สวัสดีค่ะ เราจะรบกวนขอคำปรึกษาเพื่อนๆในพันทิปหน่อยค่ะ เราเล่นพันทิปไม่ค่อยเป็นปกติจะอ่านอยากเดียวนะคะถ้าผิดพลาด หรือผิดห้องยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ เราและสามีมีลูกด้วยกัน 1 คน เราไม่ได้แต่งงานกันแต่จดทะเบียนสมรส เราไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล แต่ลูกใช้นามสกุลของสามี
เมื่อเดือน พย. ที่ผ่านมา เราจับได้ว่าสามีมีคนใหม่(น้องที่ทำงานด้วยกัน) แต่เป็นความผิดของเราเองที่เราเหนื่อยกับงานการเดินทางจนมอบความสุขให้เค้าไม่ได้ ช่วงโควิดที่ผ่านมา เค้าไปอยู่กินด้วยกันที่บ้านพ่อของเค้า แรกๆก็ส่งเงินมาให้ แต่ 3 เดือนหลังนี้ไม่ส่งเงินมาเลยค่ะ เรายังอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่สามีตั้งแต่จับได้ ไม่ได้ย้ายออกค่ะ เพราะบ้านเราเป็นแค่บ้านพักคนงานเลยไม่สามารถเอาลูกกับไปเลี้ยงที่บ้านได้สงสารลูกกลัวลูกรำบาก เราเลยอยู่ที่บ้านของเค้า แต่สามีไม่อยู่นะคะ เค้าไปอยู่ที่อื่น
หลังมานี้เราเริ่มมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นตั้งแต่ลูกเริ่มเข้าเรียน ลูก 2 ขวบกว่าค่ะ + ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง(เน้นไปเรื่องค่าเดินทางค่ะที่มีปัญหา)เมื่อก่อนเราจอดรถที่ทำงานของสามีแล้วนั่งเรือต่อไปที่ทำงานต่อ mrt 1 ป้ายก็ถึงแล้วค่ะ แต่ตอนนี้เราต้องขับรถไปกลับเองวันละ 76 โล และเช่าที่จอดรถเดือนละ 2000 น้ำมันตกวันละขีด บางวันก็ 2 ขีด และรถติดมากค่ะขึ้นทางด่วนไม่ไหวต้องจ่าย 100 แถมรถติดเหมือนกัน ตกวันละ 5 ชม.ที่ขับรถไปทำงาน จะนั่งรถเมย์ก็กลัวจะเหนื่อยเพิ่มไปอีกกลัวจะกลับมาถึงบ้านช้ากว่าเดิม เป็นห่วงคุณย่า(แม่สามี)ที่เลี้ยงหลานคนเดียว เรากลับมาเกือบ 3 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม แทบทุกวัน เอาลูกนอน 4 ทุ่มบ้างแล้วแต่วันไหนจะถึงบ้านไว (งานเราก็จะออกแนวเคลียร์ไม่เสร็จก็กลับไม่ได้) กว่าลูกจะนอนก็ 4 ทุ่มกว่า พอลูกนอนเราก็กินข้าว อาบน้ำ เตรียมกะเป๋าลูกไป รร ล้างขวดนมบ้างบางวัน กว่าจะได้นอนเที่ยงคืนบ้างตี 1 บ้าง เช้าเอาลูกอาบน้ำ 6 โมง รถ รร มารับ 7 โมงค่ะ เราออกจากบ้าน 6.45 ทุกวันเพราะคุณย่าจะลงมาดูหลาน 6.30 น. เราถึงได้ไปอาบน้ำไปทำงาน เราเริ่มไปทำงานสายบ่อยค่ะเพราะมันติดมาก บ้างทีก็ไม่สาย ออกเวลาเดียวกันเราก็เกรงใจที่ทำงานเค้าดูเอือมเรากันหมด หัวหน้าเคยเรียกคุยแล้วให้ปรับปรุงแต่เราก็ยังสาย เราจะเอาลูกตื่นเช้ากว่านี้ก็กลัวว่าลูกจะนอนไม่พอ อีกอย่างเราเกรงใจแม่สามีถ้าเราจะบอกให้เค้าลงมาเร็วกว่านี้ เพราะเค้าเลี้ยงลูกให้เราคนเดียวอีกทั้งท่านแก่แล้ว 65 แล้วค่ะ แม่เราทำงานประจำถ้าออกมาเลี้ยงเราก็เกรงใจบ้านนี้ที่จะเอาแม่มาอยู่ด้วน เงินเราก็ไม่มีถึงขั้นจ่ายเป็นเงินเดือนให้แม่
เรามีความคิดเรื่องนี้โดยการหาทางออกว่าอยากอยู่ห้องเช่า แต่ปัญหาคือไม่มีคนดูลูกช่วงที่ รร เลิก เพราะเราเลิกงานก็ 6 โมง ทุ่มนึง แต่แม่เราเริ่มเกริ่นว่า บริษัทฯที่ทำอยู่กำลังจะเจ้ง เราเลยมีความคิดว่าถ้าแม่ตกงานจะให้มาอยู่เลี้ยงลูก แล้วเราก็ซื้อผักซื้อหมูใส่ตู้ไว้อยู่กันแค่ 3 คนคงจะอยู่ได้ถ้าแม่ไม่มีรายรับ แล้วรายจ่ายที่เราจ่ายอยู่ทุกเดือน มันพอที่จะเช่าห้องในราคา 8000 ด้วยซ้ำ ถ้าเราเอาลูกมา ลูกเราไม่รำบากแน่นอนเพราะเราจะเช่าห้องดีๆ
ปัญหาอยู่ตรงนี้ค่ะ พอเราเริ่มเกริ่นว่าจะย้ายออกถ้าแม่เราตกงาน แม่สามีเราพูดกับเรารอบแรกว่า ถ้าจะเอาลูกไปด้วยก็ไปฟ้องหย่าเอา เราก็อึ้งค่ะได้แต่เงียบค่ะ พอมารอบ 2 เราเปยๆอีก ท่านบอกว่า ให้เราไป แต่ไม่ให้หลาน ถ้าเราจะไปให้ไปคนเดียว แล้วเสาร์อาทิตย์ก็กลับมาหาลูก เค้าจะไม่กีดกันเรากับลูก (แต่ทุกวันนี้ลูกไม่ติดเราเลย แทบไม่รักเราด้วยซ้ำ เพราะที่บ้านตามใจมาก แต่เราไม่ตามใจเรากลัวเค้าเสียคน เสาทิตเค้าก็พาหลานไปเที่ยวเราได้แต่ทำงานบ้าน นานๆจะได้ไปกับเค้าที)
สาเหตุที่เราเลยอยากเอาลูกออกมาคือ
1.กลัวลูกจะเอาแต่ใจจนเคย
2.กลัวแม่เค้าเหนื่อยค่ะ ไหนจะขวดนม กะเป๋าเตรียมไปเรียน ชุดนักเรียนที่ต้องซักมือ เอานอน ตื่นเช้าอาบน้ำ ป้อนข้าว งานบ้าน ถ้าเราไม่อยู่ ทุกอย่างแม่จะต้องทำเองหมด เราเกรงใจเค้าค่ะเป็นห่วงเค้าด้วย จะเอาภาระมาทิ้งให้เค้ามันก็ไม่ใช่
3.เรากลัวลูกจะไม่สนิทกับเรา จนวันที่เค้าโตขึ้นเมื่อไม่มีย่าแล้ว เค้าจะอยู่กับเราไม่ได้ ไม่เชื่อฟังเรา ขนาดทุกวันนี้บอกให้หยุดเค้ายังไม่หยุดเลยค่ะ ร้องไห้ถึงเลเวลอ้วกแล้วค่ะ
4.เรากลัวสามีเราจะพา ผญ คนนั้นเข้าบ้านแล้วมาทำร้ายลูกเรา
5.ถ้าเราไม่มีลูก เราคงนอนไม่หลับ เพราะถึงแม้ทุกวันนี้เราจะเหนื่อยแค่ไหนเราก็ทิ้งเค้าไม่ได้ค่ะเราเห็นแก่ตัวไม่ได้เราเลือกความสุขของลูก
6.เรากลัวครอบครัวเค้าไม่ให้เราเจอลูก (มันมีรายละเอียดอีกเยอะ ขอไม่เล่านะคะ)
7.เรากลัวลูกขาดความอบอุ่นค่ะ เพราะพ่อก็ไม่อยู่ แม่ก็ไม่อยู่
8.สามีเราเคยพูดกับเราตอนเกิดเรื่องว่า ลูกไม่ได้เกิดจากความรัก เรากลัวว่าถ้าลูกอยู่กะสามี สามีจะไม่สนใจลูก (ตั้งแต่เกิดเรื่องมาเราไม่เคยพูดถึงสามีในเรื่องแย่ๆให้ลูกฟังค่ะ เรามองว่ามันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่เด็กไม่ควรรู้แต่เรากลัวว่าลูกจะเกิดความสับสนว่าผู้หญิงที่นอนกับพ่อคือใคร)
เท่านี้แหละค่ะ เราเลยอยากถามว่า เราจะได้รับสิทดูแลลูกไหมคะ เราจะเอาลูกมาเลี้ยงเองโดยที่ไม่ต้องแตกหักได้ไหมคะ เราจะพูดกะเค้ายังไงดีคะ ถ้าเค้าบีบให้เราฟ้องหย่า เราชนะอยู่แล้วเพราะเรามีหลักฐานว่าสามีเรามีคนอื่น แต่เราไม่อยากทำค้ะ เราไม่อยากเอาเงินไปเสียให้ทนายเราเก็บไว้ให้ลูกเรียนดีกว่า อีกอย่างฟ้องไปก็เท่านั้นถ้าคนมันจะไม่รับผิดชอบ เราแค่อยากรู้ว่าเราจะได้รับสิทดูแลลูกไหมคะ แล้วถ้าเราฟ้องจริงๆเค้าจะอ้างต่อศาลว่าคุณย่าเป็นคนเลี้ยงดูตั้งแต่เกิดอย่างนี้ไหมคะ ในเมื่อเราไม่เคยทิ้งลูกไปไหนแม้กะทั้งสังสรรค์กับเพื่อน มีแต่ทำงานหาเงิน เพื่อลูก ทุกวันนี้ออกจากบ้านด้วยเหตุผลเดียวคือออกไปทำงานค่ะ
ทุกวันนี้เราทั้งเหนื่อยทั้งกดดันมันเหมือนร่างกายไม่ได้พักอะคะ เราเลยคิดว่าถ้าย้ายมาเช่าห้องใกล้ที่ทำงานเราจะเหลือเวลาพักผ่อนขึ้นเยอะเลย
สุดท้ายนี้ แม่สามีเคยพูดกับเราว่าเค้าไม่สามารถตัดลูกเค้าได้ เค้าตัดเราง่ายกว่า
(ตอนนั้นเค้าจะไปเที่ยวกับหลานแล้วชวนลูกชายไปด้วย ลูกชายชวนแฟนใหม่ไปด้วยค่ะส่วนเราติดทำงานวันหยุด เราเลยไม่โอเครที่ลูกเราต้องไปอยู่กะคนอื่น)
ตอนนี้เราเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าเราต้องย้ายออกเราก็ไม่สามารถตัดลูกเราได้เช่นเดียวกัน
ขอโทษที่เล่ายาวนะคะ เราเล่าเรื่องไม่เก่ง
ปล.เราเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลูก
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
**ขออนุญาตเพิ่มข้อความตรงนี้นิดนึงนะคะในส่วนของแม่สามีเพราะบางคนอาจแล้วมองว่าเราโชคดีที่แม่สามีรัก ท่านไม่ได้เอ็นดูเราหลอกค่ะ ท่านไม่ชอบเราเป็นทุนอยู่แล้วขนาดเราท้องท่านยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เราเลย แต่เราก็ถือว่ามาหาลูกชายเค้าเอง
ปัจจุบันท่านไม่ได้รักเรามากค่ะ แค่เราเป็นแม่ของหลาน ท่านมองว่าการมีชู้มีน้อยเป็นเรื่องปกติ เพราะครอบครัวท่านเค้ามีกัน แต่ครอบครัวเราไม่มีแบบนี้ค่ะ เราเลยกดดันที่จะต้องอยู่ในบ้านที่เค้าไม่เอาสักเท่าไหร่ หลังๆมานี้ก็ดูแม่สามีปลื้มแฟนใหม่เหมือนกันน่าจะคงไปเจอกันบ่อยขึ้นอีกอย่างเค้าสวยมาก แต่เราเลือกที่จะอยู่เฉยๆๆ ปิดหูปิดตา คิดว่าอยู่เพื่อลูก ท่านให้เราทำอะไรเราก็ทำ งานบ้านที่เลี่ยงไม่ได้ส่วนนึงก็มาจากท่านเหมือนกันค่ะ ท่านไม่ได้บอกให้ทำแต่ท่านไม่ชอบบ้านสกปรก เรามองว่าถ้าเราอยู่ห้องกะลูก ห้องคงนานๆทำทีก็ได้มั้งจะได้เหมือนได้พักบ้าง
เราก็ไม่ใช่ลูกสะไภ้ที่ดีค่ะ ไม่ใช่แม่ศรีเรือน เน้นงานบริษัทฯเป็นหลัก ตอนนี้ความรู้สึกของเราลึกๆๆเหมือนท่านก็อึดอัด ก็อยากไล่แต่ก็ติดเป็นแม่หลาน ถ้าทนไม่ไหวก็ไปสิ แต่ห้ามเอาหลานไป นี่คือความรู้สึกของเรานะคะ เราไม่ได้ลงดีเทลเยอะ เพราะโฟกัสไปที่เรื่องของเราดีกว่า **
ตอนนี้เรากับแม่สามีออกแนวต่างคนต่างอยู่มากกว่า เราก็ไม่ได้โกธรหรืออะไรเพราะก็เนรคุณไม่ได้เค้าอุส่าเลี้ยงลูกให้ เราเลยขอไม่ลงรายละเอียดในหลายๆส่วนนะคะ
จะเอาลูกไปอยู่ด้วย แต่แม่สามีไม่ให้ จะทำยังไงดี
คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ค่ะ เราและสามีมีลูกด้วยกัน 1 คน เราไม่ได้แต่งงานกันแต่จดทะเบียนสมรส เราไม่ได้เปลี่ยนนามสกุล แต่ลูกใช้นามสกุลของสามี
เมื่อเดือน พย. ที่ผ่านมา เราจับได้ว่าสามีมีคนใหม่(น้องที่ทำงานด้วยกัน) แต่เป็นความผิดของเราเองที่เราเหนื่อยกับงานการเดินทางจนมอบความสุขให้เค้าไม่ได้ ช่วงโควิดที่ผ่านมา เค้าไปอยู่กินด้วยกันที่บ้านพ่อของเค้า แรกๆก็ส่งเงินมาให้ แต่ 3 เดือนหลังนี้ไม่ส่งเงินมาเลยค่ะ เรายังอาศัยอยู่ที่บ้านของแม่สามีตั้งแต่จับได้ ไม่ได้ย้ายออกค่ะ เพราะบ้านเราเป็นแค่บ้านพักคนงานเลยไม่สามารถเอาลูกกับไปเลี้ยงที่บ้านได้สงสารลูกกลัวลูกรำบาก เราเลยอยู่ที่บ้านของเค้า แต่สามีไม่อยู่นะคะ เค้าไปอยู่ที่อื่น
หลังมานี้เราเริ่มมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นตั้งแต่ลูกเริ่มเข้าเรียน ลูก 2 ขวบกว่าค่ะ + ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง(เน้นไปเรื่องค่าเดินทางค่ะที่มีปัญหา)เมื่อก่อนเราจอดรถที่ทำงานของสามีแล้วนั่งเรือต่อไปที่ทำงานต่อ mrt 1 ป้ายก็ถึงแล้วค่ะ แต่ตอนนี้เราต้องขับรถไปกลับเองวันละ 76 โล และเช่าที่จอดรถเดือนละ 2000 น้ำมันตกวันละขีด บางวันก็ 2 ขีด และรถติดมากค่ะขึ้นทางด่วนไม่ไหวต้องจ่าย 100 แถมรถติดเหมือนกัน ตกวันละ 5 ชม.ที่ขับรถไปทำงาน จะนั่งรถเมย์ก็กลัวจะเหนื่อยเพิ่มไปอีกกลัวจะกลับมาถึงบ้านช้ากว่าเดิม เป็นห่วงคุณย่า(แม่สามี)ที่เลี้ยงหลานคนเดียว เรากลับมาเกือบ 3 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม แทบทุกวัน เอาลูกนอน 4 ทุ่มบ้างแล้วแต่วันไหนจะถึงบ้านไว (งานเราก็จะออกแนวเคลียร์ไม่เสร็จก็กลับไม่ได้) กว่าลูกจะนอนก็ 4 ทุ่มกว่า พอลูกนอนเราก็กินข้าว อาบน้ำ เตรียมกะเป๋าลูกไป รร ล้างขวดนมบ้างบางวัน กว่าจะได้นอนเที่ยงคืนบ้างตี 1 บ้าง เช้าเอาลูกอาบน้ำ 6 โมง รถ รร มารับ 7 โมงค่ะ เราออกจากบ้าน 6.45 ทุกวันเพราะคุณย่าจะลงมาดูหลาน 6.30 น. เราถึงได้ไปอาบน้ำไปทำงาน เราเริ่มไปทำงานสายบ่อยค่ะเพราะมันติดมาก บ้างทีก็ไม่สาย ออกเวลาเดียวกันเราก็เกรงใจที่ทำงานเค้าดูเอือมเรากันหมด หัวหน้าเคยเรียกคุยแล้วให้ปรับปรุงแต่เราก็ยังสาย เราจะเอาลูกตื่นเช้ากว่านี้ก็กลัวว่าลูกจะนอนไม่พอ อีกอย่างเราเกรงใจแม่สามีถ้าเราจะบอกให้เค้าลงมาเร็วกว่านี้ เพราะเค้าเลี้ยงลูกให้เราคนเดียวอีกทั้งท่านแก่แล้ว 65 แล้วค่ะ แม่เราทำงานประจำถ้าออกมาเลี้ยงเราก็เกรงใจบ้านนี้ที่จะเอาแม่มาอยู่ด้วน เงินเราก็ไม่มีถึงขั้นจ่ายเป็นเงินเดือนให้แม่
เรามีความคิดเรื่องนี้โดยการหาทางออกว่าอยากอยู่ห้องเช่า แต่ปัญหาคือไม่มีคนดูลูกช่วงที่ รร เลิก เพราะเราเลิกงานก็ 6 โมง ทุ่มนึง แต่แม่เราเริ่มเกริ่นว่า บริษัทฯที่ทำอยู่กำลังจะเจ้ง เราเลยมีความคิดว่าถ้าแม่ตกงานจะให้มาอยู่เลี้ยงลูก แล้วเราก็ซื้อผักซื้อหมูใส่ตู้ไว้อยู่กันแค่ 3 คนคงจะอยู่ได้ถ้าแม่ไม่มีรายรับ แล้วรายจ่ายที่เราจ่ายอยู่ทุกเดือน มันพอที่จะเช่าห้องในราคา 8000 ด้วยซ้ำ ถ้าเราเอาลูกมา ลูกเราไม่รำบากแน่นอนเพราะเราจะเช่าห้องดีๆ
ปัญหาอยู่ตรงนี้ค่ะ พอเราเริ่มเกริ่นว่าจะย้ายออกถ้าแม่เราตกงาน แม่สามีเราพูดกับเรารอบแรกว่า ถ้าจะเอาลูกไปด้วยก็ไปฟ้องหย่าเอา เราก็อึ้งค่ะได้แต่เงียบค่ะ พอมารอบ 2 เราเปยๆอีก ท่านบอกว่า ให้เราไป แต่ไม่ให้หลาน ถ้าเราจะไปให้ไปคนเดียว แล้วเสาร์อาทิตย์ก็กลับมาหาลูก เค้าจะไม่กีดกันเรากับลูก (แต่ทุกวันนี้ลูกไม่ติดเราเลย แทบไม่รักเราด้วยซ้ำ เพราะที่บ้านตามใจมาก แต่เราไม่ตามใจเรากลัวเค้าเสียคน เสาทิตเค้าก็พาหลานไปเที่ยวเราได้แต่ทำงานบ้าน นานๆจะได้ไปกับเค้าที)
สาเหตุที่เราเลยอยากเอาลูกออกมาคือ
1.กลัวลูกจะเอาแต่ใจจนเคย
2.กลัวแม่เค้าเหนื่อยค่ะ ไหนจะขวดนม กะเป๋าเตรียมไปเรียน ชุดนักเรียนที่ต้องซักมือ เอานอน ตื่นเช้าอาบน้ำ ป้อนข้าว งานบ้าน ถ้าเราไม่อยู่ ทุกอย่างแม่จะต้องทำเองหมด เราเกรงใจเค้าค่ะเป็นห่วงเค้าด้วย จะเอาภาระมาทิ้งให้เค้ามันก็ไม่ใช่
3.เรากลัวลูกจะไม่สนิทกับเรา จนวันที่เค้าโตขึ้นเมื่อไม่มีย่าแล้ว เค้าจะอยู่กับเราไม่ได้ ไม่เชื่อฟังเรา ขนาดทุกวันนี้บอกให้หยุดเค้ายังไม่หยุดเลยค่ะ ร้องไห้ถึงเลเวลอ้วกแล้วค่ะ
4.เรากลัวสามีเราจะพา ผญ คนนั้นเข้าบ้านแล้วมาทำร้ายลูกเรา
5.ถ้าเราไม่มีลูก เราคงนอนไม่หลับ เพราะถึงแม้ทุกวันนี้เราจะเหนื่อยแค่ไหนเราก็ทิ้งเค้าไม่ได้ค่ะเราเห็นแก่ตัวไม่ได้เราเลือกความสุขของลูก
6.เรากลัวครอบครัวเค้าไม่ให้เราเจอลูก (มันมีรายละเอียดอีกเยอะ ขอไม่เล่านะคะ)
7.เรากลัวลูกขาดความอบอุ่นค่ะ เพราะพ่อก็ไม่อยู่ แม่ก็ไม่อยู่
8.สามีเราเคยพูดกับเราตอนเกิดเรื่องว่า ลูกไม่ได้เกิดจากความรัก เรากลัวว่าถ้าลูกอยู่กะสามี สามีจะไม่สนใจลูก (ตั้งแต่เกิดเรื่องมาเราไม่เคยพูดถึงสามีในเรื่องแย่ๆให้ลูกฟังค่ะ เรามองว่ามันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่เด็กไม่ควรรู้แต่เรากลัวว่าลูกจะเกิดความสับสนว่าผู้หญิงที่นอนกับพ่อคือใคร)
เท่านี้แหละค่ะ เราเลยอยากถามว่า เราจะได้รับสิทดูแลลูกไหมคะ เราจะเอาลูกมาเลี้ยงเองโดยที่ไม่ต้องแตกหักได้ไหมคะ เราจะพูดกะเค้ายังไงดีคะ ถ้าเค้าบีบให้เราฟ้องหย่า เราชนะอยู่แล้วเพราะเรามีหลักฐานว่าสามีเรามีคนอื่น แต่เราไม่อยากทำค้ะ เราไม่อยากเอาเงินไปเสียให้ทนายเราเก็บไว้ให้ลูกเรียนดีกว่า อีกอย่างฟ้องไปก็เท่านั้นถ้าคนมันจะไม่รับผิดชอบ เราแค่อยากรู้ว่าเราจะได้รับสิทดูแลลูกไหมคะ แล้วถ้าเราฟ้องจริงๆเค้าจะอ้างต่อศาลว่าคุณย่าเป็นคนเลี้ยงดูตั้งแต่เกิดอย่างนี้ไหมคะ ในเมื่อเราไม่เคยทิ้งลูกไปไหนแม้กะทั้งสังสรรค์กับเพื่อน มีแต่ทำงานหาเงิน เพื่อลูก ทุกวันนี้ออกจากบ้านด้วยเหตุผลเดียวคือออกไปทำงานค่ะ
ทุกวันนี้เราทั้งเหนื่อยทั้งกดดันมันเหมือนร่างกายไม่ได้พักอะคะ เราเลยคิดว่าถ้าย้ายมาเช่าห้องใกล้ที่ทำงานเราจะเหลือเวลาพักผ่อนขึ้นเยอะเลย
สุดท้ายนี้ แม่สามีเคยพูดกับเราว่าเค้าไม่สามารถตัดลูกเค้าได้ เค้าตัดเราง่ายกว่า
(ตอนนั้นเค้าจะไปเที่ยวกับหลานแล้วชวนลูกชายไปด้วย ลูกชายชวนแฟนใหม่ไปด้วยค่ะส่วนเราติดทำงานวันหยุด เราเลยไม่โอเครที่ลูกเราต้องไปอยู่กะคนอื่น)
ตอนนี้เราเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าเราต้องย้ายออกเราก็ไม่สามารถตัดลูกเราได้เช่นเดียวกัน
ขอโทษที่เล่ายาวนะคะ เราเล่าเรื่องไม่เก่ง
ปล.เราเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ เราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลูก
ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
**ขออนุญาตเพิ่มข้อความตรงนี้นิดนึงนะคะในส่วนของแม่สามีเพราะบางคนอาจแล้วมองว่าเราโชคดีที่แม่สามีรัก ท่านไม่ได้เอ็นดูเราหลอกค่ะ ท่านไม่ชอบเราเป็นทุนอยู่แล้วขนาดเราท้องท่านยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เราเลย แต่เราก็ถือว่ามาหาลูกชายเค้าเอง
ปัจจุบันท่านไม่ได้รักเรามากค่ะ แค่เราเป็นแม่ของหลาน ท่านมองว่าการมีชู้มีน้อยเป็นเรื่องปกติ เพราะครอบครัวท่านเค้ามีกัน แต่ครอบครัวเราไม่มีแบบนี้ค่ะ เราเลยกดดันที่จะต้องอยู่ในบ้านที่เค้าไม่เอาสักเท่าไหร่ หลังๆมานี้ก็ดูแม่สามีปลื้มแฟนใหม่เหมือนกันน่าจะคงไปเจอกันบ่อยขึ้นอีกอย่างเค้าสวยมาก แต่เราเลือกที่จะอยู่เฉยๆๆ ปิดหูปิดตา คิดว่าอยู่เพื่อลูก ท่านให้เราทำอะไรเราก็ทำ งานบ้านที่เลี่ยงไม่ได้ส่วนนึงก็มาจากท่านเหมือนกันค่ะ ท่านไม่ได้บอกให้ทำแต่ท่านไม่ชอบบ้านสกปรก เรามองว่าถ้าเราอยู่ห้องกะลูก ห้องคงนานๆทำทีก็ได้มั้งจะได้เหมือนได้พักบ้าง
เราก็ไม่ใช่ลูกสะไภ้ที่ดีค่ะ ไม่ใช่แม่ศรีเรือน เน้นงานบริษัทฯเป็นหลัก ตอนนี้ความรู้สึกของเราลึกๆๆเหมือนท่านก็อึดอัด ก็อยากไล่แต่ก็ติดเป็นแม่หลาน ถ้าทนไม่ไหวก็ไปสิ แต่ห้ามเอาหลานไป นี่คือความรู้สึกของเรานะคะ เราไม่ได้ลงดีเทลเยอะ เพราะโฟกัสไปที่เรื่องของเราดีกว่า **
ตอนนี้เรากับแม่สามีออกแนวต่างคนต่างอยู่มากกว่า เราก็ไม่ได้โกธรหรืออะไรเพราะก็เนรคุณไม่ได้เค้าอุส่าเลี้ยงลูกให้ เราเลยขอไม่ลงรายละเอียดในหลายๆส่วนนะคะ