JJNY : 4in1 ปชช.ปลดแอกยื่น3ข้อ/เวทีOFFเชิญ'ธนาธร'ร่วมปราศรัยกับคนสำคัญ/'อินดี'มิสแกรนด์ฉะสื่อดัง/ธอส.ชี้หนี้เสียพุ่ง8.5%

ปชช.ปลดแอก ยื่น 3 ข้อเสนอ ขีดเส้นตายสิ้นเดือนนี้ ลั่น ถ้าเมิน ตุลาฯเจอกันแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_2364504
 

 
ปชช.ปลดแอก ยื่น 3 ข้อเสนอ ขีดเส้นตายสิ้นเดือนนี้ ลั่น ถ้าเมิน ตุลาฯเจอกันแน่
 
เมื่อวันที่ 15.00 น. บริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ซึ่งเป็นจุดนัดหมายทำกิจกรรม ‘ไปสภา ไล่-ี้-้าศักดินา ผูกโบ ปราศรัย ยื่นใบลาออก’ โดย คณะประชาชนปลดแอก และ กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทั่วไปบริเวณหน้าประตูทางเข้าออก ว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง มีการตั้งร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ บนบาทวิถีทั้ง 2 ฝั่งถนนสามเสน โดยมีการนำภาพหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ซึ่งถูกฝังที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 20 กันยายน ก่อนถูกถอนออก มาจัดทำเป็นสินค้าจำหน่าย โดยสกรีนเป็นลวดลายบนเสื้อยืดและกระเป๋าผ้า นอกจากนี้ บริเวณกองอำนวยการ มีการแจกสติ๊กเกอร์รูปหมุดดังกล่าวฟรี ซึ่งมีผู้ต่อคิวรับแน่น
 
บรรยากาศเมื่อเวลา 16.00 น. ฝนเริ่มลงเม็ด แต่ประชาชนยังคงปักหลักหน้ารัฐสภาเช่นเดิม ในขณะเดียวกัน กลุ่มเสื้อแดงมีการจัดเวทีคู่ขนานระหว่างการติดตั้งเวทีใหญ่ โดยใช้พื้นที่ใต้ต้นโพธิ์อภิปรายโจมตีการทำงานของรัฐบาล
 
เวลา 16.00 น. มวลชนตะโกนโห่ไล่ ส.ว.หน้าประตูรัฐสภา โดยส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ประกาศเข้าร่วมก่อนหน้านี้ ขณะที่เวทีปราศรัยบนรถขยายเสียงขนาดใหญ่เริ่มต้น โดยนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนกลุ่มเสรีเทยพลัส และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยในประเด็นการนำเงินประกันสังคม ไปลงทุนในบางธุรกิจ รวมถึง 250 ส.ว.
 
เวลา 16.10 น. เวทีมีการประกาศให้มวลชนขยับไปชิดทางฝั่งขวาของประตูรัฐสภา เพื่อเคลื่อนย้ายรถขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นเวทีขยับลงสู่ถนนสามเสน ในขณะเดียวกันมีการนำผ้าขนาดใหญ่ผูกเป็นโบขาวที่ประตูรัฐสภา
 
เวลา 16.20 น. มีการย้ายป้ายไวนิลมีข้อความ ‘เป็นกำลังใจให้ ส.ว. กลับบ้านเลี้ยงหลาน’ จากริมถนนสามเสน ไปผูกหน้าประตูรัฐสภาคู่กับโบขาว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนหนึ่ง ตัวแทนกลุ่มเสรีเทยพลัสประกาศเชิญชวนว่า ต่อจากนี้ไป หากมีม็อบที่ไหน ขอให้นำสติ๊กเกอร์หมุดคณะราษฎรที่ 2 ไปติดที่นั่น และพ่นสีเป็นรูปหมุดดังกล่าวบนพื้นถนนสามเสน ตอนหนึ่งมีการโห่กดดันไม่ให้โหวตคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญ
 
บรรยากาศการปราศรัยเมื่อเวลา 17.30 น. นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากกลุ่มเสรีเทยพลัส เป็นตัวแทนคณะประชาชนปลดแอกในการอ่าน ข้อเสนอ 3 ประการของคณะประชาชนปลดแอก ได้แก่
 
1. ส.ว.ต้องให้ความร่วมมือกับ ส.ส. ใช้กระบวนการรัฐสภาในการยกมือสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. และต้องสนับสนุนให้แก้มาตรา 269-272 เพื่อแก้ที่มา ปรับลดอำนาจต่างๆ ของ ส.ว. ซึ่งมาตราเหล่านี้ทำให้ ส.ว.เป็นความอัปยศ และความวิปริตอย่างที่ไม่เคยเป็นในประวัติศาสตร์
 
2. แก้รัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด โดยปราศจากการแต่งตั้ง ไม่สอดไส้เพื่อรักษาอำนาจ [เผล่ะจัง]  เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญ เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง
 
และ 3. เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่ครรลองประชาธิปไตย ขอให้เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญได้ทุกหมวด ทุกมาตรา
 
ตัวแทนคณะประชาชนปลดแอกกล่าวว่า หากไม่มีการดำเนินการ ประเทศไทยจะปกคลุมด้วยความมืดมิด เยาวชน และประชาชนไม่อาจเห็นแสงสว่าง หากฝืนกระแสธารกาลเวลา หากสิ้นเดือนกันยายนนี้ ยังมี ส.ว.ในสภา หรือข้อเรียกร้องยังถูกเมิน ในเดือนตุลาประชาชนจะกลับมา
 
“สิ่งที่เกิดในประเทศไทยตอนนี้ไม่มีอะไรมากกว่าการที่ชนชั้นนำหวงอำนาจที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย มีการเกาะแขนเกี่ยวไม่ปล่อย ทั้งที่รู้ว่าเวลาของตัวเองใกล้หมดแล้ว
 
“สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ทางตัน เพราะกลไกรัฐธรรมนูญ 60 มีการสืบทอดอำนาจอย่างเป็นระบบ กติกาบิดเบือน รัฐบาลไร้เสถียรภาพ เศรษฐกิจตกต่ำจากโควิด มีการเอื้อกลุ่มทุน สร้างความเหลื่อมล้ำ
 
“รัฐธรรมนูญ 60 ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แม้บอกว่าผ่านประชามติ 16 ล้านเสียง เพราะมีปัญหาจากกระบวนการประชามติ เช่น ความปลอดภัยในการไม่รับร่าง มีการจับกุม ดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม มีการใช้คำถามพ่วง มีความซับซ้อน ชักจูงโน้มน้าวให้คล้อยตาม
  
“เนื้อหาในรัฐธรรมนูญ 60 มีความวิปริตทางประชาธิปไตยของไทย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ประชาชนออกมาเรียกร้องอนาคตของตัวเองที่มีแสงสว่าง แต่รัฐบาลหาได้รับฟังไม่
  
“ประชาชนออกมา เพื่อแสดงพลังทางการเมือง แต่กลับถูกลดทอนคุณค่าการเรียกร้อง โดยกล่าวหาว่าชังชาติ ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวคือคนรักชาติ และชาติในที่นี้คือประชาชน“ นิสิตจุฬาฯ ตัวแทนคณะประชาชนปลดแอกกล่าว
 

 
ส่องเวทีนานาชาติ OFF เชิญ 'ธนาธร' ร่วมปราศรัยกับคนสำคัญหลากหลายประเทศ
https://voicetv.co.th/read/WKBwqooi4
 
การประชุมว่าด้วยเสรีภาพ Oslo Freedom Forum จัดงานแบบออนไลน์ในปีนี้ เพราะต้องป้องกันโรคโควิด-19 ขณะที่ 'ธนาธร' เป็นคนไทยที่ได้รับเชิญเข้าร่วม พร้อมบุคคลสำคัญจากหลายแวดวง ทั้งซีอีโอทวิตเตอร์, รมต.ดิจิทัลไต้หวัน, แกนนำการชุมนุมฮ่องกง, สื่อผู้ตีแผ่การละเมิดสิทธิชาวอุยกูร์
 
เวทีการประชุมนานาชาติขององค์กรไม่แสวงผลกำไรในนอร์เวย์ 'ออสโล ฟรีดอม ฟอรัม' (OFF) จัดประชุมในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Conference)  ระหว่างวันที่ 24-25 ก.ย.2563 ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่ใช้วิธีการดังกล่าว นับตั้งแต่เริ่มจัดงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา โดยมีเหตุผลสำคัญเรื่องการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกประกาศจำกัดและควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ
 
ปีนี้มีผู้คนจากหลากหลายแวดวงได้รับเชิญให้ร่วมกล่าวปาฐกถาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพ สิทธิเสรีภาพ และการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยจากทั่วโลก ซึ่งกรณีของไทย ผู้จัดได้เชิญ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' แกนนำคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าร่วมกล่าวปาฐกถาในวันที่ 24 ก.ย.
 
บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของ OFF ระบุว่าธนาธรเป็นนักธุรกิจคนสำคัญของไทย ทั้งยังเป็นแกนนำฝ่ายค้านที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จนกระทั่งถูกรัฐบาลทหารยุบพรรค แต่เขาก็ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2562 จากการรวบรวมข้อมูลของนิตยสารไทม์ สื่อเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา 
 
OFF เป็นองค์กรที่ได้รับการสนับสนุนด้านความร่วมมือจากรัฐบาลนอร์เวย์ และระบุหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ร่วมปาฐกถาบนเวที OFF แต่ละปีโดยจะพิจารณาจากประวัติการทำงานและการเคลื่อนไหวรณรงค์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และการส่งเสริมสันติภาพให้เกิดขึ้นในแต่ละสังคม 
 
ส่วนผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมเวทีคนอื่นๆ ในปีนี้ รวมถึง 'ออเดรย์ ถัง' รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการดิจิทัลของไต้หวัน ทั้งยังเป็นอดีตนักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองและประชาธิปไตยมาก่อน และเป็น รมต. คนแรกของไต้หวันที่เป็นหญิงข้ามเพศ ทำให้ถังเป็นผู้สนับสนุนสิทธิความหลากหลายทางเพศอีกบทบาทหนึ่งด้วย
 
'แจ็ก ดอร์ซีย์' ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร 'ทวิตเตอร์' สื่อสังคมออนไลน์ที่ประกาศจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเปิดพื้นที่ออนไลน์ให้ผู้คนถกเถียงและแลกเปลี่ยนในประเด็นทางสังคม ทั้งยังเป็นเศรษฐีคนสำคัญที่สมทบทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางธุรกิจจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
 
'พักอึนฮี' หญิงสาวชาวเกาหลีเหนือ ผู้แปรพักตร์หลบหนีจากประเทศบ้านเกิดมายังเกาหลีใต้เพื่อแสวงหาเสรีภาพตั้งแต่อายุได้เพียง 17 ปี และปัจจุบันพักมีอายุได้ 29 ปี เป็นที่รู้จักในเกาหลีใต้จากการเข้าสู่วงการนักแสดงโทรทัศน์ ทั้งยังเป็นผู้สะท้อนภาพระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือให้สาธารณชนภายนอกได้รับรู้อีกด้วย
 
'นาธาน เหลา' แกนนำการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยฮ่องกง ทั้งยังเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติที่อายุน้อยที่สุดของฮ่องกง แต่ต้องเผชิญชะตากรรมถูกยุบพรรคการเมืองเช่นเดียวกัน แต่ปัจจุบัน เหลายังคงเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปประชาธิปไตยในฮ่องกง
 
'กูลเชชรา โฮจา' ผู้สื่อข่าวชาวอุยกูร์ที่เคยทำงานกับสื่อรัฐบาลจีน แต่ผันตัวมาเป็นสื่อในสังกัด Radio Free Asia ซึ่งเป็นสำนักข่าวระหว่างประเทศที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
 
โฮจาให้เหตุผลว่าต้องการรายงานข่าวและข้อเท็จจริงโดยไม่ถูกปิดกั้นข้อมูล หลังจากนั้นจึงมีการรายงานให้เห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ ขณะที่สมาชิกครอบครัวของโฮจากว่า 20 คน กลายเป็นบุคคลหายสาบสูญ
 
ก่อนหน้านี้เคยมีคนไทยที่ได้รับเชิญไปร่วมเวที OFF มาแล้ว โดยปี 2561 มีการเชิญ 'เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล' นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปร่วมเวทีปาฐกถาในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นประชาธิปไตย ขณะที่ปี 2562 กลุ่มแร็ปเปอร์ Rap Against D---------ship เจ้าของเพลง 'ประเทศGuมี' ได้รับรางวัล Václav Havel Prize for Creative Dissent ว่าด้วยการต่อสู้ทางอุดมการณ์อย่างสร้างสรรค์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่