ชีวิตสีเขียว ที่บ้านนาป่าบงเปียงและบ้านเเม่กลางหลวง

บ้านนาป่าบงเปียง ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ที่นี่เป็นชุมชนชาวปกากญอ (ปกาเกอะญอ หรือ คานญอ) ซึ่งเป็นชาวพื้นถิ่นในพม่า อพยพเข้ามาอยู่เมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน เสน่ห์ของที่นี่คือวิถีชีวิตของชาวบ้านที่เรียบง่าย ไม่ชอบความวุ่นวาย ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ตลอดจนพืชไร่หมุนเวียนตามฤดูกาล สภาพภูมิประเทศของที่นี่เป็นภูเขา มีแหล่งน้ำธรรมชาติให้ใช้ได้ทั้งปี ในช่วงฤดูฝนที่นาข้าวเจริญเติบโตเป็นสีเขียวขจี จึงเกิดเป็นภาพทิวทัศน์ของแปลงนาขั้นบันไดที่สวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวว่า เป็นผืนนาข้าวที่สวยที่สุดในประเทศไทย

นาขั้นบันไดบริเวณนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของ 3 หมู่บ้าน คือบ้านป่าบงเปียง บ้านตีผา และบ้านป่าตึง ฤดูดำนาของชาวบ้านจะเริ่มในราวเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ช่วงเวลาที่นาสีเขียวและเริ่มเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมคือประมาณปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ช่วงนาเป็นสีเหลืองทองคือประมาณปลายเดือนตุลาคม–เดือนพฤศจิกายน


การเดินทาง: จากเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางเดียวกับที่ไปอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อถึง ด่านตรวจจุดที่ 2 (ประมาณบริเวณกิโลเมตรที่ 37) ให้เลี้ยวซ้ายที่ทางเเยกไปอำเภอแม่เเจ่ม เส้นทางเป็นถนนราดยางที่มีสภาพดี เเต่ออกจะเเคบและคดเคี้ยวลงเนิน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง เมื่อก่อนต้องใช้เส้นทางที่อ้อมพอสมควร (เส้นสีฟ้าในรูป) เเต่ในปัจจุบัน (กันยายน 2563) สามารถเลี้ยวขวาที่ทางเเยกไปน้ำตกเเม่ปาน (สีเหลืองในรูป) ประมาณ 2.5 กิโลเมตรจะมีถนนคอนกรีตตัดใหม่วิ่งตรงไปยังบ้านป่าบงเปียงได้เลย สามารถย่นระยะทางได้อีกเยอะ (แผนที่ของ Google จะยังไม่มีถนนอันเป็นเส้นทางเชื่อมนี้)


บ้านป่าบงเปียงเป็นชุมชนเล็กๆที่ยังคงกลิ่นอายและบรรยากาศของบ้านชนบทอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีทีวี สัญญาณโทรศัพท์พอมีบ้างเเต่ไม่เต็มขีด ไม่มีร้านค้าร้านอาหาร บ้านพักที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นโฮมสเตย์ซึ่งบริการโดยชาวบ้าน ลักษณะเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากมาย ราคาคิดเป็นรายหัว คนละ 500 บาท ซึ่งรวมอาหารเย็นเเละเช้าด้วยเเล้ว

เราไป(อาศัย)จอดรถที่ลานของบ้านระเบียงนา ซึ่งเป็นหนึ่งในที่พักอันเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักท่องเที่ยว แล้วออกเดินเที่ยวชมบรรยากาศ



 

นับเป็นครั้งเเรกที่เราได้มีโอกาสสัมผัสนาข้าวอย่างใกล้ชิด เรา(เพิ่ง)ค้นพบว่าการปลูกข้าวต้องการระบบชลประทานที่ดี น่าทึ่งมากที่ชาวบ้านสามารถสร้างลำรางส่งน้ำเพื่อกระจายให้เเก่เเปลงนาข้าวต่างๆบนเนินเขาเเบบนี้ได้อย่างทั่วถึง… O_O


เราขับรถกลับมาพักค้างคืนที่ บ้านเเม่กลางหลวง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 26 ริมถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ที่นี่ก็เป็นหมู่บ้านเล็กๆอีกแห่งหนึ่งที่มีการทำนาข้าวแบบขั้นบันได ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นชาวปกากญอเช่นเดียวกับที่หมู่บ้านป่าบงเปียง เนื่องจากทำเลที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ใกล้กับถนนที่ขึ้นดอยอินทนนท์ ที่นี่จึงมีความเจริญและทันสมัยกว่า บ้านพักที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบครัน จึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะมาพักเพื่อชมบรรยากาศและทิวทัศน์ของนาขั้นบันได 

เราเลือกพักที่ บ้านพักแม่กลางหลวงวิว ที่นี่มีบ้านพักเเบบบังกาโลขนาดย่อมๆที่ตั้งอยู่บนเนิน มีระเบียงที่สามารถชมบรรยากาศของท้องทุ่งนาได้อย่างเต็มตา

บรรยากาศภายในห้องพัก อาจดูลูกทุ่งๆหน่อย เเต่จัดได้ว่าดีกว่าที่บ้านป่าบงเปียงหลายเท่า อมยิ้ม06

วิวจากระเบียงบ้านพัก

เมนูอาหารเย็นยอดนิยมคือหมูกะทะในราคาหลักร้อย กับบรรยากาศในราคาหลักล้าน  O_O

อากาศตอนกลางคืนในเดือนกันยายนของที่นี่จัดได้ว่ากำลังเย็นสบาย อยู่ในห้องพักก็ยังเหมือนเปิดเเอร์ เรานอนหลับสบายก่อนที่จะตื่นมาชมภาพบรรยากาศสวยงามในยามเช้า

จากบ้านพักเราสามารถลงไปเดินเที่ยวที่บริเวณแปลงนาได้



ชีวิตคนเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าคอนกรีตอย่างเรา แค่ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว สูดอากาศบริสุทธฺิ์อย่างเต็มปอด เเม้ว่าในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ก็สร้างความสุขและมีพลังกลับไปสู้กับวงจรชีวิตเดิมๆ ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง เมื่อมีโอกาส… \O_O/

ติดตามเรื่องราวของการเดินทางดีๆได้อีกที่: https://www.GoTouchTheSky.com
Facebook Page: https://www.facebook.com/GoTouchTheSky60/

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่