สวัสดีค่ะ ชาวพันทิปผู้มีพระคุณและน่ารักทุกท่าน
ดิฉันนางสาวรัสมีแข ขออนุญาตแนะนำและขอคำปรึกษาจากพี่ๆน้องๆชาวพันพัปที่รักทุกท่าน เรื่องราวของดิฉันที่จะเล่าต่อไปนี้น่าจะพอเป็นอีกหนึ่งวิทยาทานให้กับน้องๆที่กำกังสับสนในชีวิตหรือจะอ่านเอามันส์ก็ตามแต่อัธยาศัย เพราะดิฉันเชื่อว่าการได้เรียนรู้ผ่านเรื่องราวของผู้อื่นไม่ว่าเรื่องราวนั้นจะเป็นอย่างไร ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ใช้ต้นทุนน้อยแสนน้อยและเหมือนได้ท่องโลกกว้างมหาศาล
โอเคค่ะ เกิ่นมาซะยาว ดิฉันขอเข้าเรื่องเลยล่ะกันนะคะ ดิฉันเป็นชะนีน้อย !! (ใช่ค่ะดิฉันเป็นน้องนี) เรียนและจบจากต่างจังหวัดมาทำงานที่กทม. ราวๆปี 2015 ดิฉันจบบัญชี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 และแบกไว้บนบ่า หิ้วไปไหนมาไหนไว้หนักพอตัว บวกกับวัยที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความฝันใฝ่ อยากจะทำงานใน Audit firm Big 4 เงินดี ชีวิตดี เป็นสาว Audit คุณหนูๆ เริศๆ จึงตัดสินใจหอบกระเป๋าขึ้นมาทำงานกทม. หวังจะทำ Big 4ให้ได้ในสักวัน อยู่กทม.ดิฉีนไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีใครที่จัก ไม่มีเลย เรียกได้ว่าเริ่มจาก 0 มิหนำซ้ำไม่เคยมากทม. ไม่รู้ว่ารถเมล์ขึ้นยังไง แถวไหนเรียกว่าอะไร เห็นแต่ในละครกับพวก social (บ้านนอกแค่ไหนคิดดูค๊าาา) คุณผู้อ่านค่ะ ลองนึกสภาาพเด็กเด๋อลงรถทัวร์จากสายใต้ตอนย่ำรุ่ง หอมเป้เน่าๆใบนึงไม่มีใครมารับไม่รู้ว่าต้องไปไหนดูสิคะ ไม่รู้ดิฉันรอดมาได้ยังไงเหมือนกันนะคะ แต่เอาเถอะค่ะ เดชะบุญที่ดิฉันเกิดมาในโลกทุนนิยม ตอนเรียนจบดิฉันก็ร่อนใบสมัครในเว็ยหางานต่าง โดยเน้นไปทางตรวจสอบบัญชี ด้วยงานที่มี turnover สูงทำให้ดิฉันใช้เวลาไม่นานก็มีบริษัทมานัดสัมภาษณ์2-3ที่ ดิฉันก็ตีตั๋ว (รถทัวร์แหล่ะค่ะ) จองโรงแรมแถวๆกลางเมืองหน่อยที่เดินทางสะดวก สัมไปสัมมาดิฉันก็ได้งานใน audit firm สัญชาติไทยแต่ก็อยู่ใน top 5 ตอนนั้นรู้สึกว่าพอใจมากนะคะ ด้วยตัวเองไม่ได้จบมอดัง จากการที่ศึกษาข้อมูลก็จะมีวิธิประมาณนี้คือให้ไปเก็บประสบการณ์จากที่อื่นก่อนแล้วมาสอบเข้าที่ Big 4 ค่ะ ดิฉนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำตามแผนที่วางไว้ แต่คุณค่ะ ชีวิตการทำงานของชะนีช่างฝัน มันไม่ได้สวยงานดั่งใจคิด ปัญหารวมๆคือ 1. ดิฉันไม่สามารถทำงานและปรับตัวเข้ากับการเป็น Audit
2.ดิฉันไม่ได้ชอบงานด้านบัญชีและงาน Ofice ค่ะ ซึ่งสาเหตุดังกล่าวมันส่งมันให้ชัวิตของดิฉันของดิฉันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลุ่มๆกอนๆไปไม่สุดสักอย่าง ดิฉันทำงานที่แรกได้ 5-6 เดือนก็ลาออกไปเริ่มที่ใหม่ในสาย audit ได้ 3-4 เดือนออกก็มี (จริงๆย้ายงานบ่อยมา) ดิฉันทำไม่ได้ค่ะ แล้วยิ่งโดนว่าก็ยิ่งกดดัน (โดนมาเยอะเหมือนกันค่ะ) บวกเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย ช่วง 1-3 ปีในชีวิตการทำงานก็มีถึงพบจิตย์แพทย์ กลับไปยู่บ้านเป็นปี ทะเลาะกับครอบครัว ขาดความมั่นใจ ไม่มีเงินเก็บเพราะย้ายงานบ่อย เปลี่ยนหอบ่อยค่าใช้จ่ายก็เยอะ กลายเป็นคนเลอะๆเลือนๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ (ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นคนที่จำเก่งและเรียนรู้ไวค่ะ) ไอ้ที่เค้าบอกว่าเสียศูนย์มันคงประมาณนี้อะเนอะ ตอนนั้นเหมือนคนอกหัก เพราะผิดหวังจากสิ่งที่ตั้งใจ กินยานอนหลับเป็นแผงพอให้หายไปจากโลกสักพัก แต่ด้วยชีวิตมันต้องดำเนินต่อไปดิฉันก็กัดฟันสู้ มากทม.อีกรอบครั้งนี้มาก็พอมีประสบการณ์ (ขึ้นรถเมล์เป็นแล้วค่ะ) ปรับตัวกับชีวิตการทำงานได้มากขึ้น และที่สำคัญก็ได้คุยกับตัวเองจริงๆ กล้าที่จะสู้เพื่อตัวเอง คิดว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยู่ได้กับมันวันละอย่างน้อย 8 ชม.และอยากจะสุดกับมัน(นี่คือความปรารถนาที่สุดในชีวิตและเป็นความหวังให้ดิฉันอยากสู้ต่อ) เรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดพลาดและอยู่กับปัจจุบัน
ต่อมาชีวิตในปีที่ 4-5 หลังจากเรียนจบของดิฉันก็เริ่มต้นด้วยการขึ้นมาสมัครงานกทม.อีกครั้ง (หลังจากกลับไปเลียแผลใจที่บ้าน) มาถึงตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้อยากเป็น Audit แต่ด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มสมัครงานอะไร แผนตอนนั้นคือเก็บเงินไปเรียนภาษา ก็เลยคิดว่าทำงานอะไรไปก่อนก็ได้ขอแค่ได้เงินและใช่ค่ะงานที่ดิฉันเลือกทำก็ไม่พ้นสายที่เรียนมาคือบัญชี สมัครงานใหม่หลังจากหายไปเป็นปีบวกกับเปลี่ยนจาก Audit เป็นบช. ก็จะเรียกเงินเดือนได้ไม่มากแถมตอนนั้นใจก็กล้าๆกลัวๆไม่รู้ว่าทำได้ไหม ก็รับงานฐานเงินเดือนเด็กจบไหมไป ทำไปได้ปีนึง พอประคับประคองตัวเองได้ เรียกความเชื่อมั่นให้ตัวเองได้มากขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่ใช่งานที่ฝัน อดทนทำไป เงินเก็บก็ไม่มี อายุก็เริ่มมากขึ้น ดิฉันเลยสมัครงานใหม่ ได้สายตรวจสอบภายใน เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น และเป็นงานที่ทำอยู่ประจำได้ปีกว่า เรียนตามตรงว่า dead inside ค่ะ...
มาถึงตรงนี้งานที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากทำจริงๆ คืองานในร้านอาหารค่ะ (เคยไปทำ Part time เสาร์ อาทิตย์ ช่วงทำงานบัญชี) แล้วชอบมากกกกกกกกกกกกมากถึงมากที่สุด ทำทั้งร้าน cafe ได้อบขนมมันเป็นสิ่งที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กับทั้งวันทั้งคืน ได้บริการลูกค้า (มันเป็นเสียงเรียกในใจเรามาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนแต่ก็เพิกเฉยต่อมัน) จนถึงตอนนี้เปิดใจคุยกับที่บ้าน หลายครั้งหลายวิธีขอทุนมาเปิดร้าน เค้าก็ยังไม่ยอมให้เราทำ ...ทีนี้เรามาลองๆคิดๆดูจากการตัดสินใจในชีวิตเราที่ผ่านมา เราประเมินตัวเองว่าเราตัดสินใจอะไรยังไม่แม่นยำพอ ไม่เด็ดขาด มันเลยพาเรามาถึงจุดนี้จุดที่เราไม่ได้อยากมาอยู่ เราเลยอยากจะสอบถามถึงแพลนในชีวิตที่เราจะทำต่อจากนี้ว่ามัน make sense ไหม.....
คำปรึกษาที่ยากขอคือถ้า...เป้าหมายสูงสุด : ทำงานที่ตัวเองสามารถใช้ชีวิตกับมันอย่างไม่ทุกข์ เพลิดเพลิน 8 ชม./วันได้ตลอด 30 ปีต่อจากนี้งานนั้นจะต้องเลี้ยงดูตัวเราได้ใช้วิถีที่เราต้องการ = มีเงินสำหรับปัจจัยพื้นฐาน + ซื้อประสบการณ์ชีวิตอื่นๆได้ เช่นหนังสือดีๆ หนังดีๆ งานที่ตรงตามเป้าหมาย ณ ตอนนี้ : 1. เชฟ - ยังไม่แน่ชัดว่าจะแยกคาว/หวานแต่ใจได้ทั้งหมด (ที่บอกว่า ณ ตอนนี้เพราะหาเจอ อยาจมีสิ่งที่ตรงตามเป้าแต่หาไม่เจอ)
วิธีทางทำตามเป้า(ที่คิดออกตอนนี้) : ตอนนี้เราอายุ 28 ปี ประสบการณ์งานด้านบัญชีและตรวจสอบเราตีเป็น 3 ปี ประสบการณ์ร้านอาหาร/cafe เราทำควบคู่บ้างตามเวลาว่างตีเป็น 1 ปี ซึ่งเราอยากเป็นเชฟ โดยไปเรียนและมีประสบการณ์นอก โดยแพลนคือ...
ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 2563 เราจะอ่านหนังสือสอบ ielts บวกทำงานไปด้วย (ภาษาอังกฤษเราชอบพอฟังออกและพูดได้)
ต้นปี 2564 เดือนกุมภาเราจะกดโครต้า WAH เพื่อไปทำงานที่ออส 1 ปีและเก็บเงินเพื่อเรียนเชฟ (ที่เราไปโครงการนี้เพราะถูกสุด)
อายุ 29 เกือบ 30 เราจะเรียนเชฟและเข้าสู่เส้นทางทำงานร้านอาหารที่นั่น เก็บประสบการณ์และใช้ชีวิตในวิถีเชฟ
อายุ 35 -36 ปีเปิดร้าน (ยืดยุ่นได้แล้วแต่หน้างาน)
จากแพลนดังกล่าวข้างต้นทุกคนว่าพอเป็นไปได้ไหม..
ใครมีประสบการณ์งานเชฟใส่มาได้เลยนะคะ อยากทราบของจริง...
เราคิดและวางแผนและทำอะไรคนเดียวตลอดที่บ้านเรามีแม่กับพี่สาวมีมุมมองค่อนข้างเป็นห่วงเรา โลกทัศน์เราก็ไม่ได้กว้างมาก ทุกความคิดเห็นของทุกคนจึงมีค่ากับเรามาก รบกวนให้คำชี้แนะเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ปล.หากเราเขียนไม่ดียังไงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ช่วยเข้ามาหน่อยค้าาา อยากขอคำปรึกษา อายุ 28 เปลี่ยนสายจากงานตรวจสอบไปเป็นเชฟ คุณพี่ว่าดีไหมค้าาาา
โอเคค่ะ เกิ่นมาซะยาว ดิฉันขอเข้าเรื่องเลยล่ะกันนะคะ ดิฉันเป็นชะนีน้อย !! (ใช่ค่ะดิฉันเป็นน้องนี) เรียนและจบจากต่างจังหวัดมาทำงานที่กทม. ราวๆปี 2015 ดิฉันจบบัญชี ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 และแบกไว้บนบ่า หิ้วไปไหนมาไหนไว้หนักพอตัว บวกกับวัยที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยความฝันใฝ่ อยากจะทำงานใน Audit firm Big 4 เงินดี ชีวิตดี เป็นสาว Audit คุณหนูๆ เริศๆ จึงตัดสินใจหอบกระเป๋าขึ้นมาทำงานกทม. หวังจะทำ Big 4ให้ได้ในสักวัน อยู่กทม.ดิฉีนไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีใครที่จัก ไม่มีเลย เรียกได้ว่าเริ่มจาก 0 มิหนำซ้ำไม่เคยมากทม. ไม่รู้ว่ารถเมล์ขึ้นยังไง แถวไหนเรียกว่าอะไร เห็นแต่ในละครกับพวก social (บ้านนอกแค่ไหนคิดดูค๊าาา) คุณผู้อ่านค่ะ ลองนึกสภาาพเด็กเด๋อลงรถทัวร์จากสายใต้ตอนย่ำรุ่ง หอมเป้เน่าๆใบนึงไม่มีใครมารับไม่รู้ว่าต้องไปไหนดูสิคะ ไม่รู้ดิฉันรอดมาได้ยังไงเหมือนกันนะคะ แต่เอาเถอะค่ะ เดชะบุญที่ดิฉันเกิดมาในโลกทุนนิยม ตอนเรียนจบดิฉันก็ร่อนใบสมัครในเว็ยหางานต่าง โดยเน้นไปทางตรวจสอบบัญชี ด้วยงานที่มี turnover สูงทำให้ดิฉันใช้เวลาไม่นานก็มีบริษัทมานัดสัมภาษณ์2-3ที่ ดิฉันก็ตีตั๋ว (รถทัวร์แหล่ะค่ะ) จองโรงแรมแถวๆกลางเมืองหน่อยที่เดินทางสะดวก สัมไปสัมมาดิฉันก็ได้งานใน audit firm สัญชาติไทยแต่ก็อยู่ใน top 5 ตอนนั้นรู้สึกว่าพอใจมากนะคะ ด้วยตัวเองไม่ได้จบมอดัง จากการที่ศึกษาข้อมูลก็จะมีวิธิประมาณนี้คือให้ไปเก็บประสบการณ์จากที่อื่นก่อนแล้วมาสอบเข้าที่ Big 4 ค่ะ ดิฉนก็ตั้งหน้าตั้งตาทำตามแผนที่วางไว้ แต่คุณค่ะ ชีวิตการทำงานของชะนีช่างฝัน มันไม่ได้สวยงานดั่งใจคิด ปัญหารวมๆคือ 1. ดิฉันไม่สามารถทำงานและปรับตัวเข้ากับการเป็น Audit 2.ดิฉันไม่ได้ชอบงานด้านบัญชีและงาน Ofice ค่ะ ซึ่งสาเหตุดังกล่าวมันส่งมันให้ชัวิตของดิฉันของดิฉันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลุ่มๆกอนๆไปไม่สุดสักอย่าง ดิฉันทำงานที่แรกได้ 5-6 เดือนก็ลาออกไปเริ่มที่ใหม่ในสาย audit ได้ 3-4 เดือนออกก็มี (จริงๆย้ายงานบ่อยมา) ดิฉันทำไม่ได้ค่ะ แล้วยิ่งโดนว่าก็ยิ่งกดดัน (โดนมาเยอะเหมือนกันค่ะ) บวกเป็นคนคิดมากอยู่แล้วด้วย ช่วง 1-3 ปีในชีวิตการทำงานก็มีถึงพบจิตย์แพทย์ กลับไปยู่บ้านเป็นปี ทะเลาะกับครอบครัว ขาดความมั่นใจ ไม่มีเงินเก็บเพราะย้ายงานบ่อย เปลี่ยนหอบ่อยค่าใช้จ่ายก็เยอะ กลายเป็นคนเลอะๆเลือนๆ จำอะไรไม่ค่อยได้ (ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นคนที่จำเก่งและเรียนรู้ไวค่ะ) ไอ้ที่เค้าบอกว่าเสียศูนย์มันคงประมาณนี้อะเนอะ ตอนนั้นเหมือนคนอกหัก เพราะผิดหวังจากสิ่งที่ตั้งใจ กินยานอนหลับเป็นแผงพอให้หายไปจากโลกสักพัก แต่ด้วยชีวิตมันต้องดำเนินต่อไปดิฉันก็กัดฟันสู้ มากทม.อีกรอบครั้งนี้มาก็พอมีประสบการณ์ (ขึ้นรถเมล์เป็นแล้วค่ะ) ปรับตัวกับชีวิตการทำงานได้มากขึ้น และที่สำคัญก็ได้คุยกับตัวเองจริงๆ กล้าที่จะสู้เพื่อตัวเอง คิดว่าอะไรคือสิ่งที่เราอยู่ได้กับมันวันละอย่างน้อย 8 ชม.และอยากจะสุดกับมัน(นี่คือความปรารถนาที่สุดในชีวิตและเป็นความหวังให้ดิฉันอยากสู้ต่อ) เรียนรู้ที่จะยอมรับความผิดพลาดและอยู่กับปัจจุบัน
ต่อมาชีวิตในปีที่ 4-5 หลังจากเรียนจบของดิฉันก็เริ่มต้นด้วยการขึ้นมาสมัครงานกทม.อีกครั้ง (หลังจากกลับไปเลียแผลใจที่บ้าน) มาถึงตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้อยากเป็น Audit แต่ด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มสมัครงานอะไร แผนตอนนั้นคือเก็บเงินไปเรียนภาษา ก็เลยคิดว่าทำงานอะไรไปก่อนก็ได้ขอแค่ได้เงินและใช่ค่ะงานที่ดิฉันเลือกทำก็ไม่พ้นสายที่เรียนมาคือบัญชี สมัครงานใหม่หลังจากหายไปเป็นปีบวกกับเปลี่ยนจาก Audit เป็นบช. ก็จะเรียกเงินเดือนได้ไม่มากแถมตอนนั้นใจก็กล้าๆกลัวๆไม่รู้ว่าทำได้ไหม ก็รับงานฐานเงินเดือนเด็กจบไหมไป ทำไปได้ปีนึง พอประคับประคองตัวเองได้ เรียกความเชื่อมั่นให้ตัวเองได้มากขึ้นอีกนิด แต่ก็ไม่ใช่งานที่ฝัน อดทนทำไป เงินเก็บก็ไม่มี อายุก็เริ่มมากขึ้น ดิฉันเลยสมัครงานใหม่ ได้สายตรวจสอบภายใน เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น และเป็นงานที่ทำอยู่ประจำได้ปีกว่า เรียนตามตรงว่า dead inside ค่ะ...
มาถึงตรงนี้งานที่เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากทำจริงๆ คืองานในร้านอาหารค่ะ (เคยไปทำ Part time เสาร์ อาทิตย์ ช่วงทำงานบัญชี) แล้วชอบมากกกกกกกกกกกกมากถึงมากที่สุด ทำทั้งร้าน cafe ได้อบขนมมันเป็นสิ่งที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กับทั้งวันทั้งคืน ได้บริการลูกค้า (มันเป็นเสียงเรียกในใจเรามาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนแต่ก็เพิกเฉยต่อมัน) จนถึงตอนนี้เปิดใจคุยกับที่บ้าน หลายครั้งหลายวิธีขอทุนมาเปิดร้าน เค้าก็ยังไม่ยอมให้เราทำ ...ทีนี้เรามาลองๆคิดๆดูจากการตัดสินใจในชีวิตเราที่ผ่านมา เราประเมินตัวเองว่าเราตัดสินใจอะไรยังไม่แม่นยำพอ ไม่เด็ดขาด มันเลยพาเรามาถึงจุดนี้จุดที่เราไม่ได้อยากมาอยู่ เราเลยอยากจะสอบถามถึงแพลนในชีวิตที่เราจะทำต่อจากนี้ว่ามัน make sense ไหม.....
คำปรึกษาที่ยากขอคือถ้า...เป้าหมายสูงสุด : ทำงานที่ตัวเองสามารถใช้ชีวิตกับมันอย่างไม่ทุกข์ เพลิดเพลิน 8 ชม./วันได้ตลอด 30 ปีต่อจากนี้งานนั้นจะต้องเลี้ยงดูตัวเราได้ใช้วิถีที่เราต้องการ = มีเงินสำหรับปัจจัยพื้นฐาน + ซื้อประสบการณ์ชีวิตอื่นๆได้ เช่นหนังสือดีๆ หนังดีๆ งานที่ตรงตามเป้าหมาย ณ ตอนนี้ : 1. เชฟ - ยังไม่แน่ชัดว่าจะแยกคาว/หวานแต่ใจได้ทั้งหมด (ที่บอกว่า ณ ตอนนี้เพราะหาเจอ อยาจมีสิ่งที่ตรงตามเป้าแต่หาไม่เจอ)
วิธีทางทำตามเป้า(ที่คิดออกตอนนี้) : ตอนนี้เราอายุ 28 ปี ประสบการณ์งานด้านบัญชีและตรวจสอบเราตีเป็น 3 ปี ประสบการณ์ร้านอาหาร/cafe เราทำควบคู่บ้างตามเวลาว่างตีเป็น 1 ปี ซึ่งเราอยากเป็นเชฟ โดยไปเรียนและมีประสบการณ์นอก โดยแพลนคือ...
ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 2563 เราจะอ่านหนังสือสอบ ielts บวกทำงานไปด้วย (ภาษาอังกฤษเราชอบพอฟังออกและพูดได้)
ต้นปี 2564 เดือนกุมภาเราจะกดโครต้า WAH เพื่อไปทำงานที่ออส 1 ปีและเก็บเงินเพื่อเรียนเชฟ (ที่เราไปโครงการนี้เพราะถูกสุด)
อายุ 29 เกือบ 30 เราจะเรียนเชฟและเข้าสู่เส้นทางทำงานร้านอาหารที่นั่น เก็บประสบการณ์และใช้ชีวิตในวิถีเชฟ
อายุ 35 -36 ปีเปิดร้าน (ยืดยุ่นได้แล้วแต่หน้างาน)
จากแพลนดังกล่าวข้างต้นทุกคนว่าพอเป็นไปได้ไหม..
ใครมีประสบการณ์งานเชฟใส่มาได้เลยนะคะ อยากทราบของจริง...
เราคิดและวางแผนและทำอะไรคนเดียวตลอดที่บ้านเรามีแม่กับพี่สาวมีมุมมองค่อนข้างเป็นห่วงเรา โลกทัศน์เราก็ไม่ได้กว้างมาก ทุกความคิดเห็นของทุกคนจึงมีค่ากับเรามาก รบกวนให้คำชี้แนะเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ปล.หากเราเขียนไม่ดียังไงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย