6 เรื่อง ที่ทำให้ผม อยากเปลี่ยน Samsung Galaxy S20 Ultra 5G เป็น Samsung Galaxy S20 FE และ 6 เรื่องต้องทำใจหาก Downgrade


 
เครื่องใหญ่ คือ S20 Ultra 5G ที่ผมใช้อยู่
เครื่องเล็ก S20 FE สี Navy Blue (แต่ด้วยแสงที่ส่องเข้ามาแรง ทำให้มองเห็นเป็นสีม่วง)
เครื่อง S20 FE ที่แสดงข้อมูลเป็นเครื่องที่ Samsung Brand Shop สาขา สยามพารากอน ชั้น 3
ตัวโชว์ เป็นรุ่น Exynos 990 ยังไม่ใช่ Snapdragon 865

สาเหตุที่ผมอยากเปลี่ยน Samsung Galaxy S20 Ultra 5G 
มาเป็น Samsung Galaxy S20 FE 

1. เปลี่ยนเพราะเรื่อง CPU
เพราะ S20 FE ใช้ Snapdragon 865 ซึ่งเย็นกว่า CPU Exynos 990 ใน Samsung Galaxy S20 Ultra 5G
(ดีแล้วไม่ใช้ 865+ เพราะมันร้อนกว่า ข้อมูลจาก https://droidsans.com/samsung-galaxy-note-20-ultra-test-exynos-qualcomm-differences/ )
ทุกวันนี้ เล่นเกม Fortnite บน S20 Ultra 5G ได้ตาเดียว ประมาณ 10 นาที แล้วต้องรีบออกจากเกมเพราะความร้อนขึ้นสูง
เพราะหลังจากนั้น ค่า fps ก็ตกลง จาก 40-50fps เหลือเพียง 10-20fps ทำให้กระตุก
และเกิดเหตุการณ์ วัตถุในเกม สีชมพู



ไม่ใช่แค่ อุณหภูมิของ CPU เย็นลงในระหว่างการทำงาน
แต่ผลอีกอย่างหนึ่งคือ ความแรงที่เพิ่มขึ้นทันตา
ทางเว็บไซต์ https://www.kimovil.com/en/samsung-galaxy-s20-ultra/antutu
ให้คะแนน Antutu 8 บน S20 Ultra 5G Exynos ที่ 515,098 คะแนน
ส่วน S20 FE Snapdragon 865 รุ่น 5G คะแนนอยู่ที่  565,000 คะแนน
ส่วน S20 FE Exynos 990 รุ่น 4G คะแนนอยู่ที่  515,098 คะแนน เท่ากับ S20 Ultra 5G ครับ

2. S20 FE รองรับ 5G ทั้ง 2 คลื่น
ได้แก่ คลื่น 2500 (กสทช เรียกผิดเป็น 2600) หรือ N41
และคลื่น 700 หรือ N28 แต่ S20 Ultra 5G รองรับแค่คลื่น 2600

ซึ่งต้นปี 2021 จะมีการเปิดคลื่น 700 ให้บริการ 5G
โดยในตอนนี้ทาง กสทช. ทยอยเปลี่ยนเสาส่งสัญญาณ ทีวีดิจิตอล เพื่อพร้อมเปิดบริการ 4G และ 5G

โดยมือถือรุ่น Note20 รุ่น 5G ก็รองรับเช่นเดียวกันกับ S20 FE
แต่ S20 Ultra 5G รองรับแค่คลื่น 2600, 3500 ซึ่งเมืองไทยกว่าจะคืนคลื่น 3500 ก็ต้องใช้เวลาถึงปี 2565 ครับ
ส่วนคลื่น 3500 รองรับทุกรุ่นที่กล่าวมา กว่าจะได้ใช้ ตอนนั้นรุ่นเหล่านี้อาจไม่อยู่แล้ว

ข้อมูลอ้างอิง S20 Ultra 5G รองรับคลื่น 2600 เท่านั้น
https://www.techoffside.com/2020/02/samsung-galaxy-s20-ultra-5g-2600-mhz/

ข้อมูลเรื่องคลื่น 700
https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/132489
https://700.nbtc.go.th/
https://droidsans.com/700-mhz-delayed-early-2021/

ข้อมูลเรื่องคลื่น 3500
https://www.prachachat.net/ict/news-423776
https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9620000103610



3. เบา
ผมใช้ S20 Ultra 5G ถ่ายวิดิโอ 4K60FPS โดยใช้ไม้กันสั่นของ Moza Mini SE รุ่นปี 2018 รองรับน้ำหนักได้ 260 กรัม
ผลคือ เมื่อถ่ายได้ประมาณ 2-3 นาที เกิดอาการ ไม้กันสั่นรองรับน้ำหนักไม่ไหว
ตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้ไม้กันสั่น Moza mini mx ตัวใหม่ปี 2020 ซึ่งรองรับน้ำหนักได้มากขึ้น เป็น 280 กรัม
แต่การถือก็ถือว่าหนักอยู่ดี จึงตัดสินใจ ใช้มือถือ s20 fe ถ่ายวิดิโอแทน ถึงแม้ภาพจะดรอปลงบ้าง แต่คุณภาพไม่แตกต่างกันมาก

4.ถ่ายภาพหนังสือไม่เบลอแล้ว!


5. ยังไม่ถึงเวลาของ 8K เอาไว้ถ่าย 60fps ได้ค่อยว่ากัน
ตอนนี้สายตาของผมชินกับภาพ 60fps ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวิดิโอ หรือ เล่นเกม
ถึง s20 fe ฟีเจอร์ ถ่ายวิดิโอ 8K24fps หายไป ผมก็ไม่เสียดาย
เพราะผมลองถ่ายมาแล้วทีวีรุ่นใหม่ 2020 ของผมไม่รองรับ คือรุ่น Q60T ( https://pantip.com/topic/40193039 )
แต่ทีวีรองรับ 4K60fps แน่นอน


รูปที่มองไม่เห็นคือ ไฟล์วิดิโอ 8K ที่ถ่ายด้วย S20 Ultra 5G เปิดบนทีวี 4K ของซัมซุง รุ่น Q60T ครับ

6. Service ของ Galaxy Butler เป็นตำแหน่ง Silver เหมือนกัน
และ ของแจก Galaxy Gift บน S20 Ultra และ S20 FE ไม่แตกต่างกัน

S20 FE ยังอยู่ตำแหน่ง Galaxy Butler Silver เช่นเดียวกับ S20 Ultra 5G 
ไม่เหมือนกับ S10 Lite และ Note10 Lite จะอยู่ในตำแหน่ง Galaxy Butler Blue

ทำให้ ผู้ใช้ S20 FE ยังสามารถติดต่อ 1282 และรับบริการ service ต่างๆ ได้
เช่น บริการเปลี่ยนเครื่องสำรองกรณีเครื่องเสียหาย หรือ บริการจัดส่งเครื่องถึงบ้าน
ตรวจสอบ service ของ Galaxy Butler ได้ที่ https://www.samsung.com/th/butler/

ส่วน galaxy gift ช่วงนี้ ของแถมอาจไม่ดีเท่ากับช่วงปีก่อนๆ
แต่ผมสังเกต ใน s20 ultra 5G กับ s20 รุ่นรองลงมา คูปองลดราคา มีเหมือนกัน





ส่วนอีก 6 เรื่องที่ทำให้ผมต้องทำใจ หากต้องเปลี่ยน S20 Ultra 5G มาเป็น S20 FE

1.วัสดุ จากกระจกและโลหะ มาเป็นพลาสติก 
ถึงแม้ความทนทานและความพรีเมียมจะลดลง แต่แลกกับความเบา
และการสัมผัสสัมผัส S20 FE ไม่มีรอยนิ้วมือ เหมือนกับ S20 Ultra 5G ผมจึงชอบ S20 FE มากกว่า



2. แบตเตอรี่ลดลง จาก 5,000 mAh เป็น 4,500 mAh 
ถึงแม้แบตจะลดความจุลง แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า การเปลี่ยน CPU ให้เย็นลง แต่ทำงานเร็วขึ้น
ก็ทำให้แบตอยู่ได้นานขึ้นมากกว่า CPU ที่ทำงานร้อนง่าย และแบตไหลเป็นน้ำ
หลายครั้งที่ออกไปถ่ายวิดิโอหรือภาพนอกสถานที่แล้วมือถือขึ้น ความร้อนสูง
แล้วปิดตัวแอพลงไป ทำให้ผมเสียโอกาสถ่ายภาพดีดี จำนวนมาก

3.การอัพเดทที่ช้าน้อยลง
การอัพเดทใหญ่ประจำปี และระหว่างปี รุ่นเรือธงมักได้รับอัพเดทตามรุ่นใหม่ๆ
ส่วนรุ่นที่รองลงมาอาจไม่ได้รับอัพเดท หรือรับอัพเดทแต่ช้ามากๆ
แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องดีนะครับ เพราะฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ให้มาในอนาคต มักไม่ค่อยได้ใช้งานอยู่แล้ว
แถมการอัพเดทบางครั้งอาจทำให้เครื่องร้อน แบตหมดไว อาจต้องล้างการตั้งค่า หรือล้างเครื่อง (hard reset) 
ผมใช้ s20 ultra 5G ต้องไปศูนย์เพื่อลง ROM ใหม่ สองครั้ง ด้วยสาเหตุ 5G สัญญาณหาย

4.กล้องสเปคแย่ลง
จากรีวิวเปรียบเทียบ s20 ultra 5G กับ s20 FE ถึงแม้ภาพดรอปลงไป
ผมสังเกตดรอปลงไปไม่มาก เมื่อเทียบกัน ผมยังยอมรับในคุณภาพครับ
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
5.หน้าจอ สีซีดลง ความละเอียดหน้าจอ ลดลง

6. ชาร์จเร็วสุด ได้ช้าลง
จาก S20 Ultra ชาร์จได้ 45W ลดเหลือ 25W ใน S20 FE แต่ตรงนี้ไม่มีผลเท่าใดนัก
เพราะจากที่ blogger ทดสอบ ความเร็วแตกต่างกันแค่นิดเดียว
ข้อมูลจาก https://droidsans.com/review-samsung-super-fast-charge-45w/

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลคร่าวๆ เมื่อผมได้เครื่องในวันที่ 14 ตุลาคมนี้แล้ว
จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ ว่า S20 FE รุ่น Snapdragon เป็นอย่างไรบ้าง?
ขอบคุณครับที่ติดตามบทความของผม

ใครสนใจ S20 FE สั่งจองได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-s20/galaxy-s20-fe/pre-order/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่