จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว ที่สุดเจ๋ง Ep. 8🌱🌺🌱🌺🤗


จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว ที่สุดเจ๋ง     Ep 8
  กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราห์แสง
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (Photosybthetic Bacteria; PSB) เป็นแบคทีเรียที่พบกระจายทั่วไปในธรรมชาติ บทบาทของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีความสำคัญในกระบวนการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ และการตรึงไนไตรเจน
         สำหรับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่นำมาใช้ในการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสีม่วงกลุ่มไม่สะสมกำมะถัน แบคทีเรียชนิดนี้เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีแสงก็จะเกิดกระบวนการที่ใช้แสง ถ้าสิ่งแวดล้อมไม่มีแสงก็เปลี่ยนมาใช้อีกกระบวนการที่ไม่ใช้แสงทำให้มีชีวิตอยู่ได้ ฉะนั้นจึงสามารถใช้ประโยชน์จากการกระบวนการดำรงชีวิตนี้มาใช้ในการบำบัดของเสีย และการบำบัดดิน
       จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงยังใช้เป็นอาหารเสริมให้แก่สัตว์ เนื่องจากแบคทีเรียมีโปรตีนที่จำเป็นต่อสัตว์ อีกทั้งแบคทีเรียบางสายพันธุ์ยังผลิตสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งมีสีแดงออกส้ม เมื่อผสมอาหารให้ไก่กินจะช่วยเพิ่มสีให้ไข่แดงของไก่ สารดังกล่าวได้จากธรรมชาติจึงมีความปลอดภัยกว่าสารสังเคราะห์
   สายพันธุ์ของจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
       จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ที่น่าสนใจมี 5 สายพันธุ์ คือ SS3, SS4, FS3, SH5, และ ES16 แต่ในจำนวน 5 สายพันธุ์นี้ SS3 (Rhodobacter capsulatus) มีการเจริญเติบโตดี
ประเทศญี่ปุ่นประกาศใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง สายพันธุ์ SS3 เป็นวาระแห่งชาติในปี 2010 โดยมุ่งเน้นใน 3 แนวทาง คือ ด้านเกษตร ปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อม  ชาวนาในประเทศญี่ปุ่นจะใช้เป็นตัวช่วยเพิ่มผลิตข้าวในนา
หน้าที่หลักของ PSB 
   1…… เป็นแหล่งรวมแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่น กรดอะมิโน ,กรดนิวเคลียริค, สารประกอบและโพลีแซคคาไรด์ 
   2……... ทำให้พืชโตเร็วขึ้น โดยใช้กระบวนการเพิ่มแร่ธาตุในดิน เช่น ไมคอริซ่า (Mycorrhiza), อาโซโตแบคเตอร์ (Azotobacter) 
   3…….. เป็นตัวทำกระบวนการรีไซเคิลให้กับ คาร์บอน , ไนโตรเจน , และสารประกอบจำพวกซัลเฟอร์ 
   4…….. เพิ่มผลผลิตให้แก่พืช โดยการส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของรากให้มีปริมาณมากขึ้นและแข็งแรง ผมเคยทดสอบกับข้าวในนาของแก๊ง7ทะโมน ปริมาณรากข้าวเพิ่มมากกว่า50เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับไม่ใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
   5……… ป้องกันมลพิษทางอากาศ และช่วยกำจัดแร่ธาตุเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม 
   6……. ช่วยลดแก๊สกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์ในคอกเลี้ยง 7. ช่วยกำจัดของเสียและพิษ เช่น ไฮโดรเจนซันไฟด์, เมอร์แคปตัน, คลอไรด์ และไดอะมายด์
     การใช้ประโยชน์ในแวดวงการเกษตร 
ใช้ในนาข้าว, พืชไร่, ไม้ผล, ไม้ประดับ, ปศุสัตว์ ฯลฯ เพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหลัก ในกรณีใช้ต่อเนื่องยังช่วยลดก๊าชไข่เน่าในดิน ช่วยให้รากพืชขยายและดูดซึมปุ๋ยได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนาข้าว ส่วนในพืชชนิดอื่นๆ ก็เช่นกัน ช่วยให้รากพืชแข็งแรงสามารถดูดซึมสารอาหารได้มากขึ้น 
        นอกจากนี้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงยังมีโปรตีนสูง มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น ไมคอริซ่า, อาโซโตแบคเตอร์ ฯลฯ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่พืชอย่างมาก พืชจึงมีความแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลงต่างๆ ได้ดี
 วิธีขยายเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะแสงใช้เอง 
……..1. กรอกน้ำ เกือบเต็มขวดน้ำดื่มขนาด 1.5 ลิตร เหลือพื้นที่ไว้สัก 4-5 นิ้วจากปากขวด
........ 2. ตอกไข่ใส่ภาชนะ (เปลือกไข่ไม่ต้องทิ้ง ตำหรือบดเปลือกไข่ให้ละเอียดแล้วผสมลงไป) ใส่ผงชูรส อัตราส่วน ไข่ 1 ฟอง ต่อผงชูรส 1 ช้อนชา น้ำปลา 3ช้อน 
……..3. ตักใข่ที่ผสมแล้วใส่ลงไปในขวดน้ำที่เตรียมไว้ในข้อ 1 ขวดละ 1 ช้อนโต๊ะ เขย่าส่วนผสมให้เข้ากับน้ำ แล้วเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงลงไปขวดละ 100 มิลลิลิตร ปิดฝาขวดให้แน่น 
……..4. นำขวดไปวางเรียงกันในที่ที่มีแสงส่องทั้งวัน 
……5. เขย่าขวดบ้าง หากมีแก๊สในขวดมากก็เปิดฝาระบายออกได้ รอจนกว่าจะเป็นสีแดงเข้มทั้งขวด จึงจะนำไปใช้ได้ 
    การนำไปใช้ 
          นาข้าว ใช้ 1 ลิตรต่อไร่ สาดให้ทั่วไร่, สวนไม้ผล ใช้ 50 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นลงดินขณะเตรียมปลูก หรือพ่นทางลำต้นและราก ทุกๆ 7-10 วัน, แปลงผักและดอกไม้ ใช้ 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นลำต้นและราก ทุกๆ 5-7 วัน และยังสามารถช่วยเร่งให้พืช เช่น มะนาว มะเขือเทศ ส้ม มะม่วง มังคุด เป็นต้น ออกดอกได้อีกด้วย
                          ขอบคุณ ข้อมูลจาก Thai Farmer Librari
       สำหรับภาพประกอบนั้นที่ผมนำมาเป็นการใช้จุลินทรีย์สังเคราห์แสงเพื่อแก้ปัญหาในนาข้าว ปัญหาที่พบคือเกิดคราบตะไคร่ น้ำจำนวนมากปกคลุมข้าวที่งอก สาเหตุเกิดจากกระบวนการเตรียมดินไม่สมบูรณ์ ซังที่ถูกไถกลบระหว่างทำเทือกยังไม่ย่อยสลาย มีปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซันไฟด์จำนวนมาก เป็นอาการหนึ่งของโรคเมาซัง ผมทดลองใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์สงแก้ปัญหาโดยการเติมน้ำพร้อมจะลินทรีย์สังเคราะห์แสงอัตรา 1ลิตร/ไร่โดยพยายามให้กระจายทั่วแปลง หมักทิ้งไว้ในนา1-2วัน ปล่อยน้ำออก ทำซ้ำเหมือนเดิม ประมาณ4-5ครั้ง ข้าวที่เราจะต้องไถทิ้งเพื่อหว่านใหม่ กลับเจริญงอกงามดี สังเกตดีๆว่าข้าวที่แก้ปัญหาแล้วยังมีตะไคร่  แต่ไม่ใช่ปัญหาเมื่อข้าวโต ใบข้าวจะบดบังแสง ตะไคร่น้ำเหล่านี้จะตาย เป็นอาหารให้กับดินในนาต่อไป
ขอขอบคุณบทความจากเพจเรียนเกษตรง่ายๆกับครูชาตรี
#tiktok @theninwow
#ทำสวนปะหละ
#แม่ฉันทำสวน 
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่