ขอคำปรึกษาในเรื่องชีวิตรักครับ (กระทู้แรก พิมพ์ผิดขออภัยมาล่วงหน้า) ไม่รู้จะเอายังไงต่อดี
ตัวผมเองอายุ 27 กำลังจะเรียนจบ ป.โท ครับ มีแผนว่าจะเป็นอาจารย์
พึ่งอกหักมาได้สัก3-4เดือนแล้ว ไม่กล้าคุยกับเพื่อนเพราะมีศรีภรรยากันหมด เดี๋ยวก็หาว่าเพ้ออีก เลยมาขอคำปรึกษา
จากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในพันทิปน่ะครับ T T
เกริ่นก่อนตัวผมเองไม่ใช่คนพื้นฐานครอบครัวดี ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตมาแต่แรกเริ่มครับ
ก็ทำงานฟรีแลนซ์(สายกราฟิคดีไซน์) ควบคู่ส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่ ป.ตรีแล้ว
รายได้ไม่ต้องพูดถึง เดือนชนเดือนครับ ค่าทงค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในชีวิตตัวเองก็พออยู่รอดได้
พอเที่ยวได้บ้าง ซื้อของนั่นโน่นนี่ตามกำลังทรัพย์สะดวก ไม่มีรถยนต์ มีแต่มอเตอร์ไซค์
รายได้ต่อเดือนประมาณ 1.5 - 4หมื่น++ ขึ้นกับว่าแต่ละเดือนมีตัวเรียนมากน้อยแค่ไหน
ถ้าเรียนเยอะก็รับน้อยลงครับ ซึ่งเป็นงานฟรีแลนซ์ที่ค่อนข้างผูกขาดครับ มีรายได้ตลอด
ผมโดนเทมาแล้ว 3 รอบด้วยกัน รุ่นน้องทุกคน (เค้ามีคนใหม่ทุกคน) มันน่าตลกตรงที่ทุกคนสาเหตุเดียวกันหมดเลย
ผมอายุเท่านี้แล้ว ยังไม่มีบ้าน มีรถยนต์ มีอาชีพเป็นของตัวเอง เค้าฝากอนาคตไว้ไม่ได้ ก็เลยไปหาคนใหม่ ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่ผมเรียนโทนี่ล่ะครับ
คนล่าสุดก็เช่นเดียวกัน จับได้ว่ากำลังจะมีซัมติงกับ ผช อื่น ผมห้ามทันก่อนเม้งจะแตก (แอบฟังจากประตูจนมั่นใจว่าจะซัมติงกันแน่ๆ เลยเคาะประตู)
มิเช่นนั้นผมคงสะกดอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่ๆ สุดท้ายก็คุยตกลงกันว่า คุณหยุดไม่ได้ใช่มั้ย งั้นผมไป (ก่อนไปจับได้อีก 3 คน!!)
ผมนั่งถามเค้าว่าทำไม คือที่ผมดูแลมันไม่ดีพอหรือ?
คำตอบที่ได้ ยกตัวอย่างนะครับเพราะผม "ขาด" อะไรไปสักอย่างที่ทำให้เขาไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ
เช่น ผมไม่ชอบเที่ยวแบบกะทันหัน(แบบนัด9โมง ไป10โมง) ผมชอบที่จะวางแผนก่อน จะได้ไม่ผิดแผน
เขาเลยเลือกที่จะ "หาคนที่มาชดเชยที่ผมขาดได้" ไม่ว่าจะเป็นการที่ไทม์โซนชีวิตผมไม่ค่อยตรงกัน (ผมฟรีแลนซ์ เขางานประจำ)
ผมชอบเที่ยวกับเพื่อน ไม่ชอบให้แฟนไปด้วย(แต่ผมไม่ไปยึกยักคุยกับคนอื่นนะ ให้เช็คตลอด)
สุดท้ายก็มาจบที่คำเดิมครับ ผมฝากอนาคตไว้ไม่ได้ จะเป็นยังไงไม่รู้ จบ แยกย้าย ยอมรับว่าเสียใจมากครับ เพราะมันจบแบบนี้มาตลอด
ไม่มีรถยนต์ เงินเดือนก็ไม่มี อาชีพยังงี้จะไปกันรอดได้ไง (คืออีกฝั่งเค้ามีเงินเดือนครับ แต่ผมอะมีภาระต้องจ่ายเยอะ ผมเลยไปได้ไม่บ่อย)
ตอนนี้เลยเกิดอาการกดดัน + เครียดสะสมตั้งแต่เรียนโทเป็นทุนเดิมแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองช้ากว่าเพื่อน
คนอื่นเค้าทำงานกันถึงไหนต่อไหนแล้ว มีบ้าน มีรถ แต่งงานกันหมด ผมยังเรียนอยู่เลย เงินเดือนแน่ๆก็ไม่มี
ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างจริงจังกับความรักมากครับ ถ้ามีก็ถวายหัวให้เลยเอ้า แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าผมกลัวความรักไปแล้ว
ไม่กล้าที่จะมีความรักครั้งใหม่ กลัวว่าเดี๋ยวก็ไม่พร้อม ไม่มีอนาคตอีก
ผมควรจัดการกับชีวิต ความรู้สึก และ Mindset ตัวเองยังไงดีครับ ยอมรับเลยว่าสติสตังไม่ค่อยจะมีแล้ว ไม่รู้จะตั้งต้นความรู้สึกตัวเองยังไง
แต่ไม่กระทบการเรียนนะ ตอนนี้ก็มีคนเข้ามาในชีวิต แต่กลายเป็นว่าผมกลัวที่จะทุ่มใจให้กับเขาแล้ว กลัวไปหมด กลัวเขาเรียกร้องแล้วเราตอบโจทย์เขาไม่ได้ มันไม่ใช่ความรักแบบวัย ม.ปลายแล้ว พอโตขึ้นมันต้องมีภาระอะไรที่จะต้องจัดการมากขึ้นเลยคิดไม่ตกครับ ไม่กล้าจะไปจีบใครเลย ไม่กล้าจะคุยกับคนที่เข้ามาด้วย กลัวเขามาอยู่กับเราแล้วจะผิดหวัง ที่ไม่มีนั่นโน่นนี่
ยังไงก็ขอขอบคุณคำแนะนำล่วงหน้า มา ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอคำปรึกษา ชีวิต นศ ปโท ในวัยใกล้ 30 ครับ
ตัวผมเองอายุ 27 กำลังจะเรียนจบ ป.โท ครับ มีแผนว่าจะเป็นอาจารย์
พึ่งอกหักมาได้สัก3-4เดือนแล้ว ไม่กล้าคุยกับเพื่อนเพราะมีศรีภรรยากันหมด เดี๋ยวก็หาว่าเพ้ออีก เลยมาขอคำปรึกษา
จากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในพันทิปน่ะครับ T T
เกริ่นก่อนตัวผมเองไม่ใช่คนพื้นฐานครอบครัวดี ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตมาแต่แรกเริ่มครับ
ก็ทำงานฟรีแลนซ์(สายกราฟิคดีไซน์) ควบคู่ส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่ ป.ตรีแล้ว
รายได้ไม่ต้องพูดถึง เดือนชนเดือนครับ ค่าทงค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในชีวิตตัวเองก็พออยู่รอดได้
พอเที่ยวได้บ้าง ซื้อของนั่นโน่นนี่ตามกำลังทรัพย์สะดวก ไม่มีรถยนต์ มีแต่มอเตอร์ไซค์
รายได้ต่อเดือนประมาณ 1.5 - 4หมื่น++ ขึ้นกับว่าแต่ละเดือนมีตัวเรียนมากน้อยแค่ไหน
ถ้าเรียนเยอะก็รับน้อยลงครับ ซึ่งเป็นงานฟรีแลนซ์ที่ค่อนข้างผูกขาดครับ มีรายได้ตลอด
ผมโดนเทมาแล้ว 3 รอบด้วยกัน รุ่นน้องทุกคน (เค้ามีคนใหม่ทุกคน) มันน่าตลกตรงที่ทุกคนสาเหตุเดียวกันหมดเลย
ผมอายุเท่านี้แล้ว ยังไม่มีบ้าน มีรถยนต์ มีอาชีพเป็นของตัวเอง เค้าฝากอนาคตไว้ไม่ได้ ก็เลยไปหาคนใหม่ ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงที่ผมเรียนโทนี่ล่ะครับ
คนล่าสุดก็เช่นเดียวกัน จับได้ว่ากำลังจะมีซัมติงกับ ผช อื่น ผมห้ามทันก่อนเม้งจะแตก (แอบฟังจากประตูจนมั่นใจว่าจะซัมติงกันแน่ๆ เลยเคาะประตู)
มิเช่นนั้นผมคงสะกดอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่ๆ สุดท้ายก็คุยตกลงกันว่า คุณหยุดไม่ได้ใช่มั้ย งั้นผมไป (ก่อนไปจับได้อีก 3 คน!!)
ผมนั่งถามเค้าว่าทำไม คือที่ผมดูแลมันไม่ดีพอหรือ?
คำตอบที่ได้ ยกตัวอย่างนะครับเพราะผม "ขาด" อะไรไปสักอย่างที่ทำให้เขาไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ
เช่น ผมไม่ชอบเที่ยวแบบกะทันหัน(แบบนัด9โมง ไป10โมง) ผมชอบที่จะวางแผนก่อน จะได้ไม่ผิดแผน
เขาเลยเลือกที่จะ "หาคนที่มาชดเชยที่ผมขาดได้" ไม่ว่าจะเป็นการที่ไทม์โซนชีวิตผมไม่ค่อยตรงกัน (ผมฟรีแลนซ์ เขางานประจำ)
ผมชอบเที่ยวกับเพื่อน ไม่ชอบให้แฟนไปด้วย(แต่ผมไม่ไปยึกยักคุยกับคนอื่นนะ ให้เช็คตลอด)
สุดท้ายก็มาจบที่คำเดิมครับ ผมฝากอนาคตไว้ไม่ได้ จะเป็นยังไงไม่รู้ จบ แยกย้าย ยอมรับว่าเสียใจมากครับ เพราะมันจบแบบนี้มาตลอด
ไม่มีรถยนต์ เงินเดือนก็ไม่มี อาชีพยังงี้จะไปกันรอดได้ไง (คืออีกฝั่งเค้ามีเงินเดือนครับ แต่ผมอะมีภาระต้องจ่ายเยอะ ผมเลยไปได้ไม่บ่อย)
ตอนนี้เลยเกิดอาการกดดัน + เครียดสะสมตั้งแต่เรียนโทเป็นทุนเดิมแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองช้ากว่าเพื่อน
คนอื่นเค้าทำงานกันถึงไหนต่อไหนแล้ว มีบ้าน มีรถ แต่งงานกันหมด ผมยังเรียนอยู่เลย เงินเดือนแน่ๆก็ไม่มี
ผมเป็นคนหนึ่งที่ค่อนข้างจริงจังกับความรักมากครับ ถ้ามีก็ถวายหัวให้เลยเอ้า แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าผมกลัวความรักไปแล้ว
ไม่กล้าที่จะมีความรักครั้งใหม่ กลัวว่าเดี๋ยวก็ไม่พร้อม ไม่มีอนาคตอีก
ผมควรจัดการกับชีวิต ความรู้สึก และ Mindset ตัวเองยังไงดีครับ ยอมรับเลยว่าสติสตังไม่ค่อยจะมีแล้ว ไม่รู้จะตั้งต้นความรู้สึกตัวเองยังไง
แต่ไม่กระทบการเรียนนะ ตอนนี้ก็มีคนเข้ามาในชีวิต แต่กลายเป็นว่าผมกลัวที่จะทุ่มใจให้กับเขาแล้ว กลัวไปหมด กลัวเขาเรียกร้องแล้วเราตอบโจทย์เขาไม่ได้ มันไม่ใช่ความรักแบบวัย ม.ปลายแล้ว พอโตขึ้นมันต้องมีภาระอะไรที่จะต้องจัดการมากขึ้นเลยคิดไม่ตกครับ ไม่กล้าจะไปจีบใครเลย ไม่กล้าจะคุยกับคนที่เข้ามาด้วย กลัวเขามาอยู่กับเราแล้วจะผิดหวัง ที่ไม่มีนั่นโน่นนี่
ยังไงก็ขอขอบคุณคำแนะนำล่วงหน้า มา ณ ที่นี้ครับ ขอบคุณครับ