหลังหาเจอเขาขาย ไม่กี่บาท เพราะหนัง out มาก มีแต่คนเก๋าๆ ถึงซื้อมาดู ( จะเรียกแก่ก็เกรงใจ ) ) แต่ถามว่า ทำไม่ดีแล้วได้อะไร ข้อนี้ตอบก่อนได้เลย ได้ความไม่สบายใจ นอนไม่หลับ บางทีก็นิ่งๆ เพราะมันไม่น่ายินดีเลยแม้แต่นิดเดียว ก็มีที่ทำให้ไม่ได้รู้สึกแย่มากก็เพราะ ไม่ได้ทำไม่ดีเรื่องใหญ่ๆ แต่เล็กๆน้อยๆ ทำบ่อยก็ว่าได้ เช่น ฆ่าแมลงสาบ แล้วพลาดไปโดนจิ้งจก แต่ก็จำเป็น
พูดถึงจิ้งจก ผมเคยขับรถตอนเช้า เจอรถติดแล้วเห็นรถคันหน้ามีจิ้งจกเกาะท้ายกระโปรงรถ พอดีตอนนั้น จีบ เด็กอยู่คนนึง ( เด็กจริงๆ จบใหม่ๆเลย แต่พอแค่นี้ละกันไม่ลงดีเทลล์ดีก่า อิ๊ๆๆ ) เช้าๆ เด็กก็จะโทรมา ( เขาชอบโทร ) ผมก็บอกว่า มีเหตุการณ์จิ้งจกเกาะรถอยู่ข้างหน้า คุยกันไปเรื่องจิ้งจก เขานั่งรถเมล์ไปทำงานไหนก็จำไม่ได้ละ และ รถติดค่อยๆขยับ จนรถแล่นได้ ปรากฎว่า จิ้งจก หล่นครับ ผมยังคุยกับเด็กเลยว่า เฮ้ย ทับแน่ๆ แหม แต่เด็กปลอบใจว่า มันไม่เป็นไรหรอก อา...รอดจากผมไป ก็คงไม่รอดอีกสองเลนซ๊ายขวาหรือคันข้างหลังละครับ แต่ก็เราไม่ได้ทำนะ นั่นคือ เรื่องเล็กๆที่ผมไม่อยากทำไม่ดี ส่วนเรื่องแบบ นอนไม่หลับ อันนั้นขอไม่เล่าดีกว่ามันสะเทือนจาย
ส่วนเรื่องทำดี แปลก ผมไม่ค่อยรู้สึกว่า ทำดีแล้วได้อะไร มีแต่ทำตามหน้าที่แล้วถึงได้ และในหน้าที่ก็ต้อง โกหกบ้าง หลอกคนบ้าง แต่ก็ได้ผลตอบแทน แต่ไม่ถึงขั้นหลอกลวงนะครับ แค่ถ้าพูดความจริงงานอาจไม่เดิน หรือจะดูโง่เกินไปถ้าจะพูดแต่ความจริง แล้วทำให้คนอื่นเหม็นขี้หน้าเรา
ส่วนเรื่องที่ผมนั่งคิดบางครั้ง เราเคยทำอะไรดีบ้างหว่า อืมม์ ก็แค่ช่วยคนในลานจอดรถ ช่วยคนกดสถานีปลายทางบนรถไฟฟ้า ตอนเขาเปลี่ยนหน้าจดเป็นแบบ Touch Screen ( ผมเองเจอวันแรกยังยึกยักเลยขนาดทำงานสายนี้นะ ) ผมเคยเจอพี่ผู้ชาย ยืนแบบกดไม่ถูก ผมเดินเข้าไปถามลงไหนครับ เขาบอก นี่ๆๆ ผมก็กด แล้วก็ให้เขาหยอดเหรียญ แล้วผมก็ไปเลย เขาก็ไม่ขอบเตียง ขอบโต๊ะ ขอบใจ ขอบคุณอะไรผมเลย ผมก็ไม่สนใจด้วย ผมไปเลย
เคยเจอ ผู้หญิงในลานจอดรถ เจอรถจอดขวาง เดินหน้าออกไม่ได้ เขาก็พยายาม ยึกยักๆ ผมเห็นละอดไม่ด้จะไปสอน ( อวดดี ) สรุปต้องให้เขาถอยออก บอกทีละขั้นตอน จนเขาออกมาได้ แล้วผมก็ไปเลย ( รู้สึกเหมือน Lone Ranger หรืออีกนัยหนึ่ง แลสซี่ ก็ว่าได้ )
ช่วยเด็กในลิฟท์ น่าจะเคยเล่า เด็กหลงกับแม่ ช่วยจนเจอแม่ นั่นก็แม่ได้สบตาแป๊ปเดียว ลิฟท์ปิดเลย แหม แม่สวยเสียด้วย แห่ะๆ กลัวพ่อเขามาด้วยเลยไม่อ่ะ
ล่าสุดๆ ผมไปห้าง ลานจอดรถเห็นคนแก่ครับ น่าจะใกล้ๆ 70 แล้วบอกกง เข็นรถที่จอดขวาง เขาออกไม่ได้ แถม เขาเข็นไปทางที่รถเยอะด้วย อีกทางโล่งๆไม่เข็น ผมก็เดินผ่านมา ก็แปลงร่างเป็น บิลลี่ อาสา ( ทันกันไหม อัลบั้มดังนะ ) แต่มันไม่ใช่เข็นคันเดียวจบน่ะซี มองไปต้องเข็นอีกสองคันด้วย คุณพี่อาวุโส ท่านเพิ่งจะมองไปอีกทางเห็นโล่งๆ ก็ถามผมว่า ไปทางโน้นมั้ย แต่เข็นมาจนเกือบพ้นแล้วผมเลยบอกไม่เอาละครับ ผมก็เดิน ชิลๆ ไปเข็นอีกสองคัน ด้วยความระมัดระวัง จน เขาเอารถออกมาได้ ผมก็ยืนช่วยโบกๆๆ จนเห็นว่า ยาย เอ๊ย พี่เขาน่าจะออกได้ละ ผมก็โบกมือแล้วจะเดินไปละ แต่มียายอีกคนในรถ คนนี้ขับ ผมลดกระจกลงมา แล้วเขา ยกมือไหว้ผมละ ! ผมรีบรับไหว้ แบบไม่สวยงามนัก แล้วก็หันหลังเดินไปเข้าห้าง ( ยายไม่สวย ขอบอก ) ไม่อาลัยอาวรณ์เลย เดินดุ่ยๆๆๆๆ จากมา
เสร็จจากช่วยยายคู่หูที่ท่าทางยังเก่งอยู่ ทั้งขับรถ เข็นรถเองได้ ผมมานั่งนึกๆ แกยกมือไหว้เรา ( เราก็ออกจะใครๆบอกว่าหน้าเด็ก กว่าอายุ 555 ) คือมันคงไม่ใช่ วัยวุฒิ แต่เป็นความขอบคุณของคนที่เขารู้สึกว่า เราช่วยในยามเขาเดือดร้อนจริงๆ ถ้าไม่มีผม ก็น่าจะมี รปภ ช่วยเข็นและนั่นงคงเป็นงาน เป็นเงินกับ รปภ แต่วันนั้นหลังโควิดมา ห้างนี้ ไม่มี รปภ เลย และบอกอีกนิด คนเดินผ่านไปมา ไม่มีใครช่วยยายเลย มีคนผ่านก่อนผมไปถึงผมเห็น ต่างคนต่างเดินเฉยผ่านไป เออ สังคมสังคลังเอ๊ย ( ระหว่างเขียน ฝนตก แมลงสาบบินมา ผมแอบเอาหนังสติ๊กยิงตายไปตัว ไม่รู้ตายไหม แต่นิ่งไปละ ทำไม่ดีอีกแล้ว )
สุดท้าย ( อ้าวเฮ้ยจบแล้วเหรอ )
หลังจากมีผู้อาวุโสยกมือไหว้ขอบคุณนะ ผมว่า ทำดีน่ะ มันรู้สึกดี ไม่ต้องได้เงิน ไม่ต้องรู้ว่าผมเป็นใคร ไม่ต้องอะไรเลย แค่เห็นเขาขอบคุณแบบจริงใจ ผมรู้สึกดี นี่คือ แก่นของการทำดีรึเปล่า ? ผมว่านี่ละทำดี ( ไม่ได้หมายถึงเป็นคนดีนะ ) ทำแล้วเราสบายใจพอแล้ว ไม่ต้องมีสิ่งใดตอบแทนเป็นสิ่งมีค่าใดๆเลย
เพราะถ้าหวังผลตอบแทน ผมว่ามันเรียกไม่เต็มปากนะว่าทำดี ยิ่งรับรางวัลเป็นเงินนี่ ผมยิ่งรู้สึกว่า ความดีจะลดลงเหลือศูนย์ไปเลย เหมือนๆโดนเงินฟาดกบาลด้วยซ้ำนะ ( อันนี้รู้สึกส่วนตัว ) ผมทุกวันนี้จึงยังไม่รวย
ไม่รู้จะเรียกว่าเรื่องสั้น หรือ บ่น ออกไปทางเลอะเทอะ เพ้อเจ้อ ขอไปนอนดีก่า หลับฝันดีทุกท่าน ส่วนผมนั้น ฝันดีมาหลายคืนแล้ว